ตอนที่แล้วEDSG ตอนที่ 30 ถูกเปิดเผยตัวตน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEDSG ตอนที่ 32 ความเเปลกใจของไป๋ซือหยา

“เฉินเฟิง…”

 

ขณะที่เย่เฉินเฟิงล้มลงไปเเละร่างกายเปียกโชกไปด้วยเลือด ไป๋ซือหยา รู้สึกเหมือนกับมีดกรีดเเทงหัวใจของเธอในขณะนี้น้ำตาจำนวนมากได้ไหลออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้เธอได้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

“ฮ่าฮ่า เย่เฉินเฟิง ไอ้เจ้าโง่ เจ้าช่างไร้เดียงสายิ่งนัก เจ้าคิดว่าเพียงเพราะเจ้าทำลายจุดชีพจรของเจ้าเเละข้าจะปล่อยเธอไป?”เจียงชานซุ่ย ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา พร้อมกับจับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาของ ไป๋ซือหยา

 

“เจียงชานซุ่ย ไอ้สารเลว ถ้าเจ้าปล่อยเฉินเฟิงข้า ข้ายินดีตอบรับทุกคำขอของเจ้า”ไป๋ซือหยา ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

“สาวน้อย เจ้ามีอะไรที่จะสามารถใช้ต่อรองกับข้าได้กัน?”เจียงชานซุ่ยเปิดเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์”เมื่อข้าทรมาณเขาจนตายเสร็จ ข้าก็อดที่จะรอไม่ได้ที่จะย่ำยีบดขยี้เจ้าด้วยตนเอง”

 

ในขณะที่เขาพูดแบบนั้น เจียงชานซุ่ย รู้สึกมีความสุขมาก เขาถือมีดสั้นเอาไว้ในมือพร้อมกับเดินเข้าหาเย่เฉินเฟิงที่อาบไปด้วยเลือด”ให้ข้าดูว่าจุดชีพจรทั้งหมดของเจ้าพังสมบูรณ์เเล้วหรือไม่ ถ้าไม่ข้าจะช่วยเหลือเจ้าในการทำลายมันเอง”

 

“ไม่…”

 

เมื่อเห็นว่า เย่เฉินเฟิง กำลังจะถูกฆ่า ไป๋ซือหยา ได้ตื่นตระหนกเเละกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

น่าเสียดายที่ใยเเมงมุมที่มัดเธอไว้เป็นใยเเมงมุมพลังวิญญาณเเม้เธอจะดิ้นรนขัดขืนมากเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์

 

“เดี๋ยวก่อน เจ้าไม่ได้ทำลายจุดชีพจรของเจ้า เจ้ากล้าตบตาข้างั้นเหรอ?”

 

เมื่อเจียงชานซุ่ยทำการตรวจสอบร่างกายของ เย่เฉินเฟิง เขาก็พบว่า เย่เฉินเฟิง เพียงเเค่ระเบิดอวัยภายในของตัวเองเขาไม่ได้ทำลายเส้นชีพจรของเขา ในตอนนี้ เจียงชานซุ่ย รู้สึกโกรธมากในทันที

 

อย่างไรก็ตามความตั้งใจฆ่าที่น่ากลัวก็ปรากฏขึ้นที่ร่างของ เย่เฉินเฟิง เขาเหมือนกับหมาป่าที่หลบซ่อนมาเป็นเวลานาน เเละ ท้ายที่สุดก็เผยคมเขี้ยวของมัน

 

วินาทีต่อมาลำเเสงสีทองก็ประกายวับต่อหน้าต่อตาของ เจียงชานซุ่ย ก่อนที่เขาจะสามารถตอบโต้ได้ทัน เเสงสีทองนั่นก็ได้เเทงเข้าไปที่เเขนของไป๋ซือหยาเพื่อทำลายใยเเมงมุมพลังวิญญาณนั่น

 

เย่เฉินเฟิง ได้ใช้ยันต์เข็มทองคำของเขาเพียงอันเดียวเพื่อปล่อยตัวประกัน จากนั้นเขาก็ดีดตัวขึ้นจากพื้นเเละส่งหมัดที่ทรงพลังเเละหนักหน่วงลงบนหน้าอกของ เจียงชานซุ่ย โดยตรง

 

ปั้ง! หน้าอกของ เจียงชานซุ่ย ยุบลงอย่างเห็นได้ชัด กระดูกซี่โครงจำนวนมากของเขาถูกบดทำลาย ร่างของเขาถูกส่งบินไกลไปมากกว่า 10 เมตร ก่อนที่จะกระเเทกกับพื้นโดยตรง

 

“มันไม่เป็นอะไรเเล้วตอนนี้เจ้าเพียงรออยู่ที่นี่เเละไม่ต้องขยับไปไหนข้าจะเเก้เเค้นให้เจ้า”เย่เฉินเฟิง ได้ลูบหัวของ ไป๋ซือหยา เล็กน้อย เเละพูดเบา ๆ

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้ ถ้าเจ้ากล้าฆ่าข้า ตระกูลเจียงของข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป”เมื่อมองไปที่ เย่เฉินเฟิง ที่มีสายตาที่น่ากลัว ตอนนี้ เจียงชานซุ่ย พยายามระงับความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นบนใบหน้าของเขา ขณะที่เขากล่าวขอความเมตตา

 

“เจียงชานซุ่ย เจ้าช่างไร้เดียงสามากตอนนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปงั้นเหรอ?”เย่เฉินเฟิง เปิดเผยรอยยิ้มที่เย้ยหยันเเละจงใจยืมคำของ เจียงชานซุ่ย

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าไม่สามารถทำร้ายนายน้อยเจียงได้”

 

ขณะเดียวกันปรมาจารย์หวู่ที่ทำการต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลไป๋จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อเห็นว่า เจียงชานซุ่ย กำลังตกอยูในอันตราย เขาได้ยันกายขึ้นเเละจับดาบไม้ไผ่ยาวของตนเองพุ่งเข้าใส่ เย่เฉินเฟิง

 

“ดาบเเยกเงา!”

 

ปรมาจารย์หวู่ได้รวบรวมพลังวิญญาณของเขาทั้งหมดไว้ที่ปลายดาบเขาพุ่งเข้าใส่เย่เฉินเฟิงเพื่อต้องการเเทงทะลุทำลายร่างกายของเด็กคนนี้

 

น่าเสียดายที่ปรมาจารย์หวู่ได้รับบาดเจ็บ ดาบเเยกเงาที่เขาใช้นั้น ทั้งพลังเเละความเร็วได้ลดลงอย่างมาก ดังนั้น เย่เฉินเฟิง จึงได้เตรียมตัวหลบหลีกล่วงหน้าได้

 

หลังจากหลบทักษะจิตวิญญาณดาบเเยกเงาเสร็จ เย่เฉินเฟิง ก็ก้าวท้าวเดินเข้าหา ปรมาจารย์หวู่เเละ เตรียมจะเปิดใช้การโจมตีของเขา

 

“เเมงมุมดำโจมตี!”

 

เจียงชานซุ่ย ที่รู้ว่า หากปรมาจารย์หวู่ตกตายเขาย่อมไม่สามารถเอาชนะได้เเละชะตากรรมที่รอเขาอยู่ก็คือความตายดังนั้นเขาจึงเรียกจิตอสูรเเมงมุมดำออกมาเเละให้ความร่วมมือกับปรมาจารย์หวู่เพื่อตอบโต้ เย่เฉินเฟิง

 

“ผสานไข่โลหิต!”

 

ในขณะที่เเมงมุมดำกำลังจะโจมตี เย่เฉินเฟิง เขาก็ได้ผสานเข้ากับไข่โลหิตอีกครั้งเพื่อเพิ่มพลังโจมตีของเขา คลื่นพลังวิญญาณสีเลือดได้ไหลมารวมตัวกันในฝ่ามือของเขา

 

เย่เฉินเฟิง ได้ซัดหมัดออกไปด้วยพละกำลังที่มากมาย เเรงหมัดของเขาได้เเหวกว่ายผ่าอากาศจนพุ่งเข้าใส่ เเมงมุมสีดำที่อยู่ใกล้เคียง

 

จากนั้น เย่เฉินเฟิง ก็หันหลังกลับเเละจ้องมองไปที่ปรมาจารย์หวู่ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนเเรง

 

ปรมาจารย์หวู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมากตอนนี้ เขาย่อมไม่สามารถต้านทานการโจมตีของ เย่เฉินเฟิงได้

 

เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์หวู่กำลังจะจบชีวิตลงโดย เย่เฉินเฟิง ร่างกายของ เจียงชานซุ่ย เเทบจะบ้าคลั่งเขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนร้องขอชีวิต

 

“เย่เฉินเฟิง เรื่องนี้เป็นความผิดของข้า ได้โปรดไว้ชีวิตข้า เเละข้าจะไม่ทำตัวเป็นศัตรูกับเจ้าอีก”

 

เพื่อความอยู่รอด เจียงชานซุ่ย ได้ละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดของเขา เเละ กล่าวขอร้องต่อเย่เฉินเฟิง ที่เดินมาหาเขาทีละขั้น

 

“เพี๊ยะ!”

 

เย่เฉินเฟิง ไม่ได้ไหวติงต่อคำขอร้องของ เจียงชานซุ่ย เขายกมือขวาขึ้นเเละตบลงไปที่ใบหน้าของ เจียงชานซุ่ยอย่างชัดเจน รอยฝ่ามือขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ เจียงชานซุ่ย

 

“เย่เฉินเฟิง ท่านปู่ของข้า รู้ว่าข้ามาที่เมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้ หากมีอะไรเกิดขึ้นกับข้าในเมืองจักรพรรดิขาว เจ้าคิดว่าเขาจะไม่สอบสวนเรื่องนี้หรืออย่างไร เมื่อถึงเวลานั้นเเม้เจ้าอยากจะหนีก็คงหนีไม่พ้นจากความตาย”เจียงชานซุ่ยยังคงพยายามตะโกนพูดอีกครั้ง

 

“อย่างงั้นเองเหรอ?”มุมปากของ เย่เฉินเฟิง ยกขึ้นเล็กน้อยเผยรอยยิ้มที่เย็นชาออกมา”ถ้างั้นลองบอกมาหน่อยถึงเหตุผลที่ข้าควรจะเปลี่ยนใจ”

 

“ก็ได้ถ้าเจ้าปล่อยข้าไปข้าจะเห็นด้วยกับความต้องการของเจ้า”

 

เมื่อเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ กำลังจะดีขึ้น เจียงชานซุ่ย ที่บาดเจ็บสาหัสก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

 

“เย่เฉินเฟิงเจ้าไม่สามารถไว้ใจเขาได้เขาก็เเค่คนน่ารังเกียจคนนึง”ไป๋ซือหยา ได้ตะโกนขึ้นเพื่อห้ามปรามเขา

 

“ไม่ต้องกังวลข้ารู้ตัวว่าข้ากำลังทำอะไรอยู่”เย่เฉินเฟิงเปิดเผยรอยยิ้มเเละตอบกลับไป๋ซือหยา”เจ้าเพียงรอข้าอยู่ตรงนั้นก็พอ”

 

จากนั้นเขาก็จ้องมองไปที่ เจียงชานซุ่ย เเละ ปรมาจารย์หวู่ ที่หมดสติ

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าต้องการอะไร ข้าสามารถทำให้เจ้าได้ ต่อไปข้าจะเป็นสุนัขของเจ้า เจ้าใช้ให้ข้าไปกัดใคร ข้าก็จะไปกัดมัน”เจียงชานซุ่ย ได้ล้มลงกับพื้นเเละได้รับบาดเจ็บสาหัสทางจิตวิญญาณ เขาพยายามขอร้องความเมตตาจาก เย่เฉินเฟิง ให้มากที่สุด

 

“เจียงชานซุ่ย เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปจริง ๆ ?”

 

เหตุผลที่ เย่เฉินเฟิง ไม่ใช้ยันต์เข็มทองคำเพื่อฆ่าเจียงชานซุ่ยก็เพราะเขาต้องการจะกลืนจิตวิญญาณของจิตอสูรของพวกเขาทั้งสองคน ถ้าพวกเขาตายจิตอสูรของพวกเขาก็จะถูกทำลายตามไปด้วย

 

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าของ เย่เฉินเฟิง เจียงชานซุ่ย รู้สึกว่ากำลังจ้องมองเทพเเห่งความตาย ขณะที่เขากำลังหวาดกลัว เย่เฉินเฟิง ก็เงื้อมมือมาเเละใช้มือขวากดลงบนศีรษะของ เจียงชานซุ่ย

 

พลังกลืนกินอันเเรงกล้าได้ไหลออกจากฝ่ามือของเขาพุ่งเข้าในร่างกายของ เจียงชานซุ่ยโดยตรง

 

อย่างไรก็ตามระดับการบ่มเพาะพลังของ เจียงชานซุ่ย นั้นเทียบเท่ากับ เย่เฉินเฟิง ดังนั้นหลังจากกลืนกินจิตวิญญาณของเเมงมุมดำมา พลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่เขาได้รับก็ไม่มากเท่าไหร่

 

หลังจากกลืนจิตวิญญาณเเมงมุมดำของ เจียงชานซุ่ย เเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็เดินเข้าไปที่ข้างกายของ ปรมาจารย์หวู่ที่ไม่ได้สติเขาเปิดใช้ทักษะกลืนกินเพื่อกลืนจิตวิญญาณจิตอสูรของเขาด้วย

 

ปรมาจารย์หวู่เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญขั้น 2 จิตอสูรของเขาเองก็ทรงพลังมาก หลังจากกลืนจิตวิญญาณจิตอสูรของเขามาได้สำเร็จ พลังวิญญาณอันบริสุทธิ์จำนวนมากก็ได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของ เย่เฉินเฟิง เเละ เข้าไปในไข่โลหิตของเขาทันที

 

ทันทีที่กลืนจิตอสูรของทั้งสองคนไปเเล้ว เย่เฉินเฟิง ก็ลากร่างของพวกเขาทั้งสองคนเดินออกไปจากพื้นที่ลานบ้านของเขา

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...