ตอนที่แล้วหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.199 - ลอบสังหาร
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.201 - โปรดให้แสงสว่างแก่พวกเรา

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.200 – องค์จักรพรรดินี

 

กู่ฉิงซานพบกับซางหยิงฮ่าวระหว่างทาง ทั้งสองจึงเดินกลับลงมาด้วยกัน

 

“ท่านประธานาธิบดีเป็นยังไงบ้าง” ซางหยิงฮ่าวเอ่ยถาม

 

“ท่านสบายดี”

 

ซางหยิงฮ่าวผ่อนคลายลง ปากเอ่ยถาม “ว่าแต่นายเถอะ ไปมีเทคนิคเทียนซวนแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

 

“นี่นายกำลังหมายถึงอะไร?” กู่ฉิงซานงง

 

“ก็หลังจากที่นายกระแทกกระจกออกไป ตัวนายก็หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะบินขึ้นไปทั้งๆอย่างนั้นเลยไง” ซางหยิงฮ่าวกล่าว

 

“นั่นไม่ใช่การบินหรอก มันเป็นแค่ทักษะที่ทำให้ลอยได้ก็เท่านั้นเอง”

 

“นั่นเรียกว่าทักษะอย่างงั้นหรอ? รู้อะไรไหมในตอนที่ฉันอายุสามขวบน่ะ–”

 

“มันเป็นทักษะจริงๆ – แต่ถ้าหากนายต้องการจะเรียนรู้มัน ฉันสามารถสอนนายได้”

 

“เอาจริงดิ? แน่นอน ฉันอยากจะเรียนรู้มัน! อยากจะลองบินดู!”

 

“มันอาจจะใช้เวลาค่อนข้างนานนะ กว่านายจะสามารถทำแบบฉันได้”

 

“ไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน ตราบใดที่มันสามารถทำให้ฉันบินได้ ฉันก็ยินดีที่จะฝึกฝนมันอย่างเต็มที่” ซางหยิงฮ่าวโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น

 

“เห็นท่าทีของนายแล้ว มันก็ช่วยย้ำเตือนฉันได้อย่างนึง ว่านี่อาจจะเป็นจุดขายสำหรับเกมสตาร์การ์เดี้ยนของพวกเราเลยก็ได้”

 

ทั้งสองกลับไปยังห้องรับรองขนาดเล็ก

 

แอนนาทักทายและเอ่ยถาม “เป็นยังไงบ้าง ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?”

 

“มีคนทำการลอบสังหารประธานาธิบดี แต่พวกเขาล้มเหลว”

 

“โล่งอกไปที แล้วตอนนี้พวกเราจะเอายังไงกันต่อ?”

 

“พวกเราคงต้องรอท่านประธานาธิบดีกันก่อน เขาบอกว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องคุยกับฉัน ไว้พวกเราคุยกันเสร็จ แล้วก็ค่อยออกไป”

 

“เข้าใจแล้ว”

 

มองไปยังท่าทีและคำพูดของแอนนาที่ดูลังเล กู่ฉิงซานก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “มีเรื่องกังวลใจอะไรหรือเปล่า? เธอสามารถพูดมันออกมาได้เลยนะ”

 

“ก่อนที่เราจะไป นายกับฉันช่วยไปพบองค์จักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งฟูซีด้วยกันหน่อยจะได้ไหม” แอนนาเอ่ยปากถาม

 

กู่ฉิงซานนิ่งงันไป ในหัวเริ่มขบคิด

 

แอนนาพึ่งได้รับการคุ้มครองจากสาธารณรัฐฟูซี และทางฟูซีก็ยังได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการไปแล้วด้วย แต่จู่ๆเธอดันกลับจะขอปลีกตัวออกจากการคุ้มครองที่ว่านั่น นี่มันไม่แตกต่างไปจากการตบหน้าฟูซีเลยแม้แต่น้อย

 

หากไม่จัดการเรื่องนี้ให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง มันคงจะมีปัญหาใหญ่ตามมา

 

“ไม่มีปัญหา งั้นพวกเราก็ไปกันเลยเถอะ” กู่ฉิงซานกล่าว

 

แอนนามองเขา และอีกฝ่ายก็ส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นสวนกลับมา

 

ไม่กี่นาทีต่อมา กู่ฉิงซานก็ตามแอนนาไปพบกับจักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งฟูซี

 

ศูนย์ประชุมนานาชาติแห่งรัฐบาลกลางเป็นอาคารรูปทรงไข่ พื้นที่ใจกลางเป็นส่วนเปิดโล่ง มันเป็นลานสนามหญ้าที่คราคร่ำไปด้วยต้นไม้เก่าแก่นานาพันธ์มากมาย

 

จักรพรรดิแห่งฟูซีมิได้พำนักอยู่ในโรงแรมฟรีฮอลิเดย์ แต่กลับเลือกที่จะตั้งแคมป์อยู่ที่นี่

 

โดยที่ตัวเขาให้เหตุผลว่า ‘คำว่าฟรีที่แปลตรงตัวว่าอิสระภาพน่ะมันเป็นสิ่งไม่ดีและน่ารังเกียจ’

 

อิสระภาพหมายถึงประเทศที่ไร้ซึ่งการควบคุม

 

ประชาชนทั่วไปจะเปรียบดั่งฝูงแกะ ที่ไม่รู้ตัวว่าพวกเขาสมควรจะก้าวเดินไปในทิศทางไหน

 

และหากคุณปล่อยให้แกะแต่ละตัวได้รับอิสระภาพ ให้มันตัดสินใจด้วยตัวเองแล้วล่ะก็ ฝูงแกะย่อมแตกตัวกระจัดกระจายกันออกไป

 

ดังนั้นราชวงศ์ของฟูซีจึงรับหน้าที่เป็นคนเลี้ยงฝูงแกะ

 

สามารถต้อนหรือนำทางพวกมันไปยังทิศทางที่กำหนดเอาไว้ได้ และปกป้องฝูงจากภัยคุกคามต่างๆ จนก่อกำเนิดความเจริญรุ่งเรืองขึ้นตามมาในภายหลังดังเช่นปัจจุบันนี้

 

ดังนั้นคำว่า ‘เสรีภาพ’ จึงเปรียบดั่งการถูกห่อหุ้มอยู่ภายใต้เสื้อคลุมที่แฝงไปด้วยเจตนาอันชั่วร้ายและภยันตรายอันใหญ่หลวง

 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่องค์จักรพรรดิมิยินยอมพำนักในโรงแรมฟรีฮอลิเดย์

 

จักรพรรดิและจักรพรรดินีแห่งฟูซีได้นำผู้ติดตามมาด้วยกว่า 1000 คน ดังนั้นเต็นท์ขนาดใหญ่หลายแห่งจึงถูกตั้งขึ้นบนสนามหญ้าภายในพื้นที่เปิดโล่งของศูนย์ประชุม

 

เมื่อกู่ฉิงซานและแอนนามาถึง ปาร์ตี้เต้นรำก็กำลังแสดงอยู่พอดี

 

ท่วงทำนองดนตรีอันน่าหลงใหล ขับคลอไปตามห้วงจังหวะ ดังขึ้นไม่เว้นว่างโดยไม่มีการหยุดชะงัก

 

ภายในเต็นท์ขนาดใหญ่ มีใครบางคนกำลังแสดงโชว์พ่นไฟ ขณะที่คณะมหรสพก็กำลังแสดงโชว์เช่นกัน ประกอบด้วย 80 นักเต้น และ 16 ผู้บรรเลงท่วงทำนองด้วยเครื่องดนตรีหลากชนิด ทั้งหมดพยายามแสดงตามบทบาทหน้าที่ที่ตนเองได้รับอย่างดีที่สุด

 

“ด้านในนั้น” แอนนาชี้ยังไปทิศทางหนึ่ง

 

กู่ฉิงซานมองตามนิ้วของเธอ และสายตาของเขาก็กระทบกับร่างของหนึ่งชายหนึ่งหญิงที่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน ฉากตรงหน้านี้แลดูคล้ายกับ ดวงจันทร์ที่ถูกรายล้อมรอบด้วยดวงดารา

 

ฝ่ายชายสวมเสื้อคลุมขนาดใหญ่ บนศีรษะสวมมงกฏสิบสองแฉกที่สร้างทองคำบริสุทธิ์ดูหรูหรา ขณะที่ใจกลางของมันฝังอัญมณีสีสันสดใสเอาไว้

 

เขาถือคทาเอาไว้ในมือ และมันก็ถูกหลอมสร้างขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์เช่นกัน บนหัวคทาถูกแกะสลักไว้ด้วยรูปทรงศีรษะของมนุษย์ โดยหันวิสัยทัศน์ของมันให้มองออกไปยังเบื้องหน้า

 

และศีรษะที่ว่านี้ กล่าวกันว่าเป็นศีรษะของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐฟูซี

 

เมื่อจักรพรรรดิผู้ก่อตั้งสิ้นพระชนลง เขาได้ทำการร้องขอให้นำหัวกะโหลกของตนไปไว้ในคทา ทำการชุบด้วยทองคำจากภายนอก และแกะสลักยึดติดมันเอาไว้ในส่วนบน เพื่อทำการส่งต่อไปยังกษัตริย์องค์ต่อไป

 

ความหมายของมันก็คือ แม้ว่าเขาจะสิ้นพระชนลงไปแล้ว แต่เขาก็จะยังคงคอยเฝ้าดูลูกๆหลานๆของเขา ว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะขึ้นเป็นจักรพรรรดิหรือไม่

 

นี่เป็นคทาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีในจักรวรรดิฟูซี

 

ชายภายใต้มงกุฏแม้จะมีเครื่องหน้าที่แลดูธรรมดา ทว่าหากเขาถอดมงกุฏออกไปแล้วไปเดินอยู่ท่ามกลางฝูงชน ท่านก็จะสามารถพบตัวเขาได้อย่างรวดเร็ว

 

เพราะคนปกติธรรมดาทั่วไปย่อมมิสามารถเลียนแบบสีหน้าเฉยเมยบนใบหน้าของเขาได้

 

แม้ว่าบริเวณโดยรอบเต็นท์จะเต็มไปด้วยเสียงเพลงที่รื่นรมย์ของผู้คน แต่ใบหน้าของชายคนนี้ก็ยังคงสงบนิ่ง

 

เขานั่งอยู่ในท่วงท่าที่ไม่เป็นทางการ แต่ให้ความรู้สึกราวกับเขากำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ไร้ผู้ใดเกินเอื้อม มิอาจถูกล่อลวงหรือกระตุ้นโดยผู้ใดโดยง่าย

 

จักรพรรดินีนั่งอยู่ข้างๆ ลงมือปอกเปลือกผลไม้ให้แก่เขาด้วยตัวเอง ปากเอ่ยกล่าวถึงเรื่องราวของรัฐบาลกลางและบางครั้งก็เบนสายตาขึ้นไปมองสีหน้าของเขา

 

รอบกายทั้งสองมิมีใครกล้าเข้าไปนั่งใกล้

 

ผู้คนที่ยืนอยู่โดยรอบต่างโค้งหัวลง ฝืนรอยยิ้มประจบสอพลอ หรือไม่ก็นั่งคุกเข่าลงบนพื้นดิน

 

กู่ฉิงซานกับแอนนาเดินเข้าไปหาจักรพรรดิและจักรพรรดินี

 

“สาธารณรัฐฟูซี พึ่งประกาศที่จะให้ที่หลบภัยแก่ฉัน แต่ฉันกลับเลือกที่จะจากพวกเขาไป ฝ่าบาทจะต้องโกรธมากแน่ๆเลย และท่านป้าก็คงจะรู้สึกไม่ดี” แอนนากระซิบเสียงต่ำ

 

ท่านป้าของแอนนาที่ว่า คือราชินีแห่งฟูซี

 

“แล้วสิ่งที่ฉันต้องทำมันคืออะไรกันล่ะ” กู่ฉิงซานถาม

 

“ฉันต้องการใช้วิธีการที่ง่ายที่สุด จัดการสิ่งต่างๆให้มันถูกต้อง แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ต้องได้รับการช่วยเหลือจากนาย” แอนนามองเขา

 

“แน่นอนว่าฉันจะช่วยเธอ” กู่ฉิงซานกล่าวอย่างไม่ลังเล

 

“ถ้าอย่างนั้น … ” แอนนากัดริมฝีปากของเธอ “ถือซะว่านี่เป็นราคาที่นายจะต้องจ่ายเพื่อให้ฉันเข้าร่วมทีมก็แล้วกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนายต้องฟังฉัน และทำตามนะ อย่าทำลายบรรยากาศดีๆซะล่ะ”

 

“ไม่มีปัญหา” กู่ฉิงซานรับคำ

 

เรื่องราวอะไรพวกนี้ เป็นสิ่งที่เขายังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง

 

จักรวรรดิแห่งฟูซีให้ความใส่ใจกับทางการทูตเป็นอย่างมาก เขาป็นคนที่รักในศักดิ์ศรี แอนนาไม่เพียงเป็นแค่ผู้ขอลี้ภัยธรรมดาๆ แต่ยังเกี่ยวพันธ์ทางสายเลือดกับจักรพรรดินีอีกด้วย ทุกด้านทุกแง่มุมมีความซับซ้อน ใครที่ยังไม่เข้าใจมันอย่างถ่องแท้มิสมควรกระทำสิ่งใดโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

สรุปแล้วมันคงจะเป็นการดีกว่าที่จะให้แอนนาเป็นคนจัดการกับเรื่องนี้

 

ขณะที่เขากำลังคิดนั้นเอง จู่ๆมือเล็กๆที่บอบบางและอบอุ่นก็คว้าจับมือของเขาเอาไว้

 

แอนนาจูงมือเขาเดินผ่านฝูงชนและตรงไปยังจักรพรรดินีแห่งฟูซี

 

ขณะนี้ทุกสิ่งโดยรอบดูจะแตกต่างไปจากเดิม

 

ยามที่แอนนาจับมือเขา แม้ว่าเพลงยังคงบรรเลงอยู่ ทว่าผู้บรรเลงกับเหล่านักเต้นทุกคนกลับล็อคสายตามายังเขาแทบจะในทันที

 

ทั้งสองดูราวกับนายแบบนางแบบที่กำลังเดินอยู่บนแคทวอล์ก และการแสดงทั้งหมดก็เต็มไปด้วยฝูงชนที่กำลังเก็บทุกรายละเอียดของทั้งสอง

 

ย่อมเป็นธรรมดาที่องค์จักรพรรดิจะสังเกตเห็นถึงฉากนี้

 

เขาขมวดคิ้วและมองไปยังกู่ฉิงซาน

 

ทันทีที่สายตาของจักรพรรดิเบนทิศทางออกไป จักรพรรดินีก็สังเกตเห็นว่าบรรยากาศมันไม่ถูกต้อง คู่ดวงตาอันงดงามของเธอก็เลื่อนออกไป ก่อนจะตกลงบนร่างของกู่ฉิงซาน

 

เธอดูจะประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็เลือกที่จะพยักหน้าพอเป็นพิธีและทักทายทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

 

แอนนาจูงกู่ฉิงซานเดินมาตลอดทาง และผู้คนก็แยกออกเป็นสองฟากฝั่ง เปิดทางให้พวกเขา ตรงเข้าไปหาองค์จักรพรรดิและจักรพรรดินี

 

แอนนาดันตัวกู่ฉิงซานมาหยุดลงเบื้องหน้าทั้งสอง ก่อนจะโค้งคำนับตามพิธีและเอ่ยปาก “องค์จักรพรรดิ องค์จักรพรรดินี นี่คือคนรักของข้า”

 

นอกเสียจากนักดนตรีและนักเต้นที่ยังไม่หยุดทำหน้าที่ของตน คนที่เหลืออดไม่ได้ที่จะชะงักงัน ละทิ้งทุกการกระทำของพวกเขา

 

ผู้คนไม่อาจแกล้งฝืนทนทำเป็นไม่สนใจได้อีกต่อไป ดวงตาของพวกเขากวาดลงไปยังกู่ฉิงซาน ราวกับต้องการเจาะทะลุทะลวงเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย

 

นี่คือคนรักของแอนนา

 

องค์หญิงแห่งจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์ แอนนา เมดิซี มีแฟนแล้ว!

 

จักรพรรรดิยังคงนั่งนิ่ง มิได้ขยับกายใดๆ

 

จักรพรรรดินีมองดูพระสวามีของตน เม้มริมฝีปากขึ้นราวกับอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็ยังอดทนไม่พูดมันออกมา

 

เมื่อเห็นว่าคิ้วขององค์จักรพรรรดิกำลังปรากฏรอยยับย่นมากขึ้น แลมิได้เปล่งเสียงออกมาแม้เพียงน้อย แต่ทว่าความหมายที่สื่อออกมากลับชัดเจน แอนนาจึงรีบเอ่ยเสริมอีกประโยคหนึ่งอย่างรวดเร็ว

 

“โอ้ใช่สิ เขาเรียกว่า กู่ฉิงซาน”

 

“กู่ … ฉิงซาน?”

 

จู่ๆองค์จักรพรรรดิก็เอ่ยปากออกไปอย่างฉับพลัน ราวกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง

 

“ชื่อนี้ช่างฟังดูคุ้นเคยนัก”

 

เขาเบนสายตาไปยังรัฐมนตรีที่อยู่ใกล้ๆ

 

รัฐมนตรีหันมามองกู่ฉิงซาน ก่อนจะพยักหน้าและกล่าว “ถูกต้องแล้วขอรับ เป็นเขาแน่ๆ นักวิทยาศาสตร์หุ่นรบแห่งรัฐบาลกลาง ผู้สรรสร้างเทคโนโลยีเกราะรบขับเคลื่อนรุ่นใหม่ ผู้คนพบไวรัสผีดิบกินคนและผีดิบนักฆ่าเป็นคนแรก นอกจากนี้ยังเป็นศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยกั่วฟาง แม้ว่าอย่างหลังเขาจะยังไม่ยอมไปรายงานตัวก็ตามที”

 

“หืม? เจ้าถูกจ้างเป็นศาสตราจารย์แล้วมิใช่หรือ เหตุใดจึงยังไม่ไปสอนในมหาวิทยาลัยกั่วฟางแห่งรัฐบาลกลางอีกเล่า?” องค์จักรพรรรดิมองมายังกู่ฉิงซานและเอ่ยถาม

 

“นั่นเพราะกระหม่อนยังมีหลายสิ่งที่จะต้องทำในเวลานี้ และยังไม่มีเวลาว่างพอที่จะไป” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“ไม่ว่างกระนั้นหรือ?” องค์จักรพรรรดิหันไปมองแอนนา

 

แอนนาเงยหน้าขึ้น สบตามองกับดวงตาสีขาวขุ่นของอีกฝ่าย ราวกับว่าเธอกำลังจะถามไถ่ออกไปว่า ‘เขาจะว่างไม่ว่างแล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับฉัน’

 

แต่ด้วยนิสัยของเธอที่เป็นที่รู้จักกันดี ชอบลงมือก่อนที่จะคิดเป็นประจำ มันเลยเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่าสิ่งที่กู่ฉิงซานกล่าวว่าไม่ว่างนั้นคืออะไร

 

“เจ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นข้าขอถามเจ้า รัฐบาลกลางกับฟูซี สองมหาประเทศเหล่านี้ ประเทศใดกันที่กำลังพัฒนาไปในทางที่ดีกว่า” องค์ราชาถามต่อเนื่อง

 

แอนนาค่อนข้างประหม่าเล็กน้อย

 

เธอไม่คาดหวังว่าองค์จักพรรดิจู่ๆจะกล่าวถ้อยคำก้าวร้าว ดั่งคมมีดที่กรีดแทงขึ้นมาเช่นนี้

 

เธอจับมือของกู่ฉิงซาน และพยายามที่จะเงยหน้ายืนขึ้นเพื่อพูดอะไรบางอย่าง แต่กู่ฉิงซานกลับบีบมือของเธอเอาไว้ และส่งสัญญาณว่าไม่ต้อง

 

“ฟูซี ดูจะพัฒนาไปได้ช้ากว่า” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“โห? เพราะเหตุใดกัน?” องค์ราชาเผยให้เห็นถึงท่าทีสนใจออกมา

 

ลักษณะท่าทีของเจ้าหนูนี่ ดูไม่เหมือนกับคนที่ชอบพูดจาเสแสร้ง ประจบประแจง หรือยกยอตัวเองเลย

 

“อ้างอิงตามข้อมูลการพัฒนาที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา”  กู่ฉิงซานกล่าวอย่างง่ายๆ

 

“เจ้านักวิทยาศาสตร์ นี่หมายความว่าเจ้าดูเพียงแค่ข้อมูลเท่านั้นใช่ไหม? ณ เวลานี้ มิใช่ว่าเจ้าควรแก้ต่างให้ประเทศข้า และกล่าวว่าทั้งสองประเทศคล้ายคลึงกันหรอกหรือ?”

 

องค์จักรพรรดิทรงไม่พอใจกับคำตอบนี้เป็นอย่างมาก และเอ่ยถามออกไป

 

“ความสำคัญของการมีอยู่ของวิทยาศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ คือการเข้าใจถึงความจริงอันชัดแจ้งของโลก ไม่ใช้การไว้หน้าใคร” กู่ฉิงซานตอบกลับไป

 

คิ้วที่ขมวดจนยับย่นของจักรพรรดิก็พลันคลายลงอย่างกระทันหัน สีหน้าเย็นชาของเขาก็จางหายไป พร้อมกับปรากฏถึงร่องรอยความสุขเล็กน้อยในแววตา

 

และทันใดนั้นจู่ๆเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

เสียงหัวเราะของเขาทำให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที สายลมอันอ่อนโยนและอบอุ่นเริ่มไหลผ่าน ขับคลอไปด้วยท่วงทำนองของเสียงเพลง และเสียงหัวเราะดังกึกก้อง

 

องค์จักรพรรรดิหันไปมองราชินีของตน

 

“ท่านสนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้กระนั้นหรือ?” ราชินีกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม

 

“เอ้อ ไม่ใช่แค่เรื่องน่าสนใจอย่างเดียว กระทั่งตัวข้าคิดกดดันเขา มันกลับไม่ง่ายเลย” สายตาขององค์จักรพรรรดิติดตรึงอยู่กับร่างของกู่ฉิงซาน ราวกับว่าเขากำลังเฝ้ามองดูชุดเกราะรบขับเคลื่อนชั้นยอดอยู่ก็มิปาน

 

เขาพึงพอใจเป็นอย่างมากกับทัศนคติของชายหนุ่มผู้นี้

 

นักวิทยาศาสตร์สมควรจะความคิดเช่นนี้ มิใช่เบนความสนใจของตนไปยังสิ่งอื่นที่มิได้สำคัญอันใด

 

รัฐบาลกลางได้กดดันฟูซีโดยเทพธิดากงเจิ้งมานานหลายทศวรรษแล้ว และตอนนี้การที่ฟูซีจะไล่ตามรัฐบาลกลางที่พึ่งได้ครอบครองเทคโนโลยีหุ่นรบรุ่นล่าสุดอยู่มันนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

 

ตามชุดข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เกราะรบที่ว่านี้เป็นเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำฟูซีไปกว่า 15ปี

 

และสิ่งที่กล่าวมานี้ ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยชายหนุ่มเบื้องหน้าเขา

 

แต่เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีความสัมพันธ์อันดีกับแอนนามาก

 

“อย่างที่เจ้าเอ่ยกล่าวจริงๆ ศาสตราจารย์พิเศษแห่งมหาวิทยาลัยกั่วฟาง มันไม่น่าสนใจที่พอที่จะให้เจ้าไปประจำการ ถูกต้องไหม”

 

จักรพรรดิมองไปยังกู่ฉิงซาน ปากเอ่ยกล่าวอย่างช้าๆ  “หากเป็นเช่นนั้น มันจะดีกว่าไหม ถ้าเจ้าย้ายมาอยู่กับสาธารณรัฐฟูซี ข้าจะให้เงินเดือนและชื่อเสียงเกียรติยศเทียบเท่ากับหัวหน้านักวิทยาศาสตร์แห่งสาธารณรัฐ เทียบเปรียบกับตำแหน่งศาสตราจารย์แล้ว มันจะกลายเป็นเพียงตำแหน่งเล็กจ้อยไปเลย”

 

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...