ตอนที่แล้วGE254 ฟู่ลี่ โลหิตของเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGE256 สนมอสูร [ฟรี]

GE255 หน้าเมืองลั่วหยุน [ฟรี]


กองทหารที่ออกมารอนั้น ควบม้ามาดูอาจหาญงดงาม สีหน้าเย่อหยิ่งอวดดี

ผู้เยาว์ในเกราะเงินดูเหมือนเป็นผู้นำของทหารเหล่านั้น มันอยู่ในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูง ใบหน้าหล่อเหลา แตกต่างจากอสูรตนอื่นๆ

ผู้เยาว์คนนี้นามว่า ‘ลู่เทียนหมิง’ เป็นบุตรชายของลู่ตู้เฉิน และเป็นผู้ที่มากพรสวรรค์

เมื่อยามที่ว่านเอ๋อร์ฝึกฝนและเรียนรู้วิชาอยู่กับลู่ตู้เฉิน ลู่เทียนหมิงชอบพอนางเป็นอย่างมาก แต่สุดท้าย นางก็จากมันไป

“ข้าลู่เทียนหมิงคือผู้เยาว์ที่มากพรสวรรค์ที่สุดของเมืองลั่วหยุน! นอกจากข้าแล้ว ไม่มีผู้ใดเหมาะสมที่จะแต่งงานกับว่านเอ๋อร์! ลู่เป่ย....อายุกระดูกพันปีแต่กลับบรรลุเพียงขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้น การปลุกโลหิตครั้งที่ 2 ก็ล้มเหลว เป็นทหารที่ห่วยที่สุดของเผ่า ช่างน่าอาย… ที่มันปลุกโลหิตเผ่าพันธุ์จักรพรรดิได้ก็เพราะได้โอสถปลุกโลหิตจากว่านเอ๋อร์ และได้ลู่ซ่งหยุนช่วยจนไม่รู้จะช่วยอะไรอีกแล้ว!”

ใบหน้าหล่อเหลาของลู่เทียนหมิงแปรเปลี่ยนเย้ยหยัน

มันคือผู้ที่มอบโอสถปลุกโลหิตให้กับลู่เฉิง ซึ่งหวังให้ว่านเอ๋อร์ได้ใช้มันยามที่ปลุกโลหิตครั้งที่ 3

โอสถที่ล้ำค่าขนาดนั้น ว่านเอ๋อร์ยังมอบให้กับผู้อื่น

นั่นทำให้ลู่เทียนหมิงไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ลู่เป่ย… ถึงเจ้าจะมีว่านเอ๋อร์คอยช่วยเหลือจนปลุกโลหิตเผ่าพันธุ์จักรพรรดิได้แล้วยังไง? เผ่าพันธุ์ฟู่ลี่? ไม่เห็นจะดูยิ่งใหญ่ตรงไหน? มันก็แค่หลอกลวงคนอื่นๆเท่านั้น ถ้ามันมา ข้าจะสั่งสอนมันด้วยตัวเอง!”

แรงกดดันที่มันแผ่ออกมา แสดงให้เห็นถึงความทรงพลังของร่างกายในขอบเขตกึ่งกระดูกหยกของมัน

มันนับเป็นผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์ เป็นเหมือนผู้ที่ถูกเลือก คู่ควรให้เย่อหยิ่งจองหอง

ไกลออกไปในที่ลับตา ชายชราในเกราะอสูร ผมขาวยาว ดวงตาหรี่แคบ เฝ้าสังเกตุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ปกปิดร่องรอยของตนเองเป็นอย่างดี

ด้านหลังชายชรา มีอสูรดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุด 4 ตน ท่าทางของทั้งสี่ดูเคารพชายชราเป็นอย่างมาก ยามนี้ หนึ่งในพวกมันป้องมือถามชายชรา

“นายท่าน… ให้นายน้อยเทียนหมิงออกไปรอรับลู่เป่ยแบบนั้น… ข้าว่ามันไม่เหมาะสม”

“ทำไมหล่ะ?” ชายชรากล่าวถาม

“เพราะนายน้อยเทียนหมิงชอบพอว่านเอ๋อร์มาก แต่มีข่าวลือว่าว่นเอ๋อร์สนับสนุนลู่เป่ย ถึงไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะพัฒนาไปขนาดไหน แต่ข้าว่า...นายน้อยต้องไม่พอใจแน่!”

“นั่นแหละดีแล้ว...” ชายชรายิ้มเล็กน้อย

“ดีแล้ว? นายท่าน! ลู่เป่ยอาจผิดใจกับนายน้อยได้ แบบนั้นจะไม่เป็นอะไรหรือขอรับ? ถึงลู่เป่ยจะอยู่ในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่ม แต่มันปลุกโลหิตเผ่าพันธุ์จักรพรรดิได้ สมควรมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา แต่เผ่าพันธุ์ฟู่ลี่คืออะไรแต่ไม่มีผู้ใดรู้ แต่ก็น่าจะเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์จักรพรรดิ… ถึงอย่างนั้น ด้วยความต่างของระดับพลังและร่างกาย บางทีลู่เป่ยอาจเป็นอันตรยถ้านายน้อยโกรธ!”

“ฮ่าฮ่า… ที่แท้เจ้าคิดเห็นแบบนี้ แต่ข้ากลับคิดตรงกับข้ามกับเจ้า… เจ้าเทียนหมิงสมควรได้รับบทเรียน ข้าจึงถือโอกาสนี้สั่งสอนมันก่อนที่มันจะผยองไปมากกว่านี้” ชายชรากล่าวพลางมองไปยังขอบฟ้าไกล

“ท่านหมายความว่า...ลู่เป่ยแข็งแกร่งกว่านายน้อยงั้นเหรอ?” ผู้ติดตามของชายชราไม่เชื่อ

“ใช่… เจ้ารู้หรือเปล่าว่าทำไม?”

“บ่าวไม่รู้...” ผู้ติดตามป้องมือกล่าวด้วยความนอบน้อม มันคาดไม่ถึงว่าเทียนหมิงจะนำกองทหารชั้นยอดมารอ และชายชรายังมาลอบสังเกตุการณ์ด้วยตนเอง

“เพราะว่าลู่เป่ยแข็งแกร่งมาก… ที่ข้ามาเพราะจะปกป้องชีวิตของเทียนหมิง! ถ้าข้าไม่มา คงไม่มีใครช่วยมันได้อีก...”

“เป็นไปไม่ได้! ที่นี่ไม่ได้มีแค่นายน้อยคนเดียว ยังมีอสูรที่ทรงพลังมากมายอยู่ในเมือง ข้าว่าลู่เป่ยคงไม่กล้าลงมือ...”

“เจ้าผิดแล้ว… ทำไมลู่เป่ยจะไม่กล้า… หากไม่เพราะเหตุผลเรื่องของทางเข้าแดนสาม ต่อให้เป็นข้าลู่เป่ยก็กล้าสังหาร… ในเมืองลั่วหยุนแห่งนี้ ไม่มีใครรับมือลู่เป่ยได้ เพราะลู่เป่ยผู้นั้น แท้จริงคือซัวหมิงแห่งทะเลตะวันออก”

ชายชราหลี่ตา

กลับกลายเป็นว่าชายชราล่วงรู้ตัวตนของหนิงฝาน ดูเหมือนชายชราจะมีวิชาทำนาย

ไกลออกไปลับขอบฟ้า แสงสีทองประกายกำลังตรงมา

เมื่อเข้าใกล้เมือง เส้นแสงลดความเร็วลง เผยให้เห็นรถสีทองอร่าม… ทหารอสูร 41 นายลงมาจากรถ พร้อมกับเย่าหยวนที่เป็นคนบังคับ

ทหารทั้ง 41 นายส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นต้น แต่แรงกดดันที่ทั้งหมดแผ่ออกมา กลับทำให้ทหารของลู่เทียนหมิงสั่นสะท้าน ทั้งยังตกตะลึงกับกลิ่นอายโลหิตที่แผ่ออกมา

นี่คือแรงกดดันของทหารที่อยู่ขอบนอกของเผ่า ทหารทั้งหมดที่ติดตามหนิงฝานมา ผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน นั่นหมายความว่า ทหารเหล่านี้แข็งแกร่งกว่าทหารทั่วไปมาก

แววตาลู่เทียนหมิงแปรเปลี่ยนเย็นชา

ทหารทั้ง 41 ตนที่มาล้วนเป็นทหารชั้นยอดของลู่เฉิง เป็นผู้ให้การรักขาลู่เป่ยด้วยตนเอง

รถที่ลู่เป่ยโดยสารมายังเป็นรอเพลิงทองคำ ครั้งหนึ่งลู่เทียนหมิงเคยขอบิดา แต่กลับถูกปฏิเสธ

“ช้าก่อน! พวกเจ้าเป็นใคร มาทำอะไรที่เมืองลั่วหยุน!” ลู่เทียนหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ข้าคือเย่าหยวนแห่งเมืองทะเลทรายตอนเหนือ บ่าวแห่งนายกองลู่เฉิง ที่มาเพราะนำนายกองน้อยลู่เป่ยมาเข้าร่วมการทดสอบเป็นนายกองอสูร”

“นายกองน้อยหลู่… เจ้าตัวหน้าอับอายแห่งเมืองทะเลทรายตอนเหนือหน่ะเหรอ?” ลู่เทียนหมิงเย้ยหยัน

“พวกข้าคือทหารที่มีเกียรติ! นายน้อยเทียนหมิงโปรดถอนคำพูดด้วย!”

“ถอนคำพูด? ฮ่าฮ่า เจ้าคิดจะสั่งสอนข้าเหรอ?” ลู่เทียนหมิงหรี่ตา

“ข้าไม่กล้า!” แม้จะกล่าวว่าไม่กล้า แต่สายตาของเย่าหยวนกลับเย้ยหยัน

มันรู้ว่าลู่เทียนหมิงชอบพอวา่นเอ่อร์ แต่นางปฏิเสธมัน

การที่ลู่เทียนหมิงบรรลุขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงได้เพราะมันได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี ไม่ได้ผ่านความยากลำบากอะไร คนเช่นมันไม่ควรค่าแก่การนับถือ

และคนผู้ที่ควรค่าแก่การเคารพของเย่าหยวนมีเพยงลู่เฉิงเท่านั้น

แต่ยามนี้ มันก็นับถือลู่เป่ยมากไม่แพ้กัน

คนอย่างลู่เทียนหมิงนั้น ไม่อยู่ในสายตาของลู่เป่ยแม้แต่น้อย

“ไม่กล้าก็ดีแล้ว… ถึงท่านพ่อจะเทียบเชิญลู่เป่ยมาเข้าร่วมการทดสอบนายกองอสูร แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่จะเข้าร่วมส่วนใหญ่จะอสูรในขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงที่โด่ดเด่น ผู้ที่เข้ารับการทดสองต้องเดินทางเข้าสู่สระมังกร ที่นั่นคือสถานที่อันตรายถึงชีวิต เจ้าคิดว่าลู่เป่ยจะคู่ควรงั้นเหรอ? ไสหัวกลับไปได้แล้ว”

ลู่เทียนหมิงกล่าว

เย่าหยวนแววตาแปรเปลี่ยน มันเริ่มไม่พอใจ

มันเป็นถึงผู้ติดตามของลู่เฉิงผู้ยิ่งใหญ่ มันไม่มีทางยอม

ลู่เทียนหมิงอวดดีเกินไป

คนอย่างมันถึงจะบรรลุขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูง แต่มันไม่คู่ควรให้เข้าร่วมการทดสอบเป็นนายกอง

แววตาที่เย่าหยวนมองลู่เทียนหมิงแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน เพราะอีกฝ่ายลบหลู่ลู่เป่ย

แม้เย่าหยวนไม่พอใจ แต่ลู่เทียนหมิงก็ไม่สนใจ

“ทำไมยังไม่ไสหัวกลับไปเมืองทะเลทรายตอนเหนืออีก!” ลู่เทียนหมิงตะคอก

“หากยังไม่ได้เข้ารับการทดสอบ พวกข้าก็ไม่กลับ! นายน้อยเทียนหมิง ท่านถอยไปจะดีกว่า!”

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? อยู่แค่ขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นกลางกลับอวดดี ถึงในเมืองของเจ้า เจ้าจะแข็งแกร่ง แต่ 3 กระบวนท่าข้าก็ปลิดชีวิตเจ้าได้แล้ว!”

“ข้าไม่กลัว!”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้าปะทะ ทหารด้านหลังลู่เทียนหมิงก็เร่งยับยั้ง

“ก็ได้… เห็นแก่หน้าทหารของข้า เรื่องที่เจ้าอวดดีกับข้า ข้าไม่ถือสา แต่หากจะเข้าเมือง เจ้าต้องมอบค่าผ่านทางเป็นของล้ำค่าก่อน… หากของของเจ้าทำให้ข้าพอใจได้ ข้าจะยอมให้เจ้าผ่านไป แต่หากไม่แล้ว… ว่านเอ๋อร์ต้องอยู่ที่นี่”

นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของลู่เทียนหมิง

นี่เป็นโอกาสดีที่มันจะไม่ปล่อยให้นางหลุดมือ

“บังอาจ! นายหญิงน้อยเป็นของนายท่านลู่!” ทหารทั้ง 41 คนโกรธเคือง ทั้งหมดชักอาวุธพร้อมรบทุกเมื่อ

แต่เย่าหยวนดูราวกับมีแผนบางอย่างจึงกล่าวขึ้น

“ช้าก่อน! เรื่องสมบัตินายกองน้อยลู่ได้เตรียมเอาไว้แล้ว เป็นสิ่งที่เตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ”

เมื่อเย่าหยวนกล่าวเช่นนั้น เหล่าทหารราวกับจะรู้บางสิ่ง จึงเฝ้ารอให้ลู่เทียนหมิงเสียหน้า

“เอาของมา!” เย่าหยวนสั่ง ทหารสองนายอุ้มกล่องใบหนึ่งออกมา โยนลงตรงหน้าลู่เทียนหมิง พร้อมกับถ่มน้ลายใส่กล่องใบนั้น

ลู่เทียนหมิงโกรธแค้น ทหารของเมืองทะเลทรายตอนเหนือช่วงอวดดี

กล่องใบที่เย่าหยวนกล่าวถึงนี้สร้างจากไม้วิญญาณหมื่นปี สามารถเก็บรักษาโอสถล้ำค่าได้เป็นอย่างดี ราคาของมันอยู่ที่ 1 แสนหยกสวรรค์

“หากสิ่งที่อยู่ในนี้ไม่ถูกใจข้า...ว่านเอ๋อร์เป็นของข้า! เจ้ามาเปิดกล่อง!”

ทหารของลู่เทียนหมิงที่ทรงพลังสองคนก้าวเดินออกมา

พวกมันจับฝากล่องคนละข้างเตรียมเปิด แต่เมื่อพวกมันเคลื่อนฝากล่องออกเล็กน้อย ปราณอสูรตัดวิญญาณที่ทรงพลังก็ผลักให้ทหารสองคนนั้นกระเด็ด โลหิตปั่วป่วน กระอักโลหิตคำโต

“อสูร… อสูร...”

พวกมันกล่าวไม่เป็นคำพูด

เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของอีกฝ่าย เย่าหยวนและเหล่าทหารก็หัวเราะ

“น่าเสียดาย พวกข้าอุตส่าห์มอบของขวัญะพิเศษให้ แต่นายน้อยกลับไม่ยอมเปิดด้วยตัวเอง”

คำกล่าวของเย่าหยวนเหมือนเข็มปักลงกลางใจลู่เทียนหมิง

“ฮึ่ม! ซ่างเหว่ย หลิวควง พวกเจ้ามาเปิด!”

ทหารของลู่เทียนหมิงอีก 2 คนเดินออกมา แต่เมื่อเอื้อมมือเปิดฝาเตาได้เล็กน้อย ปราณอสูรที่รุนแรงที่แผ่ออกมาก็ทำให้พวกมันหวาดกลัวเช่นกัน

ลู่เทียนหมิงขมวดคิ้วแน่น

ลู่เทียนหมิงมั่นใจว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องใบนี้ต้องไม่ธรรมดา ถึงขนาดที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเวงจิตแรกเริ่ม 4 คนต้องหวาดกลัว

และในที่สุด มันก็ตัดสินใจจะเปิด

แต่เมื่อมันเดินไปใกล้กล่อง มันสัมผัสถึงความรู้สึกประหลาดที่ทำให้มันหวาดกลัว

“เย่าหยวน ในนี้ใส่อะไรไว้!”

“ศีรษะของคนที่นายกองน้อยลู่สังหาร!” เย่าหยวนกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

“ศีรษะ! อย่างมันจะไม่ฆ่าใครได้!”

ลู่เทียนหมิงพยายามสงบใจ จากนั้นเอื้อมมือเปิดฝากล่อง

แต่เมื่อมันเปิดได้ไม่มาก ปราณปีศาจที่รุนแรงก็แผ่ออกมา ทำให้มันตกตะลึง

มันขบฟันเปิดฝาออกทั้งหมด พบเป็นศีรษะ 3 ศีรษะวางอยู่ภายใน

แต่เมื่อปราณที่แผ่ออกจากทั้งสามศีรษะนี้หายไป ลู่เทียนหมิงและคนอื่นๆกลับหวาดกลัวแข็งค้าง

“นะ...นี่… นี่มันนายกองอสูร!”

ลู่เทียนหมิงสั่นสะท้าน มันผงะถอยไป 7 ก้าว แต่ละก้าวกระอักโลหิตคำโต

ใครเป็นคนตัดศีรษะนายกองทั้ง 3 มา!

หากมันเดาไม่ผิด นายกองทั้งสามนี้สมควรเป็นคนของเผ่ารอยแยกพิภพ ทั้งสามคนนี้คือผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งของเผ่า และกำลังจะทะลวงขอบเขตตัดวิญญาณขั้นกลาง

ลู่เป่ย… ลุ่เป่ย! หยวนเหยาบอกว่าลู่เป่ยเป็นคนสังหาร!

ลู่เป่ยสังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณ 3 คนได้เพียงลำพัง

แต่ตัวมันกลับกล้ากล่าวว่าจะชิงสตรีของปีศาจผู้นี้

“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้!”

ดวงตามันเบิกกว้างราวกับคนคลั่ง ในขณะนั้นเอง หนิงฝานและว่านเอ๋อร์ก็เดินเคียงคู่กันออกมาจากรถเพลิงทองคำ

เดิมทีหนิงฝานไม่ได้คิดจะข้องแวะกับลู่เทียนหมิง เพราะในแดนสองแห่งนี้ไม่มีใครขวางเขาได้ เว้นแต่อสูรในระดับสูงเท่านั้น

หากไม่ใช่เพราะมันกล่าวว่าจะชิงว่านเอ๋อร์ไป หนิงฝานจะไม่สนใจมันแม้แต่น้อย

“เมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะชิงภรรยาข้าใช่มั้ย? ไหนลองพูดอีกทีซิ!”

หนิงฝานก้าวไปเบื้องหน้าหนึ่งก้าว แผ่นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปรากฏกระบี่ปรากฏทั่วทุกหนแห่ง ลู่เทียนหมิงกระอักโลหิตอย่างรุนแรง แววตามองหนิงฝานด้วยความหวาดกลัว

“กะ… กึ่งตัดวิญญาณ! ระดับพลังที่แท้จริงของลู่เป่ย!”

เพียงก้าวเดียวก็ทำให้ขอบเขตดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูง ร่างกายบรรลุกึ่งกระดูกหยกบาดเจ็บสาหัส ผู้ที่จะทำแบบนี้ได้ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นกลาง

ลู่เป่ยผู้เป็นเพียงขยะในอดีต แต่ยามนี้กลับแข็งแกร่งเทียบเคียงเหล่านายกองอสูร

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ใครจะสู้ลู่เป่ยได้?

หากลู่เป่ยจะเข้าเมือง ใครเล่าจะห้ามได้

ขนาดนายกองอสูร 3 ตนที่พยายามจะสังหาร ยังมีจุดจบน่าอนาจ

“ข้าบอกให้เจ้าลองพูดอีกทีซิ!”

หนิงฝานก้าวไปอีกครั้ง ลู่เทียนหมิงกระอักโลหิตรุนแรง และดวงจิตแรกเริ่มของมันแตกสลาย

การจะฟื้นฟูมันอย่างน้อยๆต้องใช้เวลา 100 ปี

ว่านเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างหลังหนิงฝานก็ตกตะลึง

นางอ้าปากจนไม่อยากหุบ หนิงฝานเรียกนางว่าเป็นภรรยา ทำให้นางเขินอาย

“ข้าไม่คู่ควรกับเจ้าหรอก...” นางกล่าวเบาๆโดยที่หนิงฝานไม่ได้

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงไม่แพ้กัน นั่นคือศีรษะของนายกองอสูร โดยที่หนึ่งในนั้นมีกลิ่นอายของหงส์เพลิงอยู่

ก่อนหน้านี้นางถามหนิงฝานว่าเอาปีกหงส์เพลิงมาจากไหน เขาตอบว่าสังหารมา แต่นางไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้จริง

เพราะขนาดผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณด้วยกันเองยังยากจะสังหารกันและทำลายดวงจิต แต่หากจะทำเช่นนั้นได้ ฝ่ายสังหารต้องมีพลังมากกว่าผู้ที่ถูกสังหารอยู่ 1 ระดับเป็นอย่างน้อย

แต่สิ่งที่ปรากฏยามนี้ แสดงให้เห็นว่าหนิงฝานเป็นผู้สังหารนายกองที่เป็นหงส์เพลิงจริงๆ

ที่สำคัญ หนิงฝานยังไม่ได้สังหารนายกองแค่คนเดียว แต่สังหารไปถึง 3 คน

ดูเหมือนยามนี้หนิงฝานจะแข็งแกร่งล้ำหน้าลู่เฉิงไปแล้ว นางไม่จำเป็นต้องห่วงกังวลหนิงฝาน เว้นแต่นายกองระดับสูงจะมาด้วยตนเอง

“ลู่เป่ยแข็งแกร่ง… ทำไมข้าไม่เคยรู้” นางนับถือในตัวหนิงฝาน

ไกลออกไป ลู่ตู้เฉินที่เฝ้ามองก็ตกตะลึง

ชายชรารู้ว่าหนิงฝานคือซัวหมิง รู้ว่าหนิงฝานมาจากทะเลไร้สิ้นสุด

ชายชรารู้ว่าหนิงฝานทุ่มเทกับการฝึกฝน ควรค่าให้เป็นผู้สั่งสอนบทเรียนแก่ลู่เทียนหมิง

แต่สิ่งที่ชายชราไม่รู้คือหนิงฝานจะแข็งแกร่งขนาดที่สังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณได้ถึง 3 คน

“นายกอง 3 คนนั้น หากเปลี่ยนให้ข้าเป็นผู้ลงมือ อย่างมากก็สังหารได้แค่ 2 ยิ่งความสามารถของหงส์เพลิง ข้ายิ่งสังหารมันไม่ได้ง่ายๆ… ดูเหมือนข้าจะดูแคลนเด็กนั่นเกินไป”

ผู้ติดตามด้านหลังชายชราเองก็ตกตะลึง

เมื่อพวกมันเห็นหนิงฝานกำลังจะก้าวเท้าที่ 3 พวกมันก็ไม่อาจทนอยู่เฉย

“ช้าก่อน!”

พวกมันทะยานเข้าขวางหน้าลู่เทียนหมิง

แต่ก่อนที่พวกมันมาถึง หนิงฝานก้าวเท้าที่ 3 แรงกดดันที่รุนแรงกระแทกพวกมันจนปลิว กระอักโลหิตเป็นสาย

หากไม่แข็งแกร่งก็ขวางหนิงฝานไม่ได้

“ลู่เป่ย...”

ว่านเอ๋อร์กุมมือหนิงฝานไว้ เพราะกลัวว่าเขาจะสังหารลู่เทียนหมิง

“วางใจเถอะ… ไม่เป็นไร”

หนิงฝานหันมองลู่เทียนหมิงด้วยสายตาที่เย็นชา

“ข้าถามว่าเจ้าจะบอกว่าว่านเอ๋อร์เป็นของเจ้าอีกหรือเปล่า?”

ก้าวที่ 4 สีหน้าของลู่เทียนหมิงเริ่มอาการไม่สู้ดี จนมันต้องรอความเมตตา

“ไม่… ข้าไม่กล้าแล้ว!” แม้มันจะเป็นคนเจ้าชู้ แต่มันรู้ว่าใครบ้างที่ไม่กล้าล่วงเกิน

“จากนี้ไปข้าจะไม่ข้องแวะกับแม่นางว่านเอ๋อร์อีก… เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ข้าจะตัดนิ้วหนึ่งนิ้ว!”

มันนำมีดออกมาแล้วตัดนิ้ว โลหิตพุ่งกระฉูด แต่มันไม่ร้อง

“ดี… จากนี้ไป หากข้าไปที่ใด เจ้าก็อย่าให้ข้าเห็นหน้าอีก”...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด