ตอนที่แล้วEH10 กองทหารมา
ทั้งหมดรายชื่อตอน

 

ผมน่าจะนึกออกเร็วกว่านี้

 

แพนโดร่าบอกผมตั้งแต่เจอกันครั้งแรกว่า เธอเป็นผู้บัญชาการในชี่หลิง

 

ฉะนั้นผู้บัญชาการก็ต้องมีทหารเป็นของตัวเอง

 

นั่นทำให้คิดได้ว่า คนที่ชื่อไกอาสมควรเป็นผู้บัญชาการของกองทัพข้าศึกในชี่หลิงเหมือนกัน

 

ถึงเรื่องนี้จะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่ลักษณ์ของแพรโดร่าก็ทำให้ผมนึกไม่ถึงว่าเธอจะเป็นผู้บัญชาการจริงๆ อีกอย่าง แพนโดร่าก็ไม่ได้บอกเล่ารายละเอียดให้ผมฟังด้วย

 

ดูเหมือนผมจะดูถูกสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่แน่ชัดอย่างแพนโดร่าเกินไป… กองทัพ! ผมจะหาที่พักให้คนมากขนาดนั้นได้ยังไง หรือแค่ปล่อยๆไปไม่สนใจ?

 

ตอนนี้คุณครูพาษาอังกฤษของผมกำลังรัวประโยคในสำเนียงอังกฤษจ๋าออกมาเป็นชุด แต่ที่ผมกับแพนโดนร่ากำลังคุยกันก็ไม่ได้ช้าไปกว่าคุณครูเลย

 

“แพนโดร่า บอกให้กองทัพกลับไปได้หรือเปล่า? ชั้นว่ามันเกินไป…”

 

“เราหยุดสเปชจั้มป์ไม่ได้”

 

“งั้นพอพวกนั้นมาถึงแล้วให้กลับไปเลยได้หรือเปล่า? ชั้นไม่ค่อยชอบพวกนั้น… คือ…จริงๆแล้วชั้นไม่มีที่พักให้ เราแค่ทำเหมือนให้พวกนั้นมาเที่ยวชมโลกมนุษย์สัก 3 วัน จากนั้นก็ให้แยกย้ายกลับบ้าน แบบนั้นน่าจะดีกว่า”

 

“ที่โลกใบนี้ไม่มีฐานทัพของชี่หลิง ดังนั้นการเดินทางจึงเป็นการเดินทางขาเดียว แต่ถ้าท่านยืนยันว่าจะให้ส่งพวกนั้นกลับ ชั้นจะส่งกลับให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ท่านต้องสร้างฐานทัพที่นี่ก่อน ถ้ามีฐานทัพ เราก็เริ่มสงครามและเปลี่ยนให้โลกใบนี้เป็นอาณานิคมของจักรวรรดิชี่หลิงได้ตลอดเวลา”

 

ทำยังไงดีทีนี้?

 

วันนี้ทั้งต้องเรียนหนังสือ ทั้งยังต้องคิดเรื่องสร้างฐานทัพ แค่คิดก็กดดันมากแล้ว

 

“เธอหมายความว่า ไม่ว่ายังไงกองทัพก็ต้องมาที่นี่ใช่มั้ย?”

 

“ใช่ค่ะ”

 

“งั้น…กองทัพมีกันประมาณกี่คน?” ผมเริ่มคำนวณจำนวนคน ว่าน่าจะต้องใช้เงินมากขนาดไหน อย่างน้อยๆก็น่าจะต้องพาแพนโดร่าออกไปซื้อรถบรรทุกสักคัน ไม่งั้นคงขนกองทัพที่มาไปนู่นมานี่ไม่ได้

 

แต่ตอนนี้ แพนโดร่าไม่ตอบผม เธอเงียบไปดื้อๆเลย

 

หรือว่าเธอยังนับไม่ครบ? ต้องมีจำนวนมากขนาดไหนสมองคอมพิวเตอร์อย่างเธอถึงจะคำนวณไม่ทัน?

 

ผมเริ่มกดดันขึ้นเรื่อยๆ

 

“300”

 

อืม… เป็นตัวเลขที่น่าคบหา แต่จู่ๆผมกลับคิดมาก

 

“3 แสนคนหรือเปล่า?”

 

“แค่ 300 คนค่ะ” แพนโดร่าตอบอย่างสงบ

 

“300 คน… นี่เธอไม่ได้โกหกแน่นะ? กองทัพที่น่าเกรงขามของจักรวรรดิชี่หลิงมีแค่ 300 คนเนี่ยนะ?”

 

ผมอทบไม่อยากเชื่อหู เดิมทีผมคิดว่าจะมีคนมากกว่านี้ แต่ผมลืมนึกไปว่า แค่ 300 คนที่คล้ายแพนโดร่าก็เพียงพอที่จะถล่มโลกใบนี้ได้ง่ายๆ

 

“ทหารจำนวน 300 คนเป็นเพียงกองหน้า”

 

“กองหน้า?” ผมถามคำถามแปลกๆออกไป แต่มันไม่น่าเชื่อจริงๆ

 

“การส่งกองทหารจำนวนมากมาทำให้สิ้นเปลืองพลังอย่างมาก แต่ถ้าเป็นช่วงสงครามก็เลี่ยงไม่ได้… ดังนั้นเราจึงต้องเลือกทหารที่จะส่งตัวมา กองทหารที่มาเป็นกองทหารชั้นรากหญ้า ไม่ได้มีสติปัญญาอะไร ไร้ความรู้สึกที่ต้องกังวล… วิธีการที่พวกนั้นเดินทางมาคือ ผ่านรอยแยกมิติที่ผู้บังคับบัญชาสร้าง ถึงจะส่งกระทบระยะยาวกับทหารเหล่านี้ แต่พวกนั้นไร้ความรู้สึก เป็นแค่สัตว์เลี้ยงเชื่องๆ เมื่อทหารเหล่านั้นเดินทางมาถึงและสามารถยืนยันเป้าหมายที่มาได้ ผู้บังคับบัญชาจึงจะส่งกองทหารจริงตามมาอีกที”

 

“เธอกำลังหมายความว่าพวกนั้นกำลังข้ามรอยแยกมิติมางั้นเหรอ?”

 

“เยี่ยม! แต่ฟังไว้นะแพนโดร่า ถ้าผมไม่ได้สั่ง อย่าส่งทหารพวกนั้นมาอีก แค่ 300 คนนี้ก็แย่แล้ว”

 

ถึงจำนวน 300 จะน้อยกว่าที่ผมคิดไว้มาก แต่ผมก็กดดันอยู่ดี

 

ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มครึ่ง ถ้าเกิดจู่ๆมีคน 300 คนปรากฏตัวกลางอากาศ ผู้คนคงแตกตื่นน่าดู ผมเลยให้แพนโดร่าคำนวณเวลาที่พวกนั้นจะมาถึง และเปลี่ยนให้พวกนั้นไปปรากฏตัวแถบนอกเมือง

 

แพนโดร่ายืนนิ่ง ผมดำขลับของเธอกลายเป็นสีฟ้าเหมือนผลึก ทำให้เธอดูงดงามเหมือนนางฟ้า ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวเธอเกิดการผันผวน ผมสัมผัสได้ว่าเธอกำลังทำอะไรสักอย่างเพื่อคำนวณ

 

“อีก 2 ชั่วโมงพวกนั้นจะมาถึง พี่ชายจะเลือกที่ไหนเป็นฐานทัพ?”

 

ผมนอนนิ่งไม่ไหวติง

 

“โอ้! โทษที เอาเป็นตรงนั้นแล้วกัน”

 

อีกไม่นานทหารพวกนั้นจะมาถึง!

 

แพนโดร่าพาผมมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ผมชี้ด้วยความเร็วสูงจนทำให้ผมรู้สึกเหมือนอวัยวะภายในสลับที่กัน

 

หวังว่าบริเวณนี้คงไม่ทำให้ผู้คนแตกตื่น

 

ผมนอนรออยู่บริเวณนั้นได้ไม่นาน ก็รู้สึกว่าร่างกายเริ่มไร้เรี่ยวแรง

 

“เงียบสงบดีจริงๆ…” ผมพึมพัม

 

บริเวณที่อยู่นี้ห่างไกลจากตัวเมืองที่วุ่นวายมาก การได้นอนมองผืนฟ้าที่มืดสนิท ทำให้ผมรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก

 

หากไม่มีแพนโดร่าอยู่ข้างๆ ผมคงนึกว่าที่นี่มีแค่ผมคนเดียว

 

หลายวันมานี้มีเรื่องน่าเหลือเชื่อมากมายเกิดขึ้น ทำให้สมองของผมเครียดมาก แต่ตอนนี้ ผมรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก

 

“บริเวณนี้หนาวมาก อาจส่งผลเสียต่อร่างกายของท่าน” เสียงที่แข็งทื่อของแพนโดร่าดังมา„

 

“ไม่เป็นไร… โอกาสดีๆแบบนี้หาได้ยาก มาเถอะ มานอนข้างๆผมสักเดี๋ยว”

 

แพนโดร่าพยักหน้าและนอนลงข้างๆผมอย่างว่าง่าย

 

ถึงจะไม่มั่นใจว่าแพนโดร่าคือมนุษย์หรือเปล่า แต่ผมก็มองเธอเหมือนน้องสาวของตัวเอง

 

ไม่นานนัก ความคิดต่างๆมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัวของผม และดูเหมือนมันจะฟุ้งซ่านเกินไป

 

แต่ทันใดนั้น ผมได้กลิ่นหอมๆมาจากข้างตัว

 

“แพโดร่า นี่ใช่กลิ่นของเธอหรือเปล่า?”

 

“กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่พี่สาวเอาของเหลวทางเคมีบางอย่างมาใช้ตอนอาบน้ำ ชั้นไม่ค่อยเข้าใจเรื่องกลิ่นเท่าไหร่ แต่หากเป็นในทางทหาร กลิ่นแบบนี้ทำให้ตัวตนถูกเปิดเผย”

 

“ฮ่าฮ่า… แพนโดร่า เธอไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องต่อสู้ตลอดเวลาก็ได้ ในโลกนี้ไม่ได้มีการต่อสู้มากขนาดนั้น”

 

แพนโดร่าเงียบไปพักใหญ่ ดูเหมือนเธอกำลังสงสัย

 

“แพนโดร่า ชั้นมีเรื่องอยากถามเธอเธอทำอะไรบ้างในจักรวรรดิชี่หลิง ก่อนจะเข้าสู่การหลับไหล” ผมสงสัย ทำไมจักรวรรดิชี่หลิงถึงเกี่ยวพันกับตน

 

หลังจากเงียบไปนาน แพนโดร่าก็ตอบ “ชั้นก็ไม่รู้”

 

“ข้อมูลในส่วนนั้นหายไปก่อนที่จะหลับไหล บางทีคงรอดาวต้นกำเนิดติดต่อมา ความทรงจำถึงจะตื่นขึ้น”

 

ผ่านไปอีกสักพัก แพนโดร่าก็พูดขึ้น “บางทีที่ชั้นมีข้อมูลเฉพาะเรื่องการต่อสู้ อาจเป็นเพราะชั้นเป็นเผ่าพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อต่อสู้”

 

“ไม่จริงหรอก” ผมนึกขึ้นได้ว่า โลกสีเทาในความฝันยังคืนสีสรรค์ได้ ผมเลยไม่เชื่อว่าจะมีเผ่าพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อต่อสู้

 

ผ่านไปอีกพักใหญ่ บริเวณโดยรอบก็เกิดการผันผวน

 

ดูเหมือนงกองทัพที่ว่าจะมาถึงแล้ว

 

“แพนโดร่าเตรียมตัว”…

คะแนน 4.0
กรุณารอสักครู่...