ตอนที่แล้ว96 สุนัขทิเบตันที่ถูกฆาตกรรม
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป98 แพทย์แผนจีนชั้นยอดก็เหมือนกับเทพ

นิยาย Elixir Supplier

97 กลายเป็นหมอที่สามารถพบเจอได้ในช่วงเวลาฉุกเฉิน


 

หวังเย้าคาดเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากการดูรอยเลือดบนพื้นดิน สุนัขทิเบตันน่าจะออกมาจากหมู่บ้านแล้วขึ้นไปบนเนินเขาหนานชานด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง มันพยายามที่จะเข้าไปยังแปลงสมุนไพรที่ซานเซียนนั้นเฝ้าอยู่ ด้วยการช่วยเหลือจากต้าเซี่ย ซานเซียนจึงสามารถสร้างบาดแผลจำนวนมากให้กับสุนัขทิเบตัน มันจึงหนีออกมาจากแปลงสมุนไพร มันเจ็บหนักและไม่สามารถหนีต่อไปได้ สุดท้ายมันจึงตายอยู่ตรงตีนเขา

 

“ทำได้ดีมาก! คืนนี้ฉันจะให้รางวัลพวกนาย!” หวังเย้าพูดอย่างยินดี

 

หวังเย้าย้ายร่างของสุนัขทิเบตันไปไว้บนถนนและโทรเรียกหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านมานำร่างของมันไป ที่นั้น เขาได้เห็นกลุ่มของชาวบ้านลงมือทำร้ายร่างของสุนัขทิเบตันเพื่อระบายความโกรธแค้นของพวกเขา ก่อนที่จะนำร่างของมันกลับไปที่หมู่บ้าน

 

“รู้รึเปล่าว่าอะไรที่ฆ่าสุนัขทิเบตันตัวนี้?” ชาวบ้านคนหนึ่งถาม

 

“ใครจะไปรู้ล่ะ? แน่นอนว่าต้องไม่ใช่มนุษย์แน่” ชาวบ้านอีกคนพูด

 

“แน่นอนสิ เวลาแบบนี้ใครจะขึ้นไปบนเนินเขาหนานชานกัน? บางทีอาจจะเป็นหมาป่าที่ฆ่ามันก็ได้” ชาวบ้านที่มีร่างสูงผอมพูด

 

“มันไม่มีหมาป่าบนเนินเขาหนานชานหรอก แต่ว่า ใครที่เป็นคนโทรบอกหัวหน้าเหรอ?” ชาวบ้านคนหนึ่งถาม

 

“เลิกพูดเรื่องไร้สาระกันได้แล้ว!” หัวหน้ากลุ่มที่นำชาวบ้านมาตะโกนและทุกคนก็เงียบไป

 

“หมาป่าเหรอ?” เขามองกลับไปที่เนินเขา

 

ถ้ามีหมาป่าอยู่บนเนินเขาจริง หวังเย้าจะต้องรู้ แล้วก็คงไม่กล้านอนอยู่บนนั้นทุกคืนหรอก เขาคิด

 

หวังเย้าอยู่ภายในกระท่อมบนเนินเขาหนานชาน เขานั่งอยู่ข้างหน้าต่างและอ่านคัมภีร์

 

เทศกาลต้อนรับปีใหม่ได้ผ่านไป และทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ปีใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว

 

หวังเย้าตรวจดูแปลงสมุนไพรของเขาในตอนบ่ายและเอาอาหารให้ซานเซียนก่อนที่จะลงจากเขาไป

 

หวังเย้าขับรถไปส่งพี่สาวของเขาในเมืองเพื่อกลับไปเริ่มทำงานในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่เขาจะกลับขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน เขาได้บอกแม่ของเขาเอาไว้ว่าจะไม่กลับไปทานมื้อกลางวันที่บ้านเพราะมีงานที่ต้องทำอีกหลายอย่าง เขากำลังจะต้มยาสมุนไพร

 

ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้วและอากาศก็เริ่มอุ่นขึ้น

 

หวังเย้าก่อกองไฟขึ้นภายในกระท่อม เขาวางหม้ออเนกประสงค์ลงบนเตาและเทน้ำแร่โบราณลงไป น้ำเริ่มเดือด เขาจึงใส่สมุนไพรลงไป ภายในกระท่อมอบอวลไปด้วยกลิ่นของสมุนไพร สีของน้ำภายในหม้อนั้นเริ่มเข้มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้าย หวังเย้าจึงใส่กุยหยวนลงไปเพื่อรวมสมุนไพรทั้งหมดให้เข้ากัน

 

เรียบร้อย!

 

หวังเย้าเทยาสมุนไพรลงไปในขวดกระเบื้อง และโทรหาเทียนหยวนถูให้มารับในวันพรุ่งนี้

 

ในตอนเย็น หลังจากที่หวังเย้าทานมื้อค่ำที่บ้านเรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้รับสายในตอนที่กำลังขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน เบอร์นั้นดูคุ้นตา

 

“ฮัลโหล!” หวังเย้ารับสาย

 

“ฮัลโหล! ผมคือโจวฉงครับ” โจวฉงพูดผ่านมือถือ

 

โจวฉง? หวังเย้าจำเขาได้ โจวฉงคือชายวัยกลางคนที่มาขอร้องให้เขาช่วยรักษาลูกชายเมื่อหลายวันก่อน เขาเคยโทรหาหวังเย้าในช่วงปีใหม่ แต่หวังเย้าลืมบันทึกเอาไว้

 

โจวฉงบอกกับหวังเย้าว่า เขาพร้อมที่จะพาลูกชายของเขามาที่เนินเขาหนานชานแล้ว และถามหวังเย้าว่าเขาควรจะไปตอนไหนดี

 

“อาจจะช่วงเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิ” หวังเย้าพูด

 

หวังเย้าไม่ได้สนใจว่าโจวฉงจะพาลูกชายของเขามาที่เนินเขาเมื่อไหร่ เขาอยู่บนเนินเขาแห่งนี้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่ที่เขาอยากให้เด็กชายมาหาเขาในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็นเพราะว่าในเวลานี้อากาศยังหนาวอยู่ เขากังวลว่าเด็กชายจะอ่อนแอเกินกว่าที่จะเดินทางไปช่วงที่อากาศหนาวแบบนี้ได้

 

โจวฉงเห็นด้วยและถามหวังเย้าถึงค่ารักษา เพื่อที่เขาจะได้เตรียมเงินเอาไว้ให้พร้อม

 

ในเวลานี้หวังเย้ายังไม่สามารถบอกอะไรได้ เพราะเขายังไม่ได้เจอตัวเด็ก

 

เขารู้สึกสิ้นหวัง ที่ตัวเขาในตอนนี้กลายเป็นหมอที่หาได้ไปไปแล้ว หวังเย้าคืดหลังจากที่วางสายไป

 

มีคนไม่มากนักที่รู้ว่าหวังเย้านั้นสามารถรักษาผู้ป่วยได้ แม้แต่ในหมู่บ้าน ก็สามารถนับได้ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ เหอฉีเชิงเป็นคนแนะนำโจวฉงให้กับหวังเย้า และโจวฉงนั้นก็กระตือรือร้นที่จะรักษาลูกชายของเขาโดยไม่สนว่าหวังเย้าจะมีใบรับรองการเป็นแพทย์หรือไม่

 

เช้าของอีกวัน หวังเย้าได้เจอคนคนหนึ่งระหว่างทางที่เขากำลังจะกลับบ้าน คนคนนั้นก็คือเทียนหยวนถูที่มารับยานั้นเอง เขายังได้นำของขวัญมาให้หวังเย้าด้วย

 

“ผมบอกคุณแล้วว่าอย่าเอาของขวัญอะไรมากอีก!” หวังเย้าพูด เทียนหยวนถูและเหอฉีเชิงนั้นมักจะนำของขวัญมาด้วยในทุกครั้งที่พวกเขามาเยี่ยมหวังเย้า หวังเย้าคิดว่ามันไม่จำเป็นเลย

 

“แค่ของเล็กๆน้อยๆเท่านั้น” เทียนหยวนถูพูดด้วยรอยยิ้มและวางของขวัญไว้บนโต๊ะ

 

“เชิญนั่งก่อน เดี๋ยวผมจะชงชาให้” หวังเย้าพูด

 

หวังเย้าชงชาเขียวให้กับเขา มันมีกลิ่นที่หอมมาก

 

“ชาเยี่ยม! มันคือชาหลงเจียใช่ไหม?” เทียนหยวนถูสามารถบอกได้ทันที แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ดื่มก็ตาม

 

หวังเย้ามีชาหลงเจียที่ได้จากเหอฉีเชิงและชาดำฉีเหมินที่ได้จากเทียนหยวนถู มันคงไม่ดีสักเท่าไหร่ถ้าต้องให้เทียนหยวนถูดื่มชาที่ตัวเองเอามาให้เขา

 

“คุณรู้เกี่ยวกับชาเยอะมากเลยนะ!” หวังเย้าหัวเราะ

 

ใบชาที่ได้จากทะเลสาบหลงเจียนั้นมีสีที่สดใสและกลิ่นที่นุ่มนวล มันมีรสชาติที่ดีและหวาน มันถือว่าเป็นชาชั้นดี

 

แต่หวังเย้านั้นไม่สามารถบอกชนิดของชาได้จากการดมเพียงอย่างเดียว ความจริงแล้ว เขาได้เคยดื่มชามาไม่กี่ชนิดเท่านั้น เขาเคยแต่ดื่มชาเขียวธรรมดาๆเท่านั้นและก็คิดว่ามันอร่อยดี

 

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ แต่เพราะผมได้ดื่มชาหลงเจียบ่อยๆเลยจำกลิ่นของมันได้ดีน่ะ” เทียนหยวนถูพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“แม่ของเพื่อนคุณเป็นยังไงบ้าง?” หวังเย้าถาม

 

“ดูเหมือนว่าอาการของเธอจะดีขึ้นในตอนนี้ แต่...” เทียนหยวนถูลังเลว่าเขาควรจะพูดต่อดีหรือไม่ เขาดูฝืนใจที่จะพูดบางอย่างกับหวังเย้า

 

ความจริงแล้ว แม่ของเพื่อนเขานั้นอาการดีขึ้นมากในตอนที่เขาได้ไปเยี่ยมเธอเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา หวังเย้านั้นได้รับความชื่นชมจากเพื่อนของเขาเป็นอย่างมาก เพราะเพื่อนของเขานั้นเป็นกังวลเรื่องแม่ของเขามาก เขาได้พาแม่ของเขาไปพบหมอและผู้เชี่ยวชาญมาหลายคน แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงอยากจะพบหวังเย้ามากและต้องการเชิญหวังเย้าร่วมทานมื้อค่ำด้วยกัน

 

เทียนหยวนถูรู้จักเพื่อนของเขาเป็นอย่างดี เพื่อนของเขานั้นมีสถานะที่สูงอยู่ในสังคม มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่เขาจะชวนคนธรรมดาคนหนึ่งมาทานมื้อเย็นที่บ้านของเขา คนส่วนใหญ่จะต้องรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับคำเชิญเช่นนี้ แต่หวังเย้านั้นไม่ใช่พวกเขา เทียนหยวนถูรู้ว่าหวังเย้านั้นไม่เคยไปบ้านของคนไข้คนไหนมาก่อนเลย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด