ตอนที่แล้วบทที่ 276 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (2) [12-02-2020]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 278 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (4) [16-02-2020]

บทที่ 277 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (3) [14-02-2020]


บทที่ 277 - ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (3)”

ยูอิลฮานได้มองไปที่หัวหน้ากิลด์ที่กำลังสู้กับปีศาจด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ

"หืม กำลังไปด้วยดีเลย"

[ก๊าซซซซซซซซซซซ!]

"ไปด้วยดี!? นายคิดว่านี่มันกำลังไปด้วยดี!? ใช่ ใช่แล้วล่ะ! พวกเขากำลังตายด้วยดี!"

มิเชล สมิธสันได้หมดหวังไปแล้ว ทุกๆครั้งที่หนวดของงปีศาจกระทบเข้ากับโล่เข้ามันให้ความรู้สึกเหมือนแขนเขากำลังฉีกออกตลอดเวลา ยูอิลฮานได้เอียงหัวแล้วหันไปเรียกนายูนา

"ยูนา"

"โอเค ฉันไม่ปล่อยให้พวกเขาตายหรอก แค่ไม่ตายก็พอแล้วสินะ"

"ปีศาจ พวกนายมันปีศาจ!"

[ก๊าซซซซซซซซซ!]

ตามปกติแล้วทั้งสามคนจะไม่มีทางต่อสู้กับปีศาจนี่ด้วยกำลังตัวเองได้เลย แต่ว่าด้วยการช่วยเหลือจากสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ทำให้พวกเขาเพิ่มพลังขึ้นจนถึงจุดที่พวกเขาสามารถจะฝืนเผชิญหน้าได้

"ว้าว ดูเหมือนการผสานงามกับพลังของพวกเขากำลังเพิ่มขึ้นนะ"

"นี่เป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากมีคนอื่นอีกที่ยังต่อต้านวงเวทย์ได้ต่อให้นิดเดียว ฉันก็จะพาคนพวกนั้นมาฝึกเหมือนกัน"

"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นหรอก เรามาเพิ่มระดับคนพวกนี้ขึ้นก่อนเถอนะ ตอนนี้เรายังมีเวลาเหลืออีกเยอะ"

"นั่นก็จริงล่ะนะ..."

จากนั้นเขาก็ไม่สนใจมองพวกหัวหน้ากิล์อีก ตอนนี้เขายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องไปทำ

"ถ้างั้นตอนนี้คงจะเป็นเวลาสำหรับการสร้างของฉันแล้วสินะ?"

[แต่ทำไมนายท่านถึงได้มองมาที่ฉันล่ะ?]

"อืมม เธอน่าจะรู้เหตุผลมากกว่าฉันอีกนะ"

ป้อมปราการลอยฟ้าได้เจอเข้ากับหลายๆอย่างในการพัฒนามันขึ้นไป เพราะศักยภาพในการพัฒนาของมันที่เป็นอาร์ติแฟคระดับพระเจ้า ทำให้ป้อมปราการนี้สามารถจะใช้บันทึกที่มันดูดซับมาเพิ่มพลังให้กับประสิทธิภาพของอาร์ติแฟคป้อมปราการลอยฟ้าโดยการที่จะเพิ่มความทนทานอะไรแบบนี้

ยังไงก็ตามนั่นมันยังคงไม่พอ หากยูอิลฮานเอาวัตถุดิบจากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงนับไม่ถ้วนที่เขาเก็บเอาไว้ในช่องเก็บของ เขาก็น่าจะพัฒนาป้อมปราการลอยฟ้าให้ไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้นได้อีก!

[ยังจะมากกว่านี่อีกหรอ มันเป็นไปไม่ได้!]

"อย่างแรกจะต้องเป็น"ร้อยนัยน์ตา" เธอรู้ว่าฉันจะทำอะไรแล้วสินะ"

[นายท่านบ้าไปแล้ว]

ยูอิลฮานได้รวบรวมขนปีกของทูตสวรรค์กับเทวดาสวรรค์มา และเริ่มสร้างกระจกเพิ่มอีก 900 บาน มิสทิคก็ได้พัฒนาขึ้นมาเช่นกันเพราะแบบนั้นเธอก็น่าจะควบคุมกระจกนับพันได้พร้อมๆกัน

[ฉันทำไม่ได้ ฉันทำไม่ได้แน่ๆ]

"ไม่ เธอทำมันได้ ถ้าเธอทนไม่ได้ เธอก็จะทนกับสงครามที่กำลังจะมาถึงไม่ได้แน่!"

[เผด็จการ! นายท่านมันเผด็จการ!]

เนื่องจากว่ายูอิลฮานเคยมีประสบการณ์ทำมันมาก่อน ทำให้เขาไม่ต้องใช้เวลาในการสร้างกระจกมากเลย ความเร็วของยูอิลฮานได้เร็วมากยิ่งๆขึ้นจนมากพอที่จะดึงดูดในคนอื่นๆที่อยู่ในบาเรียต้องหันมอง

"อย่ามามองฉัน ไปทำหน้าที่ของตัวเองไป"

"ครับ!"

ยูอิลฮานได้สร้างกระจก 900 อันในเวลาเพียงแค่ 14 ชั่วโมง จากนั้นดูเหมือนเขาจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ก่อนที่สร้างกระจกเพิ่มขึ้นอีก 4 อัน เขาได้ใช้วัตถุดิบที่เหลืออยู่มาทำกระจกสี่อันนี้ที่เป็นกระจกที่มีขนาดใหญ่และดูอันตรายที่สุด!

[ทำไมถึงทำสี่อันนี้ล่ะ?]

"ก็เพราะว่าศัตรูจะได้ตกใจไงล่ะว่าทำไมมันถึงมีอีก 4 อันในเมื่อชื่อมันจะถูกเรียกว่า 'พันนัยน์ตา'"

[...อ่า ฉันก็พอจะเดาเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว]

ร้อยนัยน์ตาไปเป็นพันนัยน์ตา นี่คือการพัฒนาขึ้นขนาดใหญ่ของอาร์ติแฟคและจะทำให้อาร์ติแฟคเลื่อนระดับได้เลย จากโกลาหลได้ไปสู่ระดับกึ่งเทพ

ยูอิลฮานดูจะผิดหวังเล็กน้อยเนื่องจากว่าเขาเล็งไว้ที่จะทำให้มันเป็นระดับเทพเจ้า แต่ว่าเนื่องจากว่าป้อมปราการลอยฟ้าได้ถูกอัพเกรดตามเขาตั้งใจเอาไว้แต่แรก ทำให้เขาตัดสินใจปล่อยไว้แค่นี้

"ถ้างั้นฉันควรจะเพิ่มอะไรอีกดี?"

[นายท่าน? ท่านจะไม่เชื่อใจในตัวฉันมากไปนิดหรอ...?]

"ฉันรู้แน่ๆว่าอะไรที่เธอทำได้แล้วก็อะไรที่เธอทำไม่ได้ด้วย เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอกน่า"

[นี่ยิ่งทำให้ฉันกังวลมากกว่าเดิมซะอีก!]

สิ่งมีชีวิตชั้นสูงของกองทัพปีศาจวิบัติส่วนใหม่มักจะวิวัฒนาการขึ้นมาจากมอนสเตอร์ แล้วก็หลายครั้งที่เลือดและเนื้อของพวกมันจะเต็มไปด้วยพิษร้ายแรง นอกไปจากนี้ทุกๆส่วนขงพวกมันยังมีคุณสมบัติพิเศษแล้วเมื่อนำมารวมกันกับสิ่งต่างๆระดับของพิษก็ยังจะวิวัฒนาการขึ้นไปอีกด้วย

ในท้ายที่สุดแล้วพิษจากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็เป็นปกติที่มันจะต้องใช้ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงด้วยกัน ในหมู่สมาชิกกองทัพปีศาจวิบัติมีหลายคนที่ใช้การโจมตีด้วยพิษ แน่นอนว่ายูอิลฮานได้มีเวอร์ชั่นที่พัฒนาของการป้องกันพิษขั้นสูง คือร่วงหล่นทำให้เขาไม่ได้ผลจากพิษพวกนี้เลย

ใช่แล้ววิธีที่สองที่จะอัพเกรดป้อมปราการลอยฟ้านั่นกคือพิษ ในช่องเก็บของของเขามีร่างของพวกกองทัพปีศาจวิบัติอยู่มากมาย เพราะงั้นเขาจึงมีวัตถุดิบมากพอแล้ว

"มีตัวอย่างอยู่มากเกินไป... ฉันคงจะต้องผสมพวกมันเข้าด้วยกันสินะ?"

[แล้วนายท่านจะตรวจสอบความเป็นพิษของมันยังไงกันล่ะ?]

ยูอิลฮานได้ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

"ก็ง่ายๆไง ฉันก็แค่กินมันลงไป การร่วงหล่นมีการต้านพิษอยู่เพราะงั้นถ้าฉันกินมันไปฉันก็จะได้ฝึกการร่วงหล่นไปด้วย นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยนี่"

[แผนโรคจิตแบบนี้มัน โอ้ก็สมกับนายท่านนั่นแหละนะ....]

อย่างแรกเขาได้แยกประเภทของพิษที่มีก่อนแล้วก็เค้นเลือดของพวกมันออกมาจนซากแห้ง เพราะแบบนี้ทำให้เขาได้เลือดที่แตกต่างกันกว่าพันชนิดรวมเป็นเลือดหลายล้านลิตร ในจุดๆนี้ยูอิลฮานได้ใช้สัญชาตญาณของเขาเริ่มทำการผสมมันเข้าด้วยกันแบบสุ่มๆ

"ไม่ล่ะ นี่มันอ่อนไปแล้ว นี่ก็ด้วย นี่ก็อ่อนเหมือนกัน!"

[อย่าโยนพิษทิ้งลงพื้นสินายท่าน! ป้อมปราการกำลังละลายแล้วนะ]

"พิษนี่ก็อ่อนไป... แล้วก็นี่ แกร่งขึ้นหน่อยแล้วแหะ"

เขาได้เก็บเอาพิษที่มีผสมได้มาเป็นส่วนที่แข็งแกร่งมาเก็บเอาไว้ จากนั้นก็เอามันมาผสมเข้ากัน การผสมพิษของยูอิลฮานได้ดำเนินไปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าตกใจอีกเรื่องก็คือยิ่งเขาชินกับการผสมพิษเท่าไหร่ ความเร็วในการผสมของเขาได้กลายเป็นเร็วยิ่งๆขึ้น

[นายท่านไม่ปกติแล้ว]

"ใช่แล้ว ฉันไม่ปกติไงล่ะ!"

[อย่ามาภูมิใจกับเรื่องแบบนี้สิ]

ทุกๆวินาทีจะมีพิษสามหรือสี่อย่างปรากฏขึ้นมาและหายไป พิษที่อ่อนแอจะถูกโยนทิ้งไป ส่วนพิษที่แข็งแกร่งก็จะถูกสร้างซ้ำๆจนเกิดมาเป็นพิษใหม่ที่มีรากฐานมาจากพิษที่แข็งแกร่งและเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

ทั่วทั้งจักรกาลไม่เคยเลยที่จะมีการสร้างและทำลายพิษจำนวนมากในที่ๆเดียวแบบนี้ ไม่สิ มันไม่เคยมีใครที่คิดจะเอาพิษของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงจำนวนมากมาใช้แต่แรกแล้ว

"ฉันมาดูว่าอิลฮานกำลังทำอะไรอยู่... แต่ทำไมฉันถึงได้เห็นนรกในส่วนหนึ่งของป้องปราการลอยฟ้าล่ะ?"

"เลียร่า ฉันเข้าใจนะว่าเธออยากจะมาดู แต่ว่าตอนนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่ เพราะงั้นไปฝึกกับคนอื่นๆก่อนนะ"

ขวดนับหมื่นที่บรรจุพิษที่มีทั้งพิษที่กำลังเดือดและพิษที่หนาวสั่นนี้ทำให้มันดูน่ากลัวมา และเลียร่าได้เข้ามาใกล้ยูอิลฮานนี่นับได้ว่าเป็นการกระทำที่กล้าหาญมาก แต่ถึงแบบนั้นเมื่อมาถึงระยะหนึ่งเธอก็เข้ามาใกล้เขาไม่ได้อีก

"อิลฮาน ตรงนั้นที่กำลังกระตุกอยู่...นั่นมันพิษใช่ไหม?"

"ไม่ต้องห่วงหรอกนะ นี่ก็คือชีวิตที่กำลังจะเกิดใหม่ขึ้นมาในพิษ"

"แล้วนี่มันใช่เรื่องเล็กๆหรอ!?"

"ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันหยุดมันได้"

มอนสเตอร์ที่เกิดขึ้นมาจากมานานั้นเป็นเรื่องปกติ แล้วก็มอนสเตอร์ที่เกิดมาจากมานาพิษที่เข้มขนสูงก็ไม่ได้หายากเช่นกัน ยูอิลฮานได้กวนพิษต่อไปเพื่อทำลายสัญญาณชีวิตทิ้งอย่างไร้ปราณี และตักขึ้นมาดื่มหนึ่งทัพพี

"หืมมม"

ทันทีที่เขาได้ดื่มมันลงไป ก็ได้ทีกลิ่นเผ็ดร้อนที่เหมือนกับผ่านการหมักมาหลายพันปีพุ่งขึ้นมาที่จมูกของเขา พร้อมกันกับการกระตุกอย่างรุนแรงที่ระบบย่อยอาหารของเขา

ยูอิลฮานทนไม่ได้จนถึงกับต้องเปิดปากเรอออกมาพร้อมกับควันสีเขียวเข้มลอยออกมาจากปาก ความรักพันปีอาจจะหายไปได้เลยหากมาเห็นภาพนี้

"อี๋"

"ฉันให้คะแนน 10/10 เลยล่ะ"

"...นายไม่เป็นไรนะ"

"แน่..."

เมื่่อเขากำลังจะตอบกลับไปก็ได้มีข้อความที่เขาไม่คิดว่าจะปรากฏโผล่ขึ้นมาให้เขาได้เห็น

[คุณได้เชี่ยวชาญสกิลทำอาหาร คุณได้เชี่ยวชาญในการทำอาหารที่มีพลังเวทย์และมานาทุกชนิด ความต้านทานธาตุไฟกับธาตุน้ำเพิ่มขึ้นรวมถึงพลังโจมตีธาตุ 30% ]

"หืม"

"อะไรงั้นหรอ?"

ยูอิลฮานได้มองลงไปที่ทัพพีเงียบๆก่อนที่จะหยักไหล่ขึ้นมา ถึงแม้ว่านี่มันจะน่าตกใจอยู่แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นซะหน่อย ไม่ว่ายังไงความสามารถในการสร้างพิษของเขาก็ได้เพิ่มขึ้น แล้วก็การควบคุมธาตุไฟกับธาตุน้ำของเขาก็ยังเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นี่มันคือเรื่องดี

เลียร่าที่รู้สึกได้ถึงการเปลื่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเขาได้ถามขึ้นมาด้วยความสับสน

"อิลฮานเมื่อกี้นี้ฉันรู้สึกเหมือนนายแกร่งขึ้นนะ..."

"ถ้าฉันพูดไปเธอคงจะหงุดหงิดแน่ เพราะงั้นฉันจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ"

"...?"

แน่นอนว่าไม่มีใครคิดแน่ว่าการกินพิษจะทำให้สกิลการทำอาหารมาถึงขั้นสูงสุดได้

ยูอิลฮานได้ส่งเลียร่าออกไปก่อนที่จะกลับมาผสมพิษต่ออีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นประมาณสามวันเขาก็ได้รับพิษสามชิดที่เขาชอบมา และทำพิษสามชนิดนี้อย่างล่ะประมาณ 20 ลิตร แม้ว่านี่จะน้อยมากเมื่อเทียบกับพิษทั้งหมดที่เขามีตั้งแต่อรก แต่ว่ายูอิลฮานก็คิดว่านี่แหละคือความสำเร็จแล้ว

"ดูเหมือนถ้าฉันกะปริมาณได้ถูก ฉันก็อาจจะฆ่าคลาส 6 ได้ด้วยพิษนี้ด้วย"

[ศพของกองทัพปีศาจวิบัติ... แม้ว่าพวกนี้จะได้ไปถึงจุดสูงสุดในโลกของตัวเองแต่กลับกลายมาเป็นแค่วัตถุดิบในการทำพิษ!]

ยูอิลฮานได้สร้างและติดตั้งกับดักที่ใช้พิษขึ้นมาบนป้อมปราการลอยฟ้า และจัดการทาพิษลงบนคมมีดในทุกๆจุดของป้อมปราการ

ส่วนที่เลวร้ายที่สุดของพิษนี้เลยก็คือมันเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของอาหารเวทมนต์อยู่ภายใน เดิมที่มันก็มีพิษที่เลวร้าวอยู่แล้ว แต่มันจะยังเปลื่ยนแปลงรูปร่างไปตามยูอิลฮานต้องการเพื่อโจมตีศัตรูได้อีกด้วย! ไม่เพียงแค่นี้จะทำให้พรรคพวกของเขาไม่ได้รับผลกระทบจากพิษเท่านั้น แต่ว่ายังเป็นไปได้อีกด้วยที่จะใช้พิษต่อสู้ให้ได้อย่างทรงประสิทธิภาพถึงขีดสุด

"ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังใช้วิธีนี้หลอกศัตรูว่านี่เป็นเพียงพิษที่อ่อนแอได้อีกด้วย

[นายท่านมันชั่วร้ายจริงๆ!]

ยังไงก็ตามแผนชั่วของยูอิลฮานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง หลังจากเขาได้สร้างพิษขึ้นมาแล้ว เขาก็ได้ใช้ร่างของกองทัพปีศาจวิบัติที่ถูกดูดเลือดออกมาจนแห้งมาเสริมพลังให้กับป้อมปราการลอยฟ้าอีก! เพราะแบบนี้เองทำให้กำแพงภายนอกของป้อมปราการลอยฟ้าทรงพลังขึ้นไปอีก อาร์ติแฟคทั้งหมดแหลมคมยิ่งขึ้น และอาวุธภายในคฤหาสน์ก็ได้รับการเสริมพลัง รวมไปถึงจำนวนกับดักก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย

แต่ถึงแบบนั้นข้อมูลที่บันทึกนภามีให้กับป้อมปราการลอยฟ้าก็ไม่ได้ต่างจากเดิมมากนะ

"นี่ยังดีไม่พออีกหรอ...? ป้อมปราการลอยฟ้าเป็นงานชิ้นแรกเลยนะที่ฉันทุ่มขนาดนี้!"

[นายท่านยังอยากที่จะก้าวข้ามระดับเทพเจ้าไปอีกงั้นหรอนายท่าน? ยอมแพ้เถอะนะ นั่นมันเป็นไปไม่ได้]

"แน่นอนว่าถ้ามันเป็นไปไม่ได้ฉันก็จะยอมแพ้ แต่ว่าจนถึงตอนนี้ฉันกำลังทำในสิ่งที่มันเป็นไปได้อยู่"

[นายท่านชั่งหัวรั้นจริงๆ]

ถ้ากองทัพปีศาจวิบัติใช้ไม่ได้ผล งั้นเขาก็แค่ต้องใช้ซากอื่นๆของกองกำลังอื่นๆสิ! เขาได้ใช้ซากทูตสวรรค์ เทวดาตกสวรรค์และผู้เฝ้าประตูสวนมาอัพเกรดป้อมปราการลอยฟ้า พลังที่มหาศาลอยู่แล้วของป้อมปราการลอยฟ้าได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก

ได้มีหินพลังเวทย์คลาส 5 อีกนับร้อยได้ถูกใช้และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้รับการเสริมพลังขึ้นเช่นกัน ในตอนนี้จำนวนของอาร์ติแฟคในป้อมปราการลอยฟ้ามีมากมายจนเขาขี้เกียจจะนับแล้ว

แต่ถึงแบบนั้นป้อมปราการลอยฟ้าก็ยังคงอยู่ในระดับเทพเจ้า

[ฉันบอกแล้วไงว่ามันเป็นไปไม่ได้]

"ฟู่..."

ตอนนี้ยูอิลฮานได้แต่ยอมรับในความเป็นจริง แม้แต่กองทัพสวรรค์ก็ยังไม่รู้เลยว่ามีสิ่งที่อยู่เหนือระดับเทพเจ้าหรือป่าว? ในเมื่อขนาดยูอิลฮานที่เป็นสุดยอดช่างตีเหล็กและสุดยอดนักหัตถกรรมมานาก็ยังทำไม่ได้เลยถ้างั้นการที่ทูตสวรรค์ไม่รู้นั่นก็ไม่น่าแปลกใจเลย

[ตอนนี้นายท่ายคงจะยอมแพ้แล้วใช่ไหม]

"ใช่สิ ตอนนี้ฉันควรจะ..."

ยูอิลฮานได้พึมพัมกับตัวเอง

"ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้"

[ไหนนายท่านบอกว่าท่านทำแต่ในสิ่งที่เป็นไปได้ไงล่ะ!?]

"แน่นอน"

ยูอิลฮานได้หยักหน้าอย่างตั้งมั่นและยกมือขึ้นบนฟ้า ในตอนนี้เองร่างกายร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นมา

"ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็คือสถานการณ์ที่ฉันจะเอาร่างของเจ้านี่มาใช้งาน"

[...พระเจ้า]

นี่ก็คือร่างกายของหัวหน้าผู้เฝ้าประตูสวนอาทิตย์อัสงดง เคลาทูค

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด