ตอนที่แล้วGE232 สังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณครั้งแรก [ฟรี]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปGE234 กระถางขัดเกลาตัดวิญญาณ [ฟรี]

GE233 เหตุร้ายบนเกาะมิติเทพ [ฟรี]


เซี่ยกวงลงมือ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญในงานประมูลไม่น้อยหวาดหวั่น

ยิ่งเห็นวิชาที่น่าสะพรึงกลัวของมันแล้ว ยิ่งทำให้ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นหวาดกลัว

ขอบเขตตัดวิญญาณคือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มจำนวนมากใฝ่ฝัน

แต่เมื่อโดนวิชาดรรชนีเพียงครั้งเดียว เซี่ยกวงถึงกับตายเลยหรือ?

แต่ดรรชนีนั้นคือดรรชนีกระบี่ ที่ก่อตัวขึ้นจากพลังสวรรค์ ควบแน่นจนกลายเป็นปราณรกระบี่ขนาดเท่าเส้นใย

ซัวหมิงแข็งแกร่ง! ในทะเลส่วนนอกแห่งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณเพียงไม่กี่คนที่รับมือได้

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจ้องมองผู้เยาว์ที่ขยับมาขวางทางซูเหยาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง กลืนน้ำลายอึกใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่มีใครกล้าทำเหมือนหนิงฝาน เพราะพวกมันไม่แข็งแกร่งพอ

แต่หากพวกมันแข็งแกร่ง พวกมันจะไม่เผยไพ่ตายเพื่อจัดการกับเซี่ยกวง

แต่หนิงฝานกลับทุ่มเต็มกำลังเพื่อจัดการอีกฝ่าย

นั่นแสดงให้เห็นถึงความโกหเหี้ยม ความแน่วแน่และเด็ดขาด ที่มีมากกว่าเหล่าผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆอย่างเทียบกันไม่ติด

หากไม่แข็งแกร่งก็ต้องยอมจำนน แต่หากแข็งแกร่ง แม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้เชี่ยวชาญทะเลส่วนใน เหตุใดต้องปกปิดความแข็งแกร่ง?

หากไม่ลงมือเต็มกำลังตั้งแต่การจู่โจมแรก เซี่ยกวงที่ทราบถึงความต่าง และเพิ่มความระมัดระวัง หนิงฝานจะสังหารมันได้ง่ายๆแบบนั้นได้ยังไง?

หนิงฝานเจ็บเส้นลมปราณ ดรรชนีกระบี่เมื่อครู่สร้างความเสียหายให้เขาไม่น้อย

แต่ถึงอย่างนั้น แววตาของเขายังคงไม่สั่นไหว

เขาจ้องมองขึ้นไปยังชั้น 4 มองไปยังห้องของผู้เชี่ยวชาญจากทะเลส่วนใน

ในจำนวนนั้น มีห้องของซัวฉิง ซัวสื่อ กวนซ่ง และซือกู่ สีหน้าพวกมันแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

พวกมันทั้ง 4 แผ่แรงกดดันเข้าใส่หนิงฝาน แต่สีหน้าหนิงฝานกลับไม่แปรเปลี่ยน ราวกับไม่ได้รับแรงกดดันใดๆ

หนิงฝานไม่ได้หวาดกลัวแรงกดดันของพวกมัน แม้จะเป็นแรงกดดันของผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยก ก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้

“ซัวหมิงสังหารคนในงานประมูล หากมีคนไม่พอใจและลงมือ คงกลายเป็นสถานะการณ์วุ่นวาย!”

