ตอนที่แล้วราชันย์เร้นลับ 92 : ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปราชันย์เร้นลับ 94 : ปราชญ์เร้นลับ

ราชันย์เร้นลับ 93 : ไดอารีแผ่นใหม่

 

    เหนือมิติสายหมอกกว้างใหญ่ไพศาล เสาหินหลายสิบต้นผงาดค้ำชูเพดานโถงหรูหราอลังการ ดาวแดงสองก้อนลอยเหนือเก้าอี้สองตัวใกล้หัวโต๊ะ พวกมันค่อยๆ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นรูปลักษณ์มนุษย์สองคน หนึ่งหญิงหนึ่งชาย

 

    ขณะกระบวนการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฝ่ายหญิงสาวเปิดปากพูด

 

    “ทิวาสวัสดิ์ค่ะ มิสเตอร์ฟูล”

 

    ออเดรย์ที่ร่างเลือนลางก้มศีรษะคำนับ

 

    “น่าเสียดายที่บนนี้ไม่มีไวน์เลอค่า จะได้ถือโอกาสเฉลิมฉลองความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่ของมิสเตอร์ฟูลอย่างพร้อมหน้า”

 

    ออเดรย์หมายถึงการดัดแปลงพิธีกรรม

 

    “คุณทรงพลังกว่าที่พวกเราคิดไว้มาก”

 

    อัลเจอร์สรรเสริญ

 

    ไคลน์ที่ร่างกายคลุมด้วยหมอก มันตอบกลับเสียงราบเรียบคล้ายกลับไม่สลักสำคัญ

 

    “อา… ด้วยผลลัพธ์นี้ พวกเจ้าสามารถแจ้งล่วงหน้าหากติดธุระจนไม่สามารถร่วมชุมนุมในช่วงบ่ายวันจันทร์ 

 

    “สิ่งที่ต้องดัดแปลงมีเพียงเปลี่ยนประโยค—ฉันปรารถนาความฝันอันแสนสุข—เป็นข้อความที่พวกเจ้าต้องการแจ้งให้ทราบ”

 

    “ได้ค่ะ”

 

    ออเดรย์พยักหน้า

 

    “มิสเตอร์ฟูล ดิฉันเพิ่งได้รับไดอารีจักรพรรดิโรซายเพิ่มเติม ถ้าจำไม่ผิด ตัวดิฉันยังติดหนี้คุณอยู่หนึ่งหน้า”

 

    “ฝ่ายผมต้องอยู่กลางทะเลทั้งสัปดาห์ จึงไม่มีโอกาสค้นหา ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ”

 

    อัลเจอร์แนบกำปั้นไว้ที่หน้าอกและโน้มตัวขอโทษ

 

    “ไม่เป็นไร เราไม่รีบร้อน”

 

    ไคลน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มันใช้ปลายนิ้วเคาะที่เท้าแขนพลางมองไปยังมิสจัสติส 

 

    “เชิญแสดงเนื้อหาไดอารี”

 

    ออเดรย์ก้มศีรษะ

 

    “สุดแล้วแต่ท่าน”

 

    ปากกาหมึกซึมปรากฏบนโต๊ะด้านหน้าเด็กสาวผมทอง เธอพยายามจินตนาการภาพสัญลักษณ์พิสดารให้ถูกต้องชัดเจนที่สุดพร้อมกับตั้งจิตแน่วแน่ 

 

    ภายในไม่กี่วินาที แผ่นกระดาษหนังเต็มพรืดไปด้วยสัญลักษณ์ประหลาดที่มิสเตอร์ฟูลอ้างว่าเป็นตัวอักษร

 

    หลังจากอ่านทวนซ้ำอีกครั้งด้วยความทรงจำของพลังผู้ชม ออเดรย์วางปากกาอย่างผ่อนคลาย

 

    “เสร็จแล้วค่ะ”

 

    เพียงไคลน์ยกแขน แผ่นกระดาษหนังตรงหน้าออรเดย์หายไปและโผล่ในมือมัน ชายหนุ่มก้มหน้าลง กวาดสายตาอ่านด้วยสีหน้าที่ไม่เจือปนอารมณ์มากนัก

 

    “9 กรกฎาคม เราฉุกคิดบางประเด็นที่น่าสนใจได้ ในเมื่อเส้นทางผู้วิเศษมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘เส้นทางสู่การเป็นเทพ’ 

 

    “แล้วเหตุใด วัตถุที่สลัก22เส้นทางผู้วิเศษถึงถูกเรียกว่า ‘ศิลาเย้ยเทพ’?

 

    “เย้ยหยัน… เป็นวลีที่น่าสนใจ ฝ่ายใดกันแน่ที่ถูกเย้ยหยัน? แล้วใครกันที่เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา? 

 

    “แข็งแกร่งขนาดรวบรวมข้อมูลทั้ง22เส้นทางครบถ้วนสมบูรณ์เชียวหรือ? บนศิลาดังกล่าวจะมีข้อมูลใดสลักไว้บ้าง? 

 

    “แค่ชื่อโอสถอย่างเดียว หรือรวมถึงสูตรผลิตโอสถทั้งหมดด้วย? อยากเห็นด้วยตาตัวเองชะมัด…”

 

    “12 กรกฎาคม วันนี้ได้ทราบข้อมูลใหม่อีกหนึ่งเรื่อง เกี่ยวกับความสำคัญของ ‘ของวิเศษต้องห้าม’

 

    “ของวิเศษคือเครื่องแสดงขุมพลังอำนาจของโบสถ์นั้นๆ  ถึงแม้บางชิ้นจะมาพร้อมผลข้างเคียงที่อันตรายเหนือจินตนาการก็ตาม 

 

    “จากบรรดาเจ็ดโบสถ์หลัก โบสถ์ช่างฝีมือของเรามีปริมาณของวิเศษน้อยที่สุด และอันตรายน้อยที่สุดด้วย เฮ่อ… นี่เราเลือกสังกัดโบสถ์ไร้อนาคตอย่างนั้นหรือ? 

 

    “ไม่ใช่! ยิ่งกระดาษขาวเท่าไร ช่องว่างให้ต่อยอดงานศิลป์ก็ยิ่งกว้างเท่านั้น การสังกัดโบสถ์อ่อนแอจะทำให้ตัวตนของเราโดดเด่น”

 

    “14 กรกฎาคม เราได้พบมิสเตอร์ซาราธอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่า ชายคนนี้จะเป็นหัวหน้าองค์กรลับเก่าแก่และยิ่งใหญ่… 

 

    “ลัทธิเร้นลับ!”

 

    อ่านถึงตรงนี้ ดวงตาไคลน์พลันเบิกโพลง นัยต์ตาดำหดลีบเล็ก มันเกือบเสียอาการต่อหน้าออเดรย์และอัลเจอร์

 

    จากเอกสารลับของโบสถ์รัตติกาลที่ไคลน์ได้อ่าน มีเพียงประโยคสั้นๆ ที่ระบุว่าตระกูลซาราธเกี่ยวพันกับลิทธิเร้นลับ แต่วันนี้กลับได้ทราบข้อมูลสุดน่าทึ่งจากจักรพรรดิโรซายว่า มิสเตอร์ซาราธเป็นหัวหน้าลัทธิเร้นลับเสียเอง

 

    มันไม่เคลือบแคลงอีกแล้วว่า ลัทธิเร้นลับคือผู้ครอบครองเส้นทางนักทำนายไว้สมบูรณ์

 

    ขณะไคลน์ตั้งใจอ่านไดอารี ออเดรย์พยายามใช้พลังผู้ชมสำรวจความเปลี่ยนแปลงของร่างไคลน์ แต่ถูกหมอกหนาบดบังไว้มิดชิด ไม่พบความผิดปรกติแม้แต่อย่างเดียว

 

    หลังจากพยายามอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเด็กสาวก็ยอมแพ้ เธอหันไปจ้องมองอีกหนึ่งบุคคลที่นั่งฝั่งตรงข้ามแทน 

 

    ตนทั้งสะเพร่า อวดดี และโง่เขลาที่บังอาจสำรวจมิสเตอร์ฟูล โชคดีแค่ไหนที่อีกฝ่ายใจกว้างไม่ถือสาเอาความ

 

    ออเดรย์แลบลิ้นปลิ้นตาอย่างทะเล้นก่อนตั้งใจสำรวจบุรุษที่นั่งเก้าอี้ตรงข้ามตน 

 

    อัลเจอร์เอาแต่นั่งก้มหน้ามาตลอดนับตั้งแต่ชุมนุมเริ่มขึ้น มันเงียบงันไม่กล่าวสิ่งใด ร่ายกายสั่นเทาเล็กน้อย คล้ายกับกำลังเผชิญหน้าองค์เทพที่แท้จริง

 

    สมาธิไคลน์ยังคงจดจ่ออยู่กับไดอารี มันอ่านมาถึงส่วนสุดท้ายของหน้ากระดาษ

 

    “หลังจากทราบเรื่องที่เราเลือกเส้นทางนักปราชญ์ มิสเตอร์ซาราธระบุว่า เรากำลังเดินบนเส้นทางที่ยากแต่ปลอดภัย 

 

    “ด้วยความสงสัย จึงตัดสินใจถามถึงความหมายของประโยคเมื่อครู่ แต่เขาไม่ตอบ ทำเพียงยิ้มและอธิบายคลุมเครือว่า ทุกเส้นทางผู้วิเศษจะมีความลับบางประการซ่อนอยู่ เป็นความลับที่อยู่เหนือจินตนาการมนุษย์ 

 

    “จึงถามกลับไปอีกว่า แล้วเขาเลือกเดินบนเส้นทางผู้วิเศษใด

 

    “คำตอบคือ… นักทำนาย”

 

    “เมื่อได้ยินเช่นนั้น เราจึงกล่าวติดตลกว่า นักทำนายคนไหนก็ล้วนน่าหงุดหงิดเหมือนกันหมด ชอบอธิบายความจริงเพียงครึ่ง อีกครึ่งกล่าวให้คลุมเครือจนผู้ฝังต้องตีความเอาเอง

 

    “ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นถึงผู้วิเศษระดับสูง แต่ทำไมชอบทำตัวเหมือนนักทำนายซึ่งเป็นผู้วิเศษลำดับเก้านัก? ยังจำเป็นต้องย่อยพลังโอสถด้วยเทคนิคสวมบทบาทอีกหรือ?

 

    “มิสเตอร์ซาราธตอบกลับว่า ตัวเขากระทำสิ่งนี้จนเป็นกิจวัตรไปเสียแล้ว การอธิบายให้คลุมเครือครึ่งหนึ่ง จะทำให้เราเกิดความอยากรู้อยากเห็นและร่วมมือกับเขาในที่สุด

 

    “ชายคนนั้นไม่ปิดบังเจตนาที่ต้องการให้เราได้ครองตำแหน่งใหญ่ในโบสถ์ช่างฝีมือ เพื่อจะได้ช่วยขโมยของวิเศษประจำโบสถ์เป็นการตอบแทนในภายหลัง

 

    “เราไม่มีข้อมูลของวิเศษดังกล่าวมากนัก ทราบเพียงแต่ว่า มันคือของวิเศษเก่าแก่ซึ่งเคยเป็นมรดกตกทอดตระกูลอันทีโกนัสมาก่อน

 

    “เรื่องนั้นไม่ต้องขบคิดให้ปวดหัว ยังอีกนานกว่าที่เราจะไต่เต้าไปถึงตำแหน่งใหญ่โต

 

    “เราถามมิสเตอร์ซาราธไปว่า หากใช้เทคนิคสวมบทบาท ผู้วิเศษลำดับต่ำจะใช้เวลานานเพียงใดในการย่อยโอสถจนเสร็จสมบูรณ์ และมีสัญญาณใดบ่งชี้หรือไม่ว่าโอสถถูกย่อยเรียบร้อยแล้ว

 

    “คำตอบของเขาคือ หากไม่ละเลยการใช้เทคนิคสวมบทบาท ในโอสถลำดับต่ำ อย่างช้าที่สุดคือครึ่งปี และอย่างเร็วคือหนึ่งเดือน ส่วนสัญญาณบอกใบ้นั้น ผู้วิเศษแต่ละคนจะตระหนักได้ด้วยตัวเอง เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล

 

    “จากนั้น เราพยายามถามเขาอีกหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงรอยยิ้ม

 

    “รอยยิ้มบัดซบนั่น… หากเรากลายเป็นผู้วิเศษลำดับสูงเมื่อใด จะไล่อัดพวกนักทำนายทุกคนให้สาแก่ใจเลยคอยดู

 

    …ขอให้ไปสู่สุคตินะครับ จักรพรรดิโรซาย

 

    ไคลน์อ่านที่เหลือจนจบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดคุยกับแฮงแมนและจัสติส

 

    “ขอโทษที่ให้รอ”

 

    “เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ”

 

    ออเดรย์สะดุ้ง ภาวะผู้ชมแตกสลาย

 

    เธอหันไปมองแฮงแมนฝั่งตรงข้ามพร้อมกับเรียบเรียงคำพูด

 

    “ดิฉันจะสืบหาเบาะแสจากสมาคมแปรจิตได้จากที่ใด?”

 

    สมาคมแปรจิต… ชื่อนี้ทำให้ไคลน์หวนนึกถึงบุรุษคนหนึ่งที่ซื้อส่วนประกอบโอสถนักทำนายในตลาดมืด

 

    ขณะไคลน์กำลังคิดหาวิธีเข้าใกล้ชายคนดังกล่าว ฝ่ายอัลเจอร์เงยหน้าขึ้นตอบ

 

    “มิสจัสติส ประการแรก ผมไม่มีเบาะแสใดหลงเหลืออีกแล้ว ตามที่ได้บอกไป ภาพจำสุดท้ายคือการจมเรือพวกมันลงก้นทะเล 

 

    “ประการที่สอง คุณไม่ควรรีบร้อนหาเบาะแสพวกมันตอนนี้ สิ่งสำคัญคือการย่อยพลังโอสถผู้ชมให้เรียบร้อยเสียก่อน”

 

    เด็กสาวชำเลืองมองไคลน์ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เสริมสิ่งใดเพิ่มเติม เธอถอนหายใจด้วยสีหน้าผิดหวังเล็กๆ 

 

    “ฉันก็แค่ต้องการทราบล่วงหน้านานๆ  จะได้มีเวลาเตรียมตัวตีสนิทหรือแทรกซึมเข้าไปในองค์กรอย่างเป็นธรรมชาติ 

 

    “แล้วก็… ฉันอยากทราบว่า สัญญาณบ่งชี้ที่ระบุว่าพลังโอสถถูกย่อยโดยสมบูรณ์แล้วมีลักษณะเป็นเช่นไร? และเมื่อใดที่สามารถหยุดสวมบทบาท? 

 

    “ปัจจุบัน เสียงกระซิบในหัวแทบไม่หลงเหลือแล้ว อาการข้างเคียงต่างๆ ก็ไม่ปรากฏ”

 

    อัลเจอร์ชำเลืองมองไคลน์ เมื่อเห็นว่ามิสเตอร์ฟูลมิได้ต้องการเสริม มันจึงหันไปพูดกับออเดรย์

 

    “ถ้าหากไม่ได้ใช้เทคนิคสวมบทบาท หลังจากกลายเป็นผู้วิเศษได้สามปีและมั่นใจว่าไม่ได้ยินเสียงกระซิบลึกลับ ในทางปฏิบัติจะมีวิธีทดสอบพื้นฐานอยู่หนึ่งรูปแบบ นั่นคือการบีบคั้นให้ร่างกายอ่อนเพลียถึงขีดสุด หากอยู่ในสภาวะดังกล่าวแล้วยังไม่ได้ยินเสียงกระซิบ หมายความว่าบุคคลนั้นพร้อมเลื่อนระดับแล้ว

 

    “แต่ด้วยเทคนิคสวมบทบาท ผมรู้สึกถึงการเป็นหนึ่งเดียวกับโอสถ และอาจไม่ต้องรอนานถึงสามปี”

 

    เป็นคำตอบที่ไม่ช่วยอะไรมาก… กว่าจะเริ่มทดสอบคุณสมบัติได้ ตนต้องรอนานถึงสามปีเชียวหรือ? 

 

    ขณะเด็กสาวตัดพ้อ เธอได้ยินเสียงเคาะที่เท้าแขนดังแว่ว

 

    ออเดรย์รีบหันมองด้วยสีหน้าตื่นเต้น แล้วก็เป็นดังคาด มิสเตอร์ฟูลกำลังใช้ปลายนิ้วเคาะที่เท้าแขนเพื่อส่งสัญญาณ

 

    อัลเจอร์รีบนั่งหลังตรงเตรียมตั้งใจฟัง

 

    ไคลน์อธิบายเสียงเรียบ

 

    “สำหรับผู้วิเศษลำดับต่ำ หากไม่ละเลยเทคนิคสวมบทบาท อย่างช้าสุดคือครึ่งปี และอย่างเร็วสุดคือหนึ่งเดือน”

 

    มันเบือนหน้าหาเด็กสาวผมทอง

 

    “ส่วนสัญญาณบ่งชี้ ตัวผู้วิเศษจะทราบได้เองทันทีโดยไม่ต้องให้ใครบอก”

 

    “หนึ่งเดือน… 

 

    “เจ๋ง! ขอบคุณค่ะมิสเตอร์ฟูล”

 

    ออเดรย์ยิ้มอย่างมีความสุข

 

    สาวน้อย… เธอคิดหรือว่าตัวเองจะเป็นผู้โชคดีหายากคนนั้น? ใจความสำคัญอยู่ที่ครึ่งปีต่างหาก 

 

    ไคลน์เลื่อนมือข้างขวาขึ้นมาเท้าคาง

 

    “ครึ่งปี…”

 

    อัลเจอร์พึมพำ

 

    ออเดรย์จ้องสำรวจแฮงแมนด้วยพลังนักทำนาย เธอพบว่าอีกฝ่ายกำลังเปี่ยมด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งความสุข โล่งใจ และเคลือบแคลง

 

    เขากำลังเคลือบแคลงสิ่งใด? 

 

    เด็กสาวพูดขึ้น

 

    “มิสเตอร์ฟูลคะ คุณต้องการเพิ่มจำนวนสมาชิกชุมนุมไพ่ทาโร่ต์ไหม?”

 

    ไคลน์เอนหลังผ่อนคลาย มันเตรียมคำตอบสำหรับเรื่องนี้นานแล้ว

 

    “ที่นี่เกิดขึ้นจากการทดลอง ในตอนแรกจึงไม่ได้คำนึงถึงสมาชิกใหม่

 

    “แต่ปัจจุบัน ในเมื่อทุกคนเห็นพ้องที่จะจัดชุมนุมอย่างต่อเนื่อง การรับสมาชิกเพิ่มจึงสามารถกระทำได้ ทว่า สมาชิกใหม่ต้องถูกคัดเลือกอย่างเข้มงวด

 

    “กฎเหล็กสำคัญที่สุดคือการเก็บความลับ”

 

    ออเดรย์พยักหน้า ก่อนจะสรุปเอาเอง

 

    “หมายความว่าต้องมีการคัดเลือกเป้าหมาย สำรวจพฤติกรรม และทดสอบอีกเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจใช่ไหมคะ?”

 

    “จะคิดแบบนั้นก็ได้”

 

    ไคลน์ยิ้ม 

 

    ขณะเดียวกัน มันกำลังครุ่นคิดหาวิธีสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของลัทธิเร้นลับ รวมถึงสูตรผลิตโอสถตัวตลก แต่ด้วยภาพลักษณ์ของตน ชายหนุ่มมิอาจถามออกไปตามตรง 

 

    ไคลน์กำลังเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก

 

    ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นว่าจัสติสไม่มีสิ่งใดจะกล่าวต่อ อัลเจอร์ตัดสินใจเปิดประเด็นใหม่

 

    “จากเบาะแสของผม ‘ผู้สดับ’จากชุมนุมแสงเหนือกำลังตามหาร่องรอยของพระผู้สร้างแท้จริง พวกมันเรียกสถานที่ดังกล่าวว่า… 

 

    “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”

 

    “พระผู้สร้างแท้จริง?”

 

    ออเดรย์ถามพร้อมขมวดคิ้ว

 

    “ตัวตนเก่าแก่ระดับเทพที่องค์กรลับหลายแห่งเคารพบูชา พวกมันเชื่อว่าพระผู้สร้างยังไม่สลายไปโดยสมบูรณ์ แก่นแท้ได้ตกผลึกกลายเป็นตัวตนนามว่า—พระผู้สร้างแท้จริง

 

    “รูปลักษณ์ของพระผู้สร้างแท้จริงนั้นปรากฏในหลากหลายแบบ ทั้งภาพคนยักษ์ถูกแขวนคอ หรือภาพดวงตามหึมาที่ซ่อนหลังม่านความมืด 

 

    “กล่าวกันว่า จักรพรรดิโรซายได้นำพระผู้สร้างแท้จริงเป็นหนึ่งในต้นแบบสำหรับสร้างไพ่ทาโร่ต์—แฮงแมน”

 

    เมื่อกล่าวจบ อัลเจอร์หันมาถามไคลน์

 

    “มิสเตอร์ฟูล คำอธิบายของผมมีจุดผิดพลาดหรือไม่ครับ?”

 

    หมอนี่กำลังทดสอบเราหรือ?

 

    ไคลน์ย้อนนึกถึงภาพที่ดันน์·สมิทเห็นระหว่างเข้าฝันเฮเนส·วินเซนต์

 

    ภาพบุรุษถูกตรึงบนกางเขนยักษ์ในสภาพกลับหัว ตามลำตัวมีโลหิตเปรอะเปื้อน 

 

    มันผุดความคิดใหม่

 

    หากพิจารณาจากรูปลักษณ์ของพระผู้สร้างแท้จริง ทั้งการถูกแขวนคอ ภาพดวงตาหลังม่านความมืด อีกทั้งยังมีการถูกตรึงการเขนกลับหัว 

 

    ไม่ใช่ว่าความนัยแฝงของภาพเหล่านี้ล้วนสื่อถึงสิ่งชั่วร้ายหรอกหรือ?

 

    ไคลน์แสยะยิ้ม

 

    “เราเรียกเจ้านั่นว่า… 

 

    “พระผู้สร้างเสื่อมทราม”

 

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

ตอนฟรีลงทุกวันอังคาร – เสาร์

ติดตามผู้แปลได้ที่ : www.facebook.com/bjknovel/

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...