ตอนที่แล้วChapter 59 - Tahrakhan Plateau (4)
ทั้งหมดรายชื่อตอน

Chapter 60 – Tahrakhan Plateau (5)

เสียงของฮาปี้ได้ดังก้องสะท้อนไปในอากาศและซังจินก็รู้สึกว่าหัวของเขาโล่งๆ

‘อา…ทำไมฉัน…’

แต่การที่เขาจะหลบเสียงนี้มันเป็นไปไม่ได้ ซังจินพยายามจะนั่งลงไปกับพื้น แต่ร่างกายของเขากลับทำตรงกันข้ามแทน

ซังจินจึงพยายามจะมองออกไปทางขวาหาเคน แต่คอของเขากลับขยับไปผิดทาง นี้มันคือผลของคลื่นเสียงแห่งความสับสน

ร่างกายของเขาจะมองขึ้นไปเมื่อเขาต้องการที่จะมองลง และมันจะหันไปทางขวาถ้าหากเขาต้องการที่จะหันไปทางซ้าย มันจึงช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะตะโกนชื่อออกมาแทน

“เคน”

“กรร~”

เคนได้พุ่งเขามาหาซังจินในทันทีเพื่อที่จะปกป้องเขา

“ก๊าซ”

ฮาปี้หลายตัวต่างก็พยายามที่จะโจมตีซังจินที่ตกอยู่ในสถานนะสับสน แต่พวกมันก็ได้กระจายออกไปเมื่อถูกเคนโจมตีด้วยกรงเล็บ

“อว๊ากก”

นักสู้ที่อยู่ถัดไปจากเขาได้ต่อยออกไปอย่างกระตือลือล้นและเตะออกไปในอากาศ มันเร็วมากและเต็มไปด้วยพลัง แต่มันก็โจมตีไม่ถูกอะไรเลย

เลือดของเขาได้ไหลออกมาอย่างรวดเร็วเนื่องจากเขาได้ถูกโจมตีจากฮาปี้เป็นเนื่องๆ แต่ส่าสิที่น่าประหลาดใจคือไม่มีใครวิ่งเข้าไปช่วยเขาเลย

ถ้าหากมันเป็นทีมอื่นๆ พวกเขาก็จะสร้างความสนิทสนมและให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่นี่คนอื่นๆอีกสามคนต่างก็ยุ่งอยู่กับการโจมตีฮาปี้ตัวอื่นโดยที่ไม่สนใจนักสู้เลย แม้ว่าในตอนนี้ซังจินจะมึนงงอยู่แต่เขาก็สามารถจะบอกได้เลย

‘ไม่มีความเป็นทีมเวิร์กเลยในทีมนี้’

หลังจากนั้น 6~7 วินาที ซังจินก็เริ่มที่จะรู้สึกเป็นปกติ ดังนั้นเขาจึงรีบดึงดาบออกมาฟันไปที่ฮาปี้ที่พุ่งเข้ามาใส่เขาอย่างรวดเร็ว

“ก๊าซ”

ซังจินได้จัดการฮาปี้ที่เขามาใกล้เขาได้อย่างรวดเร็ว แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงราชินีฮาปี้ร้องออกมาอีกครั้งหนึ่ง

“กวี้~~~”

“เคน”

ก่อนที่เขาจะพูดได้จบ เคนก็ได้ออกห่างจากซังจินในทันที เมื่อพวกเขาออกห่างมาจนอยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว พวกเขาก็เริ่มกลับไปล่าฮาปี้อีกครั้ง และเสียงของฮาปี้ก็ดังขึ้นมาอีก

“วี้~~~~~”

และเมื่อเสียงจบลง ซังจินก็ไม่ใช่เป้าหมายในคราวนี้

‘ใครกัน’

ซังจินมองไปรอบๆในขณะที่เหวี่ยงดาบออกไป นักล่าสมบัติและซาดาเมียร์กำลังต่อสู้กับความสับสนอยู่ในขณะที่กระพริบตาอย่างมึนงง

แม้ว่าพวกเขาจะพยายามต่อต้านมัน แต่ว่าสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถเอาชนะมันได้ด้วยตัวเองได้ ซังจินได้เข้าใจในสิ่งนี้มาจากประสบการณ์

“ก๊าซ”

ซังจินได้หันไปเรียกหาเคนในขณะที่เขากำลงัเผชิญหน้ากับฮาปี้อยู่

“เคน”

เพียงคำเดียวของซังจิน เคนได้พุ่งเข้าไปหาซาดาเมียร์และกัดไปที่ขาของเขา ตาของซาดาเมียร์ได้เบิกกว้างในทันที

ซาดาเมียร์ไปยืนอยู่ข้างนักล่าสมบัติผู้ที่ยังคงหลับอยู่และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างแข็งขัน

‘ซาดาเมียร์อยู่ใกล้กับนักล่าสมบัติเอาไว้และปกป้องเขา’

“คลื่นกระแสอัมพาส อิเล็กทริค ช็อค”

เขาได้ปล่อยสายฟ้าออกไปใส่ฮาปี้ที่บินอยู่ในเส้นทาง เมื่อเขากลับมาเป็นปกติแล้วซังจินจึงหันกลับมาและมองขึ้นไปที่ราชินีฮาปี้ที่ยังคงบินอยู่กลางอากาศ

“ฮ้าา”

ดาบบลัดเวเจนได้พุ่งออกไปจากมือของเขา เมื่อราชินีฮาปี้ได้สังเกตุเห็นดาบนั้นมันจึงหลบออกไปได้อย่างไปยากเย็น ก่อนาี่ดาบจะบินหายไปไกล มันใดนั้นซังจินก็เรียกดาบกลับมา

“ฮ่าห์”

ดาบได้ลอยกลับมาโดยไม่ชักช้าใดๆ เมื่อเธอหายไปและทุกๆอย่างมันก็จะง่ายขึ้น แต่เธอก็ไก้หลบออกไปและรักษาระยะห่างเอาไว้

‘เธออยู่ไกลเกินไปที่จะใช้การโจมตีระยะไกล…วิธีอะไรกันที่จะสามารถต่อสู้กลางอากาศกับเธอได้…’

จากนั้นซังจินก็หันไปเห็นศพของฮาปี้ที่ด้านหน้า เขาจึงนึกออก

“จงตื่นขึ้นและกลายมาเป็นทาสของข้า การฟื้นคืนของคนตาย”

ฮาปี้ที่ตายไปแล้วไก้ลุกขึ้นมา จากนั้นซังจินก็ปีนขึ้นไปและออกคำสั่ง

“บิน”

ฮาปี้ได้บินขึ้นไปบนอากาศสูงขึ้นทีละน้อย ความเร็วของมันช้ากว่าในตอนที่มีชีวิตอยู่ แต่แค่นี้มันก็ไม่เป็นอะไร เขายังคงมีไพ่ลับที่เก็บไว้อยู่

ซังจินที่กำลังขี่ฮาปี้ได้ค่อยๆเข้าไปใกล้กับราชินีฮาปี้อย่างช้าๆ ฮาปี้หลายๆตัวได้พุ่งเข้ามาเพื่อที่จะขัดขวางเขา แต่นี้มันกเป็นการต่อสู้กลางอากาศครั้งที่สองของเขาแล้ว

ซังจินไปตัดฮาปี้ออกโดยที่ไร้ซึ่งปัญหาและค่อยๆเข้าไปใกล้ราชินีฮาปี้ต่อ

เนื่องจากความเร็วที่ช้าของซอมบี้ฮาปี้ ราชินีฮาปี้จึงค่อยๆถอยหลังออกไปอย่างช้าๆเพื่อรักษาระยะห่าง

‘การแสดงความมั่นใจของแกจะจบลงที่นี่แหละ’

ซังจินได้สั่นกระดิ่ง ‘แมนยาต้า’

“ไป”

ซอมบี้ฮาปี้ไก้บินเข้าไปหาราชินีฮาปี้ด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ ฝูงฮาปี้ที่บินปกป้องราชินีอยู่ก็ได้ร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก

“ก๊าซ”

ซังจินยืดตัวขึ้นและเหวี่ยงดาบเข้าใส่พวกฮาปี้เมื่อพวกมันเข้ามาในระยะ

“วูบ”

เขารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างมาตีที่ดาบของเขา แต่เนื่องจากความเร็ว เขาจึงไม่สามารถจะบอกได้ว่ามันคืออะไร เขาจึงสั่งฮาปี้

“เฮ้ ๆ หันไปรอบๆ”

เพียงเมื่อฮาปี้หันไป และเขาก็ตรวจสอบฮาปี้แต่เธอก็ไม่เป็นอะไร มีเพียงแค่พวกที่ปกป้องเธอเท่านั้นที่ล่วงลงไป

‘เวรเอ้ย’

พวกการ์ดมันได้ทำงานกันอย่างขันแข็งเพื่อมี่จะปกป้องราชินี ซังจินเตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วอีกครั้ง แต่แล้ว

“กวี้~~”

ราชินีได้เริ่มที่จะร้องออกมา ซังจินเริ่มรู้สึกแย่เกี่ยวกัมัน

‘ไม่ดีแน่…’

เขากำลังอยู่กลางอากาศ และไม่ใครจะช่วยเขาได้ มึนงงหรือหลับไหล ทั้งสู่มันจำทำให้สถานการณ์ไปถึงตายได้เลย

“ไปเร็ว”

ซังจินได้เร่งให้ฮาปี้พุ่งออกไปให้เร็วขึ้น แต่แล้ว

“วี้~~~”

ราชินีฮาปี้ได้ส่งเสียงออกมาแล้ว ทันใดนั้นการมองเห็นของซังจินก็เริ่มที่จะพร่ามัว ซอมบี้ฮาปี้ก็เริ่มที่จะหมุนกลางอากาศในขณะที่ซังจินขี่อยู่

ซอมบี้ฮาปี้ได้หมุนอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครเข้ามาใกล้ แต่ซังจินก็ได้เวียนหัวจากอาการนี้

ซอมบี้ฮาปี้ยังตกอยู่ภายใต้เอฟเฟคนี้ ในมี่สุดมันก็ได้ตกลงที่ที่ราบสูง

“อั๊ก…”

ซังจินได้ครางออกมาและลงจากฮาปี้ มันไม่มีความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ว่ามันรู้สึกแย่มาก ซังจินจึงเรียกซาดาเมียร์

“ซาดาเมียร์”

เขาได้ตอบกลับมาจากระยะไง

“ครับ นายท่าน”

“พอจะมีวิธีที่ทำให้ราชินีฮาปี้ลงมาที่พื้นไหม”

“อืม…มันมีอยู่เวทนึงที่มใช้มานาสูงมากที่ข้าสามารถใช้ได้ แต่ว่าเนื่องจากที่มันใช้มานาสูงข้าจึงสามารถที่จะใช้มันได้เพียงครั้งเดียว”

“โอเค แค่ใช้มันก็พอแล้ว”

แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงราชินีฮาปี้อีกครั้ง

“กวี้~~~”

ฉันจินพยายามกัดฟันและก้มหน้าเตรียมรับความสับสนหรือการหลับไหลไว้ แต่แล้วเป้าหมายกลับไม่ใช่เขา แต่เป็นผู้สอบสวนและโจรสลัด นี้จึงกบายเป็นโอกาสดีสำหรับเขา

”ราชินีฮาปี้มันเป็นศัตรูที่หน้ารำคาญ และก็ในตอนนี้ฉันไม่มีพรรคพวกที่เป็นประโยชน์…ดังนั้นฉันจะต้องจบมันในครั้งเดียว’

ทันทีที่เขาวางแผนต่อไป เขาก็ได้จับดาบบลัดเวเจนแน่น และเริ่ม

“การล้างบาปของเลือด”

มีดขนาดเล็กได้ออกมาจากด้านจับของดาบและแทงเข้าไปใส่มือของซังจิน เลือดได้เริ่มไหลจากมือของเขาและเข้าไปสู่ดาบบลัดเวเจน

เมื่อดาบบลัดเวเจนได้ดื่มเลือดลงไปมันก็ได้ปลดปล่อยแสงสีม่วงออกมา และเพิ่มพลังโจมตีที่มากขึ้น

เขาไม่แน่ใจว่ามันจะจำเป็นหรือไม่ แต่เขาก็ไม่อยากจะเสียโอกาสในการกำจัดมันไปในทีเดียว ดังนั้นเขาจึงใช้มันเมื่อเป็นตัวรับประกันอีกชั้นหนึ่ง เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น ซังจินก็ร้องเรียกซาดาเมียร์

“ซาดาเมียร์”

“ช่วยใช้มันในตอนนี้แหละ”

ซาดาเมียร์ได้มองไปที่ราชินีฮาปี้ ก่อนที่จะร่ายเวทออกมา

“กลับบนและล่าง สลับแรงโน้มถ่วง”

ทันใดนั้นเองเหล่าฮาปี้ที่บินอยู่ในอากาศก็ได้สูญเสียสมดุลเมื่อแรงโน้มถ่วงแปลกไป นี้เป็นครั้งแรกของพวกมันที่สูยเสียสมดุลกลางอากาศ

พวกมันได้พยายามที่จะบินขึ้นเมื่อที่จะต่อต้านแรงโน้มถ่วงที่กลับสลับไปมา

เมื่อแรงโน้มถ่วงกลับเป็นปกติ พวกฮาปี้ที่ได้บินสลับกลับหัวเพื่อด้านแรงโน้มถ่วงก็ค่อยๆร่วงลง

“ก๊าซ”

ฮาปร้หลายตัวได้ตกลงมาและหัวกระแทกพื้น ราชินีฮาปี้ก็ได้พยายามที่จะปรับตัวกับแรงโน้มถ่วงอีกครั้ง แต่ว่าก่อนที่จะได้ทำสำเร็จก็ได้มีชายควงดาบคู่เข้ามาหาเธอ

ซังจินไม่ลังเลเลยที่จะเหวี่ยงดาบทั้งสองเล่มเข้าใส่บอสอย่างสุดแรง

จากนั้นโอเปอเรเตอร์ก็ได้ประกาศออกมา

[ราชินีฮาปี้ราลิฮาได้ถูกกำจัดแล้ว]

เมื่อราชินีตายลง ฮาปี้ที่เหลืรอดอยู่ก็ได้หันหลังกลับและหนีไปอย่างรวดเร็ว ถ้าหากเป็นในตอนอื่นๆซังจินก็จะไล่ตามมัน แต่ว่าในคราวนี้เขาได้ปล่อยให้พวกมันหนีไป

ถ้าหากมันเป็นเพียงพวกมอนสเตอร์ขยะกระจอกๆ เขาก็จะสามารถฆ่ามันได้อีกในการจู่โจมอื่นๆ ตั้งแต่การจู่โจมนี้จบลง ซังจินเก็บดาบกลับเข้าไปในฝักและกลับไปหาเหล่านักล่าคนอื่นๆ

นักล่าสมบัตินั้นไร้ซึ่งบาดแผล ดูเหมือนว่าซาดาเมียจะทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดี จากนั้นซาดาเมียร์ก็กล่าวออกมาอย่างออกแรง

“นายท่าน มานาของข้าเหบือต่ำมาก ดังนั้น…”

“นายทำได้ดีมาก กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ”

“ขอบคุณมาก นายท่าน”

ด้วยคำกล่าวลานี้ จากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในตะเกียง ซังจินหันไปแตะไหล่ของนักล่าสมบัติและพูดออกมา

“เหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงได้ช่วยให้นายมีชีวิต….”

แต่แล้ว

“ไอเวรเอ้ย นายต้องการที่จะมีเรื่องใช่ไหม”

“ฉันคิดว่าความสามารถเพียงอย่างเดียวที่นายมีคือการที่จะต้องให้คนอื่นช่วยชีวิต”

ผู้สอบสวนและนักสู้กำลังกระชากคอเสื้อกันอยู่ ดุเหมือนกับว่าการต่อสู้จะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซังจินจึงหันกลับไปหานักล่าสมบัติและถามออกมา

“ทำไมพวกเขาถึงเป็นเช่นนี้”

“อา…เพราะหนึ่งในพวกเขาคนหนึ่งได้ไปโจมตีเพื่อให้อีกคนนึงตื่นขึ้นมาแรงเกินไป…”

‘พวกเขาเป็นเด็กหรือไง?’

