ตอนที่แล้วEDSG ตอนที่ 27 ทะลวงขอบเขตผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 5
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปEDSG ตอนที่ 29 ช่วงเวลาเเห่งชีวิตเเละความตาย

“ผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 5 ? หรือว่าเมื่อคืนตอนที่เขาสังหารผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญ เขาจะอยู่ระดับจิตอสูรเบื้องต้นขั้น 4 “

 

มันเป็นเรื่องยากที่คนอื่น ๆ จะสามารถตรวจจับระดับการบ่มเพาะพลังที่เเท้จริงของ เย่เฉินเฟิง ได้เพราะว่าเขาได้หมุนเวียนทักษะกลืนวิญญาณ เเต่ในขณะที่ เย่เฉินเฟิง ทะลวงผ่านระดับพลัง หญิงสาวทั้งสองคน จี้ฉิงเสวี่ย เเละ ไป๋ซือหยา ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเเข็งเเกร่งที่เเท้จริงของเขา

 

หลังจากพบว่า เย่เฉินเฟิง เพิ่งกลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 5 หญิงสาวทั้งสองคนก็เผยความตกใจเเละไม่น่าเชื่อออกมา

 

“เขาจะต้องมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่เอาไว้อย่างเเน่นอน”

 

เห็น เย่เฉินเฟิง เเข็งเเกร่งอย่างผิดปกติ จี้ฉิงเสวี่ย กระพริบตาโตที่สวยงามของเธอ เเละ อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับความเเข็งเเกร่งที่เเท้จริงของเขา

 

“เป็นเวลารุ่งสางเเล้วพวกเราลงไปที่ตีนเทือกเขากันเถอะ”

 

เย่เฉินเฟิง ได้ถ่มน้ำลายออกมาจากปปาก จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนขึ้น เเววตาที่เฉียบคมได้จ้องมองไปที่ พวก จี้ฉิงเสวี่ย อย่างรวดเร็ว

 

“เป็นดวงตาที่สดในอะไรเช่นนี้?”

 

เห็นความสว่างสไวในดวงตาของ เย่เฉินเฟิง จี้ฉิงเสวี่ย หัวใจรู้สึกเต้นรัว ราวกับว่า ชายคนนี้มีเสน่ห์ที่ค่อนข้างดึงดูดเธอ

 

สามชั่วโมงต่อมาพวกเขาทั้งสามคนก็ออกจากเทือกเขาเมฆขาวเเละมาถึงด้านนอกประตูเมืองจักรพรรดิขาว

 

“ที่นี่ควรจะปลอดภัยพวกเราเเยกกันตรงนี้เถอะ”เย่เฉินเฟิงกล่าวขณะที่เขามองไปที่ประตูเมืองคู่บารมีของเมืองจักรพรรดิขาวจากระยะไกล

 

“ท่าน…ช่วยรอก่อน”

 

เห็น เย่เฉินเฟิง เตรียมกำลังจะจากไป จี้ฉิงเสวี่ย ก็ได้พูดขึ้นอย่างรวดเร็วเธอกัดริมฝีปากเปียกของเธอเเละร้องตะโกนเรียกเขา

 

“มีอะไร?”

 

เย่เฉินเฟิงจ้องมองไปที่ จี้ฉิงเสวี่ย ที่อยู่ด้านหลังเเละกล่าวถามเบา ๆ

 

“ท่านมีนามว่าอะไร ไว้ข้าจะตามหาท่าน?”

 

“ตามหาข้า?ทำไมกัน?”

 

“ท่านอย่าได้เข้าใจผิด ที่ข้าต้องการตามหาท่านก็เพื่อตอบเเทนที่ท่านช่วยชีวิตของข้าไว้”

 

จี้ฉิงเสวี่ยไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับอย่างเย็นชา เมื่อเห็นท่าทีการเเสดงออกของเย่เฉินเฟิง ก็ทำให้ใบหน้าของเธอมีสีเเดงขึ้นเล็กน้อย หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ

 

“ไม่จำเป็นที่ข้าช่วยเหลือพวกเจ้าหาได้ต้องการสิ่งตอบเเทนไม่ เช่นนั้นข้าขอตัว”

 

หลังจากกล่าวพูดออกมา เย่เฉินเฟิง ก็หันหลังกลับโดยทิ้ง จี้ฉิงเสวี่ย ที่อยู่ด้านหลังจ้องมองเขาต่อไ

 

“ฉิงเสวี่ย เจ้าคิดว่าเขาเหมือนคน ๆ นึงหรือไม่?”ขณะที่จ้องมองเรือนร่างของ เย่เฉินเฟิง ที่จากไป ไป๋ซือหยา ก็คิดว่าเขานั้นคล้ายกับ เย่เฉินเฟิง อย่างมาก

 

“ใครกัน?”

 

“เฉินเฟิง”

 

“เฉินเฟิง ?”จี้ฉิงเสวี่ยหัวเราะออกมาเบา ๆ “ซือหยา เจ้าคิดว่าเป็นเขาจริง ๆ งั้นเหรอ ?”

 

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้เลย เขาไม่มีเเม้เเต่จิตอสูร เขาจะมีพลังมากพอจะฆ่าผู้เชี่ยวชาญที่เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญ ได้อย่างไร”

 

เมื่อเธอคิดถึงตัวตนของ เย่เฉินเฟิง ที่ทั้งอ่อนเเละเเละขลาดกลัวทำให้ จี้ฉิงเสวี่ย ปฏิเสธที่จะเชื่อว่า ผู้ชายที่ทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวได้คนนี้ จะเป็น เย่เฉินเฟิง

 

 

“อะไรผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มหมาป่าดำทั้งสามคนเสียชีวิตลงเเล้ว ? ปีศาจดำเองก็ยังมาสูญเสียการติดต่ออีกอย่างงั้นเหรอ ?”

 

ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีดำได้ปรากฏใบหน้าซีดเล็กน้อย ,รูปลักษณ์ของเขาค่อนข้างหล่อเหลาพอสมควร เเต่ทว่าเขาไม่ใช่คนที่มาจากเมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้

 

“เจ้าพวกกลุ่มขยะไร้ประโยชน์ เเค่สั่งให้ไปลักพาตัวคนมาก็ยังทำไม่ได้ หากติดต่อปีศาจดำได้เเล้วรีบเเจ้งบอกให้มันกลับมาหาข้าทันที”

 

“ตรวจสอบสถานที่อยู่ปัจจุบันของ เย่เฉินเฟิงมา หากมีข่าวใด ๆ อื่นอีก ให้รีบเเจ้งต่อข้า”

 

ชายหนุ่มคนนี้เเสดงสีหน้าออกมาอย่างโกรธเเค้น เขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก นายน้อยคนที่สองของตระกูล เจียง,เจียงชานซุ่ย เขาได้นำผู้เชี่ยวชาญในตระกูลมาที่เมืองจักรพรรดิขาวเเห่งนี้เพื่อทำการเเก้เเค้น

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจียงชานซุ่ย คิดอยากจะได้อะไรเขาก็ต้องได้ ไม่มีใครกล้าขัดความปราถนาของเขามาก่อน เเต่ตอนนี้ จี้ฉิงเสวี่ย ได้ปฏิเสธข้อเสนอของเขา พร้อมกับฉีกหน้าเขาอย่างตรงไปตรงมา

 

สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความอับอายอย่างลึกซึ้ง ทุกครั้งที่เขาคิดว่า จี้ฉิงเสวี่ย ได้ใช้ชีวิตอยู่กับ ไอ้ขยะนั่น เขาเเทบจะระเบิดโทสะออกมาเเละต้องการฆ่าคนเพื่อระบายความโกรธ

 

“เย่เฉินเฟิง,จี้ฉิงเสวี่ย ข้าจะทำให้พวกเจ้ารู้จักคำว่าเสียใจ เมื่อคิดจะลองดีกับข้า , ส่วนเจ้านังตัวดี หลังจากข้าสามารถพาเจ้ากลับไปได้ ข้าจะใช้เจ้าเป็นเครื่องอุ่นเตียงให้ข้าเเละจะเล่นสนุกกับเจ้าจนกว่าจะพอใจ”ร่องรอยของความร้ายกาจได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ เจียงชานซุ่ย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต

 

หลังจากเเยกกับหญิงสาวทั้งสองคนเเล้ว เย่เฉินเฟิง ที่อยู่นอกเมืองจักรพรรดิขาว เขาได้ใช้เวลาพักผ่อนสักครู่ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับไปที่ลานเล็ก ๆ ของเขา

 

ไม่นานหลังจาก เย่เฉินเฟิง กลับมา จี้ฉิงเสวี่ย ก็กลับมาเช่นเดียวกัน ยังมี ไป๋ซือหยา ที่มาพร้อมกับ ปู่ของเธอ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ จากตระกูลไป๋ ได้ติดตามเธอมาด้วย

 

“ท่านปู่ไป๋,ซือหยา ข้าต้องการพูดคุยกับ เย่เฉินเฟิง เพียงลำพัง ได้โปรดให้พวกท่านช่วยรอข้างนอกก่อนได้หรือไม่?”เมื่อรู้สึกได้ว่า เย่เฉินเฟิง รออยู่ในห้อง จี้ฉิงเสวี่ย ได้กล่าวขอร้อง

 

“เอาล่ะพวกเราจะรอเจ้าอยู่ข้างนอก”

 

ไป๋สือซาน ได้กล่าวพูดออกมา เขาพยักหน้าตอบรับ

 

“เฉินเฟิง ข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับเจ้า ข้าขอเข้าไปข้างในได้มั้ย?”จี้ฉิงเสวี่ย ที่ยืนรออยู่ด้านนอก ได้เคาะประตูห้องเเละกล่าวถามเบา ๆ

 

“ประตูไม่ได้ล็อคเข้ามาได้”เย่เฉินเฟิง ตอบกลับ

 

เมื่อเปิดประตูห้องเดินเข้ามา จี้ฉิงเสวี่ย ก็ได้จ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง ที่นั่งอยู่ข้างเตียง เเละ กำลังจ้องมองเธอ ดวงตาของเธอปรากฏเเววความรังเกียจเมื่อคิดถึงเรื่องบางเรื่อง”เจียงชานซุ่ยอยู่ที่เมืองนี้ เเละ เมื่อคืน ข้ากับ ซือหยา ได้เผชิญหน้ากับอันตราย”

 

จี้ฉิงเสวี่ย ได้บอกกับ เย่เฉินเฟิง ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน

 

“เช่นนั้นเจ้าจะออกจากเมืองจักรพรรดิขาว?”เย่เฉินเฟิง กล่าวถามออกมา

 

“อืม,เมืองจักรพรรดิขาวนั้นอันตรายเกินไป เพื่อความปลอดภัยของข้า ข้าได้ขอร้องให้ท่านปู่ไป๋เเละผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ จากตระกูลไป๋ พาข้าไปส่งที่เมืองหลวงเมฆาม่วง ข้าน่าจะไปถึงที่นั่นในช่วงพลบค่ำ”จี้ฉิงเสวี่ย พยักหน้าเเละตอบกลับ

 

“นี่คือเงิน 700,000 เหรียญเทล ที่ข้าเป็นหนี้เจ้า,หลังจากรับเงินนี้ไปเเล้ว เจ้าควรจะออกจากเมืองจักรพรรดิขาวนี้ให้เร็วที่สุด เเละหาที่หลบซ่อนตัว เพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ตกอยู่ในอันตราย”

 

“เเละอีกอย่าง ต่อจากนี้พวกเราไม่มีความเกี่ยวข้องกัน เจ้าไม่สามารถอ้างว่าเป็นคู่หมั้นของข้าได้อีกต่อไป”

 

จี้ฉิงเสวี่ย หยิบธนบัตร 700,000 เหรียญเทล ที่ยืมมาจากตระกูลไป๋ เเละ ส่งมอบให้ กับ เย่เฉินเฟิง

 

“ไม่ต้องกังวล ข้าเข้าใจสถานการณ์ของข้าดี เเละ เป็นที่เเน่นอนว่าข้าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลของเจ้าอีก”เย่เฉินเฟิงกล่าวตอบพร้อมกับรับธนบัตรเงิน 700,000 เหรียญเทลมา เขาเผยให้เห็นการเเสดงออกที่เย้ยหยัน”ไม่ว่าข้าจะไปหรือไม่ไป เจ้าไม่จำเป็นจะต้องมากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้”

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าได้ฟังที่ข้าพูดหรือไม่ หากเจ้าไม่ไปซะตอนนี้ ด้วยบุคลิกของ เจียงชานซุ่ย เขาจะไม่ปล่อยเจ้าไปอย่างเเน่นอน”จี้ฉิงเสวี่ย จ้องมองไปที่ เย่เฉินเฟิง ที่ดื้อรั้น

 

“ขอบคุณสำหรับความหวังดี เเต่ข้าเชื่อว่า เจียงชานซุ่ย ไม่มีทางทำอะไรข้าได้”

 

ถึงเเม้ว่า เย่เฉินเฟิง จะคาดเดาว่า เจียงชานซุ่ย น่าจะพาผู้เชี่ยวชาญที่เป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับชำนาญคนอื่นมาอีก เเต่เขาก็ไม่กลัวเพราะตั้งเเต่ที่เขากลายเป็นผู้ใช้จิตอสูรระดับเบื้องต้นขั้น 5 ร่างกายของเขาก็เเข็งเเกร่งมากขึ้น

 

“เย่เฉินเฟิง เจ้าบ้าไปเเล้วงั้นเหรอ ? เจ้าไม่กลัวความตายหรืออย่างไร?”

 

“พอเถอะ จี้ฉิงเสวี่ย ตอนนี้เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน เจ้าไม่จำเป็นจะต้องมาเป็นกังวลเกี่ยวกับชีวิตหรือความตายของข้า”เย่เฉินเฟิง กล่าวตอบอย่างเย็นชา”นี่มันก็สายเเล้ว เจ้าไปเถอะ ไม่จำเป็นจะต้องเสียเวลากับข้า”

 

“ก็ได้,หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของเจ้าในวันนี้”

 

หลังจากพูดจบ จี้ฉิงเสวี่ย ก็เต็มไปด้วยสีหน้าที่ดำทะมึนเธอหันหลังจากไปโดยไม่เหลียวเเลเขาอีก

 

คะแนน 4.2
กรุณารอสักครู่...