ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 120 : เรือนทำงาน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 122 : อาคารเป้าหมาย

ราชันย์เร้นลับ 121 : สมมติฐานเลียวนาร์ด

 

    หลังจากฟังความเห็นจากไคลน์และฟราย เลียวนาร์ดขยับปกเสื้อพลางเดินวนไปมา

 

    “ถ้าอย่างนั้น พวกเราต้องเริ่มสืบสวนจากทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวซาลัส รวมถึงทุกคนที่เขาติดต่อหลังจากล้มละลายและถูกขับไล่ออกจากบ้าน… 

 

    “แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว…

 

    “เวลาของเรามีไม่พอ คงสำรวจได้เพียงเบาะแสรอบๆ เรือนทำงานแห่งนี้ จากนั้นรีบลุยคดีถัดไป การสืบสวนขยายผลต้องฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ”

 

    “ตกลง”

 

    ไคลน์ตอบโดยไม่ลังเล

 

    ฟรายไม่คัดค้าน มันหันไปสนทนากับคนงานซึ่งนอนข้างซาลัสในคืนเกิดเหตุ

 

    ขณะไคลน์กำลังมองหาคนงานเพื่อสอบถามข้อมูลคดีเช่นกัน มันเหลือบเห็นนักกวีเลียวนาร์ดส่งสัญญาณมือพร้อมกับใช้คางชี้ไปยังมุมหนึ่งของเรือนทำงาน

    

    หมอนี่ต้องการอะไร? 

 

    ไคลน์ไม่มีไอเดียในหัวเลย

 

    ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นเดินสำรวจรอบเรือนทำงานสักพัก ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น 

 

    เมื่อเห็นฟรายเผลอ ไคลน์แอบเดินไปหลบมุมลับตาคนพร้อมกับเลียวนาร์ด เป็นจุดอับหลังฉากกั้นด้านข้างห้องโถง

 

    “ผมมีสมมติฐาน”

 

    เลียวนาร์ดโพล่งไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

    ไคลน์กวาดสายตามองรอบตัวหนึ่งหนด้วยสีหน้าสับสน

 

    “สมมติฐานอะไร?”

    

    เลียวนาร์ดจ้องมองไคลน์ด้วยนัยน์ตาเขียวมรกตพร้อมกับมอบคำตอบ

 

    “ถ้าไม่มีปัจจัยภายนอกเกี่ยวข้อง คุณคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชะตากรรมของมาดามลอวิสบ้าง?”

 

    ไคลน์ก้มหน้าไตร่ตรอง

 

    “คงหัวใจวายตายเหมือนเดิม เพียงแต่ถูกเลื่อนออกไปสักสองสัปดาห์ หรืออาจนานนับเดือน… 

 

    “ด้วยธรรมชาติของครอบครัวลอวิส พวกเขาไม่มีทางไปพบแพทย์จนกว่าอาการจะย่ำแย่สุดขีด และด้วยธรรมชาติของโรคหัวใจ เมื่อถึงจุดนั้นก็คงสายเกินแก้แล้ว”

 

    “แล้วคดีซาลัสล่ะ หากไม่ถูกกระตุ้นโดยบุคคลภายนอก ชะตากรรมของหมอนั่นจะลงเอยเช่นไร?”

 

    เลียวนาร์ดถามต่อ

 

    ไคลน์ยังคงก้มหน้า

 

    “จากรายละเอียดของคดี ซารัสเกิดภาวะตึงเครียดอยู่ก่อนแล้ว สาเหตุมาจากการล้มละลายและถูกไล่ออกจากบ้าน เขาฉุนเฉียวอย่างมากเมื่อไม่มีใครสักคนยื่นมือช่วยเหลือ… 

 

    “แต่ถึงจะโมโห ก็คงไม่ลงมือสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์ในเรือนทำงานแน่ อาจเก็บความแค้นดังกล่าวไปสะสางกับอดีตหัวหน้า ตัวการใหญ่ซึ่งทำให้เขาต้องตกงาน หรือไม่ก็พนักงานธนาคารที่ส่งคนมายึดบ้าน”

 

    “ผลลัพธ์ของการแก้แค้นล่ะ?”

 

    เลียวนาร์ดถามจี้

 

    “ไม่ต้องสงสัยเลย เขาเตรียมแผนจบชีวิตตัวเองไว้นานแล้ว ไม่ว่าจะแก้แค้นด้วยวิธีใด แต่จุดจบแน่ชัดคือความตายของตัวซาลัส”

 

    ไคลน์ตอบอย่างมั่นใจ

 

    เลียวนาร์ดเผยรอยยิ้มเลศนัย

 

    “ถ้าอย่างนั้นก็สามารถสรุปได้ใช่ไหมว่า…

 

    “ทั้งมาดามลอวิสและมิสเตอร์ซาลัสต่างมีชะตากรรมต้องตายตั้งแต่แรกแล้ว…?”

 

    ในฐานะนักรบคีบอร์ดผู้ปราดเปรื่องไปทุกเรื่องอย่างละนิด เมื่อได้ยินข้อสรุปเมื่อครู่จากเลียวนาร์ด ไคลน์ฉุกคิดบางสิ่งได้ทันที

 

    “คุณกำลังจะบอกว่า ความตายของพวกเขาถูกเร่งให้เร็วขึ้นด้วยพลังอำนาจลึกลับ? 

 

    “เพื่ออะไรกัน?”

 

    “พูดให้ถูกคือ พวกเขาถูกพลังลึกลับภายนอกช่วงชิง ‘อายุขัย’ ไป 

 

    “พวกเราย่อมทราบดีว่า อายุขัยคือเครื่องเซ่นสังเวยสำคัญในพิธีอัญเชิญเทพนอกรีต อสูรชั่วร้าย หรือไม่ก็พิธีกรรมสาปแช่งหมู่”

 

    เลียวนาร์ดช่วยแก้ไขข้อสรุปให้ไคลน์

 

    “อัญเชิญเทพนอกรีต อสูรชั่วร้าย หรือไม่ก็พิธีกรรมสาปแช่งหมู่… งั้นหรือ?”

 

    ไคลน์พึมพำถ้อยคำของอีกฝ่ายซ้ำ ก่อนจะเงยหน้ามองเลียวนาร์ดและถามอย่างสับสน

 

    “คุณมั่นใจแค่ไหน? แต่พวกเราเพิ่งสืบคดีตัวอย่างได้เพียงสองคดี…”

 

    เลียวนาร์ดยิ้ม

 

    “ไคลน์ พวกเราไม่จำเป็นต้องปิดบังต่อกัน ผมเห็นกับตาว่าคุณสามารถหลุดพ้นจากอำนาจ 2-049 ได้ด้วยตัวเอง คนธรรมดาไม่มีทางทำได้หรอกนะ

 

    “คุณเป็นคนพิเศษ และคงตระหนักได้เช่นกันว่าผมไม่เหมือนผู้วิเศษเหยี่ยวราตรีทั่วไป”

 

    รอยยิ้มขี้เล่นของเลียวนาร์ดเลือนหาย เหลือเพียงใบหน้าขึงขังเย็นชาที่จ้องมองไคลน์

 

    “ผมเคยบอกคุณไปหลายหนแล้ว โลกใบนี้มีบุคคลพิเศษอยู่มากมาย พวกเขากระทำในสิ่งที่ผู้อื่นไม่สามารถ… เช่นคุณและผม

 

    “ประวัติศาสตร์ของโลกยาวนานนัก สมบัติวิเศษทรงพลังมากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกมุม ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างแสวงหาไขว่คว้าเพื่อครอบครองความเป็นหนึ่ง เพื่อให้ได้เป็นพระเอกของโลกใบนี้…

 

    “แน่นอน ถึงบุคคลพิเศษจะมีอยู่ไม่มาก แต่ก็ไม่ได้มีเพียงหนึ่งหรือสองคนเช่นกัน

 

    “ผมไม่คิดว่าผู้วิเศษที่มีความลับจะเป็นคนชั่วร้ายเสมอไป และไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดให้คนอื่นทราบด้วย… 

 

    “ตราบใดที่มิได้ประสงค์ร้ายต่อเหยี่ยวราตรีหรือเมืองทิงเก็น คุณยังเป็นพวกพ้องที่ดีของผมเสมอ และหวังว่าคุณจะมองผมในลักษณะเดียวกัน… 

 

    “แต่แน่นอน พวกเราต้องเก็บเรื่องนี้ให้พ้นจากตาแก่หัวโบราณของโบสถ์ คนเหล่านั้นล้าหลังและไม่เปิดใจรับสิ่งใหม่ พวกมันเชื่อว่าบุคคลพิเศษมักเกิดการคลุ้มคลั่งได้ง่าย เชื่อว่าพลังพิเศษมาจากเทพนอกรีตชั่วร้ายโสมม”

 

    เลียวนาร์ด… คุณคงจินตนาการไม่ออกแน่ว่าผมเก็บซ่อนความลับไว้มากมายขนาดไหน

 

    ไคลน์ยิ้มแห้งพลางตอบกลับ

 

    “ผมก็คิดแบบเดียวกันมาตลอด สนใจเพียงพฤติกรรมและจุดประสงค์ของคุณ ขอแค่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตัวผมเป็นพอ 

 

    “ไม่เคยสนว่าคุณจะมีพลังพิเศษใด และไม่คิดจะสืบสาวให้รกสมองด้วย”

 

    เมื่อกล่าวจบ ไคลน์เสริมในใจ :

 

    ไม่สนใจกับผีน่ะสิ! เพียงแต่ปัจจุบัน ตนยังเอาตัวเองไม่รอด คงไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องราวคนอื่น 

 

    รอให้ว่างก่อนเถอะ…

 

    หืม… เลียวนารดคิดว่าตัวเองคือพระเอกของโลกสินะ หมอนี่ประสบเหตุการณ์แบบไหนมา ได้รับพลังอะไร และมีของวิเศษแบบไหนในครอบครองกันแน่?

 

    เลียวนาร์ดปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนสุดเนื่องจากเริ่มอึดอัด ก่อนจะอมยิ้ม

 

    “ผมดีใจที่พวกเราสามารถอยู่ร่วมกันได้

 

    “ถ้านี่คือนิยาย คงเป็นการพบกันของสองตัวเอกภายในเรื่องแน่นอน กงล้อแห่งโชคชะตาชักนำให้พวกเราได้โคจรมาพบกัน สวรรค์กำหนดทุกสิ่งไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว…”

 

    หลงตัวเองฉิบ…!

 

    ไคลน์ยิ้มแห้ง มันไม่อยากขัดบรรยากาศเพ้อเจอของอีกฝ่าย

 

    และหากตนเดาไม่ผิด วลีที่ว่า ‘กงล้อแห่งโชคชะตาชักนำให้พวกเรา…’ ต้องมาจากจักรพรรดิโรซายแน่นอน

 

    หลังจากครุ่นคิดบางสิ่งสักพัก เลียวนาร์ดยกมุมปากขึ้นพร้อมกับอธิบายไคลน์ต่อ

 

    “เอาล่ะ ผมค่อนข้างมั่นใจเกี่ยวกับเบื้องหลังของคดีเหล่านี้ เหยื่อทุกคนมีหนึ่งสิ่งเชื่อมโยงกันอยู่ นั่นคือ พวกเขาล้วนต้องตายตามธรรมชาติภายในสามเดือนให้หลัง 

 

    “แต่กลับถูกใครบางคนเร่งความตายให้เร็วขึ้นเพื่อพรากอายุขัยไป และสาเหตุการกระทำคงหนีไม่พ้น : พิธีกรรมอัญเชิญเทพนอกรีต อสูรชั่วร้าย หรือไม่ก็พิธีกรรมคำสาปหมู่”

 

    “นั่นสินะ เป็นแผนที่แยบผลมาก คนร้ายสามารถซ่อนเหยื่อไว้ในกลุ่มคนจนอายุขัยสั้นได้แนบเนียน การตายของแต่ละคนจึงไม่ดึงดูดความสนใจจากกรมตำรวจ เหยียวราตรี ทูตพิพากษา หรือจิตแห่งจักรกล…

 

    “อย่างน้อยก็ในช่วงประกอบพิธีกรรม”

 

    ไคลน์พึมพำข้อสรุป

 

    เลียวนาร์ดพยักหน้าเห็นด้วย

 

    “ถูกต้อง หากชาวเมืองสุขภาพแข็งแรงจำนวนสามคนเกิดเสียชีวิตกระทันหัน ความสนใจจากกรมตำรวจต้องเพ่งมาหาแน่”

 

    “แล้วพวกเราจะหาแท่นบูชาสำหรับพิธีกรรมพบได้อย่างไร? 

 

    “ไม่ว่าอีกฝ่ายจะอัญเชิญหรือสร้างคำสาป แต่เงื่อนไขสำคัญคือแท่นบูชา อายุขัยทั้งหมดที่ช่วงชิงต้องถูกสั่งสมไว้ในจุดเดียวกัน”

    

    ไคลน์เลือกจะเชื่อสมมติฐานเลียวนาร์ด เพราะตนยังไม่มีความเห็นอื่น และไม่สามารถหาข้อโต้แย้งในทฤษฎีดังกล่าวได้

    

    มีแต่ต้องยอมเชื่อไปก่อนเท่านั้น

 

    เลียวนาร์ดคิกคัก

 

    “คุณมาถามผมเนี่ยนะ? ไคลน์ ในหมู่พวกเราสามคน มีคุณคนเดียวที่สามารถค้นหาแท่นบูชาของคนร้ายได้ ไม่มีใครเชี่ยวชาญพิธีกรรมไปกว่าคุณแล้ว”

 

    โดยไม่รอให้ไคลน์พูด เลียวนาร์ดชิงอธิบาย

 

    “ลองจิตนาการภาพตามผม ออร่าความตายปริมาณเข้มข้นหมุนวนรอบใจกลางแท่นบูชาขนาดใหญ่ สิ่งมีชีวิตเดียวในรัศมีสิบเมตรรอบแท่นบูชาคือตัวคนร้าย อุณหภูมิห้องหนาวเย็นราวห้าองศาหรือต่ำกว่านั้น สายลมเย็นยะเยียบถึงไขสันหลังพัดผ่านเกรี้ยวกราดต่อเนื่อง… 

 

    “อายุขัยของมาดามเลวิส มิสเตอร์ซาลัส และเหยื่อรายอื่นล้วนถูกกักเก็บไว้ภายในกำแพงวิญญาณรอบแท่นบูชา… จะเป็นที่ใดในทิงเก็นได้บ้าง…?”

 

    ไคลน์พลันขมวดคิ้วเมื่อนึกภาพตามในหัว    

 

    “ยังพอมีโอกาสหาพบ ตราบใดที่แท่นบูชาถูกตั้งภายในเมืองทิงเก็น… 

 

    “แต่ก่อนอื่น ผมต้องการสถานที่เงียบสงบสำหรับประกอบพิธีกรรม เช่นบ้านของผม และยังต้องการของใช้ส่วนตัวมาดามลอวิสกับมิสเตอร์ซาลัสด้วย”

 

    หัวใจไคลน์เริ่มเต้นแรงเมื่อตระหนักว่านักกวีเลียวนาร์ดมีความรู้ด้านศาสตร์เร้นลับสูงจนน่าทึ่ง 

 

    มันบรรยากาศพิธีกรรมความตายได้เห็นภาพชัดเกินไปแล้ว…

 

    “ไม่มีปัญหา”

 

    เลียวนาร์ดตบบ่าไคลน์และเดินกลับไปในโถงเรือนทำงานโดยไม่กล่าวสิ่งใดเพิ่มเติม

 

    หมอนี่… ไม่ธรรมดา

 

    ไคลน์รำพันในใจขณะเดินตามหลังไป

 

    เมื่อเห็นฟรายกำลังจดบันทึกข้อมูลจากปากคำของคนงาน เลียวนาร์ดเดินเข้าไปใกล้และอธิบายด้วยสีหน้าขึงขัง

 

    “ฟราย ผมมีสมมติฐานใหม่ กำลังจะให้นักทำนายของพวกเราลองทดสอบดู”

 

    “สมมติฐาน?”

 

    ฟรายถามเย็นยะเยียบ

 

    “ไว้ค่อยอธิบายหลังจากสำเร็จก็แล้วกัน ไม่อยากถูกโรแซนกับคนอื่นหัวเราะเยาะ ฮะฮะ!”

 

    เลียวนาร์ดเปลี่ยนหัวข้อสนทนาโดยอาศัยข้ออ้างสมเหตุสมผล

 

    ฟรายไม่ถามต่อ มันรีบเดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อรวบรวมทรัพย์สินส่วนตัวของมาดามลอวิสและมิสเตอร์ซาลัส ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังบ้านของไคลน์ซึ่งมีเพื่อนร่วมทีมรออยู่

 

    “พวกคุณรอที่ห้องนั่งเล่นก็แล้วกัน อย่าให้ใครรบกวนผมได้เด็ดขาด”

 

    ไคลน์หยิบนาฬิกาพกตรวจสอบเวลา

 

    ใกล้หกโมงเย็นแล้ว เมลิสซ่าจะกลับมาตอนไหนก็มิอาจทราบได้

 

    “เชื่อมือได้เลย”

 

    เลียวนาร์ดยิ้มระรื่น มันใช้มือเท้าเอวพลางเดินเล่นไปทั่วชั้นล่าง ส่วนฟรายเอาแต่นั่งอย่างสงบบนโซฟาตัวใหญ่

 

    เลียวนาร์ด… หมอนี่เป็นโรคสมาธิสั้นรึไง?

 

    ไคลน์ตัดพ้อในใจขณะเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนบนชั้นสอง ชายหนุ่มล็อคประตู ปิดม่านมิดชิด และก่อกำแพงวิญญาณรอบตัว

 

    ถัดมา ไคลน์ตั้งแท่นบูชาสำหรับอัญเชิญพลังเทพธิดารัตติกาลเพื่อช่วยขจัดปัดเป่าอำนาจภายนอก

 

    จากนั้นเป็นการเริ่มพิธีทำนายของจริง มันลงมือเขียนข้อความทำนายบนกระดาษ

 

    “สถานที่ตั้งแท่นบูชา”

 

    ไคลน์กวาดสายตาอ่านกระดาษในมือพลางครุ่นคิด ยืนยันให้แน่ใจว่าข้อความทำนายจะช่วยมอบผลลัพธ์ที่ตนต้องการ

 

    มันถือทรัพย์สินของผู้ตายและแผ่นกระดาษทำนายไว้ในมือพร้อมกับเดินไปนอนลงบนเตียงตัวเอง

 

    เตรียมทำนายด้วยความฝัน

 

    ชายหนุ่มหลับตาลง จินตนาการฉากแท่นบูชาตามคำบรรยายของเลียวนาร์ด ปากขยับพึมพำท่องข้อความทำนายเจ็ดครั้ง

 

    ไคลน์ไม่พึ่งพาพลังมิติสายหมอกด้วยเหตุผลสองประการ ประการแรกคือ นักกวีเลียวนาร์ดกำลังรออยู่ด้านล่าง ไคลน์ไม่ทราบว่าหมอนั่นครอบครองพลังแบบไหน และสามารถตระหนักถึงมิติสายหมอกได้หรือไม่

 

    ส่วนประการที่สอง โอสถนักทำนายของตนย่อยใกล้สมบูรณ์แล้ว พลังทำนายและพลังวิญญาณจัดอยู่ในระดับกล้าแกร่ง ลำพังความช่วยเหลือจากเทพธิดารัตติกาลก็เพียงพอ

 

    แต่หากไม่ได้รับผลทำนายจากวิธีการปรกติ มันคงไม่มีทางเลือกนอกจากพึ่งพามิติสายหมอกในภายหลัง

 

    แต่เหนือสิ่งอื่นใด คดีตรงหน้าต้องถูกสะสางโดยเร็ว คนร้ายซึ่งคิดอัญเชิญเทพนอกรีต หรือกระทั่งคิดประกอบพิธีกรรมสาปแช่งหมู่ ไม่ว่าอย่างไหนก็ล้วนเป็นอัตรายต่อเบ็นสัน เมลิสซ่า และตัวมันทั้งสิ้น

 

    ด้วยสมาธิจดจ่อจากภาวะเข้าฌาน ไคลน์เข้าสู่โลกแห่งความฝันพร้อมกับเห็นฉากเหตุการณ์อันพร่ามัวล่องลอย

 

    ภาพค่อยๆ ขยับใกล้และคมชัดขึ้นทุกขณะ

 

    บ้านสองชั้น ผนังด้านนอกสีฟ้าอมเทา แสงแดดสีทองกำลังสาดกระทบผนังอาคาร

 

    หน้าต่างชั้นล่างถูกปิดตายและขึงผ้าม่านสีดำสนิททับในลักษณะมิดชิด ไม่เผยช่องว่างให้มองลอดผ่านเข้าไป 

 

    ม่านดำยุบพองเป็นระยะ คล้ายกับภายในห้องมีสายลมพัดผ่านตลอดเวลา

 

    ดินรอบบ้านล้วนเป็นสีดำเข้ม ไม่มีพืชพรรณเติบโตแม้แต่ต้นเดียว… วัชพืชก็ไม่!

 

    ด้วยเหตุนี้ บริเวณสวนรอบบ้านจึงมีสีดำสนิทคล้ายกับถูกเงามืดปกคลุมตลอดเวลา 

 

    ไม่ไกลจากตัวบ้านมีแม่น้ำไหลผ่าน

 

    … 

 

    เพียงไม่กี่อึดใจถัดมา ไคลน์ถูกส่งออกจากห้วงความฝันโดยไม่ได้รับใดข้อมูลเพิ่มเติม

 

    สมมติฐานของเลียวนาร์ดแม่นยำมาก… 

 

    แต่บ้านลักษณะแบบนั้นจะอยู่ส่วนไหนของทิงเก็น? เมืองแห่งนี้มีแม่น้ำไหลผ่านบ้านเรือนหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเขตตะวันตก เขตตะวันตกเฉียงใต้ เขตท่าเรือ หรือเขตมหาวิทยาลัย

 

    ไคลน์ลืมตาขึ้น มันใช้มือนวดขมับพลางแสดงสีหน้าครุ่นคิดเคร่งเครียด

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร – เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...