ตอนที่แล้วGE258 ลู่เป่ยขึ้นประลอง [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGE260 ดาราเทพครึ่งดวง วิชาหลอมหยิน [ฟรี]

GE259 มันคือซัวหมิง [ฟรี]


เมื่อลู่ซานเข้าสู่ลานประลอง ควันสีดำปะทุขึ้นจากร่างของมัน

ภายในกลุ่มควัน ร่างกายของมันขยายใหญ่ขึ้น

แต่ละก้าวที่เยื้องย่าง ร่างกายขยายใหญ่ต่อเนื่อง เมื่อก้าวถึง 9 ก้าว ร่างกายของมันขยายใหญ่กว่า 512 จ้าง

แต่เมื่อบรรลุก้าวที่ 10 ร่างกายก็ขยายถึง 1000 จ้าง เปล่งเสียงคำรามที่แฝงด้วยโทสะ กลายเป็นวานรทมิฬ

เกราะสีดำที่มันสวมทับ ขยายขนาดขึ้นตามร่างกาย ดวงตาลุกโหมด้วยเพลิงทมิฬ... มันเปล่งคำรามดังสนั่น กระชับง้าวในมือฟาดฟันไปเบื้องหน้า

พลังทำลายที่รุนแรงของลู่ซานทำให้เวทีกลางนภาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับจะถล่มลงมา

จิงหยุนเองก็กลายร่างเป็นวานรขาวร่างยักษ์ มันเหวี่ยงแขนที่เปล่งแสงสีขาวเข้าต้านรับง้าวที่ฟาดฟัน แต่ด้วยง้าวทรงพลังมาก จึงผลักมันถอยกว่า 100 จ้าง

แต่ด้านของลู่ซานดูจะย่ำแย่กว่า ผลจากการปะทะทำให้มันปลิวไปไกลกว่า 1000 จ้าง

จิงหยุนและลู่ซานดูเหมือนจะมีโลหิตวานรเหมือนกัน

วานรขาวคำรามลั่น “โลหิตวานรขาวของข้าแข็งแกร่งกว่าโลหิตวานรทมิฬของเจ้า เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า!”

“ก็ลองดู!”

วานรทมิฬรั้งง้าวกลับและเปลี่ยนมาใช้วิชาจู่โจม

มันทำมือเป็นท่าทาง โคจรปราณตามรูปแบบวิชา ทันใดนั้น ท้องนภากระจ่างใสปรากฏอุกกาบาตสีดำขนาดยักษ์ลูกหนึ่ง ดิ่งลงใส่วานรขาว

วิชาที่มันใช้คล้ายกับวิชาอุกกาบาตของบ่าวหนิงฝาน ที่เป็นวิชาระดับดวงจิตแรกเริ่มขั้นกลาง

แต่วิชาของลู่ซานนั้น เป็นวิชาระดับตัดวิญญาณขั้นต้น

อุกกาบาตลูกนั้นก่อตัวขึ้นจากปราณอสูร มีขนาดใหญ่กว่า 100 จ้าง อานุภาพของมันสามารถสังหารผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มได้ง่าย

แต่ถึงอุกกาบาตจะทรงพลัง แต่จิงหยุนกลับไม่หวาดกลัว

แววตาของมันแสดงออกถึงความเย้ยหยันในวิชาของลู่ซาน

“ไม่เห็นจะเท่าไหร่! ตายซะ!”

วานรขาวใช้วิชาสร้างอุกกาตขึ้นเหมือนกัน แต่อานุภาพของมันกลับมากกว่าอุกกาบาตของวานรดำ 3 ส่วน

อุกกาบาตขาวพุ่งเข้าหาอุกกาบาตทมิฬ เมื่อทั้งสองปะทะกัน แสงสีขาวและดำสอดประสานเจิดจ้า แรงระเบิดก่อตัวขยายใหญ่ เสียงระเบิดดังสนั่น เพลิงขาวและเพลิงทมิฬแผดเผาและพยายามกลืนกินซึ่งละกัน

แต่หลังจากนั้นสามลมหายใจ เพลิงทมิฬก็ถูกเพลิงขาวดูดกลืน เพลิงขาวแผ่ขยายล้อมรอบวานรทมิฬ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังมา

วานรทมิฬถูกเผาอย่างน่าสยดสยอง ไม่นาน มันก็ทะยานออกมาจากทะเลเพลิง โลหิตสีดำไหลอาบร่าง ลมปราณปั่นป่วน มันบาดเจ็บสาหัส

วานรขาวทะยานตามออกมา คืนร่างเดิม นิ้วมือเปล่งแสงสีเงินเจิดจ้า ดรรชนีจี้ใส่หน้าผากของลู่ซานเพื่อทำลายทะเลสติ

เมื่อดรรชนีเข้าประชิด ลู่ซานเบี่ยงศีรษะหลบ ทำให้ดรรชนีแทงเข้าที่ตาขวาของมันจนบอด

มันฉวยโอกาสนั้นเร่งถอยห่าง ร่างกายสลายเป็นควันดำ พุ่งออกห่างจากจิงหยุน แต่เมื่อมันคืนร่าง มันกลับกระอักโลหิตคำโต

“บัดซบเอ้ย! นี่เจ้าบรรลุขอบเขตกระดูกเงินแล้ว ถึงกับทำข้าตาบอด!”

การประลองรอบแรกจิงหยุนเป็นฝ่ายชนะ

แววตาจิงหยุนแปรเปลี่ยนเย็นชา มันคาดไม่ถึงว่าลู่ซานจะหนีเร็วขนาดนั้น มันพลาดโอกาสที่จะสังหารอีกฝ่ายไป

ในแขนอาภรณ์ของจินหยุนซ่อนอักษรอสูรสีเงินเอาไว้ หากมันสังหารลู่ซานได้ อักษรอสูรจะทำงาน สร้างเขตแดนมิติกักขังไม่ให้จิตวิญญาณของลู่ซานหนีไปได้

“น่าเสียดายที่แค่ทำให้มันตาบอด แต่กว่ามันจะรักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมดจนหายดี อย่างน้อยๆก็ต้องเวลา 100 ปี...”

จิงหยุนกลับไปยังฝั่งของมัน สายตาจับจ้องลู่ฉิงเพื่อรอประลองอีกครั้ง

ในการประลองครั้งนี้มีผู้เข้าประลองอยู่ฝั่งละ 3 คน ตราบใดที่ตนเองยังไม่แพ้ ก็สามารถขึ้นประลองได้เรื่อยๆ

ลู่ฉิงจ้องมองจิงหยุนด้วยความโกรธ ลู่ซานเป็นเหมือนพี่น้องของมัน การที่มันได้เห็นลู่ซานถูกทำร้าย มันจึงโกรธเป็นอย่างมาก

ลู่ฉิงทะยานขึ้นเวที เปลี่ยนร่างเป็นมังกรครามที่ปะทุอัสนีทั่วร่าง

“จิงหยุน ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว”

สีหน้าจิงหยุนแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง มันคาดไม่ถึงว่าโลหิตมังกรครามของลู่ฉิงจะเข้มข้นขึ้นมาก จนยามนี้ มันไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้

มันถอยลงจากเวที ป้องมือให้บุรุษเกราะทองอีกคน

“เชิญท่านจินฉวน!”

“ฮึ่ม! แค่โลหิตมังกรครามไม่สมบูรณ์ของมัน จะเทียบโลหิตทองคำที่แท้จริงของข้าได้ยังไง”

โดยทั่วไปแล้ว อสูรทุกตนจะเป็นอสูรโลหิตผสม จึงเรียกว่าโลหิตไม่สมบูรณ์ เหมือนอย่างจิงหยุนและลู่ซาน ที่มีโลหิตวานรอยู่ส่วนหนึ่ง ดังนั้น ผู้ที่ครอบโลหิตบริสุทธิ์จะทรงพลังกว่าผู้ที่ครอบโลหิตไม่สมบูรณ์มาก

การปรากฏตัวของบุรุษเกราะทองทำให้ลู่ฉิงขมวดคิ้วแน่น มันรู้ว่าโลหิตของมันด้อยกว่าอีกฝ่าย

“วิชาอสูร...หมอกคลั่ง!”

พายุขนาดใหญ่สองลูกก่อตัว พัดพาหมอกสีครามไปทั่วทุกหนแห่ง กระทั่งปกคลุมเวทีประลอง

จินฉวนโคจรปราณ ทั่วร่างเปล่งแสงสีทอง กลายร่างเป็นสุนัขทองคำ อ้าปากดูดกลืนเอาหมอกสำครามเข้าไปจนหมด

“วิชาอสูร สุนัขทองคำ!”

มันโคจรปราณตามเคล็ดวิชา สลายหมอกปราณสีครามที่ดูดกลืนเข้ามาอย่างง่ายดาย พลังที่ดูดกลืนเข้ามา ก่อตัวเป็นหอกสีทองเบื้องหน้าจนมีขนาดใหญ่ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ตำแหน่งตันเถียนของลู่ฉิง เพื่อหวังปลิดชีวิตและทำลายดวงจิต

ลู่ฉิงตกตะลึง หอกสีทองที่กำลังใกล้เข้ามาทรงพลังเทียบการจู่โจมของผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นกลาง หากไม่สามารถปลุกโลหิตได้โดยสมบูรณ์ ก็ไม่อาจต่อกับอีกฝ่ายได้

“รับไม่ไหว… หนีก็ไม่ได้”

ชั่วเวลานั้นเอง ลู่ฉิงคำรามลั่น บนหน้าผากปรากฏเขาสองข้าง พลังที่รุนแรงปะทุขึ้นก่อนจะชกหมัดต้านรับหอกทองลำ

เสียงการปะทะดังสนั่น ขนของลู่ฉิงเริ่มถูกเผาโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่นั่นเพราะหอกทองคำร้อนแรงเหมือนดวงตะวัน

จนแขนข้างที่ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน

“รับไม่ไหว!” สีหน้าลู่ฉิงแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง มันเร่งถอย แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะหนีได้พ้น

“เผาโลหิต!”

ลู่ฉิงกระตุ้นโลหิตให้เดือดพร่าน มันขยับมือเป็นท่าทาง เส้นสายสีครามกระหน่ำเข้าใส่หอกที่พุ่งเข้ามา

แต่ในขณะที่ลู่ฉิงกำลังจดจ่ออยู่กับการจู่โจม จินฉวนกลับปรากฏกายขึ้นด้านหลังลู่ฉิง มือข้างหนึ่งคว้าจับแขนของมันแล้วกระชาก มืออีกข้างจ่อเหนือตำแหน่งตันเถียน

“ทำลาย!”

ลู่ฉิงกระอักโลหิต ร่างล่วงลงจากท้องฟ้า ดวงจิตของมันเกือบจะถูกทำลาย

หากไม่เพราะเกราะที่มันสวมไว้ ป่านนี้มันคงตายไปแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น อาการบาดเจ็บของมันก็รุนแรงกว่าลู่ซาน อย่างน้อยๆต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานกว่า 200 ปี

“สารเลว...” ทหารอสูรของเผ่าลั่วหยุนหวังเข้าช่วย

ลู่ว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้วด้วยความกังวล นางจับแขนของสนมอสูรพลางอ้อนวอนให้ช่วย

