ตอนที่แล้วหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.205 - อัพเดตเกม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.207 - ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online EP.206 – ซูเซี่ยเอ๋อ

 

ภาพของแอนนาแพร้อมข้อมูลรายละเอียดต่างๆของเธอปรากฏขึ้นบนสมองควอนตัม

 

ซูเซี่ยเอ๋อจ้องมองมันอยู่เป็นเวลานาน ปากเอ่ยงึมงำ “เป็นผู้ใช้ธาตุทั้งห้าระดับสี่ขั้นสูง ครอบครองเทคนิคเทียนซวนประเภทที่มีพลังอันลึกล้ำ สถานะก็ยังสูงส่ง … ”

 

“แถมยังเป็นผู้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้อีกต่างหาก”

 

ซูเซี่ยเอ๋อส่ายหัวด้วยความปวดร้าว  เอ่ยกล่าวคำคิดที่คิดอยู่ในจิตใจออกมา “ตัวฉันคงจะไม่มีทางจะสู้เธอได้จริงๆ”

 

สองตาหลั่งน้ำตาไหลริน ปากเอ่ยถ้อยคำอันแสนเศร้าสร้อย

 

“หากเปรียบเทียบกับฉัน เธอไม่เพียงแต่จะแข็งแกร่งกว่า แต่ยังสามารถคอยยืนหยัดอยู่เคียงข้างพี่ใหญ่ฉิงซานได้ แถมจากนิสัยและการกระทำ ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นฝ่ายกล้ารุกเข้าหาเขาโดยตรงซะด้วย … ”

 

“แล้วดูฉันสิ แม้กระทั่งออกจากอาณาเขตคฤหาสน์ของตระกูลยังไม่สามารถทำได้เลย”

 

“มองยังไงนี่มันก็เป็นความพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ .. ”

 

ในตอนนั้นเอง เสียงของผู้หญิงที่ฟังดูเร่งรีบก็ดังมาจากจุดที่ไกลออกไป

 

“รุ่นเยาว์ของเก้าตระกูลหลักคนอื่นๆกำลังรอลูกอยู่นะ ทำไมถึงมัวแต่มาซ่อนตัวอยู่ที่นี่”

 

มาดามซูในชุดกระโปรงยาว สองมือจีบยกชายกระโปรงขึ้น สองเท้าก้าวเดินมุ่งตรงเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน

 

“เซี่ยเอ๋อ ลูกเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ อย่าทำอะไรตามอารมณ์ของตัวเองเหมือนเด็กๆจะได้ไหม”

 

ซูเซี่ยเอ๋อปาดน้ำตาและกล่าว “หนูไม่ได้ทำอะไรตามอารมณ์ตัวเองซะหน่อยนะแม่”

 

มาดามซูไล่ถามจี้ “ก็แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมลูกถึงบอกว่าไม่ต้องการที่จะออกไปร่วมงาน เพื่อที่จะได้พบปะทุกคนกันล่ะ?”

 

ซูเซี่ยเอ๋อทำหูทวนลม สองตายังคงจ้องภาพในสมองควอนตัม จิตใต้สำนึกของเธอสั่งให้มือเลื่อนไปสลับภาพข่าวบนจออย่างไม่รู้ตัว

 

สายตาของเธอตกลงบนร่างของแอนนากับกู่ฉิงซาน จ้องนิ่งค้างอยู่เนิ่นนานไม่อาจละไปจากมันได้

 

มาดามซูยืนรออยู่สักพัก แต่ลูกสาวกลับยังคงมิได้ให้คำตอบ ความอดทนของเธอจึงเริ่มมาถึงขีดสุด

 

“เซี่ยเอ๋อ ถ้าลูกยังไม่ยอมออกไป แม่จะระงับบัตรเครดิตทั้งหมดของลูก แล้วทีนี้ลูกก็จะไม่สามารถโอนเงินไปช่วยเหลือเจ้าคนยากจนตัวเหม็นนั่นได้อีกต่อไปแล้วนะ”

 

ซูเซี่ยเอ๋อที่เห็นว่าถูกอีกฝ่ายแอบมอง จึงปิดสมองควอนตัมส่วนบุคคลลง หันหน้าเบนสายตามาสบตากับมาดามซูเป็นครั้งแรก

 

“ท่านแม่ คิดเห็นว่ายังไง?” เธอถาม

 

“ถามแม่ว่าคิดเห็นยังไงงั้นหรอ? แม่ต่างหากที่ต้องถามว่าลูกน่ะกำลังคิดอะไรอยู่!” มาดามซูถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้ม “รุ่นเยาว์ของเก้าตระกูลที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงล้วนมารวมตัวกันที่นี่ ไม่ว่าใครเจ้าก็สามารถเลือกสรรได้ แต่เจ้า ลูกแม่ เจ้ากลับไม่ยอมออกไปเจอพวกเขา!”

 

“ท่านแม่จะไปรู้อะไร พวกเขามาที่นี่เพื่อเพลิงนางฟ้าต่างหาก เพลิงนางที่เป็นผลงานชิ้นเอกของพี่ใหญ่ฉิงซาน! แต่แม่กลับเกลียดชังและเอาแต่ดูถูกพี่ใหญ่ ทำไมถึงเป็นแบบนี้” ซูเซี่ยเอ๋อถามด้วยความเสียใจระคนสงสัย

 

“โถ่ … แม่ไม่ได้ดูถูกเขา แต่เจ้าถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องแต่งงานกับเฉพาะคนของเก้าตระกูลใหญ่”

 

“ทำไมกัน?”

 

พอถูกเอ่ยถาม มาดามซูก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะตอบหัวข้อนี้โดยไม่รู้ตัว เบี่ยงประเด็นไปกล่าวอีกเรื่อง “ผู้ปกครองของพวกรุ่นเยาว์ที่แม่เชิญมา ต่างยินดีที่จะช่วยสนับสนุนครอบครัวของพวกเรา! หากเรื่องการตกลงแต่งงานประสบความสำเร็จ พวกเขาจะช่วยผลักดันพ่อของเจ้าให้เป็นผู้นำตระกูลซูคนต่อไป”

 

“ถ้าท่านปู่รู้ว่าท่านแม่จะทำแบบนี้ เขาคงจะผิดหวัง”

 

“อย่าเอ่ยถึงตาแก่ตายยากนั่น ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเขาทีไร ไม่แคล้วต้องพบเจอกับร้ายๆทุกที!” มาดามซูกล่าว

 

ซูเซี่ยเอ๋อลุกขึ้น ก้าวไปทีละก้าว ทีละก้าว จนมาหยุดอยู่ตรงข้ามมาดามซู “ท่านแม่ หนูมีข้อเสนอ”

 

“เจ้าน่ะเหรอ? ด้วยอายุของเจ้า ที่แทบจะไม่เข้าใจโลก ไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่สมควรจะเสนอสิ่งใดออกมาหรอกนะ”

 

“ก็เพราะความคิดแบบนั้นนั่นแหละ ที่เป็นเหตุผลให้แม่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย”

 

มาดามซูมองลูกสาวของตน และรู้สึกว่าในวันนี้ อีกฝ่ายดูจะแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อย

 

ซูเซี่ยเอ๋อเอ่ยปากกล่าว “ท่านแม่กำลังมองหาแรงสนับสนุนจากตัวตนภายนอก แต่แม่ดันลืมสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดไป” 

 

“แล้วไอ้ที่ว่ามานั่นมันเรื่องอะไร?” สีหน้าของมาดามซูเริ่มแปรเปลี่ยนไป

 

“ก็เรื่องที่ว่า ถ้าแม่แข็งแกร่งหรือมีอำนาจมากพอ แม่ก็ไม่จำเป็นต้องขายลูกสาวกินเพื่อแลกเปลี่ยนกับแรงสนับสนุนในระยะสั้นๆแบบนี้น่ะสิ”

 

มาดามซูตะคอกด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ลูกพูดอะไรออกมา! ขายลูกสาวบ้าบออะไร! พวกเราหวังดีกับเจ้า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเจ้าเองนั่นแหละ!”

 

“ผลประโยชน์สำหรับหนู?”

 

“ก็ใช่น่ะสิ” มาดามซูเริ่มหอบหายใจ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย “พ่อของลูกจะกลายเป็นผู้ดูแลตระกูลซูในเร็วๆนี้ และเจ้า ในฐานะที่เป็นเด็กสาวชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักมากที่สุด ก็จะได้แต่งงานกับรุ่นเยาว์ชนชั้นสูงที่มีแนวโน้มว่าในอนาคตจะเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปเช่นกัน แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นผลประโยชน์หรือ?”

 

พอได้ฟัง ซูเซี่ยเอ๋อก็หันไปสบตากับฝั่งตรงข้ามแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน “ผลประโยชน์แบบนั้นหนูไม่ต้องการ หนูไม่อยากทำอะไรแบบนั้น!”

 

มาดามซูเริ่มโกรธแล้ว น้ำเสียงของเธอเริ่มดังขึ้น “ช่วยคิดให้มันรอบคอบหน่อยจะได้ไหม รู้หรือเปล่าว่าในอดีต หญิงที่มีเกียรติและชื่อเสียงมากมายขนาดไหนที่ใฝ่ฝันจะเป็นเหมือนกับเจ้าที่เพียงแค่ชี้นิ้ว ก็สามารถเลือกรุ่นเยาว์ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้สืบทอดผู้นำตระกูลคนต่อไปได้เลยตรงๆ เท่านี้ยังไม่พอใจอีกหรือ?”

 

“และเมื่อเวลานั้นมาถึง ตระกูลซูของเราก็จะเป็นหนึ่งในเก้าตระกูลใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุด!”

 

“ไม่ใช่นะ! ท่านแม่กำลังตกอยู่ในความลุ่มหลง อำนาจและอิทธิพลเหล่านั้นน่ะ มันไม่มีจริงหรอก ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตาไม่อาจเชื่อถือได้!”

 

ซูเซี่ยเอ๋อส่ายหัวและกล่าวต่อ “ตัวท่านแม่น่ะไม่มีพรสวรรค์ใดๆเลย นอกเสียจากการคาดคำนวณแผนการไปวันๆ พลังยุทธของท่านแม่ยิ่งแล้วใหญ่ ท่านปู่เลยลังเลใจว่าสุดท้ายจะมอบผู้นำตระกูลให้กับท่านพ่อท่านแม่ดีหรือไม่”

 

มาดามซูยิ้มออกมาด้วยความจองหอง “ลังเลแล้วมันจะทำไม น่าเสียดายที่ตระกูลของเรา มีเพียงพ่อของเจ้าคนเดียวเท่านั้นที่เหมาะสม แม้ว่าพวกอาวุโสต้องการจะเปลี่ยนกิ่งก้านลำดับวงศ์ตระกูล เพื่อหาคนอื่นมาสืบทอดตำแหน่งผู้นำแทน มันก็สายเกินไปอยู่ดี”

 

ซูเซี่ยเอ๋อพยักหน้า ถอนหายใจออกมา “ในเรื่องนี้ ท่านแม่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว”

 

“ลืมมันเถอะ หนูขอตัวไปหาท่านปู่ก่อนนะ”

 

ซูเซี่ยเอ๋อละเลยเสียงตะโกนไล่หลังของมาดามซูอย่างสิ้นเชิง และเดินออกจากเวทีฝึกซ้อมไป

 

เธอเดินผ่านลานกว้าง ข้ามผ่านห้องโถงเต้นรำและฝูงชนที่จอแจ โดยไม่แยแสหนุ่มรุ่นเยาว์ที่เข้ามาพูดคุยเลยแม้แต่น้อย

 

“พี่สาว นั่นพี่กำลังจะไปไหนน่ะ?”

 

ชายคนหนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามา และคว้าจับข้อมือของเธอเอาไว้

 

ซูเซี่ยเอ๋อหันไปมอง และพบว่าจริงๆแล้วเขานายหนุ่มสองแห่งตระกูลซู – ซูเหวิน

 

“ฉันจะไปหาท่านปู่ ยิ่งไปกว่านั้นในสถานที่แบบนี้ พฤติกรรมที่นายทำมันดูไม่เหมาะสมนะ ไม่รู้รึไง?”ซูเซี่ยเอ๋อขมวดคิ้ว

 

ซูเหวินผละมือออก เผยรอยยิ้มขอโทษ “ก็พี่ไม่ยอมปรากฏตัวออกมาซะที ผมมีเพื่อนดีๆอีกตั้งหลายคนที่อยากจะทำความรู้จักกับพี่อยู่นะ”

 

เขายกนิ้วโป้งชี้ไปยังเบื้องหลัง ที่ๆนายน้อยชนชั้นสูงหลายคนกำลังยืนอยู่

 

“เห็นนั่นไหม ทุกคนมากับผม แต่จริงๆแล้วทั้งหมดต้องการที่จะมาหาพี่ พี่ช่วยไปพูดคุย ..”

 

“ไว้ก่อนนะ ฉันยังมีอะไรบางอย่างที่จะต้องไปทำอยู่”

 

ซูเซี่ยเอ๋อหันไปอีกทางและเตรียมที่จะเดินจากไป

 

“‘การปฏิเสธที่จะลิ้มลองขนมปัง ระวังจะถูกบังคับให้ดื่มกินสุราที่ไม่ถูกใจ’ นะพี่สาว” สองมือของซูเหวินล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง พยายามเอ่ยกล่าวอย่างใจเย็น ในหัวฟุ้งไปด้วยความคิด “ได้ยินมาว่าพี่สาวสนใจเจ้าคนยากไร้น่าสงสารคนหนึ่งอยู่นี่นา ถ้าพี่เดินจากไปเฉยๆ ผมจะส่งคนไปประเคนสาวๆให้กับมันจนมันอาจจะระเริงรักลืมพี่ไปเลยก็ได้นะ”

 

ซูเซี่ยเอ๋อหยุดฝีเท้า

 

เธอค่อยๆหันกลับไปมองน้องชายในสายเลือดอย่างช้าๆ

 

ซูเหวินหันกลับไปผงกหัวให้กับกลุ่มเพื่อนๆของเขา หลายคนในนั้นหัวเราะคิกคักออกมาและยกนิ้วโป้งให้แก่เขาทันที

 

“ไปกันเถอะพี่สาว มากับผม”

 

ซูเหวินหันหลัง เดินออกไปได้สองก้าว

 

ทว่าซูเซี่ยเอ๋อกลับยังคงเงียบ มิได้เคลื่อนไหวใดๆ

 

ซูเหวินที่เดิมเป็นคนที่มีความอดทนต่ำอยู่แล้ว เริ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เขาหันกลับมาและกล่าว “มันก็เหมือนกับครั้งก่อนๆนั่นแหละ พี่ก็แค่ไปทักทาย แล้วเต้นรำกับพวกเขาไม่กี่เพลงก็เท่านั้นเอง นี่พี่ยังมัวลังเลใจอะไรอยู่อีก?”

 

ซูเซี่ยเอ๋อยังคงนิ่ง

 

เธอเอื้อมมือออกมา แล้วจู่ๆก็วางมันลงบนหัวตัวเอง

 

-เธอกำลังทำท่าทีเลียนแบบคนๆหนึ่ง ที่เคยแตะลงบนหัวเธอเบาๆ และส่งผ่านความอบอุ่นอันอ่อนโยนลงมา

 

“แปลกจัง ไม่ว่าจะแม่หรือนาย คนอื่นๆก็เป็นเหมือนกันหมด”

 

ซูเซี่ยเอ๋อกล่าวขึ้นในทันใด

 

เธอเอาแต่ส่ายหัวราวกับว่ากำลังปฏิเสธอะไรบางอย่าง

 

“คำก็ยากจน อีกคำก็ยากไร้น่าสงสาร นี่คิดจะใช้เขามาข่มขู่ฉันไปถึงเมื่อไหร่กัน? ทำไมถึงทำแบบนี้ พวกเราไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันรึไง?”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของซูเหวินได้จางหายไป เขาหันไปส่งสัญญาณมือให้ผู้ติดตามที่อยู่เบื้องหลังแทน

 

และผู้ติดตามคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาทันที

 

“ครับนายน้อย?”

 

“เฮ้อ งั้นคงต้องใช้วิธีที่พูดกันไว้แล้วล่ะ พาสาวๆซัก 3 คน .. ไม่สิสัก 10 คน ไปประเคนให้ไอ้หมอนั่นซะ จองโรงแรมดีๆให้มันด้วย เผื่อมันไม่มีเงินจ่าย!”

 

ซูเหวินหันกลับมามองซูเซี่ยเอ๋อ “ระหว่างนี้พี่ยังพอจะเปลี่ยนใจได้ทันนะ จะยอมไปพบกับเพื่อนๆของผมได้รึยัง”

 

ซูเซี่ยเอ๋อชะงักงัน เอ่ยถามออกไป “น้องชาย คิดหรือว่าจะสามารถบังคับฉันได้?”

 

“ไม่หรอก แต่เป็นพี่ต่างหากที่กำลังบังคับผมให้ต้องทำแบบนี้” ซูเหวินกล่าวด้วยรอยยิ้ม ราวกับว่าตั๋วแห่งชัยชนะอยู่ในกำมือของเขาเรียบร้อยแล้ว “รีบไปซะ จัดการในทันที”

 

ผู้ติดตามขานรับ เตรียมที่จะก้าวเดินจากไป ทว่าในตอนนั้นเอง

 

“สวบ!”

 

เสียงนี้กังวานไปทั่วทั้งบริเวณ พื้นสีขาวบริสุทธิ์ บัดนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยเลือดที่สาดกระเซ็น สีที่ตัดกันอย่างชัดเจน ยิ่งหนุนเสริมศิลปะแห่งเลือดตรงหน้าให้ดูเด่นชัด

 

ห้องโถงของตระกูลซูที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ผ่านการใช้งานโดยทุกเพศทุกวัยมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และไม่เคยปรากฏถึงสิ่งสกปรกหรือคราบเปื้อนใดๆเลยมาก่อนเลย บัดนี้ บนพื้นของมันถูกแช่ไปด้วยเลือดสีแดงสด

 

ปรากฏหลุมขนาดใหญ่บนหน้าอกของผู้ติดตาม เขาล้มลงกับพื้นและเสียชีวิตทันที

 

ฉากงานเลี้ยงเต้นรำเริ่มปรากฏเสียงกรีดร้องดังขึ้น

 

ซูเซี่ยเอ๋อถอนมือกลับ หลั่งน้ำตาร่ำไห้อย่างเงียบๆ

 

“ทำไมนายต้องบังคับฉันด้วย?” สองตาหุบลง ปากเอ่ยกล่าวน้ำเสียงที่เบาราวกับกำลังกระซิบออกมา

 

ซูเหวินยืนโง่งมอยู่ในจุดเดิมทั้งๆอย่างนั้น

 

เขาไม่เคยเห็นพี่สาวของเขาทำอะไรเช่นนี้ และยังรู้อีกด้วยว่าพี่สาวไม่เคยกระทั่งฆ่าสังหารสิ่งมีชีวิตใดมาก่อน

 

ทว่าตอนนี้ เธอกลับได้ฆ่าคน .. ฆ่าคน!  ฆ่าต่อหน้าสาธารณชนกลุ่มใหญ่

 

ซูเซี่ยเอ๋อยกสองมือขึ้นกุมหน้า ร่ำไห้อย่างเงียบๆจนผ่านไปครู่หนึ่ง

 

เธอจึงหยุดร้องไห้ ผละสองมือออก ใบหน้าที่สวยสดงดงามทว่ามีบางส่วนถูกแต่งแต้มไปด้วยเลือดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บัดนี้ในแววตาของหญิงสาวมันกลับปราศซึ่งความโศกเศร้าอีกต่อไป

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...