มันช่วยไม่ได้ที่ซังจินจะถอนหายใจออกมา เขาได้เดินเข้าไปหาพวกนั้น

ผู้สอบสวนได้ยกไม้กระบองขึ้นสูง และนักสู้ก็ได้เตรียมพร้อมที่จะเตะออกไปทุกเมื่อ ซังจินจ้องมองไปที่พวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง

‘ถ้าพวกเขากลายเป็นฆาตกรหลังจากต่อสู้กัน…’

ถ้าหากว่าทั้งสองคนต่อสู้ เขาก็จะได้รับไอเทมเพิ่มขึ้นอีก 4 ชิ้น เมื่อเขาได้ตระหนักถึงมัน เขาก็ไม่ต้องการจะหยุดการต่อสู้นี้

ถ้สพวกเขาเป็นคนจำพวกที่จะต่อสู้กันเองเพราะเรื่องเล็กๆน้อยๆ พวกเขาก็สมควรแล้วที่จะตายลบที่นี้ ซังจินได้หยุดเดินลงและยืนเฝ้ามองพวกเขา

ครู่หนึ่ง

“โฮ่ง ๆ”

เคนได้กลับมาข้างๆเขาและนั่งลง ซังจินจึงคุกเขาลงและมองออกไปในระดับสายตาเดียวกับเคน

“นายคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ? ฉันอยากจะรู้มัน”

“โฮ่ง”

เพราะเหตุนี้ชายทั้งสองคนจึงหยุดลงและมองมาที่เขา พวกเขาได้เห็นความสามารถของซังจินในตอนที่เขาต่อสู้กับบอส ดังนั้นมันจึงช่วยไม่ได้ที่พวกเขาจะระแวดระวังซังจินเป็นพิเศษ

ชายสองคนที่ก่อนหน้านี้กำลังจะสนทนากันด้วยกำลัง ได้กลับกลายมาเป็นการสนทนากันอย่างสันติวิธี

“นายโชคดีไปนะที่จะรอดไปได้ในครั้งนี้”

“ใช่แล้ว นายก็ควรจะขอบคุณพรจากสวรรค์นะที่ช่วยนายเอาไว้ในครั้งนี้”

ซังจินตอบกลับมาอย่างโกรธเคือง

“อะไรกัน? ไม่ต่อสู้กันแล้ว?”

ชายสองคนไม่ได้ตอบกลับไป ซังจินจึงลูบไปที่หัวของเคนก่อนที่จะยืนขึ้น

“”ถ้าพวกนายต้องการจะสู้กันก็ทำมันเลย จากนั้นผู้ที่ชนะก็จะได้มาต่อสู้กับฉัน”

ด้วยคำพูดนี้ ไม่ใช่แค่ชายสองคนเท่านั้นที่จะถูกข่มขู่ แต่มันยังรวมไปถึงโจรสลัดอีกด้วย ซังจินมองไปที่โจรสลัดแล้วสายตาของพวกเขาก็ได้สบกัน

โจรสลัดได้รีบหันไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว ซังจินยังไม่มีหลักฐานอะไรที่แน่ชัด แต่เขาจะต้องรอโอกาสอะไรบางอย่างแบบนี้

แต่เนื่องจากพลังที่มากเกินไปของซังจิน โจรสลัดจึงไม่กล้าที่จะทำตามในสิ่งที่เขาปรารถนาได้ เมื่อเห็นว่าเหตุการมันเป็นเช่นนี้ ซังจินก็คิดขึ้น

‘ฉันเดาว่า…บางทีฉันควรจะซ่อนพลังเอาไว้…”

มันไม่จำเป็นที่จะต้องหลอกให้คนอื่นต่อสู้กันเอง แต่มันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดฆาตกรขึ้นเช่นกัน

‘ฉันเดาว่าฉันคงจะต้องปล่อยผ่านมันไปในตอนนี้’

ซังจินหันมองไปรอบๆและหันกลับหลังไปหานักล่าสมบัติที่ยืนอยู่ห่างออกไปจากกลุ่ม

 


เรื่องนี้แปลจนจบแล้วนะครับ สามารถติดต่ออ่านก่อนใครได้ที่เพจนี้เลยครับ > จิ้มเลย <

คะแนน 4.5
กรุณารอสักครู่...