ตอนที่แล้วบทที่ 220 - ฉันมาหาเธอแล้ว (4) [22-10-2019]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 222 - ฉันมาหาเธอแล้ว (6) [26-10-2019]

บทที่ 221 - ฉันมาหาเธอแล้ว (5) [24-10-2019]


บทที่ 221 - ฉันมาหาเธอแล้ว (5)”

"ทำไมเธอถึงมาส่งสัญญาณเอาตอนหลังผ่านไป 3 ปีล่ะ? หรือว่าเธอจะรู้ถึงเรื่องระหว่างฉันกับอิลฮาน!? ฮ่าห์ ดีแหะที่ฉันได้จัดการทุกๆอย่างก่อนจะสายเกินไป..."

"ช่วยหยุดพูดไร้สาระทีได้ไหม"

ยูอิลฮานได้พูดกับยูมิลและกองทัพเด็กๆทั้ง 9,300 คนโดยไม่สนใจเลียร่า

"ตอนนี้พวกเรากำลังจะไปในโลกที่มีชื่อว่าเบร์ย่า พวกนายทุกคนอาจจะได้ต่อสู้ที่นั่นหรือไม่ก็พักผ่อนตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นก็ได้เหมือนกัน"

"พ่อของฮีโร่เจ๋งที่สุดเลย"

"จะให้เราทำอะไรก็ได้!"

ยูอิลฮานคิดว่าเด็กๆพวกนี้ไร้เดียงสากันเกินไป แน่นอนว่าเขาก็รู้สึกขอบคุณที่เด็กพวกนี้ยินดีทำตามเขาอย่างเชื่อฟัง แต่ว่าอย่างน้อยดูเหมือนว่าเขาก็จะเป็นต้องสอนถึงการตัดสินใจด้วยเหตุและผลให้กับพวกเด็กๆเหมือนกัน

"มิลช่ยบอกเด็กพวกนี้ทีว่าพวกเขาไม่ควรที่จะทำตามคำพูดของคนแปลกหน้านะ"

"ได้ครับ แต่ว่าที่พวกเขาเชื่อฟังพ่อนั่นก็เพราะเป็นคุณพ่อไงล่ะ!"

"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีแล้ว..."

ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากจะไปโลกอื่นหลังจากที่สร้างอุปกรณ์ให้เด็กๆเสร็จแล้ว แล้วเขาก็ยังอยากที่จะไปหาพ่อแม่ของเขาก่อนด้วย... แต่ว่าหากว่านายูนาส่งสัญญาณให้เขาในเวลานี้ ถ้างั้นแสดงว่าเธอจะต้องมีปัญหาแน่ ตอนนี้มันไม่มีเวลาให้เขาได้ตัดสินใจตามลำดับความสำคัญแล้ว

เขาได้หันหน้าไปพูดกับกองทัพเด็กๆ

"อีกเดี๋ยวสกิลจะถูกใช้งานแล้วนะ ฉันจะต้องทำอะไรกับพวกนายก่อนดังนั้นอย่าปฏิเสธกันนะ"

"ได้เลย!"

"ครับผม!"

จริงๆแล้วเขาได้เปิดใช้งานข้ามมิติไปแล้วด้วย นี่มันก็เพราะว่าเขาจำได้ว่าในครั้งก่อนการเปิดใช้งานสกิลจะใช้เวลานาน

และเพราะสกิลบันทึกที่ทำให้เขามีบันทึกมากมายที่จะใช้ในการข้ามมิติไปที่เบร์ย่า แต่ก็มีอยู่ปัญหานึงก็คือหินพลังเวทย์ที่จะต้งใช้ในการข้ามมิตครั้งนี้...

"ตอนนี้ฉันจะต้องยอมรับทุกๆคนให้มาเป็นสมาชิกกองทัพเรือข้ามมิติของฉัน"

"กองทัพเรือข้ามมิติคือไรอะ?"

เมื่อก่อนในตอนที่ป้อมปราการลอยฟ้าได้ข้ามมิติไปด้วยเนื่องจากถูกนับเป็นอุปกรณ์สวมใส่ของเขา เขาก็ได้สูญเสียหินพลังเวทย์จำนวนมหาศาลไปเพื่อพาสมาชิกทั้งหมดไปด้วย แต่สำหรับในตอนนี้ไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ด้วยสกิลคำสั่งกองทัพเรือข้ามมิติที่ได้รับมาจากคลาสนักท่องมิติของเขาได้ทให้เขาเขาสามารถจะพาสมาชิกลูกเรือของเขาเดินทางข้ามมิติไปด้วยโดยที่ไม่ต้องเสียทรัพยากรเพิ่มเติมใดๆอีก!

"โอเค ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไรแต่ผมจะทำ"

"ว้าว"

"แต่แล้วเราจะเรียกพ่อของฮีโร่ว่าอะไรดีล่ะ?"

"ฮีโร่คือฮีโร่และก็หัวหน้าของพวกเรา!"

เด็กๆต่างก็ภักดีกับมิลจนถึงระดับความศรัทธาไปแล้ว ยูอิลฮานก็ไม่ได้คิดที่จะควบคุมเด็กพวกนี้เลย ยูมิลเป็นเด็กฉลาดรอบคอบดังนั้นยูอิลฮานสามารถจะปล่อยให้เขาควบคุมกองทัพนี้ได้โดยที่ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงเลย ยูอิลฮานจะมีก็แต่มอบคำสั่งให้เท่านั้น

และเพราะแบบนี้ชื่อที่เหมาะที่จะให้เด็กๆเรียกเขาก็คือ

"เรียกฉันว่า... กัปตันแล้วกัน!"

"อ๊า โรคบ้าของเขากำเริบอีกแล้ว"

"ได้เลยกัปตัน"

แต่จากการที่เขาเพิ่งจะได้รับคลาสจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรับเด็กๆทั้งหมด 9,300 คนเข้ามาเป็นลูกเรือของเขา ยังไงก็ตามถ้าเป็นครึ่งหนึ่งสัก 5,000 คนเขาก็ยังจะพอรับไหวซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นชัดๆอีกครั้งว่าคลาสนักท่องมิติแปลกประหลาดขนาดไหน

"ดูเหมือนว่าฉันยังจะต้องใช้หินพลังเวทย์อีกประมาณ 4,300 ก้อน..."

"จะไม่เป็นไรหรอ?"

"ไม่หรอก ค่าใช้จ่ายมันได้ลดลงไปอย่างมากจากผลของท่องมิติแล้ว... แถมฉันยังมีหินพลังเวทย์อยู่กับตัวตั้งเยอะ"

"..."

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปพร้อมทั้งเปิดช่องเก็บของให้เลียร่าได้ดู ครู่หนึ่งที่เลียร่ามองไปเธอนึกว่าในช่องเก็บของของยูอิลฮานเป็นอีกโลกใบหนึ่ง ภายในนั้นเต็มไปด้วยกองของหินพลังเวทย์จำนวนมหาศาล

"นี่มันเยอะมากเลยนี่"

"ใช่แล้วล่ะ..."

หินพลังเวทย์พวกนี้ได้ถูกรวบรวมมาตลอดสามปีที่เขาอยู่บนโลกเพียงคนเดียว และยังมีหินพลังเวทย์ที่ยูมิลมอบให้กับเขาด้วย เมื่อนำหินพลังเวทย์ที่ได้จากแวนการ์ดแล้ว จำนวนที่ได้จากแวนการ์ดดูด้อยไปในทันที นี่ยังเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้โลกพัฒนาเร็วขึ้นอย่างผิดปกติเช่นกัน

"เอาเถอะ ในเมื่อขนาดคลาส 6 ยังมีเกิดมาให้เห็นแล้วเลย นี่ก็คงเป็นแค่เรื่องธรรมดาๆแหละนะ"

"ขาเธอกำลังสั่นอยู่น่ะ"

แม้แต่ในตอนที่เธอเป็นทูตสวรรค์เธอก็ยังไม่เคยเห็นหินพลังเวทย์กองอยู่เยอะแบบนี้เลย จะเกิดอะไรขึ้นหากว่ายูอิลฮานได้เริ่มสงครามขึ้นกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงขึ้นจริงๆกันนะ? เธอได้กลัวในเรื่องนี้มากๆ แต่แน่นอนว่านั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะท้อถอย

"ว้าว ปราสาทกำลังสั่นล่ะ!"

"ดูนั่นสิ ข้างนอกกลายเป็นหมอกไปหมดเลย"

ในที่สุดแล้วสกิลข้ามมิติก็ได้ทำงานแล้ว ยูอิลฮานได้ตรวจดูว่าทุกๆคนบนป้อมปราการลอยฟ้าพร้อมแล้วและเริ่มการกระโดดเข้าประตูมิติทันที

"พวกเราจะไปกันแล้ว!"

[กรี๊ดดดด!]

[กรอด เป็นพลังที่บ้ามากๆ...!]

ในเวลานี้ป้อมปราการลอยฟ้า เลียร่า ยูมิล เด็กๆลูกเรือทั้ง 5,000 คน และเด็กอีก 4,300 คนได้เริ่มทำการข้ามมิติไปกับเขาหมดแล้ว!

***

นายูนาได้ยอมรับแล้วว่าตัวเธอได้จนมุมแล้ว

"ฉันน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ที่พวกนักบวชเริ่มมองมาที่ฉันด้วยสายตาลามกแล้วสินะ"

 

พวกจักรวรรดิลี คาเทียน่าได้ยกทัพบุกรุกเข้ามาในเอลฟอร์ดในทันทีที่เธอปฏิเสธออกไปอย่างที่เธอคาดเอาไว้ นายูนา พระสันตปาปาและคังฮาจินได้ออกไปต้านทานกับทัพพวกนั้นด้วยตัวเอง และเนื่องจากว่าเบร์ย่าเป็นโลกที่ศาสนาจักรเรย์น่ามีพลังมากที่จุดก็เลยเป็นไปได้ที่จะป้องกันกองทัพพวกนั้นได้

แต่ยังไงก็ตามเมื่อเเวลาผ่านไปซักพักหนึ่งพลังของศาสนจักรก็ได้เริ่มสั่นคลอน ข่าวลือต่างๆของสตรีศักดิ์สิทธิ์นายูนาได้เริ่มแพร่กระจายออกมาทำให้ความศรัทธาในเรย์น่าได้เริ่มสั่นคลอนเช่นกัน พวกเธอก็ได้เตรียมตัวรับกับความศรัทธาที่ลดลงจากสงครามแล้วเช่นกัน แต่ว่านี่มันลดลงเร็วจนเกินไป

ด้วยความศรัทธาที่หดหายไปได้ทำให้กองทัพได้อ่อนแอลงและไม่นานหลัจากนั้นพวกเธอก็ถูกกองทัพจักรวรรดิโต้กลับ ผืนแผ่นดินจำนวนมากได้ถูกยึดไปและประชาชนที่ไม่อาจจะหลบหนีไปได้ทันเวลาก็ต้องประสบพบเจอกับความยากลำมาก นายูนาได้กัดฟันแน่นบัญชากองทัพของเธอต่อไป แต่ว่าในตอนนี้ธงแห่งชัยชนะได้ย้ายไปอยู่ข้างจักรวรรดิลี คาเทียน่าแล้ว

คนทรยศก็ได้ลุกฮือขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และมีบางคนกระทั่งพยายามลอบโจมตีนายูนา แต่เนื่องจากว่าตัวเธอไม่ได้เชื่อใจใครง่ายๆอยู่แล้วทำให้เธอสามารถเตรียมรับมือไว้ได้ หากไม่ใช่แบบนี้สงครามก็คงจะจบในแบบที่เลวร้ายที่สุด

และในไม่ช้าการโจมตีครั้งสุดท้ายก็มาถึงนั้นก็คือมหาภัยพิบัติขั้นที่ 4 ภูมิประเทศของทวีปได้เปลื่ยนแปลงไปและมีมอนสเตอร์ใหม่ๆจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมา จักรวรรดิลี คาเทียน่าได้ควบคุมมอนสเตอร์พวกนี้มากวาดล้างดินแดน ในจุดนี้เองที่ทำให้เธอรู้ตัวว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในกองทัพจักรวรรดิ

เพราะแบบนี้ทำให้เรื่องต่างๆชัดเจนขึ้น มันเคยมีเหตุการณ์ที่กองทัพปีศาจแห่งการทำลายร่วมมือกันกับกองทัพจรัสแสงเพื่อมาจับตัวนายูนาไม่ใช่หรอกหรอ? นี่ก็เป็นแค่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีกครั้งเท่านั้นเอง

นายูนาในตอนนี้ถูกทิ้งอาไว้ในเบร์ย่าโดยที่ไม่อาจจะกลับไปที่โลกได้ สัญญาระหว่างกองทัพสวรรค์และแต่ละโ,กก็ยังไม่มีผลแล้วเช่นกัน ในตอนนี้ผู้คนบนโลกของเธอจะต้องได้รับอันตรายจากการที่กองทัพปีศาจแห่งการทำลายร่วมมือกันกับผู้ปกครองจักรวรรดิลี คาเทียน่าแน่นอน

พวกกองทัพปีศาจแห่งการทำลายอาจจะทำเหมือนฟังพวกจักรวรรดิ... แต่เมื่อไหร่ที่พวกนั้นได้ตัวนายูนามาก็จะโยนพวกนั้นทิ้งไปโดยไม่สนใจ พูดให้ชัดเลยก็คือทั้งจักรวรรดิเอลฟอร์ด รวมไปถึงนายูนาด้วย ตอนนี้ทุกๆอย่างต่างก็วิ่งอยู่ในกำมือของกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย

"ชิ เจ้าพวกผู้ชายโรคจิตพวกนั้น มีกี่โลกกันที่ถูกเอี่ยวด้วยเพราะตัวฉัน? ทำไมพระเจ้าต้องให้ฉันเกิดมาสวยแบบนี้ด้วยนะ?"

"ยูนา เธอนี่ก็ยังวางท่าเหมือนอย่างเคยเลยนะ"

กองทัพที่เชื่อในเทพธิดาแห่งความงามเรย์น่าตอนนี้ได้ถอยกลับไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ยูอิลฮานได้สร้างขึ้นมา ไม่รู้ว่ากองทัพกองทัพนี้จะยื้อไว้ได้นานอีกแค่ไหน

จำนวนของคนในกองทัพก็ยังลดลงไปมากเช่นกัน พวกนั้นได้ทรยศเธอ กองทัพปีศาจแห่งการทำลายได้สั่นคลอนความศรัทธาและทำลายพวกนั้นด้วยการทำให้เกิดความต้องการที่ลึกล่ำ หากว่าเอลฟอร์ดถูกทำลายไปแล้วนี้ ถ้างั้นที่ทวีปนี้ก็ได้เข้าสู่ยุดแห่งการทำลายและความโกลาหลแน่นอน

"แล้วเจ้าพวกนั้นก็จะทำเรื่องลามกสกปรกกับฉัน เหมือนกับพวกโดจินอะไรพวกนี้ด้วยนะ!"

"เธอเป็นผู้หญิงไม่ควรพูดแบบนั้นนะ"

ระหว่างที่เธอกำลังพูดแบบนั้นก็ถูกคนๆหนึ่งเขกหน้าผากซึ่งไม่ใช่คังฮาจินแต่เป็นหญิงแก่คนหนึ่ง

"โอ้ย พระสันตปาปา ถึงแบบนั้น..."

เธอไม่ใช่แค่หญิงแก่ธรรมดาๆเท่านั้น บนหัวของเธอที่มีผมสีขาวอยู่ได้มีมงกุฏที่ทำขึ้นมาจากหินศักสิทธิ์ที่มีสีแดงลอยอยู่ นี่คือสัญลักษณ์ของอำนาจสูงสุด พระสันตปาปาแห่งศาสนจักรเรย์น่า

ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นผู้งดงามอันดับหนึ่งแห่งทวีปนี้ และเธอก็ยังเป็นคนที่เห็นถึงศักยภาพของนายูนาและทำให้นายูนาได้กลายมาเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์คนต่อไปอีกด้วย

นายูนาได้ทำแก้มป่องใส่พระสันตปาปาที่ยังคงใจเย็นอยู่กับสถานการณ์แบบนี้

"พระสันตปาปาคุณไม่เป็นอะไรนะ?"

"ไม่เป็นไรหรอก ฉันได้ใช้ชีวิตมานานจนเกินพอแล้ว ที่ฉันห่วงก็มีแต่เธอแหละ"

สีหน้าของพระสันตปาปาได้มืดมนลงไป เธอได้ลูบแก้มของนายูนาด้วยมือที่แห้งเหี่ยวและถามเสียงเบาๆ

"ยูนา เธอกำลังคิดที่จะตายใช่ไหม?"

"..."

เธอมองมันออก นายูนาได้พยายามที่จะหัวเราะออกมาแต่ว่านี่ไม่ได้ผลเลย เธอคนนี้ได้ปลอบนายูนาด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง

"ถึงแม้ว่าเธอจะต้องได้เจอกับประสบการณ์ที่โหดร้ายและยากลำบากในอนาคต... แต่เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อทำหน้าที่ของเธอ เธอต้องรอดและอดทนเอาไว้ บางทีเธออาจจะได้เจอคนที่เธอรักในสักวันหนึ่ง"

"...พระสันตาปาปา ฉันก็อยากที่จะใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนกันน้า~"

หลังจากมองดูแล้วว่าไม่มีใครอยู่รอบๆนายูนาก็ได้ตอบกลับไป ด้านนอกเต็นท์มีคังฮาจินและคนคุ้มกันของเธอคุ้มกันอยู่ แต่ว่าคนพวกนั้นไม่อาจจะได้ยินเสียงคุยกันนี้ได้

"ฉันไม่อยากจะให้ตัวฉันถูกพวกนั้นจับไป หากถูกจับไปชีวิตของฉันก็คงจบลงนับตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ต่อให้หลังจากนั้นอีกยาวนานฉันจะได้รับอิสระภาพกลับมา ฉันก็อาจจะไม่ใช่คนๆเดิมอีกต่อไปแล้วก็ได้... ฉัน... ไม่ชอบแบบนั้นเลย พอลองคิดว่าพอถึงเวลานั้นแล้วต้องไปเจอกับอิลฮาน... ฉันก็รู้สึกว่าขอตายในตอนนี้ดีกว่า"

"ยูนา..."

เธอยังเด็กและบริสุทธิ์ไร้เดียงสามา ในเวลาเดียวกันเธอก็อ่อนแออีกด้วย

ยังไงก็ตามวิธีแก้ปัญหาที่อยู่ในสายตาของเธอตอนนี้แข็งแกร่งไม่สั่นคลอนเลย และพระสันตปาปาก็รู้ได้ถึงวิกฤตใหญ่ที่มาถึงแล้ว

"เธอไม่คิดว่าการตายมันง่ายเกินไปหรอ?"

"ไม่ ฉันได้คิดเรื่องนี้แล้ว ในตอนนี้ฉันรู้สึกได้ถึงพลังของเทพ ฉันรู้ว่านั่นยังไม่ใช่จุดจบ แต่ถึงแบบนั้น ถึงแบบนั้นถ้าฉันตายฉันก็จะไม่เจออิลฮานอีก..."

ชื่อๆนี้มักจะผุดขึ้นมาอยู่เสมอ แค่ได้ยินน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อยเวลาพูดถึงชื่อนี้ เธอก็พอจะเดาในความรู้สึกที่นายูนามีต่อคนๆนั้นได้แล้ว

"ในเมื่อเธอรู้แบบนั้นแล้ว เธอก็..."

"ยังไงก็ตาม หากฉันต้องตาย ฉันก็ยังจะต้องฆ่าเจ้าพวกหมูสกปรกพวกนั้นไปด้วย!"

ในตอนนี้นายูนาได้ตึงเครียดขึ้นและตะโกนออกมา เธอได้รู้แล้วว่าศัตรูได้มาถึงแล้ว

ออร่าสีชมพูได้ล้อมรอบเธอเอาไว้ พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอในตอนนี้มหาศาลมากราวกับเทพธิดาแห่งความงามได้ลงมาสถิตด้วยตัวเอง

เต็นท์ได้ถูกเปิดขึ้นและเผยให้เห็นศูนย์กลางของวิหารศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่ากองทัพเอลฟอร์ดจะเหนือน้อยยิ่งกว่า 10,000 คนแล้ว แต่พวกนั้นทุกคนต่างก็เป็นผู้แข็งแกร่งที่มีคลาส 3 เป็นอย่างน้อย

"พี่ฮาจินเตรียมตัวสู้กัน! เราจะไปฆ่าพวกนั้นให้หมดกัน!"

"อ๊า ฉันพร้อมอยู่แล้ว!"

พลังของนายูนาได้ปกคลุมไปทั่วพื้นที่แห่งนี้ทำให้สัมผัสในการต่อสู้ของพาลาดินทุกคนดียิ่งขึ้น นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกองทัพเอลฟอร์ดถึงยืนหยัดมาได้ถึงทุกวันนี้ทั้งๆที่เสียเปรียบในทุกๆด้าน

"สตรีศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว! พวกเราจะไม่สิ้นศรัทธา!"

"โอ้ววววววววว!"

หากนายูนาไม่หยุดการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอ เหล่าพาลาดินก็จะไม่ล่าถอย พวกเขาทั้งหมดได้หยิบโล่และหอกเข้าต่อต้านกับกองทัพจักรวรรดิที่กำลังเข้าบุกรุกเข้ามาอย่างกล้าหาญ

เมื่อได้เห็นฉากๆนี้พระสันตปาปาได้อุทานออกมา แม้ว่าหลังจากเธอกลายมาเป็นคลาส 4 ที่มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอก็ด้อยกว่านายูนาที่อยู่เพียงแค่คลาส 3

ถ้าหากนายูนาได้กลายเป็นคลาส 4 หรือสิ่งมีชีวิตชั้นสูงละ?

ใช่แล้ว เธอไม่อาจจะสละนายูนาในที่แบบนี้ได้ เธอได้คิดวิธีแก้มาแล้ว

"ยูนาหนีไป"

พระสันตปาปาได้ก้าวเท้าออกมา เธอก็ยังได้เปล่งพลังศักดิ์สิทธิ์ของเรย์น่าออกมา และตัวเธอก็ได้กลับไปสาวอย่างน่าทึ่งราวกับว่าเธอได้ย้อนเวลากลับไปด้วยพลังของตัวเธอ ในตอนนี้เธอกำลังปลดปล่อยพลังที่เธอได้ใช้วิธีพิเศษกักเก็บเอาไว้มาเป็นสิบปี

"ฉันจะขวางพวกนั้นเอาไว้เอง ดังนั้นเธอจงวิ่งไปในที่ที่พวกนั้นเข้าไปไม่ถึงเธอ"

"พระสันตปาปา...?"

นายูนาได้สับสนไปเมื่อได้เห็นพระสันตปาปาในมุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอคนนี้ได้ฟื้นคืนวัยเยาว์กลับมารวมถึงเสียงเธอด้วยเช่นกัน

"ฉันจะแสดงให้พวกนั้นเห็นว่าความงามของฉันยังไม่ได้หมดไป พวกนั้นก็อาจจะถูกหลอกด้วยเหมือนกัน"

พระสันตปาปาได้วางมงกุฏลงที่หัวของนายูนา มงกุฏนี้คือตัวแทนของศาสนจักร ในเวลาเดียวกันก็เป็นอาร์ติแฟคที่ดีที่สุดของศาสนจักรอีกด้วย นี่คือการสืบทอดเจตนารมณ์ พระสันตปาปาที่รู้สึกได้ว่าสายตาของนายูนากำลังสั่นไหวได้ก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มบางๆ

"เอาล่ะ ถ้างั้นก็ไปได้แล้วยูนา!"

และเมื่อคำพูดของพระสันตปาปาได้จบลง

สงครามครั้งสุดท้ายของสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด