ตอนที่แล้วDC บทที่ 159: ถึงแม้เธอจะเสนอตัวเอง…
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปDC บทที่ 161: มีบางคนที่ข้าต้องการให้เจ้าไปพบ

DC บทที่ 160: จวบจนบัดนี้ ข้ามิอาจหยุดคิดถึงเขา (ฟรี)


DC บทที่ 160: จวบจนบัดนี้ ข้ามิอาจหยุดคิดถึงเขา

 

“ท่านคิดอย่างไรกับเม็ดยา ท่านเจ้าสถาบันหญิง” ผู้อาวุโสเติ้งถามความเห็นเธอ “เป็นอย่างไรถ้าเปรียบเทียบกับยาระดับสูง”

 

“โดยมิต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นยาที่มีคุณภาพร้อยเปอร์เซนต์ ยาไร้ตำหนิ” มือของเจ้าสถาบันหญิงซูสั่นสะท้านจากเพียงแค่ถือขวดยา “ส่วนประสิทธิภาพของตัวยา...นอกจากว่าข้าทดลองด้วยตนเอง ข้าเองก็มิมีทางที่จะเปรียบเทียบระหว่างทั้งคู่ได้”

 

“แต่จากยานี้...กระทั่งมีผนึกจำนวนมากเช่นนี้บนขวด ข้ายังได้กลิ่นอันสดชื่นออกมา”

 

ผู้อาวุโสเติ้งถอนหายใจ “ชายหนุ่มคนนี้คือใครกัน… เขามิมีอะไรนอกจากความสามารถอันน่าตื่นตระหนก และความลับที่พวกเรามิอาจเข้าใจ”

 

"..."

 

เจ้าสถาบันหญิงซูไม่ได้ตอบเขาและยังคงเงียบเฉย แม้ว่าเธอจะคิดว่าซูหยางเป็นลูกชายของธิดาเทพเซียนซูเยวี่ย นั่นก็ยังคงยากที่จะเชื่อ

 

“ตอนนี้ธิดาเทพเซียนซูเยวี่ยอยู่ไหนกัน ทำไมลูกชายเธอจึงปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีวี่แวว นี่เกี่ยวข้องกับการปรากฏตัวของเด็กหญิงภูตหรือไม่” เธอคิดสงสัยอยู่ในใจ

 

“อืมม..” ชิงซานยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้นขณะที่เจ้าสถาบันหญิงซูถือขวดยากระตุ้นวิญญาณระดับสูงแน่นในกำมือ ดูเหมือนไม่ปรารถนาที่จะปล่อยมันไป แม้ว่าเธอได้เตรียมตัวว่าจะเกิดผลลัพธ์เช่นนั้นมาก่อน เธอยังคงกลัวว่าเจ้าสถาบันหญิงจะพยายามฉกยาล้ำค่านี้ไปจากเธอ และหัวใจเธอคงหลั่งเลือดอย่างแน่นอนถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น

 

“หืมม” เจ้าสถาบันหญิงซูสังเกตเห็นวิธีมองด้วยความกระวนกระวายของชิงซานมาที่เธอ จึงยิ้ม “ใจเย็นๆ ชิงซาน ข้ามิอาจโกหกได้ว่าข้ามิต้องการยานี้สำหรับตัวข้า ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วข้าต้องการมัน แต่ข้าจักมิทำตัวตกต่ำอย่างเช่นขโมยมันจากศิษย์ของตัวเอง”

 

เธอกล่าวขณะที่ยื่นขวดคืนกลับไปยังเจ้าของ

 

ชิงซานแอบถอนหายใจโล่งอกหลังจากที่ได้รับขวดยาคืนกลับมายังมืออีกครั้ง

 

เจ้าสถาบันหญิงซูพลันกล่าวต่อว่า “แม้ว่าข้ามิฉวยยานี้จากเจ้าโดยไร้สิ่งตอบแทน ข้ามิได้วางแผนที่จะหยุดยั้งเช่นกัน ข้ามีข้อเสนอดีๆมากมายในใจที่ข้าอยากเสนอแลกเปลี่ยนกับยานี้ ทำไมเรามิมานั่งลงคุยกันเรื่องนั้น”

 

ได้ยินคำกล่าวของเธอ ชิงซานแสดงรอยยิ้มขอโทษ กล่าวว่า “ข้าต้องขออภัย เจ้าสถาบันหญิง แต่ข้ามิมีเจตนาที่จะซื้อขายแลกเปลี่ยนยานี้กับอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าอะไรก็ตาม”

 

"..."

 

เจ้าสถาบันหญิงซูพลันเงียบลง เช่นเดียวกันกับผู้อาวุโสเติ้ง พวกเขาเข้าใจความรู้สึกเธอได้เป็นอย่างดี ถ้าพวกเขาอยู่ในฐานะเดียวกับเธอ พวกเขาคงพูดเช่นเดียวกับเธอไม่ว่าใครจะเสนออะไรมา

 

“ช่างน่าเสียใจ แต่ข้าเข้าใจดี” เจ้าสถาบันหญิงซูส่ายหน้า รู้สึกผิดหวัง “ให้มั่นใจว่าเก็บเม็ดยานั้นอย่างปลอดภัย แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตเข้าแลก”

 

“ข้าจักทำเช่นนั้น” ชิงซานไม่ต้องให้เจ้าสถาบันหญิงซูบอกเธอเรื่องนั้น ในเมื่อเธอจะทำเช่นนั้นอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีคำเตือนจากใคร

 

เจ้าสถาบันหญิงซูและผู้อาวุโสเติ้งจากไปหลังจากนั้นไม่นาน

 

“เราควรทำอะไรกับเขาดีตอนนี้” ผู้อาวโสเติ้งถามเธอ

 

“เจ้าเพียงแค่สนใจในส่วนของเจ้า ข้ามีความคิดเป็นของตนเอง”

 

“...ขอรับ เจ้าสถาบันหญิง” ผู้อาวุโสเติ้งไม่กล่าวอะไรต่อไปอีก

 

ผู้อาวุโสเติ้งและเจ้าสถาบันหญิงซูเดินแยกทางกันหลังจากนั้นไม่นาน

 

ต่อจากนั้น หลังจากเดินวนเวียนรอบสถาบันอย่างรวดเร็วหนึ่งรอบราวกับกำลังตามหาใครสักคน เจ้าสถาบันหญิงซูก็เรียกศิษย์หลักสองสามคนมาพบ

 

“ศิษย์กู่คารวะท่านผู้นำ”

 

“ศิษย์หลินคารวะท่านเจ้าสถาบันหญิง”

 

“ศิษย์พ่านคารวะท่านผู้นำ”

 

ศิษย์หลักสามคนยืนต่อหน้าเจ้าสถาบันหญิงซู โน้มตัวใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเคารพ

 

“เธอไปไหน” เจ้าสถาบันหญิงซูกล่าวขึ้นทันใด “ไม่เห็นมีบันทึกว่าเธอออกไปจากสถาบัน อีกทั้งข้ามิสามารถรับรู้ตัวตนเธอว่าอยู่ภายในสถาบัน”

 

"..."

 

ศิษย์ทั้งสามพลันเริ่มยิ้มอย่างขื่นขม พวกเขารู้ดีว่าใครที่เจ้าสถาบันหญิงพูดถึงแม้ว่าจะไม่อ้างถึงชื่อใด

 

“และอย่าพยายามที่จะซ่อนมันไว้จากข้า แม้ว่าเจ้าจะเป็นศิษย์หลัก ข้ายังลงโทษพวกเจ้าฐานโกหกต่อหน้าข้า”

 

"..."

 

ศิษย์หลักทั้งสามต่างสบสายตากันก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเปิดปากพูด “แม้ว่าข้ามิรู้ว่าทำไมศิษย์พี่หญิงซูออกไปยังสำนักเทพกระบี่เพื่อพบกับศิษย์เอกที่นั่นหลังจากได้รับข้อความจากเธอ ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วน ดูจากที่เธอไปอย่างเร่งรีบ”

 

“สำนักเทพกระบี่อีกแล้ว ข้าควรจะนึกได้” เจ้าสถาบันหญิงซูเกือบยกมือปิดหน้า “ไอ้หยา ทำไมเจ้าเด็กนั่นชอบไปที่นั่นแม้ว่าข้าจะตักเตือนไปหลายครั้งแล้ว”

 

“นับตั้งแต่เธอเป็นเพื่อนกับลูกสาวเจ้าเฒ่านั่นหลายปีก่อน เธอยิ่งมายิ่งไม่เชื่อฟัง” เธอคิดในใจ

 

เมื่อเจ้าสถาบันหญิงซูปล่อยศิษย์หลักไปไม่นานหลังจากนั้น เธอก็นำเอายันต์สื่อสารขึ้นมาและส่งคำง่ายๆสองสามคำไปยังทิศทางสำนักเทพกระบี่ มีใจความว่า “บอกลูกสาวข้าให้กลับมาเดี๋ยวนี้เลย”

 

-

 

-

 

-

 

ภายในสำนักเทพกระบี่ วูจินจิงนั่งอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่มีอายุใกล้เคียงกันและมีหน้าตาพอฟัดพอเหวี่ยงกัน

 

หญิงสาวจ้องมองวูจินจิงด้วยดวงตาที่มีแต่ความไม่อยากเชื่อ และกล่าวว่า “เพื่อนสาวจินจิง เธอต้องล้อฉันเล่นแหงๆ”

 

วูจินจิงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าและกล่าวว่า “ข้าพูดความจริง ข้าพบกับชายหนุ่มที่หอเก้าวสันต์ และข้าคงมีลูกกับเขาในอนาคต”

 

“ต-แต่เจ้าเพิ่งพบเขาใช่ไหม ทำไมเจ้าจึงทำสิ่งนั้นในเมื่อพวกเจ้ายังถือว่าเป็นคนแปลกหน้า นั่น.. นั่นไม่ควรคิดออกมาได้ถึงจะเป็นคนที่แปลกประหลาดที่สุดพวกนั้น อย่าว่าแต่เป็นเจ้า”

 

“เจ้าคงไม่เข้าใจหรอก” วูจินจิงยังคงนิ่งเฉยและกล่าวขึ้นว่า “เขาเป็นคนที่ท้าทายทุกสามัญสำนึก และนั่นกลืนกินเหตุผลของข้า จวบจนบัดนี้ ข้ายังมิอาจหยุดคิดถึงเขา”

 

“แล้วความฝันของเจ้าที่ต้องการเหนือกว่าบิดาเจ้าและกลายเป็นจอมดาบที่ดีที่สุดในโลกนี้ล่ะ เจ้าจะไปให้ถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้เจ้าจะตั้งท้อง”

 

“แม้ว่าการตั้งท้องจะทำให้ข้าก้าวช้าลงไปบ้าง แต่มันก็มิได้หยุดยั้งข้าจากการไปให้ถึงเป้าหมาย” วูจินจิงกล่าวขณะที่ลูบท้องด้วยความเสน่หา สร้างความสับสนให้กับหญิงสาว ผู้ที่ไม่เคยเห็นด้านนี้ของเธอมาก่อน

 

“นี่..นี่บ้าไปแล้ว” หญิงสาวพูดไม่ออกและเกือบเป็นลมเพราะความตระหนก

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด