ตอนที่แล้วหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.134 - ติดต่อ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.136 - แม่

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.135 – ซางหยิงฮ่าว

 

เมื่อความคิดชั่วร้ายในใจถูกเปิดโปง ซางหยิงฮ่าวก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย และชวนเขาเปลี่ยนหัวข้อพูดคุย “ได้ยินมาว่าที่นี่มีสุราดี ขอฉันดื่มสักแก้วจะได้ไหม?”

 

“เฮ้อ .. งั้นตามฉันมา” กู่ฉิงซานกล่าว หันหลังเดินนำอีกฝ่ายไป

 

ทั้งสองนั่งลง ยกแก้วไวน์ขึ้นมาชนเบาๆ

 

“มีเรื่องบางอย่างที่ฉันจำเป็นจะต้องเอ่ยออกมาตรงๆ” กูฉิงซานกล่าว

 

“เอาล่ะ เอาล่ะ” ซางหยิงฮ่าวกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

ดูจากทัศนคติของกู่ฉิงซานในตอนนี้ บอกได้เลยว่าเรื่องน้องสาวของเขาจะต้องถูกปฏิเสธอย่างแน่นอน มันคงจะดีกว่าถ้าเลือกที่จะรอดูสถานการณ์อีกสักพัก

 

“ถ้าอย่างงั้นพอหมดแก้วนี้ฉันขอตัวก่อนก็แล้วกัน ปัญหาในตอนนี้มันมีมากเกินไป อีกอย่างฉันก็เตรียมที่จะออกไปข้างนอกในเร็วๆนี้ซะด้วย คงไม่สามารถอยู่พูดคุยกับนายนานๆได้” กู่ฉิงซานกล่าว

 

“ถ้าอย่างงั้นติดรถของฉันไปไหม แต่เหล้าของนายที่มันรสดีจริงๆนะ ขอฉันอีกแก้วก็แล้วกัน!”ซางหยิงฮ่าวไม่ยอมแพ้

 

กู่ฉิงซานมองดูเขาอย่างเงียบๆ ก่อนจะดึงกล่องเก็บเหล้าขึ้นมาจากใต้โต๊ะ

 

“ฉันยกพวกมันทั้งหมดให้นายเลย ค่อยๆดื่มก็ได้ ตอนนี้ฉันขอตัวไปก่อนได้หรือยัง?” เขาชี้ไปที่กล่องสุราพลางกล่าว

 

“ฮี่ฮี่ นายนี่มันใจดีจริงๆ แต่เรื่องคราวนี้น่ะมันไม่เกี่ยวกับเหล้าหรอก” ซางหยิงฮ่าวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฉันหมายถึง สิ่งที่นายกำลังจะทำน่ะ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ไหม”

 

“นายอยากจะช่วยฉันจริงๆงั้นหรอ?” กู่ฉิงซานหรี่ตามองอีกฝ่าย

 

“แน่นอนอยู่แล้ว นี่มันเป็นเรื่องธรรมดา ก็พวกเราน่ะเป็นหุ้นส่วนกัน สิ่งที่นายทำ ก็เป็นสิ่งที่ฉันควรจะทำเหมือนกัน” ซางหยิงฮ่าวทุบอกตัวเอง

 

ทันใดนั้นเสียงของเทพธิดากงเจิ้งก็ดังออกมาจากสมองควอนตัม “ค้นพบร่องรอยของอีกฝ่ายแล้ว เริ่มทำการวางแผนเพื่อร่างเส้นทางติดต่อ”

 

กู่ฉิงซานลุกขึ้นพร้อมกล่าว “ฉันจะออกไปแล้ว ถ้านายไม่ไปก็รอฉันอยู่ที่นี่ล่ะ เดี๋ยวก็กลับมา”

 

ซางหยิงฮ่าวยกมือขึ้นรั้งและกล่าว “งั้นฉันจะไปกับนายด้วย ไม่ว่ามันจะเป็นภารกิจอะไร ต้องไปลุยกับพวกผีดิบนักฆ่าหรือไม่ ฉันก็สามารถร่วมต่อสู้กับนายได้”

 

กู่ฉิงซานจ้องเขา “ทำไมนายถึงดื้อดึงแบบนี้ สิ่งที่ฉันกำลังจะทำอยู่มันอันตรายมากเลยนะ”

 

“เพราะคำว่าหุ้นส่วนยังไงล่ะ ก็พวกเราน่ะเป็นหุ้นส่วนกัน” ซางหยิงฮ่าวเชิดหน้าขึ้น พยายามโน้มน้าวเขาด้วยลักษณะท่าทีของหัวหน้าสมาคมนักล่า “ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับภัยอันตรายขนาดไหนก็ตาม หากเป็นนายที่ลงมือออกหน้า ทุกอย่างย่อมคลี่คลายได้โดยง่าย”

 

กู่ฉิงซานนิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปาก “ถ้าอย่างงั้น นายมาด้วยก็ได้”

 

“จัดไป! ว่าแต่พวกเราจะไปที่ไหนกัน แล้วนายกำลังจะทำอะไร?” ซางหยิงฮ่าวถามอย่างตื่นเต้น

 

จู่ๆเสียงของเทพธิดากงเจิ้งก็ดังขึ้น “ซางหยิงฮ่าวไม่มีอำนาจที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่สมควรได้รับข้อมูลของผู้ติดต่อที่เป็นความลับสูงสุด ระดับ S” 

 

ซางหยิงฮ่าวกดปิดสมองควอนตัม หันหน้าไปมองกู่ฉิงซาน “เอาล่ะ ตอนนี้ตัวปัญหาก็หายไปแล้ว นายสามารถเล่าให้ฉันฟังได้เลยตอนนี้”

 

“เอ่อ ฉันกำลังจะไปพบกับใครคนนึงที่เคยเกือบจะฆ่าฉันมาแล้ว” กู่ฉิงซานคิด ก่อนจะตอบไปอย่างเรียบง่าย

 

“รายละเอียดน้อยจัง นายไม่คิดจะบอกความจริงทั้งหมดให้ฉันฟังจริงๆน่ะหรอ?” ซางหยิงฮ่าวกล่าวอย่างเจ็บปวด

 

“นี่ฉันจำเป็นต้องมาคอยพิจารณาถึงความรู้สึกของทุกคนเลยรึยังไง” กู่ฉิงซานถอนหายใจ

 

ถึงขณะนี้ สมองควอนตัมก็ได้ส่องสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงของเทพธิดากงเจิ้งดังลอดออกมาจากภายใน “การติดต่อที่เป็นความลับสูงสุดระดับ S ไม่สมควรที่จะแพร่กระจายออกไป พฤติกรรมดังกล่าวที่ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติกู่ฉิงซานแสดงออกมาช่างน่าชื่นชมยิ่ง”

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ซางหยิงฮ่าวรู้สึกว่าเสียงของเทพธิดากงเจิ้งจะแฝงไว้ด้วยความสุขเล็กน้อย 

 

“เอาเถอะ แล้วฉันสามารถไปด้วยได้ไหม?” ซางหยิงฮ่าวเอ่ยถามเทพธิดากงเจิ้ง

 

“มีใครบางคนมาช่วยคอยเฝ้าระวังมันก็เป็นตัวเลือกที่ดีนะ” กู่ฉิงซานหันไปกล่าวกับเทพธิดา

 

เทพธิดากงเจิ้งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว “อนุญาตให้ซางหยิงฮ่าวมีส่วนร่วมในข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ทว่าต้องร้องขอให้มิสเตอร์ซางหยิงฮ่าวตัดสินใจไปด้วยตัวเอง เทพธิดากงเจิ้งและใต้เท้าผู้ทรงเกียรติกู่ฉิงซานไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยข้อมูลหรือชักชวนผู้อื่นให้ร่วมภารกิจได้”

 

“กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ฉันสามารถไปช่วยได้ใช่ไหม? ถ้าอย่างงั้นพวกเรากำลังจะไปสู้กับอะไรกัน?” ซางหยิงฮ่าวเอ่ยถามอีกครั้ง

 

“นั่นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์” กู่ฉิงซานกล่าวอย่างไม่มั่นใจ

 

“นี่ยังต้องดูสถานการณ์กันอีกหรอ เมื่อกี้นายบอกว่าเขาเป็นคนที่เกือบจะฆ่านายนี่!”

 

“การต่อสู้ไม่สามารถแก้ทุกปัญหาบนโลกได้หรอกนะ”

 

“นายนี่มัน … ไม่เลือดร้อนเอาเสียเลย”

 

“ไม่เอาหน่า” กู่ฉิงซานคว้าตัวเขาและผลักออกไป “ตอนนี้ฉันมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องไปจัดการอยู่ นายก็ออกไปทักทายทุกคนก่อนก็แล้วกัน ไว้ฉันจะมาตามตัวนายทีหลัง”

 

“ก็ได้ๆ” ซางหยิงฮ่าวก้าวออกประตูไปด้วยแววตาขุ่นเคือง

 

หลังจากที่เขาได้จากไปแล้ว กู่ฉิงซานก็เดินไปปิดประตูและกลับมานั่งลงเบื้องหน้าโต๊ะของเขา “เทพธิดากงเจิ้ง”

 

“ฉันกำลังฟังอยู่”

 

“สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นอกเหนือจากแผนการติดต่อ ฉันจะตระเตรียมไว้อีกแผนหนึ่ง”

 

“ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติกรุณาอธิบายให้ฉันเข้าใจด้วย”

 

“แผนนี้ถูกเรียกว่า : ‘ฆ่ามันซะ’ เอาล่ะ ตอนนี้ก็เปิดแผนที่ให้ฉันดูหน่อย”

 

“รับทราบแล้ว”

 

เสียงของหญิงจักรกลกล่าวตอบรับ แผนที่ตัวเมืองถูกฉายขึ้นปรากฏเบื้องหน้าของกู่ฉิงซาน

 

กู่ฉิงซานเฝ้าดูแผนที่และเริ่มต้นวางแผนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

 

“ห่างจากจุดนัดพบ ออกไปราวๆ 10 กิโลเมตร ให้ทำการระดมพลหุ่นรบขับเคลื่อน ประจำตำแหน่งเอาไว้ และค่อยหลบซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ”

 

“ห่างจากจุดนับพบออกไปราวๆ 30 กิโลเมตร ขอให้คุณทำการระดมคนของกองทัพและเหล่ามืออาชีพมายังตำแหน่งนี้ พร้อมด้วยสองนายพลเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดต่อสู้ขึ้นจากทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกเฉียงเหนือตามลำดับ”

 

“อย่าเปิดเผยความจริงของภารกิจให้พวกเขาได้ล่วงรู้ สั่งให้พวกเขารักษาระยะห่างระหว่างพวกเราจนกว่าจะได้รับคำสั่งใหม่หรือภารกิจจะเสร็จสิ้น”

 

“หากล้มเหลวในการสื่อสาร ฉันและซางหยิงฮ่าวก็จะเข้าสู่สภาวะต่อสู้ เกราะรบขัยเคลื่อนจะต้องมาถึงภายใน 1 นาที ส่วนสองนายพลจะต้องมาถึงพื้นที่ต่อสู้ภายใน 2 นาที เพื่อเริ่มทำการปิดล้อมสังหารผีดิบนักฆ่า”

 

“นอกจากนี้ฉันต้องการให้คุณเตรียม ‘ข้อมูลภาพ’ ที่ตอนนี้ได้ถูกส่งไปทางสมองควอนตัมส่วนบุคคลเรียบร้อยแล้ว สามารถเปิดใช้งานมันได้เลยตลอดเวลา”

 

“รับทราบแล้ว” เทพธิดากงเจิ้งกล่าว “ใต้เท้าผู้ทรงเกียรติ คุณช่างตระเตรียมแผนการมาเป็นอย่างดี ทว่าฉันมีคำถาม”

 

“เชิญกล่าว”

 

“ทำไมก่อนหน้านี้คุณถึงไม่มีความคิดที่จะทำเช่นนี้”

 

“หากเป็นก่อนหน้านี้ แม้ว่าการติดต่อจะล้มเหลว แต่คุณก็ยังสามารถพยายามลองเกลี้ยกล่อมเขาได้อีกในครั้งที่สอง”

 

“ก็สำหรับตอนนี้น่ะนะ” กู่ฉิงซานถอนหายใจ “ฉันจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของ ‘อนาคตหุ้นส่วน’ด้วยน่ะสิ”

 

“กลับกลายเป็นเช่นนี้นี่เอง”

 

สิบห้านาทีต่อมา

 

รถเหินเวหาขนาดเล็กก็ร่อนลงในชานเมืองที่อยู่ห่างไกลออกไป

 

ซางหยิงฮ่าวกระโดดลงจากรถและหันไปมองรอบๆ

 

มันคือสนามบาสเก็ตบอลกลางแจ้ง ที่ตามพื้นสนามประปรายไปด้วยกองเลือดขนาดย่อม

 

มีซากร่างช่วงบนครึ่งหนึ่งแขวนอยู่บนห่วงบาสเก็ตบอล ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของร่างกำลังปีนขึ้นเพื่อหลบหนี แต่สุดท้ายก็ยังถูกฉีกกระชากเนื้อหนังและโดนสังหารลงในที่สุดอยู่ดี

 

ลูกบาสแห้งกรังตกอยู่ในพงหญ้านอกสนาม มันถูกปกคลุมไปด้วยสีดำเลือด พร้อมด้วยแมลงวันนับไม่ถ้วนกำลังบินวนรอบๆ

 

“แล้วพวกเรามาทำอะไรกันที่นี่?” ซางหยิงฮ่าวถาม

 

ทันใดนั้นเอง ปากของเขาก็หุบลง

 

ปรากฏชายหนุ่มที่ดูแสนจะธรรมดาคนหนึ่งเดิน ช่วงครึ่งตัวของเขาเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือด กำลังเดินอยู่ภายนอกสนาม

 

ใบหน้าของเขาซีดเซียว ทุกย่างก้าวกะโผลกกะเผลก  ทว่าด้วยแว่นกันแดดสีดำที่วางทับไว้บนจมูกทำให้ไม่อาจเห็นคู่ดวงตาของเขาได้ชัดเจนนัก

 

ซางหยิงฮ่าวมองไปยังกู่ฉิงซาน เอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าหน้าอก เตรียมจะคว้าจับอะไรบางอย่าง

 

กู่ฉิงซานรีบคว้ามือของเขาอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงว่าการกระทำนี้จะเป็นการกระตุ้นอีกฝ่าย

 

ซางหยิงฮ่าวเห็นดังนั้น ในหัวใจของเขาตระหนักได้ถึงบางสิ่ง อาวุธที่อยู่ในกำมือก็ถูกผละออก 

 

แท้จริงแล้วนี่ไม่ใช่เป็นการมาเพื่อต่อสู้ แต่เป็นการมาเพื่อพบกับคนผู้นี้ต่างหาก

 

ซางหยิงฮ่าวจดจ้องไปยังชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้าม

 

‘นี่นายกำลังตามหาคนที่ได้รับบาดเจ็บไปทั้งตัวอย่างนี้น่ะหรอ?’

 

กู่ฉิงซานผู้นี้ แม้บุคลิกจะดูเป็นมิตร แต่ในความเป็นจริงสายตาของเขาแหลมคมพิถีพิถันไม่เลวเลย

 

ชายหนุ่มคนนี้น่ะหรอที่เกือบจะฆ่ากู่ฉิงซานได้? แต่ถ้ามองดูจากท่าทีภายนอก ก็ดูคล้ายพวกมืออาชีพอยู่เหมือนกัน

 

เขาพึมพำกับตัวเองอย่างลับๆ ขณะที่ทางด้านกู่ฉิงซานกำลังเอ่ยทักทาย

 

“โปรดรอสักเดี๋ยวจะได้ไหม” กู่ฉิงซานกล่าว

 

ชายหนุ่มหยุดฝีเท้า เงยหน้าขึ้น มองมายังทั้งสอง

 

“เป็นนายอีกแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว

 

เขาลังเล ราวกับกำลังคิดว่าตนสมควรจะทำอะไรดี

 

ในตอนนั้นเอง กู่ฉิงซานก็ได้เอ่ยปากอีกครั้ง “ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอกนะ”

 

เขาผายมือ ทำท่าทีราวกับว่าตนมิได้พกพาอาวุธใดๆติดตัวมา

 

“โห? ถ้าอย่างนั้นพอจะบอกได้ไหมว่านายพบตัวฉันได้ยังไง?” ขนาดคนในกองทัพก็ยังไม่แม้กระทั่งเอะใจถึงตัวตนของฉันเลย” ชายหนุ่มกล่าว

 

ที่แท้เขาก็สงสัยในเรื่องนี้นี่เอง กู่ฉิงซานงึมงำ

 

กู่ฉิงซานตอบไปตามตรง “เพราะว่านายยังคงพกสมองควอนตัมติดตัวอยู่”

 

“แล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่นายสามารถหาตัวฉันพบ” ชายคนนั้นถาม

 

กู่ฉิงซานดีดนิ้ว

 

สมองควอนตัมของชายหนุ่มพลันสว่างวาบ

 

“สวัสดี อดีตพลเมืองเย่เฟย์หยูแห่งรัฐบาลกลาง ฉันคือเทพธิดากงเจิ้ง” เสียงดังตอบสนองออกมาจากสมองควอนตัมส่วนบุคคล

 

กู่ฉิงซานดีดนิ้วอีกครั้ง

 

และแสงสว่างบนสมองควอนตัมของเย่เฟย์หยูก็ดับลง

 

ซางหยิงฮ่าวอ้าปากกว้าง ไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้เป็นเวลานาน

 

เย่เฟย์หยูก็รู้สึกประหลาดใจจนลืมเอ่ยปากออกมาเช่นกัน

 

ที่ทั้งสองอึ้งไปมันก็ไม่แปลกหรอก เพราะพวกเขารู้ซึ้งดีถึงความหมายอันลึกล้ำของการกระทำที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้

 

เพราะนี่คือสิ่งที่แม้กระทั่งตัวประธานาธิบดีเองก็ยังไม่สามารถกระทำได้!

 

“น่าสนใจดีนี่” แววตาของเย่เฟย์หยูเปล่งประกาย “ดูเหมือนว่านี่จะเป็นหนึ่งในความลับสุดยอดของนายสินะ ถ้าอย่างงั้นนายมาบอกเรื่องนี้กับฉันเพราะอะไร?”

 

“ฉันกับเพื่อนต้องการหุ้นส่วนเพิ่มขึ้นอีกสักคน และฉันก็คิดว่านายเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว” กู่ฉิงซานผายมือออก กล่าวด้วยท่าทีผ่อนคลาย

 

เวลานี้เย่เฟย์หยูตะตกลึงไปอย่างแท้จริง

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า หุ้นส่วนอย่างงั้นหรอ?” เขาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 

นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ยินคำนี้?

 

จุดประสงค์ของอีกฝ่ายเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ ไม่มีคนปกติที่ไหนจะมีความคิดแบบนี้หรอก

 

เย่เฟย์หยูส่ายหัวและกล่าวเย้ยหยัน “ถึงฉันจะบ้า แต่ก็บ้าแค่ร่างกาย แต่นายน่ะเชื้อบ้ามันลุกลามไปถึงสมองแล้ว”

 

ซางหยิงฮ่าวผ่อนคลายจิตใจของเขาลง และรู้สึกว่าเขาเริ่มที่จะเข้าใจถึงเจตนาของการพบปะกันในครั้งนี้แล้ว และกำลังตั้งใจขบคิดอย่างเต็มที่

 

อย่างแรกเลยก็คือ กู่ฉิงซานต้องการที่จะดึงดูดชายคนนี้เข้ามาเป็นพวกจริงๆ

 

อย่างที่สอง ชายคนนี้จะต้องเป็นบุคคลที่มีค่ามากอย่างแน่นอน

 

อย่างที่สาม ที่เขาบอกว่าร่างกายของตนเองนั้นบ้า … อาจจะหมายถึงว่าตัวเขามีสถานะเป็นผู้ใช้เทคนิคเทียนซวนที่อยู่ขั้นสี่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่อาจควบคุมก็เป็นได้

 

ดีจริงๆ นี่มันคุ่มค่ามากๆที่ฉันได้ติดตามมา

 

“หวังว่าน้องเย่คงไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ” ซางหยิงฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงกระจ่างใส เผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้าม “ถึงหุ้นส่วนของฉันเขาเป็นคนตรงไปตรงมา แต่เขาก็เป็นพันธมิตรที่ดีจริงๆ หากเพื่อนๆเดือดร้อนอะไร แล้วเขาพอจะช่วยได้ เขาก็จะช่วยอย่างแน่นอน”

 

“ถ้าเขาคิดว่านายเหมาะสมที่จะเป็นหุ้นส่วนของพวกเรา นั่นหมายความว่าพรสวรรค์ของนายต้องยอดเยี่ยมมากๆจนทำให้เขาประทับใจได้”

 

“น้องเย่สามารถวางใจได้เลย” ซางหยิงฮ่าวยิ้มและพูดต่อ “ตราบใดที่นายมาเป็นหุ้นส่วนกับพวกเรา สิทธิประโยชน์มากมายนับไม่ถ้วนก็จะส่งตรงถึงมือนาย นับจากนี้ไป ช่วงชีวิตของนายจะรุ่งโรจน์ไปจนถึงจุดสูงสุด”

 

บังเกิดความเงียบอันน่าแปลกประหลาดขึ้น

 

ทว่าซางหยิงฮ่าวยังคงรักษารอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรอยู่บนใบหน้า และพยายามไม่ทำตัวกระตือรือร้นให้มากเกินไป

 

เขาพึงพอใจกับผลงานการแสดงของเขาในครั้งนี้มาก และภายในจิตใจก็พาลคิดไปถึงคำตอบที่กำลังจะได้รับ

 

ทั้งกู่ฉิงซานและเย่เฟย์หยูต่างพากันจ้องมองเขาเป็นสายตาเดียว

 

สีหน้าของกู่ฉิงซานแปลกไปเล็กน้อย ทว่าหากมองดูๆจะเห็นว่ามันกำลังเผยถึงร่องรอยความรู้สึกยกย่อง

 

คู่ดวงตาของเย่เฟย์หยูจ้องมองอีกฝ่ายผ่านเลนส์แว่นกันแดด  ภายในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...