“นี่คือพลังของเผ่าเพลิง สมแล้วที่เป็นเผ่าอันดับหนึ่ง ยิ่งนายกองอสูรจากแดนสวรรค์ก็ยิ่งแกร่งกว่านายกองทั่วไปมาก… แบบนี้ลู่เป่ยแย่แน่ ถึงเขาจะสังหารนายกองอสูรได้ 3 คนด้วยตัวคนเดียว แต่พวกนั้นเป็นเพียงนายกองของเผ่าอันดับ 8… ท่านช่วยลู่เป่ยด้วยนะ”

“เด็กโง่… เจ้าอย่าดูถูกเขามากเกินไป ลู่เป่ยทรงพลังมาก ก่อนหน้านี้ที่ข้าไม่ได้บอกเรื่องรายละเอียดของเขา เพราะข้ายังไม่เข้าใจดี… การประลองครั้งนี้อาจเป็นแผนที่ลู่ตู้เฉินวางเอาไว้ การที่ลู่ฉิงและลู่ซานไม่ตายก็ดีมากแล้ว”

สนมอสูรต้องหาวิธีการบอกปลอบว่านเอ๋อร์เพื่อไม่ให้จิตใจของนางบอบช้ำเกินไป

หากลู่เป่ยแสดงพลังได้น่าพึงพอใจ นางอาจขอให้เข้าตำหนักราชาอสูรเลยก็ได้

“แต่ข้าเชื่อว่าลู่เป่ยต้องเอาชนะพวกมันได้แน่!” ว่านเอ๋อร์กล่าว

“ก็อาจจะเป็นไปได้… เจ้าลู่ตู้เฉินมันวางแผนทำอะไรกันแน่ ถึงได้รวมคนจากเผ่าอื่นมา”

การประลองดำเนินไปเพียงครึ่งธูปไหม้ คนของเผ่าลั่วหยุนกลับบาดเจ็บสาหัสไปถึง 2 คน

ดังนั้นยามนี้ บนเวทีที่เหลืออยู่จึงมีเพียงลู่เป่ย และศัตรูอีก 3 คน

ข่าวลือว่าลู่เป่ยสังหารนายกองอสูร 3 คนได้เพียงลำพัง ก็ยังเป็นเพียงข่าว ยังไม่เคยมีผู้ใดเห็นด้วยตามาก่อน ดังนั้นยามนี้ หนิงฝานจึงกลายเป็นจุดสนใจของผู้คน

หากหนิงฝานสังหารตัวแทนของเผ่าเพลิงได้ เขาก็จะได้รับการพิสูจน์ว่าแข็งแกร่งจริง

“ลู่เป่ยน่าจะเอาชนะจิงหยุนได้… แต่ลี่ป่านและจินฉวนยังเป็นเรื่องยาก เพราะมันยังไม่บรรลุขอบเขตตัดวิญญาณ”

“บางทีอาจเอาชนะกระทั่งหยุนไม่ได้ เพราะวิชาอุกกาบาตของมันเมื่อครู่น่ากลัวมาก”

“ข้าว่าลู่เป่ยต้องหนีแน่ เพราะถ้ามันยังยืนกรานว่าจะสู้กับทั้งสามคนนั้น มันก็โง่มากแล้ว”

ผู้คนพูดคุย แต่จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

“ไร้สาระ!! ลู่เป่ยแพ้จิงหยุน? ไร้สาระ ข้าเดิมพันเลยว่าลู่เป่ยต้องฆ่าพวกมันหมดแน่!”

เมื่อคนอื่นๆหันมองเห็นหน้าเจ้าของเสียง ทุกคนก็เงียบกริบ

ลู่เทียนหมิงกล่าว! ลู่เทียนหมิงผู้นั้น! ผู้ที่ถูกหนิงฝานทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส

มันได้โอสถรักษาผันแปรที่ 5 มา เพียงไม่กี่วันจึงลุกจากเตียงได้

มันไม่กล้าไปพบหนิงฝานจึงไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยง

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อมันได้เห็นงานประลอง ได้ยินผู้คนพูดคุย จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวว่าหนิงฝานไม่แพ้

เมื่อไม่กี่วันก่อนมันยังเป็นผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมือง เป็นผู้ที่ไม่มีใครกล้ายั่วยุ

แต่หลังจากหนิงฝานมาเยือน มันกลับถูกทำร้ายเยี่ยงสุนัขข้างถนน

หนิงฝานได้บอกกล่าวมันว่า ห้ามมาให้เห็นหน้าอีก แต่ดูเหมือนยามนี้ที่มันมา เป็นเพราะสาเหตุบางอย่าง เช่นการเดิมพัน!

“ข้าลู่เทียนหมิงรับเดิมพัน… มาเดิมพันกันว่าลู่เป่ยจะเอาชนะพวกมันทั้ง 3 คนได้หรือเปล่า!”

โอกาสเดิมพันดีๆแบบนี้ลู่เทียนหมิงไม่ยอมพลาดแน่!

ในระหว่างที่ผู้คนพูดคุยกันอยู่นั้น หนิงฝานก้าวขึ้นเวที ทุกคนสงบคำ

“ใครก่อน...”

หนิงฝานกวาดตามองทั้งสาม แต่เมื่อหันไปถึงลี่ป่าน แววตากลับแปรเปลี่ยนเย้ยหยัน

แววตาของหนิงฝานทำให้ลี่ป่านโกรธจนเกือบจะขึ้นเวลาทีไป

แต่จิงหยุนรั้งมันไว้ก่อน

“ท่านลี่ใจเย็นๆก่อน มันมีตาหามีแววไม่ แต่ถึงอย่างนั้นก็จำเป็นต้องเก็บมันไว้เพื่อให้เป้าหมายลุล่วง ท่านอดทนก่อนเถอะ...”

“ได้… งั้นเจ้าไป”

พวกมันเห็นหนิงฝานเป็นเพียงผุ้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มจึงไม่คิดว่าจะเก่งกาจนัก

“ลู่เป่ย… นี่คือสมบัติชิ้นใหม่ของข้า ทำให้ข้าฆ่าเจ้าได้สบาย!”

จิงหยุนดีดนิ้ว ผนึกอัสนีสีขาวปรากฏ อานุภาพของมันคล้ายกับสมบัติสวรรค์ไม่สมบูรณ์

แต่ในขณะที่ผนึกปรากฏ มันเคลื่อนขึ้นสูงท้องนภา เงาร่างบางอย่างปรากฏครอบ ร่างหนิงฝานแปรเปลี่ยนเป็นหมอกควัน ก้าวย่างเข้าหาผนึกอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้เท้าถีบทำลาย!

“ไสหัวไป!”

แม้เท้าที่เตะออกไปนั้นดูไม่รุนแรงนัก แต่อานุภาพที่ปรากฏกลับรุนแรง จนขัดจังหวะผนึกของจิงหยุนได้

“ขอบเขตกระดูกหยก! แต่ก็แค่ระดับแรก ไม่มีทางทำลายผนึกของข้าได้!”

จิงหยุนกระตุ้นผนึก มันเปล่งแสงเจิดจ้า พลางชักนำอัสนีฟาดผ่าเข้าใส่หนิงฝาน

อัสนีที่ฟาดผ่าลงมานั้น หากไม่ใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกฝนอัสนี จะไม่มีทางรับได้

แต่ในยามนั้น กลางหน้าผากหนิงฝานปรากฏดาราอัสนีโลหิต เขาเอื้อมมือคว้าอัสนีที่ฟาดผ่าลงมาและบีบทำลายมัน!

อัสนีถูกทำลาย! หนิงฝานไม่ได้เกรงกลัวผนึกอัสนีของจิงหยุนแม้แต่น้อย จะมีก็แต่อัสนีของจิงหยุนที่หวาดกลัว ไม่กล้าผ่าลงใส่หนิงฝาน

“เป็นไปได้ยังไง! ทำไมผนึกอัสนีของข้าถึงหวาดกลัวมัน!” จิงหยุนประหลาดใจ แต่ในขณะนั้นเอง หนิงฝานกลับนำแส้อัสนีโลหิตออกมา

หนิงฝานเฆี่ยนแส้เข้าใส่ผนึกอัสนี แต่เมื่อแส้กระทบผนึก อัสนีอีกสายได้ฟาดผ่าเข้าที่บริเวณตันเถียนของจิงหยุน

*เปรี้ยง!*

มันผงะถอยไปหลายก้าว แววตาแปรเปลี่ยนหวาดกลัว

เมื่อลี่ป่านเห็นแส้ มันตกตะลึงและโกรธแค้นขึ้นทันที!

“เอ็นมังกรของข้า! เป็นเจ้าจริงๆ!”

ยามนี้มันเชื่อสนิทใจแล้วว่าลู่เป่ยคือซัวหมิง!

แต่สิ่งที่ทำให้มันไม่อยากเชื่อคือ เหตุใดภายใน 10 ปี ซัวหมิงถึงแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ซัวหมิงยังจะถูกมันสังหารได้ในหมัดเดียว แต่ยามนี้กลับยืนอยู่ในระดับเดียวกับมัน

หนึ่งแส้… สิบแส้… ร้อยแส้!

ผนึกอัสนีถูกเฆี่ยนฟาดจนได้รับความเสยหายอย่างหนัก ผลกระทบจากความเสียหายของมัน ทำให้จิงหยุนได้รับความเสียหายไปด้วย

ลมปราณปั่นป่วนจนยากจะหยัดยืน มันผงะถอยไปร้อยก้าวก่อนจะคุกเข่าไร้กำลัง ภายในร่างบาดเจ็บสาหัสจากการจู่โจม ทำให้ระดับพลังของมันลดลงจากขอบเขตตัดวิญญาณ

“บ้าเอ้ย! สู้ไม่ได้ ยิ่งตอนนี้ยาดเจ็บสาหัสยิ่งสู้ไม่ได้ใหญ่!”

แม้มันจะโกรธแค้น แต่มันต้องหนี ร่างของมันกลายเป็นแสงสีขาวพุ่งออกไป

เมื่อหนิงฝานเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังหนี ดวงตาข้างซ้ายของกลายเป็นสีดำ ที่แผ่นหลังปรากฏปีกขยายใหญ่ ทะยานตามจิงหยุนและเฆี่ยนแส้ใส่มัน

มันคาดไม่ถึงว่าหนิงฝานจะรวดเร็วเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นกลาง

เมื่อแส้กระทบร่าง มันกระอักโลหิตคำโต แม้จะมีเกราะคุ้มกายก็ไม่อาจต้านทาน… จิงหยุนกระอักโลหิต ร่วงลงจากท้องนภา

ในยามนั้นเอง หนิงฝานไล่ตามจิงหยุนไป ปรากฏกายเบื้องหน้า ดรรชนีแทงเข้าไปที่ดวงตาของมันทั้งสองข้าง!

“อ้า~~”

มันร้องด้วยความเจ็บปวดจนน่าเวทนา

แต่หนิงฝานไม่หยุดมือ ซัดฝ่ามือที่ทรงพลังเข้าใส่ เปลี่ยนให้ร่างของมันระเบิดกลายเป็นหมอกโลหิต จากนั้นดูดซับโลหิตและดวงจิตของมัน

เจตนาสังหารหนิงฝานเพิ่มพูน ปราณปีศาจชั่วร้ายแผ่ปกคลุมทั้งเมือง

ผู้คนในเมืองหวาดกลัว ลู่เจี่ยเฟินโกรธแค้น

“เจ้าสังหารคนเผ่าข้า สมควรตาย!”

“หยุดเดี๋ยวนี้ กฏคือประลองเป็นตายและห้ามสอดมือ” ลู่ตู้เฉินปรากฏกายขวางหน้าลู่เจี่ยเฟิน...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด