ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 133 : ยันต์ผลาญเงิน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 135 : ภาพเหมือนของบารอน

ราชันย์เร้นลับ 134 : นานกว่าหนึ่งนาที

 

    ในที่สุด…

 

    หัวหน้า ผมรอคำตอบนี้มานานแล้ว

 

    ไคลน์รีบผงกศีรษะหงึกหงัก

 

    “ใช่ครับ ผมรู้สึกดีขึ้นหลังจากแวะสโมสรพยากรณ์ และมั่นใจอย่างมากว่า หากเข้ารับการ

ทดสอบจากวิหารศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ ตัวผมสามารถสอบผ่านได้อย่างไม่ยากเย็น

 

    “อธิบายไม่ถูกเหมือนกันครับ มันเป็นความมั่นใจที่เอ่อล้นจากร่างกาย”

 

    เมื่อตระหนักว่าคำพูดของตนยังค่อนข้างคลุมเครือ ชายหนุ่มรีบเสริม

 

    “บางที ชื่อของโอสถอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะนับตั้งแต่ผมสวมบทบาทเป็นนักทำนายตาม

ชื่อ และปฏิบัติตัวให้อยู่ในกรอบกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวดูราบรื่นไป

เสียหมด

 

    “ปัจจุบัน ผมสามารถเปลี่ยนวิธีเปิดใช้เนตรวิญญาณให้ไม่เป็นที่ผิดสังเกตของคนรอบข้างได้

แล้ว”

 

    ดันน์พลันขมวดคิ้ว มันรีบก้มศีรษะลงพร้อมกับทำสีหน้าครุ่นคิด

    “ชื่อของโอสถ…”

 

    ผ่านไปราวสิบวินาทีจึงเงยหน้ามองไคลน์

 

    “คุณต้องการกลับไปแจ้งครอบครัวก่อนไหม เพราะอันที่จริง วันอาทิตย์ช่วงบ่ายถึงเย็นเป็น

เวลาพักผ่อนของคุณ หลังจากจ้องเข้าเวรเฝ้าประตูยานิสตลอดทั้งคืน”

 

    เมื่อคำนึงถึงเรื่องที่อลิซาเบธเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาว รวมถึงคำมั่นสัญญา ว่าจะช่วย

สะสางปัญหาให้เธอภายในหนึ่งสัปดาห์

 

    ไคลน์รีบตอบโดยไม่ลังเล

 

    “พวกเราไม่ควรเสียเวลามากกว่านี้ ให้รถม้าอ้อมไปถนนดารารัตน์ดีกว่าครับ”

 

    “ตกลง คุณไปแจ้งเรื่องกับฟราย ส่วนผมต้องเขียนเอกสารเบิกใช้งาน 3-0782 ก่อน”

 

    ดันน์พูดพลางชี้นิ้วไปยังห้องฝั่งตรงข้ามในแนวทแยง

 

    ฟรายเป็นผู้เก็บซากศพ เรี่ยวแรงของมันมิได้เหลือเฟือตลอดทั้งวันเหมือนผู้ไร้หลับ จึงต้องหา

โอกาสงีบทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่าง

 

    

เขียนเอกสารเอง

 

    เซ็นอนุมัติเอง

 

    และเดินไปหยิบสิ่งของด้วยตัวเอง…

 

    หัวหน้าครับ ระบบราการของเหยี่ยวราตรีไม่บกพร่องไปหน่อยหรือ

 

    ไคลน์รำพัน

 

    หลังจากชายหนุ่มเคาะห้องนอนสำหรับเจ้าหน้าที่เหยี่ยวราตรีสามครั้ง ฟรายเปิดประตูออกมา

ด้วยสีหน้าสุดฉงน ปราศจากการปิดบังทางอารมณ์

 

    “มีอะไรหรือ?”

 

    ขณะงีบ มันย่อมไม่ได้หวีผมเผ้า เสื้อผ้ายับย่นหลายจุด แทบไม่หลงเหลือบรรยากาศสุดเย็นชา

ตามปรกติ

 

    ถึงอย่างนั้น ภาพลักษณ์ฟรายก็ไม่ต่างจากคนตายที่เพิ่งคลานออกจากโลงศพ

 

    “มีคดีเกี่ยวกับวิญญาณอาฆาต หัวหน้าต้องการพลังของคุณ”

 

    “ตกลง”

 

    ฟรายเลื่อนมือขึ้นมาสางเส้นผมและจัดระเบียบร่างกายให้เรียบร้อย บรรยากาศเย็นชากึ่งขี้

เก็กกลับมาอีกครั้ง

 

    หลังจากฟรายแต่งตัวเสร็จ สองบุรุษเดินไปนั่งรอที่ห้องรับแขกของบริษัทหนามทมิฬ

บรรยากาศรอบตัวเริ่มอุ่นขึ้นหลังจากผ่านไปราวเจ็ดถึงแปดนาที สาเหตุน่าจะมาจากสงแดด

ยามบ่ายที่ส่องลอดผ่านหน้าต่าง

 

    โดยไม่ปล่อยให้รอนาน ดันน์·สมิทเดินออกจากฉากกั้นพร้อมกับถือตราสัญญาลักษณ์โบราณไว้ใน

มือข้างหนึ่ง ขนาดของมันใหญ่ประมาณครึ่งกำปั้นผู้ใหญ่

 

    ตราดังกล่าวมีสีทองเข้ม กึ่งกลางสลักรูปทองดวงอาทิตย์และสัญญาลักษณ์เส้นตรงลากยาวไป

จนถึงขอบ

 

    ของวิเศษรหัส 3-0782… เดิมที สิ่งนี้เคยเป็นสมบัติของสาธารณรัฐอินทิสมาก่อน

 

    ตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันที่บิดเบือน

 

    สาธารณะรัฐอินทิสถูกจักรพรรดิโรซายเปลี่ยนระบอบการปกครองจากจักรวรรดิเป็น

สาธารณะรัฐ ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นจักรวรรดิในภายหลัง แต่ปัจจุบัน ทางรัฐบาลอินทิสได้เปลี่ยน

กลับเป็นสาธารณรัฐตามเดิม

 

    อินทิสตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของทวีปเหนหือ พรมแดนติดกับอาณาจักรโลเอ็นหลายจุด

เช่นรัฐเลียบทะเลและเทือกเขาโฮนาซิส

 

    นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชาติ ศาสนาหลักของจักรวรรดิอินทิสคือเทพสุริยันเจิดจรัสมาตลอด จน

กระทั่งเทพแห่งช่างฝีมือถือกำเนิดขึ้น โบสถ์สุริยันเจิดจรัสได้พยายามกีดกันโบสถ์แห่งช่างฝีมือ

หนักหน่วงทุกวิถีทาง

 

แต่ความตั้งใจก็ไม่บรรลุผล จนท้ายที่สุด โบสถ์แห่งช่างฝีมืออ้างว่าได้รับสารจากองค์เทพ

โดยตรงและสถาปนาตัวเองกลายเป็นโบสถ์แห่งจักรกลไอน้ำ พร้อมกับเปลี่ยนพระนามศาสดา

เป็นเทพแห่งจักรกลไอน้ำ

 

    อย่างไรตาม ศาสนาหลักประจำชาติยังคงเป็นโบสถ์สุริยันเจิดจรัส ถึงขั้นเรียกขานชาติตัวเอง

ว่า ‘จักรวรรดิแห่งอาทิตย์’

 

    “ได้เวลาออกเดินทางแล้ว ฟราย คงต้องรบกวนคุณช่วยขับรถม้าแล้ว ซีซาร์คงทนผลข้าง

เคียงของ 3-0782 ไม่ไหว”

 

    ดันน์มอบคำสั่งอย่างใจเย็น

 

    ซีซาร์·ฟรานซิสคือเจ้าหน้าที่ฝ่าพลเรือนของเหยี่ยวราตรี คอยดูแลการจัดซื้อจัดเก็บพัสดุเข้า

คลัง ขณะเดียวกันก็รับหน้าที่เป็นพลขับรถม้า

 

    แต่ผลข้างเคียงของ 3-0782 คนธรรมดาไม่สามารถเข้าใกล้ภายในรัศมี 15 เมตรได้นาน

กว่าหนึ่งชั่วโมง

    หากไคลน์เข้าใจผิด จากถนนซุตแลนไปยังหมู่บ้านลามุดต้องใช้เวลาเดินทางร่วมสองชั่วโมง

ครึ่ง ยังไม่นับรวมการอ้อมไปถนนดารารัตน์ก่อน

 

    “ตกลงครับ”

 

    ฟรายไม่คัดค้าน เพียงก้มหน้าตรวจสอบว่าตรหลงลืมอุปกรณำคัญใดหรือไม่

 

    …

 

    ขณะยอดแหลมของวิหารหมู่บ้านถูกฉาบด้วยแสงทองอร่ามจากดวงตะวัน ในที่สุดคณธ

เหยี่ยวราตรีก็เดินทางมาถึงหมู่บ้านลามุด

 

    หมู่บ้านลามุดตั้งอยู่ทางชายขอบฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองทิงเก็น สถาปัตยกรรมของ

อาคารหลายหลังมีลักษณะเก่าแก่คล้ายกับสมัยก่อนยุคไอน้ำ จำนวนโรงงานอุตสาหกรรมแทบไม่

ปรากฏ มีเพียงค้าขายกับหมู่บ้านข้างเคียงเล็กน้อย

 

    เมื่อจอดรถม้า ดันน์เหลือบมองร้านทำผมฝั่งตรงข้ามก่อนจะหันกลับมาพูด

 

    “ผมถามคนในก้องที่มาแล้ว การเดินทางเท้าไปยังซากปราสาทบนภูเขาจะใช้เวลาเพียงสิบห้า

นาที กล่าวกันว่า ที่นั่นเคยเป็นปราสาทของขุนนางในยุคสมัยที่สี่มาก่อน”

 

    “อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครทราบสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น คำอธิบายของชายบ้านเลือนรางราวกับ

เป็นเพียงตำนานท้องถิ่น”

    “ตกลงครับ ถ้าอย่างนั้น พวกเราควรรีบสะสางคดีให้เสร็จก่อนมืด แล้วค่อยกลับมาพักก่อน

ภายในหมู่บ้าน ผลัดเวรกันเฝ้า 3-0782 ให้พ้นการรัศมีชาวบ้านทั่วไป”

 

    ผ่านไปแล้วสามชั่วโมงนับตั้งแต่ดันน์·สมิทหยิบ 3-0782 ออกจากประตูยานิส ขีดจำกัดของผู้

วิเศษคือหกชั่วโมง คงเป็นการดีหากสะสางปัญหาให้เรียบร้อยก่อนครบกำหนด เวลาที่เหลือจะได้

ใช้สลับกันฟื้นฟูร่างกาย

 

    “ตกลง”

 

    ฟรายตอบสั้นห้วน

 

    “ผมไม่คัดค้าน”

 

ไคลน์กล่าวขณะล้วงมือเข้ากระเป๋า มันใช้ปลายนิ้วสัมผัสยันต์หลับใหลและยันต์สยบวิญญาณ

ด้วยสีหน้าประหม่า

 

    เหยี่ยวราตรีสามคนในเสื้อกันลมสีดำ พวกมันเดินตรงไปยังภูเขาโดยใช้ถนนสายหลักของ

หมู่บ้าน เมื่อถึงทางแยก ถนนเส้นใหม่ตรงหน้าถูกปกคลุมด้วยวัชพืชและพุ่มไม้ทึบนานาชาติ แต่

ก็ยังเหลือพื้นที่กว้างพอให้รถม้าสองคันแล่นผ่านพร้อมกัน

 

    เดินเท้าต่อไปไม่นาน ทั้งสามเริ่มมองเห็นกำแพงเสื่อมโทรมด้านนอกปราสาทเก่า ผนังหินยัง

คงสภาพเดิมไว้หลายส่วน พืชสีเขียวปกคลุมเลื้อยชอนไชทั่ว แต่ด้านในเริ่มปรากฏตุดด่างดำของ

การผุผังให้เห็น

 

    เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ไคลน์พลันเย็นสันหลังวาบ เส้นขนผุดตั้งชันทั่วร่าง

 

    “มีวิญญาณอาฆาตอยู่จริง”

 

    ฟรานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยขณะมันยืนเพ่งพิจารณาปราสาทโบราณ

 

    ดันน์ชำเลืองไปด้านข้าง สายตาจ้องมองสมาชิกเหยยี่วราตรีคนล่าสุดซึ่งกำลังยืนตัวสั่น

 

    มันอมยิ้มเล็กน้อย

 

    “ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเรามีทั้ง 3-0782 และฟราย วิญญาณอาฆาตไม่มีทางก่อปัญหารุนแรง

แน่นอน”

 

    มือข้างหนึ่งถือปืนพกสั่งทำพิเศษ ส่วนข้างถือตราศักดิ์สิทธิ์แห่งสุริยันที่บิดเบือน ดันน์ย่าง

กรายไปใกล้ปราสาทโบราณที่คล้ายซากปรักหักพังด้วยมาดสุขุม

 

    ไคลน์เดินตามใกล้ชิดด้านจากหลัง มันเตรียมพร้อมเหนี่ยวไกปืน แกว่งไม้ค้ำ หรือขว้างยันต์ใส่

ศัตรูทุกเมื่อ

 

    ดันน์หยุดยืนห่างจากปราสาทโบราณราวห้าเมตร รอบตัวมีคอกม้าผุพัง บ่อบาลดาลเก่า รวม

ถึงอุปกรณ์จำเป็นชนิดอื่นในสภาพเสื่อมโทรม

 

    ฟ้าวว!

    ทันใดนั้น สายลมยะเยียบพัดผ่านด้วยบรรยากาศโหยหวนเจือความเศร้า ราวกับกำลังปฏิเสธ

แขกไม่ได้รับเชิญ

 

    เหยี่ยวราตรีทั้งสามยังคงไม่หยุดฝีมือ เมื่อยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศอบอุ่นและสดชื่นของ

ภูเขาเริ่มเจือจางลง

 

    ประตูทางเข้าหลักถูกทำลายจนไม่สามารถใช้การได้ ทั้งสามจึงต้องไต่กองหินและลอดตัวผ่าน

ช่องว่างซากปรักหักพังด้านนอกแทน

 

    พวกมันเดินย่างกรายเข้าไปในปราสาทด้วยฝีก้าวไม่เร่งร้อน

 

    โถงทางเข้าปรากฏเศษซากเสาหินหลายต้น มอสสีเขียวปกคลุมผนังห้องอย่างถ้วนทั่วแทบทุก

อณู สถาปัตยกรรมภายในกว้างขวางโอ่อ่า แต่หน้าต่างกลับคับแคบและติดตั้งในมุมค่อนข้างสูง

แสงสว่างจึงส่องเข้ามาได้ไม่มากนัก ส่งผลให้บรรยากาศด้านในมืดสลัว

 

    มีร่องรอยหลายแห่งระบุว่า ปราสาทหลังนี้คือสิ่งก่อสร้างท้ายยุคสมัยที่สี่ รวมถึงยังเป็นจุดเริ่ม

ต้นของยุคสมัยที่ห้า

 

    ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์อย่างไคลน์ตัดสินโดนใช้สัญชาตญาณและข้อมูลเนตรวิญญาณ

ประกอบ

 

    ทันใดนั้น บุคคลปริศนารูปร่างสูงใหญ่ พลันปรากฏตัวท่ามกลางกลุ่มหมอกสีดำเข้ม มันสวม

ชุดเกราะดำสนิทครบทุกส่วน ในมือถือดาบเล่มยักษ์ที่คนธรรมดาไม่มีทางยกไหว

 

    คล้ายกับภาพความฝันของเอลิซาเบธที่ชายหนุ่มเคยเห็นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน จุดสีแดงสอง

ดวงลอดผ่านช่องว่างหมวกเหล็กในลักษณะเย็นชา คล้ายกับอีกฝ่ายกำลังโมโหที่สามบุคคล

บังอาจรุกล้ำปราสาทแห่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

    “พวกแกรบกวนการนอนของฉัน! บาปครั้งนี้ต้องชดใช้ด้วยเลือดเนื้อเท่านั้น”

 

    เมื่อกล่าวจบ มันปรี่ประชิดตัวดันน์ด้วยความเร็วสูงพร้อมกับตวัดดาบใส่

 

    ดันน์ถอยหลังหลบรวกเร็ว ก่อนจะยกมือเล็งและเหนี่ยวไกลูกโม่ส่วนกลับ

 

    เคร้ง!

 

    กรุนปราบมารมิอาจทะลวงผ่านชุดเกราะลวงตาดำสนิท เกิดเป็นเสียงกังวานกึงก้องอย่าง

ผิดธรรมชาติ

 

    ไคลน์และฟรายรีบกระโดดถอยไปคนละทางพร้อมกัน ฝ่ายหนึ่งยกปืนเล็งไปยังจุดแสงตรง

ดวงตาอัศวินเกราะดำ ก่อนจะลั่นไกยิงด้วยใบหน้าสุขุม

 

    ส่วนเหยี่ยวราตรีอีกคนใช้พลังบางอย่างแปรเปลี่ยนดวงตาตนเองให้กลายเป็นสีเทาอมขาว

จดจ้องเพงพิศไปยังวิญญาณอาฆาตโดยไม่กระพริบตา

 

    อัศวินเกราะสีดำร้องคำรามด้วยโทสะ มันพุ่งกระโจนใส่ดันน์พลางเหวี่ยงดาบใหญ่ฟันกวาด

เป็นแนวนแน

    โครม!

 

    คมดาบหาได้ทำร้ายดันน์ แต่ส่งผลให้หัวหน้าเหยี่ยวราตรีลอยกระเด็น กระแทกผนังหินรุนแรง

จนกระอักเลือดสดสีแดงฉาน

 

    ตามด้วยเสียงหล่นตุบ

 

    ของวิเศษรหัส 3-0782 หล่นลงบนพื้น

 

    วิญญาณอาฆาตฉวยโอกาสใช้เท้าขวาตะบันเตะใส่ ‘ตราอันตราย’ จนกระเด็นออก

ปราสาทโบราณ

 

    เป็นระยะทางเกินกว่าสิบห้าเมตร

 

    ไคลน์ไม่กล้ายิงบุ่มบ่ามเนื่องจากเห็นอีกฝ่ายทนทานกระสุน มันกัดริมฝปากเจ็บใจพลางแสดง

สีหน้ากระวนกระวาย คงเป็นการยากจะให้สงบสติขณะกำลังเผชิญเหตุวิกฤติตรงหน้า

 

    ปัง!

 

    ชายหนุ่มตัดสินใจลั่นกระสุนปราบมารใส่วิญญาณอาฆาตเดาสุ่ม ลูกตะกั่วเงินพุ่ง

กระแทกหมวกเหล็กจนเกิดประกายไฟแลบ แต่ก็ไม่เกิดความเสียหายชัดเจนเช่นเดิม

 

    “ถุงมือขวา!”

    ฟรายตะโกนเสียงสั่น บุรุษที่เคยมีบรรยากาศเย็นชาตลอดเวลา ยามนี้กลับแสดงท่าที

กระวนกระวาย

 

    เมื่อกล่าวจบ ฟรายยกปืนเล็งไปยังถุงมือเหล็กข้างขวาของอัศวินเกราะดำ

 

    ปัง! ปัง!

 

ไคลน์ลั่นไกยิงตามคำบอกใบ้ของฟรายโดยไม่มั่วคิดสิ่งใดให้หนักสมอง สองบุรุษเหยี่ยวราตรี

ลงมือในจังหวะแทบพร้อมเพรียง

 

    ในหนนี้ อีกฝ่ายไม่กล้าใช้เกราะเกราะเหล็กรับเหมือนก่อนหน้า มันรีบยกดาบใหญ่ปัดกระสุนสองนัด

ออกไปให้พ้นทาง

 

ปัง!

 

    วิญญาณอาฆาตกระโจนใส่ไคลน์ด้วยเร็วเหนือจินตนาการ ชายหนุ่มถูกกระแทกจนร่างกาย

เสียการทรงตัว

 

    ขณะไคลน์กระเด็นถอยหลัง มันเห็นหน้าอกตนเองยุบลงและพร้อมกับกระอักเลือดคำใหญ่ทาง

ปาก

 

        ทว่า… ไคลน์กลับไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย

 

มิได้เกิดความรู้สึกด้านลบใด ๆ ทั้งนั้น

 

    คล้ายกับฉุกคิดบางสิ่งได้ ชายหนุ่มรีบกลิ้งตัวตามน้ำพลางแสร้งกรีดร้องแหกปาก

 

    และเป็นดังคาด ปราสาทโบราณ วิญญาณอาฆาต รวมถึงเสาหินของห้องโถง ทุกสิ่งในการ

มองเห็นเริ่มพังครืน กำแพงผนังที่ทีมอสเขียวปกคลุมถล่มลงจนฝุ่นควันคละคลุ้ง

 

ถัดมา ภาพตรงหน้าไคลน์พลันแตกละเอียดคล้ายเศษกระจก กลุ่มหมอกดำหนาแน่นจะบดบัง

สายตัวชั่วขณะ

 

    ฉากเหตุการณ์ทั้งหมดถูกย้อนกลับไปในช่วงก่อนหน้า เมื่อครั้งที่อัศวินเกราะดำเพิ่งปรากฏตัว

 

    ความต่างเพียงจุดเดียวคือ ดันน์·สมิทกำลังก้มศีรษะลงพลางกำหมัดสองข้างแน่น นัยน์ตาที่

เคยเทาหม่นกลายเป็นดำสนิท จ้องมองวิญญารอาฆาตไม่กระพริบ

 

ใช่แล้ว…ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงความฝันที่ดันน?สร้างขึ้นมา มันดึงวิญญาณของไคลน์

และฟรานเข้าไปพร้อมกัน

 

    เพียงแต่ไคลน์ค่อนข้างพิเศษ ยังหลงเหลือสตินึกคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และยังควบคุม

ร่างกายได้อย่างอิสระ

 

    ไคลน์ทราบว่าร่างจริงของตนยังยืนห่างจากหัวหน้าเพียงสองเมตร และอีกฝ่ายมิได้กระอัก

เลือดหรือกรีดร้อง

 

    ทันใดนั้น ดันน์เหยียดตัวยืนตรงอย่างผ่อนคลาย สายตายังคงมองไปยังดวงวิญญาณอาฆาตที่

คิดฟันพวกตนด้วยดาบ

 

    หัวหน้าเหยี่ยวราตรีกล่าวอย่างใจเย็น

 

    “ครบหนึ่งนาทีแล้ว…”

    

    เมื่อสิ้นเสียง วิญญาณอาฆาตพลันชะงักงันและส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน ตามร่างกายผุด

หมอกสีดำเข้มข้นหลายจุด คล้ายกับกำลังถูกชำระล้างหายไปจากดลก

 

    ไม่ว่าซอมบี้หรือวิญญาณ หากยังไม่กลายเป้นวิญญาณร้ายเต็มตัว ดวงจิตของพวกมันจะ

ถูกปีดเป่าเมื่อยืนแช่ภายในรัศมี 15 เมตรของ 3-0782 ครบหนี่งนาที

 

    สุดยอด…!

 

    หัวหน้า คุณแม่มอย่างเจ๋ง!

 

    ไคลน์เหลือบมองด้านข้างด้วยสีหน้าสรรเสริญ มันเกือบแสดงท่าทีสะใจอย่างออกนอกหน้า

 

    การสร้างฝันร้ายของหัวหน้าไม่ใช่เพื่อจัดการอีกฝ่าย แต่ใช้สำหรับถ่วงเวลาให้ตราศักดิ์สิทธิ์

แห่งสุริยันแสดงผลครบกำหนด

 

    บรรยากาศรอบตัวเริ่มกลับมาอบอุ่นและสดชื่นอีกครั้ง กลุ่มหมอดดำเข้มระเหยหายไปด้วย

ความเร็วสูง อากาศเย็นยะเยียบบางเบาลงทุกขณะ

 

    เพียงไม่นาน ร่างอัศวินเกราะดำได้สลายกลายเป็นเงาโปร่งใส ก่อนจะกลมกลืนหายไปกับ

ความว่างเปล่าในที่สุด

 

    เคร้ง!

 

    ถุงมือเหล็กสีดำหนี่งข้างหล่นกระทบพื้นหินปราสาท ผิวโลหะฉาบด้วยคราบไอเย็นสีขาว

 

    ขณะไคลน์กำลังจะเตือนให้ดันน์อย่าลืมเก็บ ‘ไอเท็มดร็อป’ กลับไป พลังวิญญาณของมัน

พลันบิดเบี้ยวปั่นป่วนสถานหนัก

 

    ไคลน์สัมผัสได้… บริเวณใกล้กับบันไดที่แบ่งแยกห้องโถงและห้องอาหารออกจากกัน ใครบาง

คนกำลังเรียกหาตนด้วยความรู้สึกทุกข์ทรมานรุนแรง!

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร – เสาร์

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...