ตอนที่แล้วเล่ม 1 ตอนที่ 39.1 ความน่าหวาดกลัว [1] (ฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปเล่ม 1 ตอนที่ 40 ประตูได้เปิดขึ้นใหม่อีกครั้ง (ฟรี)

มินนี่พยักหน้าพร้อมกับนำกระดาษขึ้นมาเขียนข้อความที่เหมือนกับของสตีเว่น จดหมายนี้จะถูกส่งไปให้กับมาร์ควิสไนออลผู้เป็นบิดาของนาง อาจจะเป็นเพราะนางถูกชายผู้นั้นทอดทิ้ง จึงทำให้นางรู้สึกหนักใจกับเรื่องที่ทำน้อยกว่าสตีเว่น เงินที่นางได้รับจากเขาก็ถือเป็นเพียงจำนวนรายรับที่เพิ่มเติมมาไม่ได้เยอะเท่ากับจำนวนเงินที่ตระกูลของสตีเว่นมอบให้

แสงแห่งวงเวทย์หายไปพร้อมกับจดหมาย 4 ฉบับก่อนหน้านี้ สตีเว่นส่งสัญญาณเวทมนตร์ระดับสูงเพื่อรวมกลุ่มลูกน้องทั้งหมดในดีพบลูให้มายังที่พักของเขา

มินนี่รู้ถึงสัญลักษณ์นี้เป็นอย่างดี และนางก็อดไม่ได้เช่นเคยจึงเอ่ยปากถามออกมาอีกว่า “เจ้าจะเปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนรับรู้งั้นเหรอ ?”

สตีเว่นจ้องหน้ามินนี่พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างดูถูก “เจ้าอย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย มีอะไรเกี่ยวกับพวกเราที่พวกเขาไม่รู้บ้าง ?”

ดราก้อนวอล็อคหมุนแหวนที่อยู่บนนิ้วของเขาก่อนที่จะไตร่ตรองถึงสถานการณ์ปัจจุบัน “…การรวบรวมคนของข้าเป็นการแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของตัวข้า มันหมายถึงว่าข้ายอมรับความพ่ายแพ้และจะไม่ทำอะไรต่อจากนี้อีก การทำเช่นนี้จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามพร้อมที่จะโจมตีเข้ามาได้ทุกเมื่อ และหากเป็นเช่นนั้นมันจะเป็นการเตือนไปยังเหล่าคนชั้นสูงที่อยู่ภายในดีพบลูให้เขาต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง ซึ่งถ้าหากพวกเขาเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลยก็ดูเหมือนว่าจะต้องเกิดเรื่องที่น่ากลัวขึ้น”

จนถึงตอนนี้สตีเว่นยอมรับแล้วว่าแผนการและการกระทำทั้งหมดที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้นั้นล้มเหลวลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม สตีเว่นก็อดไม่ได้ที่จะนึกสาปแช่งเมจเฒ่าคนที่พาเขาเดินชมดีพบลูในคราวก่อน เพราะคำพูดของเมจเฒ่าคนนี้ที่ให้ข้อมูลกับเขาว่าริชาร์ดจะกลายเป็นรูนมาสเตอร์ในอนาคต อีกทั้งยังให้ข้อมูลอื่น ๆ กับเขา จึงทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าริชาร์ดผู้ซึ่งเป็นทายาทสืบทอดตระกูลใหญ่จะกลายมาเป็นรูนมาสเตอร์ในอนาคตโดยศึกษาอยู่ภายในนี้เพียงลำพังและไม่มีคนช่วยเหลือข้างกายของเขาเลยแม้แต่คนเดียวได้อย่างไร ?

สตีเว่นสันนิษฐานว่าผู้ช่วยเหลือที่อาเครอนส่งมานั้นจะมีความแข็งแกร่งพอ ๆ กับกลุ่มแอสซาซินซึ่งอยู่ระหว่างระดับ 10 และ14 ที่เขาส่งไป หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลอะไร ทว่าคนที่อยู่ข้างกายของริชาร์ดเหล่านั้นกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด เพราะคนที่เขาส่งไปนั้นไม่สามารถทำอะไรฝั่งริชาร์ดได้เลย เขาอุตส่าห์เลือกที่จะใช้ความรุนแรงซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามภายในดีพบลูอย่างเงียบ ๆ โดยไม่ให้เกิดการแทรกแซงจากคนอื่นแล้วแท้ ๆ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้จะต้องมีคนระดับสูงในดีพบลูคอยช่วยริชาร์ดอยู่เบื้องหลังเป็นแน่… เมื่อคิดได้เช่นนี้ดราก้อนวอล็อคก็เกิดตัวสั่นขึ้นมา

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง วอริเออร์ที่เคยเข้ามารับคำสั่งจากสตีเว่นก่อนหน้านี้ก็กลับเข้ามา สภาพของเขาดูแย่มาก ดวงตาของเขาลึกโบ๋และแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเขาเกิดความกังวลตลอดทั้งคืน

เขาคุกเข่าลงต่อหน้าสตีเว่นทันทีพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “นายน้อย จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวใด ๆ ข้าวางแผนที่จะไปตรวจสอบ…”

สตีเว่นโบกมือพร้อมกับกล่าวแทรกขึ้น “ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบอะไรแล้ว ค่อย ๆ พาคนของเจ้ากลับมา คำสั่งที่ข้าสั่งก่อนหน้านี้ยกเลิกไปให้หมด ทำทุกอย่างให้ปกติราวกับว่าไม่เคยได้รับคำสั่งจากข้า แต่… หากเจ้าได้รับข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ให้รีบมาบอกข้า ถ้าไม่มีใครส่งข่าวคราวมาก็ไม่ต้องออกค้นหาหรือตรวจสอบให้คนอื่นสงสัย เข้าใจที่ข้าพูดไหม ?”

วอริเออร์รู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเขาเข้าใจในสิ่งที่สตีเว่นพูดเป็นนัยแล้ว เขาก็แสดงสีหน้าหวาดกลัวและเป็นกังวลขึ้นมากกว่าเดิม สตีเว่นมองไปยังนาฬิกาเวทมนตร์พร้อมกับขมวดคิ้วถามว่า “เคลริคอยู่ที่ไหน ? ทำไมเขาถึงยังไม่มาที่นี่อีก ?”

เมื่อสตีเว่นกล่าวถามขึ้นด้วยท่าทางที่หมดความอดทนต่อการรอคอย เคลริคก็ปรากฏตัวขึ้นด้วยท่าทางลึกลับ เขาลากกล่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่เข้ามาแล้วจัดแจงวางตำแหน่งของมันอย่างระมัดระวังที่พื้นใกล้ ๆ สตีเว่น ก่อนที่จะก้มตัวลงทำความเคารพแก่เขา

“นายน้อย ข้าค้นพบสิ่งนี้โดยบังเอิญ ได้ยินมาว่านี่เป็นหุ่นเวทมนตร์ที่ริชาร์ดเคยใช้ก่อนหน้านี้ และเป็นเพราะมันไม่คุ้มค่าที่จะซ่อมให้กลับมาเหมือนใหม่จึงถูกส่งไปเพื่อทำลาย ข้าคิดว่าสิ่งนี้ควรค่าที่จะนำมาให้ท่านดู ข้าจึงซื้อมันมาในราคา 30,000 เหรียญ” เคลริคกล่าวขึ้น

‘30,000 เหรียญ ?’ แม้แต่หุ่นเวทมนตร์สภาพดีของดีพบลูก็ยังมีมูลค่าแค่หลักพันเหรียญเท่านั้น มินนี่และสตีเว่นแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ในขณะเดียวกันวอริเออร์เองก็รู้สึกสงสัยอย่างมากว่าเคลริคยอมจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อสิ่งนี้ได้อย่างไร หุ่นที่เดิมมีราคาไม่ถึง 2,000 เหรียญ เหตุใดจึงถูกซื้อมาในราคา 30,000 เหรียญ ความแตกต่างทางราคาห่างกันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งราคาและปริมาตรของสิ่ง ๆ นี้ล้วนแต่เกินความคาดหมายของสตีเว่นอย่างมาก

เคลริครับรู้ได้ถึงความเคร่งเครียดของสถานการณ์ในตอนนี้ เขารีบหยิบหุ่นตัวนั้นออกมาอธิบายอย่างรวดเร็ว

ผู้ที่มีหน้าที่ในการทำลายและหลอมละลายหุ่นตัวนี้คือแบล็คโกลด์ เขาก็เอาแต่พึมพำกับลูกน้องของเขาว่าสิ่งนี้แปลกมาก บังเอิญว่าหนึ่งในลูกน้องของเขาคือเพื่อนของเคลริคคนนี้ เมื่อเห็นถึงความแปลกประหลาดนี้เขาก็รีบมาบอกให้เคลริคทราบอย่างรวดเร็ว

ผู้ช่วยค่อนข้างที่จะมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับคนแคระเกรย์ แม้ว่าจะเชื่อฟังกฎภายในดีพบลูอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อใดก็ตามที่มีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามา พวกเขาก็เลือกที่จะพิจารณาถึงผลประโยชน์มากกว่ากฎ เมื่อเห็นว่ามีผู้ต้องการของสิ่งใด ก็จะขายสิ่งนั้นในราคาที่สูง ซึ่งเคลริครู้ว่าเป็นหุ่นที่ริชาร์ดเคยใช้จึงตัดสินใจนำมันกลับมาด้วยราคาที่เกินความคาดหมายและรีบนำมาให้สตีเว่นดูในทันที

เมื่อหุ่นถูกนำออกมา สตีเว่นก็มองไปที่ร่องรอยความเสียหายที่ปรากฏอยู่บนหุ่นทันที รอยเลือดที่ทิ้งไว้สร้างความตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เขาอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปสัมผัสรอยร้าวบนตัวหุ่นอย่างเบามือก่อนที่จะถามวอริเออร์ว่า “เจ้าคิดว่าอย่างไร ?”

วอริเออร์มองดูด้วยสายตาที่เคร่งเครียดก่อนจะกล่าวออกมาว่า “มันดูไม่เหมือนกับการเคลื่อนไหวพิเศษหรือโจมตีเข้าสู่จุดสำคัญ เขาอาจจะต่อยมันด้วยวิธีการสุ่มไปเรื่อย ๆ แต่พลังของเขานี่สิ… มันช่างน่ากลัวนัก ในความเป็นจริงควรมีเพียงวอริเออร์ที่กำลังฝึกฝนอยู่ในระดับ 10 ที่จะมีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้ได้ จากที่ดูแล้วหุ่นตัวนี้น่าจะอยู่ในระดับเดียวกับไนท์ที่มีชุดเกราะในการป้องกันการโจมตี หรือจะพูดอีกอย่างว่า ริชาร์ดแข็งแกร่งเพียงพอที่จะฆ่าไนท์ให้ตายได้เพียงหมัดเดียว แต่… เขาเป็นเมจไม่ใช่หรือ ?”

แม้ว่าสตีเว่นจะค่อนข้างมั่นใจในความสามารถของคนที่เขาส่งไป แต่เมื่อเขาได้เห็นหุ่นตัวนี้ก็รู้สึกแปลก ๆ ไป คล้ายกับความไม่มั่นใจ อโคไลท์ที่มีพลังวอริเออร์ระดับ 10 ? ความเย็นยะเยือกครอบงำเขาอีกครั้ง พรสวรรค์ทางเชื้อชาติ ความสามารถทางสายเลือด และไอเทมเวทมนตร์ที่ทรงพลังสามารถสร้างความแข็งแกร่งที่บริสุทธิ์ให้กับริชาร์ดได้ทั้งหมด สตีเว่นอดไม่ได้ที่จะคิดสงสัยว่ายังมีความลับของริชาร์ดอีกมากมายแค่ไหนที่เขายังไม่รู้ ?

ในตอนแรกสตีเว่นรู้สึกว่าเขาเลือกคู่ต่อสู้ผิด แต่ทว่าในตอนนี้เขารู้แล้วว่านี่มันไม่ใช่ทางเลือกของเขาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เขาเป็นเพียงศิษย์ฝึกหัดที่ต้องยอมจ่ายค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง และชารอนก็ได้เลือกรูนมาสเตอร์ในอนาคตไว้แล้ว

“ทำไมเจ้าไม่เอามาให้ข้าดูเร็วกว่านี้ !?” สตีเว่นตะโกนใส่หน้าเคลริค

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เคลริคก็ทำได้เพียงเงียบไป สิ่งที่เขาทำได้มากที่สุดคือการนำหุ่นตัวนี้กลับมา แต่จะให้เขาเอามันมาให้เร็วขึ้นได้อย่างไรในเมื่อเขาเพิ่งจะรู้เรื่องเมื่อเช้าวันนี้เอง ?

เมื่อความโกรธของสตีเว่นค่อย ๆ ลดลงแล้ว วอริเออร์ก็กล่าวขึ้นมา “นายน้อย หัวของหุ่นมัน…”

สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่สตีเว่นตระหนักขึ้นได้เช่นเดียวกัน หุ่นตัวนี้นั้นไม่มีหัว ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ได้หายไป ร่องรอยตรงคอถูกตัดออกอย่างประณีตจนทำให้คนที่เห็นอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาตัดมันออกไปได้อย่างไร เมื่อเห็นสตีเว่นจ้องมองมา เคลริคก็รีบกล่าวออกมาว่า “ผู้ช่วยของเขากล่าวว่าส่วนหัวเป็นส่วนที่พิเศษที่สุด ดังนั้น แบล็คโกลด์จึงเก็บไว้ที่เขา เขาบอกว่าส่วนหัวนั้นสามารถขายได้แต่มีราคาสูงมาก อย่างน้อยก็ 100,000 เหรียญ !”

— หัวพิเศษ ? –

“เอาล่ะ ข้าจะให้เจ้า 150,000 เหรียญ ไปเอาหัวนั้นมาให้ข้า !” สตีเว่นไม่ได้สนใจเกี่ยวกับราคาของมันอีกต่อไป เพราะตอนนี้เขาต้องการที่จะรู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้ของเขาเผื่อมันจะช่วยให้เขาหาทางออกให้กับตัวเองในอนาคตได้

เคลริคมองไปยังวอริเออร์พร้อมกับแนะนำว่า “นายท่าน หรือท่านจะให้คนอื่นไปแทนข้า ?”

สตีเว่นส่ายหน้าพร้อมกับกล่าว “ไม่ เจ้าไป ข้าเชื่อใจเจ้า !”

เคลริคเดินออกไปพร้อมกับความรู้สึกประทับใจกับคำพูดของสตีเว่น แต่ก่อนเดินออกไปเขาก็จ้องมองไปยังวอริเออร์ด้วยสายตาที่ดุดัน

สตีเว่นรอเพียงไม่นาน ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเคลริคก็กลับมา สีหน้าของเคลริคดูไม่ค่อยสู้ดีนัก กล่องทองแดงที่ถูกล็อค อยู่ภายในมือของเขา เขาลังเลไม่เต็มใจที่จะเปิดมันออกมา แต่สตีเว่นก็คว้ามันโดยไม่พูดอะไร เขาเปิดมันออกพร้อมกับดึงส่วนหัวออกมา แต่ภาพตรงหน้าทำให้เขาชะงักไปทันที

นี่เป็นหัวของหุ่นที่มีลักษณะใสแวววาวราวกับกระจกและดูเหมือนใหม่อย่างมาก มันไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ เลย ส่วนหัวและส่วนตัวที่อยู่ในมือของเขาก่อนหน้านี้เข้ากันได้เป็นอย่างดี ทว่าสภาพของมันแทบจะเรียกได้ว่ามาจากคนละตัว !

“ของแค่นี้ 150,000 เหรียญเชียวรึ ? ” เสียงของสตีเว่นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นราวกับพายุที่พัดอยู่ในนรก สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เคลริคเหงื่อซึมออกมาทั่วตัว เขาได้แต่กล่าวยืนยันราคาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทันใดนั้น สตีเว่นก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับโยนหัวที่ได้มาลงในถังขยะทันที “ดี เจ้าทำได้ดี ! เจ้าใช้เงินเป็นจริง ๆ !”

แม้วอริเออร์และเคลริคจะรู้สึกได้ถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดของสตีเว่น แต่ทว่ามีเพียงมินนี่เพียงคนเดียวที่รู้ว่าทุกอย่างเกิดจากอะไร นางไม่ได้เปล่งเสียงหัวเราะออกมาเหมือนกับที่สตีเว่นทำ เลือดที่เกรอะกรังอยู่บนหุ่นตัวนี้ซึมซับเข้าไปในสมองของนาง สภาพที่ยับเยินและเลือดที่เกาะอยู่ทำให้นางเห็นถึงความบ้าคลั่งและป่าเถื่อนของริชาร์ด เขาเป็นเหมือนกับภูเขาไฟที่สามารถระเบิดออกมาได้ตลอดเวลาและดูเหมือนว่ามันจะถูกซ่อนอยู่ภายในใจส่วนลึกของเขาเป็นอย่างดี หากนางมีโอกาสได้แก้ตัวอีกครั้ง นางก็จะเลือกไม่เป็นศัตรูกับริชาร์ดเป็นอันขาด นางอดไม่ได้ที่จะเกิดคำถามขึ้นมาเช่นเดียวกับสตีเว่นว่า — ทำไมพวกเขาถึงไม่เจอหุ่นตัวนี้ให้เร็วกว่านี้ ? —

ในตอนนี้มินนี่รู้ดีว่าสตีเว่นกำลังอยู่ในโหมดที่ไม่จรรโลงใจเท่าไหร่นัก แต่การที่แบล็คโกลด์ยอมรับเงินจากเขาก็คือเป็นข่าวดีอยู่ไม่น้อย เพราะมันทำให้เขาได้เห็นประกายแห่งความหวังภายในความมืดมิดในตอนนี้…

ในขณะเดียวกัน แบล็คโกลด์รู้สึกว่าเขาอารมณ์ดีมาก เขาฮัมเพลงของชนเผ่าสตอร์มแฮมเมอร์ พร้อมกับจัดการบัญชีของดีพบลูอย่างสบายใจ ในตารางรายรับ มีรายรับที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นภายในวันเดียวกันถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นตัวเลขจำนวน 30,000 ครั้งหลังเป็นจำนวน 150,000 เขามองดูมันซ้ำ ๆ ด้วยความพึงพอใจก่อนที่จะเขียนลงไปอย่างร่าเริงราวกับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอัญมณีขนาดใหญ่ หุ่นตัวที่เขาขายออกไปได้นั้น หากเขาหลอมกลับมาใช้ใหม่มันก็จะมีราคาเพียงแค่ 10 เหรียญ ใครจะไปคาดคิดว่าของที่กำลังจะลงเตาหลอมจะสามารถให้ราคาคืนกลับมาได้มากมายขนาดนี้ ?

รายได้เสริมที่เกิดขึ้นนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับแบล็คโกลด์อย่างมาก เขาไม่ได้รู้สึกว่าเงินจำนวนนี้ยากในการต่อรองกับผู้ซื้อ เนื่องจากเงินทั้งหมดกำลังจะเข้าสู่คลังสินค้าของดีพบลู เขาจึงยินดีที่จะรับเงินโดยไม่คำนึงถึงจำนวนเงินที่ได้รับเลย

 

ล่าสุดจบเล่ม 1 แล้วนะครับ ติดตามตอนอื่นๆก่อนใครได้ที่ >>> https://www.facebook.com/cityofsinnovel

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...