ผู้ที่กล่าวคือผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณบนชั้น 4

กวนซ่งถอนแรงกดดันพลางถอนหายใจ มันนำกระบี่สีเงินขนาดเล็ก ยาวสามชุนออกมา แต่กระบี่เล่มนี้ไม่มีคม  มีบางสิ่งสลักอยู่บนตัวกระบี่ มันไม่ใช่กระบี่จริงๆ เป็นเหมือนตราสัญลักษณ์

“การที่ผู้เชี่ยวชาญกระบี่จะฟาดฟันสังหารถือเป็นเรื่องปกติ ข้าไม่ได้ไม่พอใจสหายเต๋าซัว… สหายเต๋าซัวนับเป็นผู้เชี่ยวชาญกระบี่ชั้นยอด ข้านับถือ… หากสหายเต๋าซัวมีโอกาส ขอเชิญมาเยี่ยมเยือนเกาะกระบี่… นี่คือตราสัญลักษณ์ของเกาะกระบี่ข้า หากสหายเต๋าแสดงตราสัญลักษณ์นี่ยามเมื่อถึงเกาะกระบี่ จะไม่มีผู้ใดขวางทางเจ้า!”

‘กระบี่ทาส’ กวงซ่ง กำลังผูกมิตรกับหนิงฝาน! กระทั่งยอมมอบเหรียญตราของเกาะกระบี่ให้

แต่ชั่วลมหายใจที่มันแสดงตราสัญลักษณ์ ปราณกระบี่ที่รุนแรงพอจะสังหารผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุด พุ่งเข้าหาหนิงฝาน แต่หนิงฝานขยับนิ้วเป็นท่าทาง ทำให้ปราณกระบี่ของมันสั่นเทาและสลายไป

“เพียงขยับนิ้วก็ทำลายปราณกระบี่ได้! ช่างเป็นผู้ที่มีร่างกายที่ทรงพลัง สมควรบรรลุขอบเขตกระดูกหยก...” กวนซ่งถอนหายใจ ปราณกระบี่ที่แสดงออกไปเมื่อครู่ก็เพื่อทำสอบหนิงฝานเท่านั้น

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่มีน้ำใจ หากข้าซัวหมิงมีโอกาส ข้าจะไปเยือนเกาะกระบี่ของท่านอย่างแน่นอน...”

หนิงฝานป้องมือและรับตราสัญลักษณ์กระบี่มา กวงซ่งพยักหน้าเล็กน้อยก่อนกลับเข้าไปในห้อง เมื่อครู่ มันกล่าวเชิญหนิงฝานอย่างจริงใจ

“กวนซ่งคือบุรุษที่ยึดมั่นในเส้นทาง ฝึกฝนกระบี่ทั้งชีวิต มันจริงใจกับข้า 7 ส่วน อีก 3 ส่วนสนใจวิชา… แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น หากข้าบรรลุขอบเขตตัดวิญญาณ ก็ควรจะไปเยือนเกาะกระบี่สักครั้ง”

หนิงฝานหันมองซัวฉิง ยามนี้พวกมันถอนแรงกดดัน บนหน้าผากปรากฏรอยสักรายอัสนี แต่ยังไม่สมบูรณ์

มันผู้นั้นสมควรเป็นผู้ครอบครองเส้นลมปราณอัสนี

หนิงฝานสัมผัสได้ว่า มันสามารถก่อดาราอัสนีที่กลางหน้าผากได้ แม้จะเพียงครึ่งดวงก็ตาม… ยามนี้ มันจ้องมองหนิงฝานไม่วางตา

มันเคยได้ยินมาว่าหนิงฝานใช้อัสนีได้ แต่หากไม่เพราะมันเป็นผู้ยึดมั่นใจชื่อเสียง มันคงไม่สนใจผู้เชี่ยวชาญของทะเลส่วนนอกอย่างหนิงฝาน

“ข้าคือผู้เยาว์ตระกูลซัว ฝึกฝนมานับหมื่นปี เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดของตระกูล แต่ด้วยที่ข้าไม่ได้มีโลหิตบริสุทธิ์ จึงก่อดาราอัสนีได้เพียงครึ่งดวง… แต่มันผู้นั้นไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญของตระกูลซัว เป็นไปไม่ได้ที่จะครอบครองดาราอัสนี...”

ประกายอัสนีปะทุขึ้นที่ดวงตาของซัวฉิง จ้องมองหนิงฝานอย่างดุดัน แต่เมื่ออัสนีโลหิตประกายผ่ายดวงตาหนิงฝาน อัสนีที่ทรงพลังของมันกลับสั่นสะท้านและสลายไป!

สีหน้าซัวฉิงแปรเปลี่ยนใหญ่หลวงพลางผงะถอยไปสองก้าว อัสนีโลหิตปะทุขึ้นในทะเลสติของมัน แต่ด้วยระดับพลังของมันตอนนี้ ไม่อาจขับออกไปเองได้

“ซัวสื่อ!”

“ขอรับ!”

ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นต้นที่ยืนอยู่ข้างหลังมันเดินมา ทาบฝ่ามือที่แผ่นหลัง โคจรและถ่ายพลังอัสนีเข้าไปในทะเลสติของซัวสื่อ เพื่อขับอัสนีโลหิตออก

แต่แล้ว สีหน้าของพวกมันกลับแปรเปลี่ยน

พวกมันหันมองหน้ากันด้วยสีหน้าตกตะลึง

เรื่องที่สังหารเซี่ยกวงได้นั้น ซัวสื่อก็ทำได้ มันจึงไม่เห็นหนิงฝานในสายตา

แต่อัสนีโลหิตกลับทำให้พวกมันหวาดกลัว ความเย่อหยิ่งที่มีหายไป

แม้ซัวฉิงจะก่อดาราอัสนีได้ครึ่งดวง แต่เมื่อได้พบอัสนีโลหิตของหนิงฝาน มันรู้ทันทีว่าหนิงฝานต้องครอบครองดาราอัสนีที่สมบูรณ์แน่!

ซัวสื่อขมวดคิ้วมุ่น พลังอัสนีที่มันถ่ายเข้าไปในร่างซัวฉิง ไม่อาจสยบอัสนีโลหิตได้

ราวกับว่าอัสนีโลหิตนั้น คือทัณฑ์สวรรค์...

พวกมันทั้งสองคนแพ้หนิงฝานอย่างราบคาบ

พวกมันแสดงสีหน้าหดหู่อยู่ชั่วครู่ แต่จู่ๆกลับแสดงสีหน้าดีใจ

“ฮ่าฮ่า… สหายเต๋าซัว ต่อให้เจ้าสังหารเซี่ยกวนก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเรา สหายเต๋าช่างแข็งแกร่งสมคำร่ำลือจนตัวข้ารู้สึกอับอาย สหายเต๋าสมควรเป็นผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทะเลส่วนนอกหรือทะเลส่วนใน เพราะแม้เป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณสหายเต๋ายังสังหารได้… นี่คือตราสัญลักษณ์ของเทพอัสนีแห่งตระกูลซัว หากสหายเต๋าได้เข้าสู่ทะเลส่วนในเมื่อใด เพียงแสดงตราสัญลักษณ์ก็สามารถเข้าสู่ตระกูลได้อย่างง่ายดาย...”

ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในทะเลส่วนใน!

ผู้เชี่ยวชาญทะเลส่วนนอกไม่ประหลาดใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากทะเลส่วนในสีหน้าแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง

เดิมทีซัวฉิงเป็นผู้เย่อหยิ่ง เป็นผู้มากพรสวรรค์ แข็งแกร่ง และเอาชนะผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นต้นมาแล้ว 3 คน

มันผู้นี้นับว่าไม่เห็นผู้เชี่ยวชาญตดวิญญาณขั้นต้นในสายตา แต่มันกลับถูกใจหนิงฝาน

นั่นหมายความว่า หนิงฝานได้รับความสนใจจากทั้งเกาะกระบี่และตระกูลซัว

เมื่อรับตราสัญลักษณ์มา หนิงฝานก็ป้องมือให้กับซัวฉิง มันพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะกลับเข้าไปภายในห้อง

“ซัวฉิง… อัสนีของมันไม่อาจเทียบเคียงข้า ทันทีที่ประมือ มันก็ยอมสยบทันที… คนผู้นี้ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่ร่ำลือ แต่หากในอีกหมื่นปีข้างหน้า มันอาจกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญไร้แบ่งแยกขงอวิหารพิรุณ… มันจริงใจกับข้าเพียง 1 ส่วน อีก 9 ส่วนสนใจในอัสนี หากข้าไม่แข็งแกร่งเทียบเท่าท่านชวี่ ย่อมไม่อาจย่างกรายตระกูลซัว ไม่อย่างนั้นคงถูกสังหารเพื่อช่วงชิงอัสนี”

สุดท้าย หนิงฝานหันมองซือกู่

“ข้าและนิกายผนึกอสูรมีความแค้นต่อกัน ไม่ทราบว่าสหายเต๋าซือกู่จะทำอย่างไร?”

มันหัวเราะ “สหายเต๋าคงหมายถึงเรื่องของหยิงเก้อ ข้ารู้เรื่องนั้นแล้ว... ตัวมันหาเรื่องตามล่าสหายเต๋าเอง จึงมีจุดจบเช่นนั้น นั่นหมายความว่าข้าไม่ได้ติดใจเอาความ แต่ข้าไม่อยากให้สหายเต๋าทำร้ายคนของข้าอีก ไม่อย่างนั้น… ฮ่าฮ่า สหายเต๋าคงเข้าใจดี!”

ซือกู่นำตราสัญลักษณ์ออกมาให้หนิงฝาน

“ตราสัญลักษณ์นี่เป็นของนิกายผนึกอสูรข้า หากสหายเต๋าเข้าสู่ทะเลส่วนใน เชิญสหายเต๋ามาเยี่ยมเยือนนิกายข้าบ้าง...”

เมื่อหนิงฝานรับตราสัญลักษณ์มา เขาใช้สัมผัสเทพสำรวจก่อนสีหน้าแปรเปลี่ยนเย้ยหยัน

เพราะในเหรียญตรามีปราณผนึกอสูร เพื่อใช้สะกดรอยเขา… ผู้ที่ถ่ายปราณเข้าไปในนั้นคือผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าท่านชวี่หรือตงสู่ สมควรเป็นบรรพบุรุษของนิกายผนึกอสูร

เพียงแต่หนิงฝานก็สามารถใช้ประโยชน์จากตราสัญลักษณ์นี้ได้เช่นกัน เพราะมันทำให้เขารับรู้ถึงตำแหน่งของมัน

ดูเหมือนซือกู่จะไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่เขาสังหารหยิงเก้อ แต่มันน่าจะสนใจอัฐิสวรรค์ที่ทำให้พวกมันไม่อาจตามตัวหนิงฝานได้ กระทั่งยอมมอบตราสัญลักษณ์ที่จะทำให้ตามตัวได้ง่ายขึ้น

“ข่าลือว่าซือกู่ครอบครองแมลงอสูรอยู่นับหมื่นตัว ไม่มีผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณคนใดที่กล้ารับมือมัน แม้ภายนอกมันจะดูเป็นมิตร แต่ในใจยังคิดสังหารข้าไม่เปลี่ยน มันคงคิดว่าข้าสืบค้นความทรงจำของหยิงเก้อ ทำให้รู้ความลับของพวกมันเข้า มันจึงคิดสังหารข้า… ถึงอธิบายว่าข้าไม่อาจทะลวงผนึกของพวกมันได้ จึงไม่ได้รู้ความลับใดๆ มันก็ไม่เชื่อข้าอยู่ดี… ความแค้นระหว่างข้าและนิกายผนึกอสูรคงยากจะแก้ไข ที่มันมอบเหรียญตราสัญลักษณ์ให้ข้าเพราะต้องการสังหารข้าเท่านั้น… ข้าต้องหลีกให้ห่างจนกว่าจะมีพลังมากพอที่จะทำลายพวกมัน”

สีหน้าหนิงฝานเรียบเฉยไร้อารมณ์ หลังจากเก็บตราสัญลักษณ์ไป เขาไม่ได้ป้องมือหรือมองมันแม้แต่น้อย

แม้สีหน้าซือกู่จะดูเรียบเฉย แต่ในใจกลับโกรธแค้นเป็นอย่างมาก มันจ้องมองหนิงฝานราวกับสลักภาพร่างไว้ในใจ ก่อนจะกลับที่นั่งของตน

“เย่อหยิ่งเสียจริง… ไว้ข้าเรียกกำลังเสริมมาได้เมื่อไหร เจ้าไม่รอดแน่!” ซือกู่เย้ยหยัน

เซี่ยกวงตาย ผู้เชี่ยวชาญทะเลส่วนใน 3 คนเป็นมิตรกับหนิงฝาน

ทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้ามองเหตุการณ์ ประหลาดใจอย่างที่สุด

คาดไม่ถึงว่าผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มจะสังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณได้ ทั้งยังทำให้ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณเป็นสหาย ซัวหมิงช่างทรงพลัง หากบรรลุขอบเขตตัดวิญญาณขั้นต้น แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นกลางก็ต่อกรได้

น้อยคนจะรู้ว่าสู่ลู่ฉานเองก็อยู่ฝ่ายเดียวกับหนิงฝาน ทำให้ตอนนี้กลายเป็นเหมือนปีศาจของเผ่าปีศาจยักษ์ไปครึ่งหนึ่ง

นั่นหมายความว่า หนิงฝานมี 4 ขุมพลังใหญ่ของทะเลส่วนในเป็นพันธมิตร

หากคนอื่นๆรู้ว่า ตงสู่ที่มาพบหนิงฝานด้วยตนเอง ก็เป็นพันธมิตรด้วย คงตกตะลึงไม่น้อย

น่าเสียดายที่คนเหล่านี้ไม่รู้ ว่าเซี่ยกวงที่หนีไปได้ไม่ไกล ได้ถูกจับกลับมาแล้ว

ยามนี้ไม่อาจดำเนินงานประมูลได้ต่อแล้ว เพราะการตายของผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณเป็นเรื่องที่น่าเศร้า

เมื่อเซี่ยกวงตาย ผลไม้แห่งเต๋าดวงจิตแรกเริ่มยังคงไร้เจ้าของ

ผู้เชี่ยวชาญดวงจิตแรกเริ่มขั้นสูงสุดคนหนึ่งเดินขึ้นเวที สีหน้าลำบากใจ

เพราะใครจะเป็นผลไม้แห่งเต๋า

“เมื่อครู่… ท่านใดบอกราคา 8 ล้านหยกสวรรค์” ผู้นำประมูลกล่าว

มันขบคิด ยามนี้ผลไม้แห่งเต๋าคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ ซูเหยาเองก็อยากได้… แต่เหตุใดซัวหมิงจึงกล่าวว่านางเป็นกระถางขัดเกลา

หลังจากที่มันกล่าวจบ มันสัมผัสได้ถึงแววตาเย็นชาที่กำลังจับจ้อง เจ้าของสายตานั้นคือซัวหมิง!

สีหน้าของผู้นำประมูลแปรเปลี่ยนใหญ่หลวง มันกวาดกลัวจนตัวสั่น

“สหายเต๋าท่านใดเสนอราคา 8 ล้านหยกสวรรค์” มันยิ้มพลางกล่าว

“ต้องขออภัย ข้ามีหยกสวรรค์ไม่พอจึงขอผ่าน”

“เช่นนั้นแล้ว ท่านใดเสนอราคา 7 ล้าน”

“ข้าก็มีหยกสวรรค์ไม่พอเช่นกัน”

“ท่านใดเสนอราคา 6.6 ล้าน!”

“หยกสวรรค์ของข้าก็ไม่พอเช่นกัน”

ไม่มีใครกล้ารับผลไม้แห่งเต๋า เพราะไม่มีใครอยากยั่วยุซัวหมิง หากมีงานประมูลครั้งหน้าค่อยว่ากัน

“น่าเสียดาย ทุกท่านล้วนมีหยกสวรรค์ไม่พอ เช่นนั้นผลไม้แห่งเต๋าสมควรเป็นของเหยาเอ๋อร์...” หนิงฝานยิ้มให้นาง แต่ใบหน้านางกลับแดงก่ำ

นอกจากทราบซึ่งในสิ่งที่หนิงฝานทำ ยังรู้สึกเขินอาย

เหยาเอ๋อร์… นางยอมให้เรียกแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

นางเป็นถึงประมุขนิกาย แต่กลับถูกอีกฝ่ายกล่าวว่าเป็นกระถางขัดเกลาต่อหน้าผู้คนมากมาย

“อืม… เช่นนั้นผลไม้แห่งเต๋าเป็นของประมุขซูในราคา 5.5 ล้านหยกสวรรค์! หวังว่าท่านจะมีหยกสวรรค์มากพอ” ผู้นำประมูลฝืนยิ้ม

“มี...” จิตใจของนางปั่นป่วนสับสน แต่นางเร่งตรงเข้าหาผลไม้แห่งเต๋า จ่ายหยกสวรรค์และกลับไปยังที่นั่งตน

การประมูลระดับดวงจิตแรกเริ่มจึงถือว่าสิ้นสุด หลังจากนี้ จะเป็นงานประมูลระดับสูงสุด ที่มีเพียงผู้ที่ได้รับคำเชิญจากสู่ลู่ฉานและเหยียนซ่งสื่อเท่านั้นที่เข้าร่วมได้

การประมูลระดับสูงสุดนี้คือการประมูลที่ดึงดูดผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณมา หากเจ้าภาพงานไม่มีผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณคงเป็นอันตรายร้ายแรง

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเร่งออกจากงานประมูล

ซูเหยาเองก็ต้องไป

นางมาที่นี่ก็เพราะผลไม้แห่งเต๋า ในเมื่อได้ผลไม้แห่งเต๋ามา นางก็บรรลุจุดมุ่งหมาย

“ขอบคุณ...” นางขบริมฝีปากเล็กน้อย เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่หนิงฝานช่วยนาง

“ขอบคุณแค่ปากเท่านั้นเหรอ...” หนิงฝานแกล้งนาง

“ไม่… คือ...”

ใบหน้านางแดงก่ำ นางโบกมือเป็นเชิงให้สตรีคนอื่นๆจากไป

เมื่อสตรีเหล่านั้นจากไป สีหน้านางดูแน่วแน่จริงจัง เขย่งปลายเท้า จูบที่ริมฝีปากหนิงฝานเบาๆ

“หากเจ้าไปเยือนนิกายมุกหยกฟ้า ข้าสัญญาว่าจะยอมเจ้าทุกสิ่ง...”

ใบหน้านางแดงก่ำเห่อร้อน การกล่าวคำเช่นนี้ ไม่สมกับเป็นประมุขนิกาย

แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่นางต้องจากไปแล้ว...

นางถอยห่างทีละก้าว แต่รู้สึกราวกับกำลังห่างไกลจากหนิงฝานออกไป ทำให้นางรู้สึกราวกับกำลังจะสูญเสียบางสิ่ง

แต่เมื่อนางกำลังจะพ้นประตูห้อง หนิงฝานกลับคว้าแขนนางไว้

“ช้าก่อน...”

“แค่จูบ… ยังไม่พออีกเหรอ...” นางสัมผัสได้ถึงมืออันอบอุ่นของหนิงฝาน ความรู้สึกนี้ทำให้นางไม่อยากแยกจาก

“เจ้านำผลไม้แห่งเต๋าทั้ง 3 ผลนี้ไป แล้วนี่...โอสถก่อดวงจิต และหยกสวรรค์อีก 10 ล้าน นำไปช่วยเชียนสื่อด้วย”

“ผลไม้แห่งเต๋า 3 ผล หยกสวรรค์ 10 ล้าน!” ซูเหยามือป้องปากด้วยความตกใจ

“อืม… ข้ารู้ว่าที่นิกายเจ้ามีโอสถก่อดวงจิต แต่นักปรุงโอสถของเจ้าอ่อนด้อยกว่าข้า โอสถของข้าสมควรมีคุณภาพดีกว่า”

หนิงฝานไม่ได้บอกนางว่าตนเองเป็นนักปรุงโอสถผันแปรที่ 5 เพราะไม่จำเป็น

“ลาก่อน!”

หนิงฝานป้องมือให้นางด้วยรอยยิ้ม และมุ่งไปยังชั้น 3 ของอาคารประมูล

นางมองตามแผ่นหลังหนิงฝานที่ไกลออกไป ในใจรู้สึกราวกับสูญเสียบางสิ่ง แต่นางยังคงยิ้ม

“ขอบคุณ… ขอบคุณที่เจ้าดีกับเชียนสื่อมาก… ขอบคุณที่เจ้าช่วยข้าไว้”

อีกด้านของอาคารประมูล ตงสู่กลับมาพร้อมกับดวงจิตแรกเริ่มของเซี่ยกวง ชายชรามองหนิงฝานพลางยิ้ม

“ข้าช่วยเจ้านำดวงจิตของมันกลับมาแล้ว แบบนี้จะเรียกว่าข้าช่วยเหลือเจ้าไปหนึ่งครั้งแล้วหรือเปล่า?”

“แค่จับดวงจิตกลับมา สมควรเป็นเรื่องเล็กของผู้อาวุโส เหตุใดจะนับว่าช่วยเหลือข้าหนึ่งครั้ง”

หนิงฝานรับดวงจิตและกระเป๋าของเซี่ยกวงมา พลางหันมองสู่ฉุ่ยหลิง

แม้การที่หนิงฝานสังหารผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่เหตุผลที่เขาทำไปเพราะต้องการช่วยสตรีนางหนึ่ง นั่นทำให้สู่ฉุ่ยหลิงเสียใจ

“นายน้อยซัวคงมีสาวงามมากมาย...”

แต่ขณะที่นางกำลังเสียใจอยู่นั้น เมื่อสังเกตุเห็นว่าหนิงฝานกำลังจ้องมองนาง ใบหน้านางกลับแดงก่ำ

“มะ...มีอะไรติดหน้าข้าหรือเปล่า?”

“เปล่า… ข้าเพียงสนใจการประมูลระดับสูงสุด เพราะนอกจากรู้ว่าจะมีกระถางขัดเกลาตัดวิญญาณแล้ว สิ่งอื่นที่จะนำเข้าประมูลยังเป็นความลับ ข้าจึงอยากถามแม่นางว่ามีสิ่งใดเข้าร่วมประมูลบ้าง”

“ข้าจะบอกทั้งหมดที่รู้… งานประมูลในครั้งนี้มีของที่น่าสนใจมากมาย เช่นโอสถผันแปรที่ 5… ตำรับโอสถ… วิชาระดับตัดวิญญาณและวิชาลับ สมบัติพิภพ หรือกระทั่งกุญแจดินแดนลับในทะเลไร้สิ้นสุด แต่ข้าว่าของเหล่านี้ไม่สมควรดึงดูดความสนใจของนายน้อยได้ เมื่อผ่านการประมูลช่วงนี้ไปแล้ว จะเข้าสู่การประมูลช่วงสุดท้าย ซึ่งมีของด้วยกัน 4 อย่าง… อย่างแรกคือศิลาเทพ หากมีศิลาก้อนนี้ ผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณขั้นตนจะสร้างเจตจำนงค์แห่งเทพ… อย่างที่สองโลหะวิญญาณชนิดพิเศษเรียกว่า ‘ดูดซับปราณ’... อย่างที่สามคือผลึกแห่งเต๋า… และอย่างสุดท้ายคือกระถางขัดเกลาตัดวิญญาณ แต่นางเป็นใครนั้น ข้าเองก็ไม่รู้”

“ศิลาเทพ… โลหะวิญญาณ… และผลึกแห่งเต๋า...” หนิงฝานครุ่นคิด

ของทั้งสามนี้นี้ไม่ธรรมดา หากได้มันผสานเข้ากับแส้อัสนี คงจะได้แซ่ที่ไม่ธรรมดา แต่ไม่ว่ายังไง สิ่งที่หนิงฝานสนใจมากที่สุดคือกระถางขัดเกลาตัดวิญญาณ

“จะแตะต้องสตรีนางนั้นไม่ได้...” ตงสู่กล่าว

“ผู้อาวุโสรู้จักนาง? โปรดเล่าให้ข้าฟังด้วย!” ดวงตาหนิงฝานเป็นประกาย

“นางคือคนของ ‘เกาะมิติเทพ’ ซึ่งเป็นไปได้มากว่านางคือศิษย์ของท่านเยว่”

“เกาะมิติเทพ?”

หนิงฝานขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำกล่าว

เกาะมิติเทพคือหนึ่งในเจ็ดขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในทะเลส่วนใน ท่านเยว่คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดของที่นั่น และเป็นผู้เชี่ยวชาญกึ่งไร้ดัดแปลง

เกาะมิติเทพตั้งอยู่บนส่วนของสถานที่ที่มีพลังมิติผันผวนรุนแรง แม้เป็นผู้เชี่ยวชาญตัดวิญญาณไปที่นั่นยังเป็นอันตราย ดังนั้น คนที่เกาะแห่งนั้นจึงได้พบปะผู้คนภายนอกน้อยมาก

ในช่วงไม่นานมานี้ มีผู้พบเห็นศพของสตรีลอยออกมาจากพื้นที่ส่วนนั้นจำนวนมาก

และหนึ่งในนั้นคือสตรีในขอบเขตตัดวิญญาณที่ยังไม่ตาย!

เหตุการณ์นั้นทำให้ขุมกำลังในทะเลส่วนในคาดเดาว่าอาจเป็นเพราะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น

ข่าวลือกล่าวว่า ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เลวร้ายของที่นั่น ทำให้การทะลวงขอบเขตไร้ดัดแปลงของท่านเยว่ล้มเหลว ทำให้ธาตุไฟเข้าแทรก สังหารทุกคนในนิกายจนหมด จากนั้นไม่นาน ดูเหมือนท่าเยว่จะตายจากไปด้วย

หากสามารถค้นความทรงจำของกระถางขัดเกลาตัดวิญญาณได้ ก็จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น

ดังนั้น กระถางขัดเกลาตัดวิญญาณ จึงกลายเป็นกุญแจตัวสำคัญไป

มีเพียงผู้เชี่ยวชาญที่ทรงพลังมากๆเท่านั้นที่จะเข้าไปสำรวจเกาะมิติเทพได้ แต่อย่างน้อยๆ ตงสู่ก็ไม่แนะนำให้หนิงฝานยุ่งกับเรื่องนี้

“มีผู้เคยใช้วิชาอ่านความทรงจำของนางแต่ไม่สำเร็จ นางจึงกลายเป็นไร้ค่า และถูกนำมาเป็นกระถางขัดเกลา”

ดูเหมือนชยชราจะรู้เรื่องราวไม่น้อย

แม้การอ่านความทรงจำของนางจะใช้ไม่ได้ หนิงฝานยังมีวิชาที่จะยอมให้นางกล่าว บางทีอาจเป็นประโยชน์

“เริ่มการประมูล ของสิ่งแรกคือสมุนไพร 4 หมื่นปี มันคือหญ้าหมื่นกระบี่ไร้หัวใจ สมุนไพรชนิดนี้ช่วยเสริมปราณกระบี่ให้กับผู้ที่ฝึกฝนกระบี่… ราคาเริ่มต้นของมันคือ 3 ล้านหยกสวรรค์”

แววตาหนิงฝานเป็นประกาย เพราะหญ้าหมื่นกระบี่ไร้หัวใจ ทำให้กลายเป็นแบบนี่...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด