ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 112 : คำอธิบายของอะซิก
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 114 : มาตรฐานสมาชิก

ราชันย์เร้นลับ 113 : คำขอร้อง

 

    อะซิกบอกได้ทันทีเลยหรือว่าเราเป็นผู้วิเศษ? แม้แต่เนตรวิญญาณก็ยังไม่สะดวกสบายขนาดนั้น! 

 

    แต่ไหนแต่ไร ไคลน์สามารถมองเห็นผู้วิเศษได้เฉพาะบนมิติสายหมอกเท่านั้น เนื่องจากมีพลังลึกลับช่วยสนับสนุน

 

    “ใช่ครับ”

 

    ชายหนุ่มครุ่นคิดสักพักก่อนเสริม

 

    “ผมเป็นแบบนี้หลังจากเวิร์ชและนาย่าประสบเคราะห์ร้าย”

 

    “อย่างที่คิดไว้…”

 

    อะซิกถอนหายใจ

 

    “ในอดีต เคยมีกลุ่มตำรวจเดินทางมาสอบปากคำผมกับโคเฮน สองคนในนั้นเป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนคุณ”

 

    คงเป็นหัวหน้ากับเลียวนาร์ด คดีของเวิร์ชและนาย่าอยู่ในความดูแลเหยี่ยวราตรีทิงเก็น 

 

    ไคลน์พยักหน้าเบาๆ โดยไม่ขัดอะซิกเล่า

 

    อาจารย์ผิวแทนขยับไม้ค้ำในมือซ้ายและอธิบายต่อ

 

    “จากความรู้สึกของผม คุณคงทำงานร่วมกับสองคนนั้นแล้ว 

 

    “ไคลน์ ผมมีบางสิ่งต้องการขอร้อง 

 

    “ผมต้องการทราบอดีตตัวเอง คุณไม่จำเป็นต้องสืบสวนออกนอกหน้า ขอแค่ หากบังเอิญพบข้อมูลสำคัญเข้า ช่วยจดบันทึกและแจ้งข่าวให้ผมทราบก็พอ”

 

    อะซิกฝืนยิ้มขื่นขม

 

    “ผมไม่รู้จักผู้มีพลังพิเศษคนอื่นอีกแล้ว 

 

    “ไคลน์ คุณคงจินตนาการไม่ออก ถึงความรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวของการไม่มีอดีต

 

    “มันเหมือนกับการเรือแล่นอย่างไร้จุดหมายท่ามกลางท้องทะเลกว้างใหญ่ ฝันร้ายในทุกค่ำคืนไม่ใช่การหวาดกลัวลมพายุหรือคลื่นยักษ์ หากแต่เป็นการไม่มีวันได้พบท่าเรืออีกตลอดชีวิต

 

    “เรือแล่นไปอย่างไร้จุดหมายโดยไม่มีเข็มทิศหรือแผนที่ หาทางกลับไม่ฝั่งพบ วันเวลาผ่านไปกับการเผชิญภัยธรรมชาติไม่รู้จบสิ้น… 

 

    “การเดินทางไกลที่ไม่มีวันได้กลับบ้าน”

 

    ผิดแล้วมิสเตอร์อะซิก ตรงกันข้าม นั่นคือความรู้สึกของผมในปัจจุบันด้วยซ้ำ

 

    โชคดีเดียวของผมคือ อย่างน้อยก็ยังมีความทรงจำในอดีตหลงเหลือ รวมถึงยังมีเบ็นสันและเมลิสซ่า 

 

    ไคลน์รำพันในใจก่อนซักถาม

 

    “มิสเตอร์อะซิก ทำไมคุณถึงไม่มารวมกลุ่มกับพวกเรา? วิธีนี้ต้องช่วยให้สืบหาอดีตเร็วขึ้นแน่นอน”

 

    อะซิกจ้องมองเข้าไปในดวงตาไคลน์

 

    จากนั้นก็ยิ้มตำหนิตัวเอง

 

    “เพราะผมกลัว… กลัวว่าตัวเองต้องตาย”

 

    มันถอนหายใจและเล่าต่อ

 

    “ผมเคยชินกับชีวิตแบบนี้แล้ว ไม่มีความกล้ามากพอจะออกไปเสี่ยงอันตราย จึงตัดสินใจไหว้วานคุณช่วยหาเบาะแส”

 

    ไคลน์ไม่ซักถามสิ่งใดอีก เพียงพยักหน้าและตกปากรับคำ

 

    “เข้าใจแล้วครับ ถ้าพบเบาะแสจะรีบแจ้งให้คุณทราบทันที”

 

    “ขอบคุณมาก เอาล่ะ ถึงเวลาพวกเราต้องกลับห้องทำงานกันแล้ว ผมนัดทานข้าวกับโคเฮนไว้ คุณก็มาด้วยกันสิ ยังจำรสมือพ่อครัวร้านไบลัมตะวันออกในมหาวิทยาลัยได้ไหม? ฝีมือของเขายังยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน

 

    “ไม่ต้องห่วง มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”

 

    อะซิกยกปลายไม้ค้ำชี้ไปทางร้านอาหาร

 

    ขอโทษด้วยอาจารย์ แต่ผมไม่มีความทรงจำในส่วนนั้นเลย นักศึกษายากจนอย่างไคลน์คนก่อนคงไม่เคยลิ้มรสอาหารในภัตตาคารแน่

 

    ไคลน์ไม่กล่าวสิ่งใด เพียงถอดหมวกคำนับและเดินกลับอาคารสีเทาหม่นสามชั้นพร้อมมิสเตอร์อะซิก

 

    ระหว่างทาง อะซิกพูดขึ้น

 

    “ผมมีแผนลาพักร้อนยาวหลังจากสะสางงานทั้งหมดในมหาวิทยาลัย คงกลับไปอยู่บ้านสักพัก คุณสามารถเดินทางไปพบผมโดยตรง หรือไม่ก็เขียนจดหมายส่งไป”

 

    ไคลน์พยักหน้า

    

    “มิสเตอร์อะซิก ผมนึกว่าคุณจะไปเที่ยวอ่าวเดซี่ในวันหยุดยาวเสียอีก”

 

    “ไม่ดีกว่า ทางใต้ร้อนเกินไป ผมไม่ต้องการอาบแดด ดูสีผิวของผมสิ ดำขนาดนี้แล้ว

 

    “อยากไปทางเหนือมากกว่า แถบอาณาจักรหนาวเย็น เช่นตอนเหนือของฟุซัค แถวนั้นมีลานสกีมากมาย หรือไม่ก็เดินชมวิวพลางล่าสิงโตทะเล”

 

    อะซิกผิวสีแทนอมยิ้มขณะอธิบาย    

 

    ผมก็อยากทำแบบนั้นเหมือนกัน… 

 

    นับตั้งแต่เข้าร่วมเหยี่ยวราตรี อิสระของตนพลันหายไปกับสายลม 

 

    อิจฉาคนมีเวลาว่างชะมัด!

 

    หลังจากมื้อเที่ยงจบลง ไคลน์เดินทางกลับบ้านและทบทวนวิชาเครื่องรางกับยันต์ มันต้องการสร้างยันต์ระดับสูงพกติดตัวไว้ 

 

    สำหรับผู้วิเศษเส้นทางนักทำนายแสนอ่อนแอ ตัวช่วยทั้งสองประเภทมีผลมากในการต่อสู้ระยะประชิด

 

    … 

 

    บ่ายสามโมงตรง ไคลน์ล็อคห้องมิดชิดและรูดม่านปิดสนิท จากนั้นก็สร้างกำแพงวิญญาณล้อมรอบตัวเอง

 

    ท่ามกลางโถงใหญ่เหนือมิติสายหมอก มันกำลังนั่งบนเก้าอี้ประธานชุมนุมไพ่ทาโรต่์ เบื้องหน้ามีโต๊ะโลหะทองเหลืองทอดยาวพร้อมกับเก้าอี้ซ้ายขวาฝั่งละสิบ

    

    สายตาชำเลืองภาพฉายเลือนลางของแฮงแมนและจัสติน ร่างทั้งสองกำลังปรากฏบนเก้าอี้ตัวเดิมหลังจากถูกอำนาจลึกลับกระชากเข้ามาในมิติ

 

    หืม? อารมณ์ของมิสจัสติสไม่ปรกติ 

 

    กังวล กระสับกระส่าย และสับสน

 

    ความสนใจไคลน์เพ่งไปยังสุภาพสตรีคนเดียวในชุมนุมไพ่ทาโร่ต์ทันที

 

    คงไม่มีถ้อยคำใดบรรยายความรู้สึกปัจจุบันของออเดรย์·ฮอลล์ได้แน่ หลังจากเพิ่งได้ยินสุนัขตัวโปรดพูดภาษามนุษย์ใส่หน้าเมื่อไม่นานมานี้    

 

    เด็กสาวเคยจินตนารอยู่เสมอว่า ในอนาคต ตนต้องกลายเป็นนักสืบหรือนักจิตวิทยาชื่อดังแน่นอน โดยมีสุนัขขนฟูสีทองแสนรู้คอยทำหน้าที่ผู้ช่วยแสนซื่อสัตว์

 

    แต่หากเรื่องราวกลับกัน สุนัขโกลเด้นรีทรีเวอร์กลายเป็นนักสืบชื่อดังแทน โดยมาพร้อมกับผู้ช่วยของเธอ มิสออเดรย์… 

 

    แบบนี้มันค่อนข้าง… 

 

    ค่อนข้าง… 

 

    ไม่ใช่ค่อนข้าง! แต่พิสดารเกินไปแล้ว!

 

    ออเดรย์ลุกพรวด เธอมีความคิดจะขอความช่วยเหลือจากมิสเตอร์ฟูลและแฮงแมน แต่คำพูดในหัวพลันถูกกลืนลงคออย่างรวดเร็ว

 

    อ…เอ่อ เริ่มจากตรงไหนดี?

 

    จะบอกว่าสุนัขตัวโปรดไม่ปรกติดีไหม?

 

    จะโน้มน้าวอย่างไรให้อีกฝ่ายเข้าใจว่า สุนัขของเธอสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ แถมยังมีสติปัญญาสูงกว่าปรกติ

 

    ไม่ ไม่ ไม่! ไม่ดีแน่! สถานที่แห่งนี้คือชุมนุมไพ่ทาโร่ต์อันสูงศักดิ์ ไม่ใช่ชมรมเลี้ยงสัตว์!

 

    ภาพลักษณ์แสนสง่างามของตนในสายตาแฮงแมนและมิสเตอร์ฟูลคงแตกเป็นเสี่ยงๆ หากถามเรื่องเหลวไหลออกไป

 

    ขณะความคิดออเดรย์ปั่นป่วน เด็กสาวกลั้นใจเรียบเรียงคำถาม

 

    “ขอเรียนถามท่านมิสเตอร์ฟูลผู้ยิ่งใหญ่ รวมถึงมิสเตอร์แฮงแมนผู้มากความรู้… 

 

    “สัตว์เลี้ยงวิเศษสามารถทำคุณประโยชน์ใดให้เจ้าของได้บ้าง? หรือก็คือ พวกมันมีประโยชน์ในแง่มุมใด?”

 

    ด้วยพลังผู้ชม ดวงตาออเดรย์สัมผัสได้ทันทีว่า มิสเตอร์ฟูลและแฮงแมนพลันชะงักหลังจากได้ยินคำถามตน 

 

    บรรยากาศอึมครึมทันที

 

    เฮ้ เฮ้ เฮ้! พวกคุณอย่าเข้าใจผิด! ฉันไม่ได้ซุ่มซ่าม! ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย! 

 

    ค…แค่… ถามแทนเพื่อนเท่านั้น

 

    ออเดรย์กำลังกระอักกระอ่วนสุดขีด เธอต้องการแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

 

    ตนไม่ควรถามออกไปแต่แรก เด็กสาวคิด

 

    ไคลน์แอบขมวดคิ้ว

 

    ในการชุมนุมครั้งก่อน หากจำไม่ผิด จัสติสเคยถามเกี่ยวกับอาการของสัตว์เลี้ยงหากดื่มโอสถผู้วิเศษเข้าไป 

 

    ถ้าคำนึงจากอุปนิสัยส่วนตัวแล้ว มีความเป็นไปได้มากว่า เด็กสาวซุ่มซ่ามจะให้สัตว์เลี้ยงตัวเองดื่มโอสถผู้ชมเข้าไป… 

 

    ในฐานะบอสใหญ่แห่ง ‘องค์กรลับนอกรีต’ มุมปากไคลน์พลันกระตุก มันสมเพชตัวเองเบาๆ เมื่อต้องมีสมาชิกรุ่นก่อตั้งสุดเซ่อซ่าอย่างจัสติส

 

    ชายหนุ่มหาโอกาสแตะหว่างคิ้วสองครั้งเพื่อออกจากภาวะเนตรวิญญาณ มันไม่คิดจะตอบคำถามเหลวไหลของอีกฝ่าย

 

    ทางด้านแฮงแมน อัลเจอร์·วิลสัน มันเงียบงันราวยี่สิบวินาที ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงแปลกไปจากปรกติ

            

    “ขึ้นอยู่กับชนิดของโอสถ ขอยกตัวอย่างเป็นเส้นทางผู้ชม อย่างที่ทราบกันดี มนุษย์มักหวาดระแวงต่อกันเป็นพิเศษ แต่จะเมินเฉยสัตว์เลี้ยงปราศจากพิษภัยอย่างสุนัข ดังนั้น หากมีสุนัขตัวใดดื่มโอสถผู้ชมเข้าไปและรอดชีวิตมาได้ มันจะกลายเป็นสายสืบชั้นเยี่ยมให้กับเจ้าของทันที”

 

    จริงด้วย! ท่านพ่อชอบประชุมกับขุนนางใหญ่และรัฐมนตรีของอาณาจักรอย่างลับๆ ! 

 

    ไม่เคยให้เด็กสาวอย่างตนเข้าร่วมสักครั้ง

 

    แต่ถ้าเป็นสุนัขแสนรู้อย่างซูซี่ เธอไม่มีพฤติกรรมเห่าเสียงดังหรือก่อความรำคาญ หากหลบซ่อนในห้องประชุมล่วงหน้า ต่อให้ถูกพบตัวในภายหลัง แต่ท่านพ่อคงไม่มัวเสียเวลาไล่ออกนอกห้องแน่

 

    แลัวยังมีการนินทาลับๆ ของเหล่าคุณหญิงคุณนายภรรยาขุนนางใหญ่ สตรีเหล่านี้ชื่นชอบความแสนรู้ของซูซี่มาก พวกเธออาจเป็นฝ่ายพาสุนัขเข้าห้องด้วยตัวเอง

 

    เมื่อคำนึงถึงความเป็นไปได้มากมาย ดวงตาออเดรย์เริ่มส่องประกายตื่นเต้น

 

    ในเมื่อซูซี่พูดภาษามนุษย์ การถ่ายทอดข้อมูลก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ตนควรสอนหลักไวยากรณ์ภาษาให้สุนัขตัวโปรดโดยเร็ว รวมถึงคลังคำศัพท์สำคัญ

 

    หืม… ตนควรสอนสำเนียงชนชั้นสูงหรือสำเนียงชาวเบ็คลันด์ดี? 

 

    ไม่เพียงเท่านั้น ในเวลาซูซี่ออกไปนอกบ้าน เธอยังสอบถามข้อมูลกับสุนัขตัวอื่นได้ด้วย… 

 

    ไม่สิ สุนัขตัวอื่นไม่ได้พูดภาษามนุษย์สักหน่อย นี่ตนกำลังคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่?

 

    เดี๋ยวก่อน! แล้วทำไมมิสเตอร์แฮงแมนถึงยกตัวอย่างเป็นโอสถผู้ชม? 

 

    ข…เขารู้แล้วหรือว่าเกิดอะไรขึ้น?

 

    หลังจากฟุ้งซ่านกับตัวเองอยู่นาน ออเดรย์ฝืนยิ้มและหันไปพูดกับทุกคน

 

    “มิสเตอร์ฟูล ดิฉันรวบรวมไดอารีจักรพรรดิโรซายได้เพิ่มอีกหนึ่งแผ่นค่ะ”

 

    จากฟอร์ส·วอลล์

 

    “ทำได้ดี เพียงเท่านี้ หนี้เก่าระหว่างเราเป็นอันหายกัน”

 

    ไคลน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเจือความสุข

 

    “ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยนะคะ ไดอารีแผ่นนี้อาจมีข้อมูลไม่มากสักเท่าไร”

 

    ออเดรย์ใช้ปากหมึกซึมสีแดงบรรจงเขียนเนื้อหาลงไปบนแผ่นกระดาษหนัง

 

    ไคลน์โบก    มือเบาๆ เพื่อย้ายแผ่นกระดาษในมือออเดรย์ให้ปรากฏตรงหน้าตน 

 

    “ไม่เกี่ยวกัน หนึ่งแผ่นก็คือหนึ่งแผ่น และไดอารีคราวก่อนของเจ้าก็มีข้อมูลเต็มแผ่นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง”

 

    ไดอารีส่วนใหญ่จากจัสมิสและแฮงแมนจะไม่ใช่ตัวต้นฉบับ มีจำนวนไม่น้อยถูกคัดลอกเพื่อใช้ในการศึกษาและฝึกถอดรหัส จึงมีเพียงด้านเดียว แต่บางแผ่นก็ถูกคัดลอกให้สมจริงโดยมีทั้งด้านหน้าและหลัง

 

    ไคลน์ก้มหน้าอ่านเนื้อความด้านใน

 

    “20 ธันวาคม ปีใหม่ใกล้เข้ามาแล้ว แต่รายงานจากทีมสำรวจกลับทำให้เราทวีความสับสน… 

 

    “โลกนี้ไม่มีน้ำมันดิบ! ไม่มีเลยสักหยด!”

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร – เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...