ตอนที่แล้วหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.145 - ข้อควรระวัง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.147 - วินัยทางทหาร

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.146 – กำลังจะมาถึง

 

แม้จะมีความกังวลว่าวิชานี้มันอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ล้มเหลว ทว่าอย่างน้อยที่สุด เขาก็จะเสียไปเพียงแค่ 10 แต้มพลังวิญญาณเท่านั้น เสียไปกับการเรียนรู้เทคนิคที่ไม่สามารถใช้ได้ผลจริง

 

อย่างไรก็ตาม หากวิชายับยั้งลมหายใจนี้ส่งผลลัพธ์ที่ดีอย่างไม่คาดคิด นั่นจะทำให้เขาได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล

 

“ทำการเรียนรู้”

 

ติ๊ง!

 

“ผู้เล่นได้ทำการเรียนรู้สุดยอดวิชาลับ ยับยั้งลมหายใจ แต้มพลังวิญญาณคงเหลือ : 310/20”

 

กระแสไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากใบหยก ไหลบ่าเข้าไปหลอมรวมกับทะเลแห่งห้วงสติของกู่ฉิงซาน

 

กู่ฉิงซานได้เข้าใจถึงวิธีการใช้งานสุดยอดวิชาลับยับยั้งลมหายใจ โดยสมบูรณ์

 

เทคนิคฝึกยุทธนี้ช่างง่ายดายยิ่ง มันไม่มีขอบเขตหรือขั้นต่อไป หากเรียนรู้ได้แล้วก็คือเรียนรู้ไปเลย

 

กู่ฉิงซานทดลองใช้งานมันอยู่ครู่หนึ่งและพบว่า ตนเองสามารถจำลองสถานะของตนให้อยู่ในขอบเขตปราณปรับแต่งขั้นหนึ่งได้จริงๆ! ผลลัพธ์ของวิชายับยั้งลมหายใจนี้ไม่เลวเลย!

 

นี่มันเป็นสิ่งที่ดียิ่ง ทีนี้เขาก็จะสามารถอัพเลเวลได้โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เสียที

 

เขาเก็บใบหยกกลับคืนอย่างสงบ ก่อนจะหยิบใบหยกที่บรรจุ ‘เทคนิคลับ รังสรรแก่นแท้แห่งปราชญ์ร้อยบุปผา’ออกมา แล้วจ่าย 40 แต้มพลังวิญญาณเพื่อเรียนรู้วิธีการเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งขั้นกลาง

 

แต้มพลังวิญญาณขณะนี้ คงเหลืออยู่เพียง 270 แต้ม ทว่าเขากลับสามารถเอื้อมไปถึงรู้วิธีการเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งขั้นกลางได้อย่างสมบูรณ์

 

ตอนนี้ก็สามารถเริ่มต้นที่จะทะลวงมันได้เสียที

 

ปริมาณพลังวิญญาณทั้งหมดของกู่ฉิงซานในตอนนี้ เพียงพอที่จะใช้ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งขั้นกลางแล้ว ทว่าเพื่อความปลอดภัย เขาจึงหยิบเม็ดยาฟื้นฟูพลังวิญญาณขึ้นมากินอีกหนึ่งเม็ด

 

ในช่วงที่ทะลวงฝ่า ยังต้องระมัดระวังให้ดี เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงให้ไม่ถูกรบกวนโดยบังเอิญ ซึ่งอาจนำไปสู่การก่อให้เกิดธาตุไฟเข้าแทรกได้

 

เขาวางมือลงในถุงอสูรวิญญาณ ขบคิดอยู่ครู่หนึ่งทว่าสุดท้ายก็ผละออกจากมันไป

 

และเลือกที่จะตบลงบนถุงสัมภาระแทน กู่ฉิงซานหยิบดิสก์ค่ายกลมาวางข้างตัวเขา

 

พลังวิญญาณเอ่อล้นไปในดิสก์ค่ายกล พร้อมกับข่ายอาคมแจ้งเตือนเล็กๆเริ่มก่อตัวขึ้น

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม พอเขาจับดิสก์ค่ายกลและก้มลงมองไปที่มัน ตนจึงถอนหายใจออกมา

 

การเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าการที่มิได้เตรียมตัวใดๆ

 

เมื่อคิดถึงจุดนี้ กู่ฉิงซานก็มองไปยังหน้าต่างระบบเทพสงคราม

 

ภายใน‘วิชายุทธเทพสงคราม’ ปรากฏข้อมูลของสกิลขึ้นมาทันที

 

“ค่ายกลป้องกันระดับทั่วไป : สามารถปลดปล่อยข่ายอาคมแจ้งเตือน ‘พรายกระซิบ’ ออกมาได้  จำนานที่สามารถใช้งาน : 30 ครั้ง”

 

หรือหากคุณต้องการที่จะเรียนรู้ ‘พรายกระซิบ’ ต้องจ่าย 12 แต้มพลังวิญญาณ ต้องการเรียนรู้หรือไม่?

 

“เรียนรู้”

 

“ผู้เล่นได้ทำการเรียนรู้การจัดวาง ‘พรายกระซิบ’ แต้มพลังวิญญาณคงเหลือ : 258/20”

 

กระแสไอร้อนไหลผ่านเข้ามาในทะเลแห่งห้วงสติได้ไม่นาน กู่ฉิงซานสามารถรู้ถึงวิธีการจัดวางค่ายกลขั้นต้นได้

 

เขาคว้าจับไอยังดิสก์ค่ายกล ก่อนจะเริ่มจัดวางพรายกระซิบ

 

ค่ายกลพรายกระซิบมีระยะที่กว้างขวางมาก มันสามารถสังเกตถึงการเคลื่อนไหวได้จากทุกทิศทาง เมื่อเกิดความผิดปกติใดๆขึ้น เหล่าผู้ฝึกยุทธที่อยู่ภายในจะได้มีเวลามากพอที่จะเตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงได้

 

หากได้ยินเสียงพรายจากค่ายกลนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด กู่ฉิงซานก็จะสามารถยุติการทะลวงด่านได้ในทันที และเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ

 

เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จ กู่ฉิงซานก็เริ่มเตรียมการทะลวงขอบเขต

 

สองขาไขว้สลับกัน สองตาปิดลง เริ่มต้นที่จะทำการทะลวง

 

หลังจากผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม สองตาของเขาก็เปิดออก

 

มันเปล่งประกายเรืองรอง สุกสกาวอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ตัวเขาได้ก้าวขึ้นสู่ขอบเขตก่อตั้งขั้นกลางแล้วอย่างเป็นทางการแล้ว!

 

อย่างไรก็ตาม กู่ฉิงซานก็เร่งจีบมือ ใช้ออกด้วยวิชาลับยับยั้งลมหายใจทันที ควบคุมความผันผวนของพลังวิญญาณให้ตกลงในขอบเขตก่อตั้งขั้นต้น

 

“ขอบเขตก่อตั้งขั้นกลาง … มีพลังวิญญาณเพิ่มมากขึ้นกว่าสามในสิบส่วนอย่างที่ฉันคิดไว้ไม่มีผิดจริงๆ”

 

กู่ฉิงซานสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาณในตันเถียน เขาจึงส่งวิชาลับยับยั้งลมหายใจออกไปและควบคุมความผันผวนของพลังวิญญาณให้ภายนอกดูเหมือนขอบเขตก่อตั้งขั้นต้น

 

จากนั้น

 

เขาก็ริเริ่มที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งขั้นปลาย!

 

การทะลวงเข้าสู่ขั้นปลายนี้ จำต้องการแต้มพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากก่อนหน้าที่เพียง 40 ตอนนี้จำต้องใช้ถึง 80 แต้ม 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับยามที่เหล่าผู้เล่นใช้อัพเลเวลด้วยแต้มค่าประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้า กระบวนการเช่นนี้นับว่ารวดเร็วยิ่งกว่ามาก!

 

กู่ฉิงซานยอมจ่าย 80 แต้มพลังวิญญาณออกไปโดยตรง และรู้วิธีการเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งขั้นปลายก็ประทับเข้าไปในจิตใจของเขาโดยสมบูรณ์

 

แต้มพลังวิญญาณคงเหลือ 178 แต้ม

 

ณ ขณะนี้ เขากลายเป็นเหมือนกับผู้ฝึกยุทธขอบเขตก่อตั้งขั้นปลาย ไม่ว่าจะเป็นประสาทสัมผัสหรือด้านอื่นๆ เพียงแต่พลังวิญญาณของเขายังคงอยู่ในระดับขอบเขตก่อตั้งขั้นกลางก็เท่านั้น

 

ยามแรกมันเหมือนกับถ้วยที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำ ทว่าทันทีที่สามารถตระหนักถึงแก่นแท้ของขั้นปลายที่เกิดจากการจ่ายแต้มพลังวิญญาณในการเรียนรู้ออกไป ถ้วยเมื่อครู่ก็พลันกลับกลายเป็นหม้อใบใหญ่ หม้อที่อุดมไปด้วยพื้นที่ว่างมากมายที่จะใช้ใส่น้ำลงไปได้

 

และน้ำที่จะเติมลงไปก็คือพลังวิญญาณที่ถูกบรรจุไว้ในเม็ดยาซึ่งเขาเตรียมที่จะกัดกินมันโดยตรง!

 

กู่ฉิงซานตบลงไปในถุงสัมภาระ คว้าจับเม็ดยาฟื้นฟูที่ดีที่สุดที่นางเซียนไป่ฮั่วเตรียมเอาไว้ให้เขา โยนเข้าปาก ใช้ฟันงับมันจนปริร้าว

 

ในขณะเดียวกัน เขาก็จีบมือใช้ออกด้วยวิชาลับยับยั้งลมหายใจ บรรเทาความผันผวนอันแข็งแกร่งของพลังวิญญาณลง

 

มองเพียงภายนอก เขายังคงเป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตก่อตั้งขั้นต้น

 

แต่ภายในร่างกายของกู่ฉิงซาน พลังวิญญาณกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับน้ำพุร้อนใต้ดินที่ถูกขุดขึ้นมาจนก่อเกิดแรงอัดพุ่งทะยานสู่ฟากฟ้า มันค่อยๆไหลบ่าไปยังแขนขา เส้นเอ็นและกระดูกจนทั่วร่างกายอย่างเงียบๆ

 

หนึ่งชั่วยามต่อมา

 

กู่ฉิงซานก็สามารถก้าวเข้าสู่ผู้ฝึกยุทธขอบเขตก่อตั้งขั้นปลายได้ในที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม พริบตาที่ทะลวงผ่าน เขาก็กระอักเลือดคำหนึ่ง หมอกโลหิตกระจายไปทั่วบริเวณ แม้กระทั่งตามตัวและรูขุมขนก็ปรากฏเลือดสีแดงสดค่อยๆไหลซึมออกมา

 

เส้นชีพจรลมปราณจากทั่วทุกหนแห่งเต้นเร่าเป็นกลองชุด ตรงตันเถียนรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีเข็มแหลมทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา ภายในทะเลแห่งห้วงสติราวกับถูกผู้คนใช้ค้อนยักษ์กระหน่ำฟาด

 

ด้วยการอัพเลเวลอย่างบ้าคลั่งดังกล่าวนี้ เป็นการกระทำที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเขาจะสามารถตัดผ่านพวกมันได้สำเร็จก็ตามที ทว่าหากเทียบกับผู้ฝึกยุทธคนอื่นๆแล้วนั้น การกระทำเช่นนี้จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก

 

ทว่าด้วยการที่กู่ฉิงซานมีประสบการณ์ฝึกยุทธมาก่อนแล้วในชีวิตก่อนหน้า หนุนเสริมด้วยวิชายุทธเทพสงครามและวิชาฝึกยุทธของนักปราชญ์ที่ช่วยเหลือเขาอย่างเต็มที่ ทำให้พลังวิญญาณไม่เกิดการตีกลับ จนเกิดการระเบิดออกจากร่างและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

หากสับเปลี่ยนเป็นบุคคลอื่น ต่อให้อีกฝ่ายมีพรสวรรค์ระดับที่ถูกเรียกว่าปีศาจเลยก็ตาม การจะตัดผ่านถึงสองช่วงชั้นรวดเดียวเหมือนที่เขากระทำนี้ เกรงว่าจำต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหลายวัน

 

แต่ในช่วงสองวันที่กำลังจะมาถึง มนุษยชาติก็จะริเริ่มสงครามขั้นแตกหักอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงแล้ว กู่ฉิงซานไม่มีเวลามากมายขนาดนั้น

 

มีเพียงแค่ต้องจำใจต้องยอมรับความเสี่ยง ฝืนกระทำการอันไม่สมควรเช่นนี้

 

เขาถอนหายใจเล็กน้อย โยนเม็ดยาฟื้นฟูคุณภาพสูงใส่เข้าปาก เคี้ยวกรึบๆ

 

มันไม่ใช่เรื่องดีเลยสำหรับเขาที่จะกระทำสิ่งต่างๆอย่าบ้าคลั่งมากเกินไป จนต้องมาคอยกังวลกับผลกรรมที่ตามติดเป็นจรวดของมัน หลังผ่านพ้นช่วงเวลาบ้าคลั่งนี้ไปแล้ว เขาคงต้องใช้อีกมากในการรักษาร่างกายของตน และปรับสภาพให้เข้ากับขอบเขตใหม่

 

หากมิใช่เพราะว่าสถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เขาสัมผัสถึงอะไรบางอย่างที่ผิดแผก จนต้องพลันนึกไปถึงสิ่งไม่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิตก่อนหน้า จริงๆแล้วเขาก็ไม่ต้องการที่จะมาทำการอัพเลเวลอย่างบ้าบิ่นเช่นนี้เลย

 

ในตอนนั้นเอง ‘วิชายุทธเทพสงคราม’ ก็เด้งขึ้นมาพร้อมกับประโยคตัวอักษร

 

“เนื่องจากผู้เล่นทำการฝืนตัดผ่านขอบเขตพื้นฐานวรยุทธอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การเรียนรู้พื้นฐานวรยุทธจากเทคนิคฝึกยุทธทั้งหมดเข้าสู่สถานะคูลดาวน์”

 

ระยะเวลาคูลดาวน์นั้นจะเนิ่นนานเพียงใด มันไม่ได้ถูกระบุเอาไว้อย่างชัดเจน แต่ในหัวใจของกู่ฉิงซานก็ค่อนข้างจะกระจ่างชัดดีถึงคำตอบของมัน

 

หากอยากจะเร่งเวลาคูลดาวน์ให้น้อยลงน่ะหรือ ที่ต้องทำก็เพียงแค่ต่อสู้!

 

เพราะสิ่งที่จะกระตุ้นความสนใจของหน้าต่างระบบเทพสงครามได้มากที่สุด ก็คือการต่อสู้นั่นเอง!

 

ครึ่งชั่วยามผ่านพ้นไป

 

กู่ฉิงซานลืมตาขึ้นและมองไปยังค่ายพักแรมของเหล่ารุ่นเยาว์ที่อยู่เบื้องหลัง

 

ทั้งค่ายกลป้องกันและค่ายกลซ่อนตัว ต่างก็ยังคงเปิดใช้งานอยู่ ในขณะนี้ทุกคนคงกำลังทำสมาธิพักผ่อนกันอยู่

 

พลังวิญญาณที่พลุ้งพล่านหวนคืนสู่สภาวะปกติ มันถูกควบคุมโดยเขา

 

กู่ฉิงซานหันไปมองรอบๆอีกครั้ง

 

ท่ามกลางแสงสลัวยามค่ำคืน แสงส่องสว่างสีขาวนวลของดวงจันทร์ลอดแหวกพงไพรลงมายังเบืองล่าง

 

เหตุใดโลกที่งดงามเช่นนี้ จึงไม่เกิดสันติสุขขึ้นเสียที

 

ทว่าในตอนนั้นเอง จู่ๆพลันบังเกิดลมกรรโชก แสงจันทร์ค่อยๆถูกกลืนหายไปจากท้องฟ้า

 

ชั้นเมฆดำหนาทึบบดบังแสงจันทร์เอาไว้ ส่งผลให้ท้องฟ้าและผืนดินจมลงสู่ความมืดมิด

 

ภายในป่าทึบ บังเกิดลมกรรโชกอย่างรุนแรง

 

สายลมส่งเสียงหวีดหวิว จนทำให้ผู้คนมิอาจที่จะได้ยินเสียงอื่นใดในยามค่ำคืนได้

 

สองตามิอาจมองเห็น ทว่าสองหูกลับสามารถได้ยินอย่างชัดเจน หากบังเอิญมีสิ่งใดเกิดขึ้นในตอนนี้ นี่นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

 

กู่ฉิงซานคว้าจับไปในอากาศที่ว่างเปล่า เรียกดาบพิภพออกมาในมือของเขา

 

จะมีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?

 

หนึ่งลมหายใจ

 

ห้าลมหายใจ

 

สิบลมหายใจ

 

ยี่สิบลมหายใจ

 

สามสิบลมหายใจ

 

เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ ทว่าทันใดนั้นเอง

 

จิตสัมผัสเทวะของเขาก็ตรวจพบบางสิ่งบางอย่างบนพื้นดินที่ที่ถูกปกคลุมด้วยหญ้าหนาทึบ ห่างออกไปหลายสิบจั้งจากบริเวณที่ศิลาฟ้าที่เขายืนอยู่

 

เจ้าสิ่งนั้นมันช่างระแวดระวังตัวยิ่ง มันหยุดอยู่นอกพรายกระซิบ ราวกับเฝ้ารออะไรบางอย่างอย่างเงียบๆ

 

กู่ฉิงซานขยับเข้าไปใกล้ศิลาฟ้าก้อนใหญ่ที่อยู่ทางขวา ปรับสมดุลร่างกาย อยู่ในท่วงท่าทีจับดาบอย่างแม่นมั่น

 

วินาทีต่อมา ผืนดินก็ขยับไหวอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ มันกลับเคลื่อนตัวออกไปอีกทิศทางหนึ่งแทน

 

เจ้าสิ่งนี้มันคืออะไรกัน?

 

สองตาของกู่ฉิงซานหรี่แคบลง เจตฆ่าที่กำลังเพิ่มพูนถูกระงับเอาไว้อย่างระแวดระวัง มิอาจรอดเร้นออกมาให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวได้เลยแม้แต่น้อย

 

เขาแอบกระโดดขึ้นไปบนศิลาฟ้าอย่างเงียบๆ และหลังจากกำหนดทิศทางได้อย่างชัดเจนแล้ว ดาบพิภพก็ถูกยกสูงขึ้น

 

วินาทีต่อมา ดาบพิภพก็สับสะบั้นลงโดยเขาอย่างอ่อนโยน ก่อเกิดรังสีดาบขึ้นอย่างฉับพลัน ทะยานออกไปบดขยี้ลงบนพื้นดินที่ขยับไหว

 

“ออกมาซะ!”

 

เขาคำรามก้อง

 

ตูม

 

เจ้าสิ่งที่ถูกรังสีดาบฟาดใส่ มิอาจฝืนทนความเจ็บปวดอันรุนแรงเอาไว้ได้ มันเด้งกระดอนขึ้นมาจากพื้นดินในทันที เผยให้เห็นถึงรูปร่างทั้งหมดของมันอย่างชัดเจน

 

ร่างกายลากยาวหลายสิบเมตร ขณะที่ความกว้างหนาเท่ากับตัวคนๆหนึ่ง

 

ผิวสีน้ำตาลถูกปกคลุมไปด้วยหนามแหลม ทั่วทั้งปากเต็มไปด้วยเขี้ยวพิษสีเขียวเข้ม

 

เจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้ที่แท้คือมารงูหนาม มันอยู่ในขอบเขตก่อตั้งขั้นปลาย และมีความเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่ง

 

เจ้าตัวนี้ครอบครองพิษอันแสนฉกาจฉกรรจ์ แม้ว่าจะไม่สัมผัสถูกเขี้ยวพิษของมันโดยตรง แต่เพียงแค่ถูกทิ่มแทงโดยหนามอันแหลมคมบนร่างกายของมัน คนที่โดนก็แทบจะไม่อาจยื้อชีวิตรอดต่อไปได้แล้ว!

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...