ตอนที่แล้วเล่ม 1 ตอนที่ 85 เสียสละ ตอนที่ 2 (ฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเล่ม 1 ตอนที่ 87 ข้อสรุป ตอนที่ 2 (ฟรี)

เสียงหัวเราะของชายร่างกำยำที่ดังออกมาทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนจนผู้คุ้มกันของตระกูล

โจเซฟต่างพากันเสียการทรงตัวและล้มลงกับพื้น

แววของความน่ากลัวฉายขึ้นบนใบหน้าของชายผู้นั้นในขณะที่เขากวัดแกว่งดาบยาวในมือขวาของเขาก่อนที่จะฟันเข้าที่เข่าของฟอล์กทันทีด้วยความนุ่มนวลทว่าเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด และเมื่อคมดาบผ่านขาข้างขวาของเด็กชายไป ขาของฟอล์กก็ขาดออกในชั่วพริบตาเดียว

สิ่งเดียวที่ฟอล์กสังเกตเห็นในตอนแรกคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นจากเข่าของเขา ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีความเจ็บปวดที่สุดแสนจะทรมานก็เข้าครอบงำเขาจนทำให้เขาแทบขาดสติ เขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่เลือดจะทะลักออกมาจากขาของเขาราวกับน้ำตกจนทำให้ร่างของริชาร์ดที่อยู่ใต้ตัวเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือด

ชายหนุ่มร่างกำยำหันไปมองหญิงสาวทรงพลังที่อยู่ด้านหลังของเขาก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องให้สิ่งสกปรกเพียงเล็กน้อยเหล่านี้เปื้อนมือของเจ้าหรอกอลิส ข้าจะเป็นคนจัดการปัญหาตรงนี้เอง เจ้าเพิ่งจะพิชิตดินแดนใหญ่มาคงจะยังเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย”

หญิงสาวผมแดงวัย 20 ผู้นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามของอาเครอน นามของนางคือ อลิส อาเครอน หญิงสาวที่มีอายุน้อยที่สุดที่สามารถเป็นเอิร์ลได้ด้วย ความสามารถและความพยายามของนางเอง ไม่ใช่เพราะมรดกตกทอดจากตระกูล

อลิสยักไหล่ก่อนจะกล่าวว่า “ถ้ารู้ว่าท่านจะมา ข้าคงไม่ลงมือทำอะไรตั้งแต่แรกหรอก”

ชายร่างกำยำหัวเราะออกมา “ข้าแค่ผ่านมาทางนี้น่ะ เอาไงต่อล่ะ… ดูเหมือนว่าเจ้าหนุ่มโจเซฟคนนี้จะโชคไม่ดีเลย เอ๊ะ ! หรือว่าเจ้าหนุ่มน้อยของพวกเราจะโชคดีกันแน่นะ ?”

ในเวลานั้นยังมีผู้คุ้มกันของตระกูลโจเซฟที่ยังสามารถขยับตัวได้อยู่ ทันทีที่พวกเขาเห็นว่าขาของฟอล์กถูกตัดจนขาดออกจากร่าง สายตาของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธ พวกเขาลุกขึ้นยืนก่อนที่จะวิ่งเข้าหาเหล่าอาเครอนอย่างไม่คิดชีวิต เพราะในเวลานี้ฟอล์กได้รับบาดเจ็บสาหัส หากพวกเขาเลือกที่จะไม่ทำอะไรและพาฟอล์กกลับไปในสภาพเช่นนี้ก็คงไม่พ้นจะต้องถูกลงโทษในแบบที่ไม่สามารถจะปกป้องบุตรของดยุกได้อยู่ดี สู้ให้เขาต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายยังจะดีเสียกว่า

ดาบยาวในมือของชายร่างกำยำพุ่งไปด้านหน้า 2-3 ครั้งอย่างโหดเหี้ยม และเมื่อเขาทำเช่นนั้น ร่างของคนเหล่านั้นก็ลงไปกองอยู่ที่พื้น ! และทันทีที่ร่างของพวกเขาสัมผัสพื้น แขนและขาของพวกเขาก็หลุดออกจากร่างทันที ผู้คุ้มกันทั้งสองเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะกลิ้งไปมาบนพื้นอย่างทุรนทุรายจนทำให้เลือดเปื้อนไปทั่วทุกที่

ผู้คุ้มกันคนที่ 3 ก้าวเท้ามาข้างหน้าเพื่อพุ่งตัวไปยังชายร่างกำยำผู้นั้น ทว่าริชาร์ดรีบลุกขึ้นจากพื้นก่อนที่จะต่อยเข้าไปที่สะบักของชายผู้นั้นอย่างจัง แล้วริชาร์ดก็เหยียบเข้าที่เท้าของเขาอย่างไม่ปราณี

ผู้คุ้มกันผู้นี้เป็นวอริเออร์ระดับ 8 ที่มีร่างกายที่ทรงพลังอย่างมากเมื่อเทียบกับริชาร์ด ทว่าพลังของริชาร์ดกลับไม่ได้น้อยไปตามระดับของเขาอย่างที่ควรจะเป็น ทันทีที่เท้าของริชาร์ดเหยียบเข้าที่ขาของชายผู้นั้น ก็เกิดเสียงกระดูกแตกหักของวอริเออร์ผู้เก่งกาจดังลั่นออกมา ในเวลาเดียวกันสะบักของเขาก็ถูกอัดเข้าอย่างแรงจนแหลกเป็นเสี่ยง ๆ ทว่าจากประสบการณ์ที่ช่ำชองของเขานั้น สัญชาตญาณก็สั่งให้เขาต่อสู้กลับโดยใช้ข้อศอกซัดกลับไปที่ร่างของริชาร์ดในทันที

ริชาร์ดสูดหายใจเข้าลึก เขาเลือกที่จะไม่ใช้ศอกของเขาป้องกันการโจมตีของวอริเออร์ทว่ากลับปล่อยให้ศอกของฝ่ายตรงข้ามชกเข้ามาที่ท้องของเขา ริชาร์ดใช้ช่วงเวลาที่ฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้พร้อมกับใช้หมัดชกเข้าที่ซี่โคร่งของชายผู้นั้นอย่างแรงโดยการใช้ความแข็งแกร่งจากเออรัพชั่นของเขา

*ตูม ! ตูม ! ตูมมม !* หมัดที่ส่งออกไปเต็มไปด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่ง ในเวลานี้ฝ่ายตรงข้ามถูกบีบให้รู้สึกถึงความสิ้นหวังอีกครั้ง การโจมตีด้วยหมัดที่ทรงพลังของริชาร์ดเมื่อครู่ทำให้ขาของเขาได้รับบาดเจ็บ ในเวลานี้เขาแทบไม่สามารถที่จะเปลี่ยนท่าทางของตัวเองได้แม้แต่เพียงก้าวเดียวเพราะหากเขาเคลื่อนตัวเพียงเล็กน้อยนั้นก็อาจจะทำให้เด็กชายตรงหน้าเห็นจุดอ่อนของเขาได้ ในเวลานี้เขาจึงทำได้เพียงการใช้ศอกของเขาพุ่งไปยังริชาร์ดอย่างสุดแรงเพื่อที่จะให้ริชาร์ดกระเด็นออกไปจากจุดที่เขาอยู่ในตอนนี้

ริชาร์ดไม่ได้ก้าวหนีหรือเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย เขาแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงบนิ่งก่อนที่จะซัดหมัดเหล็กของเขาไปที่ซี่โครงของผู้คุ้มกันที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สำหรับวอริเออร์ผู้นี้ที่มีระดับสูงกว่าริชาร์ด ดูเหมือนว่าพลังของริชาร์ดจะทำอะไรร่างกายภายนอกของเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทว่าเมื่อสังเกตเห็นเลือดที่ออกมาทางปากของเขาก็พอจะพิสูจน์ให้เห็นได้ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกันที่ผู้คุ้มกันจะต้องมารับมือกับการโจมตีของริชาร์ดในตอนนี้

ซี่โคร่งของผู้คุ้มกันยุบเข้าไปจนเป็นรูโหว่อย่างเห็นได้ชัด ในที่สุดเขาก็เปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง เลือดในปากของเขาพุ่งออกมาพร้อมกับชิ้นเนื้อเล็ก ๆ หลุดออกมาพร้อมกับเลือด เขาทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง

ริชาร์ดยกเท้าออกจากเท้าของชายผู้ที่ตอนนี้หมดสติไปแล้ว เขาพ่นเลือดที่อยู่ในปากของเขาออกมาด้วยความเยือกเย็นก่อนที่จะมองดูเหล่าผู้คุ้มกันที่บาดเจ็บตรงหน้าเขาพร้อมกับแสดงท่าทางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหยุดนิ่งไป เขาเปลี่ยนเป้าหมายจากคนเหล่านั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับใช้สายตาที่ดุร้ายมองไปยังฟอล์กอีกครั้ง

ริชาร์ดเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่ร่างกายของเขาจะเปล่งประกายสีฟ้าจาง ๆ ออกมา ริชาร์ดก้าวไปข้างหน้าราวกับถูกผลักด้วยมือที่มองไม่เห็นจากด้านหลังของเขา เขาเล็งมือไปข้างหน้าราวกับว่ามันเป็นดาบ ก่อนที่แสงในมือของเขาจะเปลี่ยนเป็นริ้วสายฟ้าสีฟ้า มันพุ่งเข้าหาฟอล์กอย่างรวดเร็ว หากใครที่จ้องมองดูอย่างตั้งใจก็จะสังเกตเห็นว่าแสงสีฟ้าจาง ๆ นั้นมาจากดาบในมือของเขา !

สกิลดาบลับลำดับที่ 4 ของซิลเวอร์มูน —- แอนนิฮิเลชั่น! นี่เป็นสิ่งเดียวที่ริชาร์ดใช้ได้ในตอนนี้ แม้ว่าฟอล์กจะเป็นวอริเออร์ระดับ 10 ที่แข็งแกร่งกว่าริชาร์ดมาก แต่พลังแห่งดาบเล่มนี้ก็อาจจะทำให้ร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บจากพลังแห่งจันทราของดวงจันทร์ดวงที่ 4 ได้ไม่น้อย ซึ่งความรุนแรงของมันนั้นแม้แต่เคลริคที่มีพลังที่เก่งกาจก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อรักษาบาดแผลที่ดาบเล่มนี้ทิ้งไว้ให้

ชายร่างกำยำปล่อยดาบยาวในมือของเขาลงกับพื้นก่อนที่จะยื่นมือออกไปยังริชาร์ด การโจมตีที่ถูกส่งออกมาจากริชาร์ดเปลี่ยนเป้าหมายจากการปะทะเข้าร่างของฟอล์กไปเป็นปะทะเข้าที่ฝ่ามือของชายร่างกำยำโดยตรง แรงปะทะนี้ทำให้ริชาร์ดรู้สึกราวกับว่าเขาชนเข้ากับภูเขาใหญ่อย่างจังจนทำให้อวัยวะภายในของเขาสั่นสะเทือนและเกิดสภาวะจุกกลางอกขึ้นมา พลังของจันทราสีฟ้าที่ริชาร์ดรวบรวมพละกำลังก่อนหน้านี้กระจายออกไปชั่วพริบตาเดียวพร้อมกับที่ร่างของเขาได้เซไปด้านหลัง

“โอ๊ะ บุตรชายของกาตอน เจ้าเองก็เช่นกัน อย่าเอามือของเจ้ามาเปื้อนสิ่งสกปรกเช่นนี้เลย มันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” ชายร่างกำยำส่ายหน้าก่อนจะกล่าวว่า “ช่างน่าอิจฉากาตอนจริงๆ เขามีบุตรชายเช่นเจ้า แต่เหตุใดถึงไม่เคยเล่าให้ข้าฟังเลยสักครั้งเดียว ! เจ้าหนู เจ้าต้องเรียกข้าว่าลุงก็ได้นะ รอให้ข้าจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนแล้วเรามาทดสอบกันว่าเจ้ามีความสามารถในการดื่มเท่าไหร่กัน ! ”

ทันใดนั้นคนที่อยู่ภายในกลุ่มฝูงชนก็ตะโกนแทรกขึ้นมา “นั่นมันโกลิอัท เอิร์ลโกลิอัท !” ทันทีที่ชื่อนี้ถูกเรียกออกมาก็สร้างความปั่นป่วนขึ้นมาเล็กน้อยภายในกลุ่มของคนที่มามุงดูเหตุการณ์เหล่านั้น

…..

ในเวลาเดียวกัน ห้องขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของตึกที่ห่างไกลออกไป 1,000 กว่าเมตร เรย์มอนด์นั่งอยู่ริมหน้าต่างภายในห้องพร้อมกับคิดอะไรบางอย่าง เขาถือกล้องส่องทางไกลสีเงินซึ่งถูกออกแบบในสไตล์เก่าแก่ไว้ในมือพร้อมกับสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงมุมถนนที่ห่างไกลออกไปอย่างใกล้ชิด

ทันใดนั้นเรย์มอนด์ก็เปล่งเสียงร้องออกมาว่า “นั่นมันอลิซหนิ ! ทำไมนางถึงมาอยู่ที่นั่นได้ !”

เมื่อได้ยินชื่อของอลิซ คนที่อยู่ภายในห้องก็ใบหน้าถอดสีขึ้นมาเล็กน้อย เนสบีที่ยืนอยู่ก็กล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ข้าจะไปจัดการนางให้เอง !”

ทันทีที่เนสบีเดินตรงไปยังหน้าต่างพร้อมกับเตรียมตัวจะกระโดดออกไป เรย์มอนด์ก็ยื่นมือซ้ายที่ดูยาวและเรียบเนียนราวกับมือของหญิงสาวของเขาออกไปขวางไว้ ปลายนิ้วของเขาสั่นเล็กน้อย

ขณะที่เนสบีกำลังสับสนกับการกระทำของเรย์มอนด์ เรย์มอนด์ก็วางกล้องส่องทางไกลในมือของเขาลงก่อนที่จะถอนหายใจออกมา “เจ้าไม่ต้องไปที่นั่นอีกแล้วล่ะ โกลิอัทก็อยู่ที่นั่นด้วย ตอนนี้เราไม่มีสิทธิ์ทำอะไรทั้งนั้น ดูเหมือนว่าชีวิตของฟอล์กคงจะจบลงแล้ว”

แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นเอิร์ล และอลิซเองก็เป็นที่รู้จักในด้านสติปัญญาและไหวพริบในสนามรบ ทว่านางมีระดับเพียง 17 เท่านั้นเมื่อเทียบกับเนสบีที่เป็นวอริเออร์ระดับ 18 และแม้จะดูเหมือนว่าเขาก็มีกำลังมากพอที่จะปรามนางไว้ได้ แต่ในทางตรงกันข้ามสำหรับโกลิอัท อาเครอนที่มีระดับมาตรฐานที่แตกต่างจากพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง ในตอนนี้พลังการต่อสู้ทางกายภาพของโกลิอัทไปถึงระดับ 20 แล้ว ด้วยเขาเพียงคนเดียวก็ดูเหมือนว่าจะสามารถกำจัดคนภายในห้องนี้ให้หายไปได้อย่างง่ายดาย

พี่ชายของกาตอนผู้นี้ถูกตั้งชื่อตามยักษ์ในยุคโบราณซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังทางกายภาพของเขาได้อย่างชัดเจน ในความเป็นจริงแล้วระดับของเขาไม่ได้ตรงตามพละกำลังของเขาเลย แม้ว่าเขาจะยังไม่พร้อมที่จะต่อสู้กับคู่แข่งอย่างเลเจนดารี่ได้ แต่เขาก็สามารถรับมือกับเซนต์วอริเออร์พร้อมกันทีเดียว 2 คนได้อย่างง่ายดาย ข้อบกพร่องอย่างเดียวของเขาคือการขาดสภาวะการเป็นผู้นำและการปกครองของเขาที่อยู่ในระดับปานกลางที่ทำให้เขาไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ได้

สาเหตุนี้จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมในสงครามที่เกิดขึ้นทั่วสหพันธ์ศักดิ์สิทธิ์ สงครามระหว่างประวัติศาสตร์ของมนุษย์หรือแม้แต่ในสงครามเพลน อลิซจึงอยู่เหนือกว่าเขาทุกครั้งทั้ง ๆ ที่เขาเองมีระดับและความสามารถที่มากกว่า สำหรับแผนการของเรย์มอนด์ในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของโกลิอัทเพียงคนเดียวก็สามารถปัดเป่าแผนการที่แยบยลของเขาให้หายไปในชั่วพริบตาเดียว

ทันใดนั้นเควินก็นึกขึ้นได้ถึงบางอย่างก่อนที่ใบหน้าของเขาจะถอดสี เขากล่าวว่า “ยังมีอสรพิษอีกนะ !”

ชายแก่วาเลนส่ายหน้าก่อนจะกล่าวว่า “อสรพิษเองดูเหมือนว่าเขาก็ถูกจัดการไปแล้วเช่นกัน แต่นั่นก็เป็นแค่เพียงเงินที่สูญเสียไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าสำหรับฟอล์ก…”

ทุกคนในห้องต่างพากันเงียบเสียงลง… สำหรับฟอล์กแล้วเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาดเหมือนกับดยุกโจเซฟ และเขาเองก็เตรียมการที่จะเสียสละตนเองตั้งแต่เริ่มแรกที่เขาได้รู้แผนการในครั้งนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ถือว่าฟอล์กเป็นบุตรชายแท้ ๆ ของดยุกโจเซฟคนหนึ่งอยู่ดี…

.

ล่าสุดจบเล่ม 1 แล้วนะครับ ติดตามตอนอื่นๆก่อนใครได้ที่ >>> https://www.facebook.com/cityofsinnovel

คะแนน 4.6
กรุณารอสักครู่...