ตอนที่แล้วหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.28 - สุนทรพจน์ทางทีวี (ฟรี)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปหมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.30 - เส้นทางคดเคี้ยวสู่จุดสูงสุด(ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.29 - ตระกูลซู(ฟรี)


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.29 - ตระกูลซู

 

อีกด้านหนึ่ง ณ เกาะกลางทะเลสาบ

 

ชายชราในชุดคลุมยาวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่หัวโต๊ะ ได้เอ่ยสั่ง “พอแค่นั้นล่ะ ปิดจอม่านแสงลงได้”

 

ในเวลานี้สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีพึ่งสิ้นสุดลง ม่านแสงถูกกดสวิตปิด และทั่วทั้งห้องโถงก็กลับมาสู่ความเงียบ

 

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา

 

“คุณพ่อ-” ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างๆมาดามซูเปิดปาก เขาต้องการจะกล่าวอะไรบางอย่าง

 

ดูเหมือนว่าชายคนนี้จะเป็นพ่อของซูเซี่ยเอ๋อ

 

“หยุดแค่นั้นล่ะ”

 

ชายชรายกมือขึ้นปรามอีกฝ่ายและกล่าว “เปิดเหตุการณ์ต่อสู้ให้ฉันดูอีกครั้ง”

 

“รับทราบ จะดำเนินการทันที”ใครบางคนกล่าวตอบ

 

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที จอม่านแสงก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

 

กู่ฉิงซานเดินออกมาจากบาร์ ทั่วร่างของเขาท่วมท้นไปด้วยพลังวิญญาณ มันได้ดึงดูดความสนใจของชายชราทันที

 

“ห้าธาตุจำเพาะ พลังวิญญาณธาตุลม?” ใบหน้าของชายชราเผยให้เห็นถึงความสนใจ

 

จนกระทั่งเมื่อกู่ฉิงซานยิงลูกศรออกไปใส่รถลาดตระเวณของตำรวจ ชายชราก็กล่าวออกมาอย่างไม่ตั้งใจว่า “แต่พลังทำลายล้างระดับนี้ มันดูเหมือนจะเป็นพลังวิญญาณธาตุเหล็กซะมากกว่า น่าแปลกจริงๆ”

 

พอม่านแสงฉายมาถึงตอนที่กู่ฉิงซานเริ่มใช้ระบำผันผวนยิงยอดปรมาจารย์นักสู้จนพรุนราวกับเม่น ชายชราก็ตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน

 

หนึ่งในตระกูลซูกล่าวอย่างลังเลว่า “นี่มันไม่เหมือนกับธาตุ เหล็ก ไม้ น้ำ ไฟ หรือดิน ทว่ามันก็ไม่ใช่ลม สายฟ้า แสง ความมืด และเสียงเช่นกัน บางทีเขาอาจจะไม่ใช่เฉาฟ่าน(ผ่าเหล่า)ที่สามารถปลุกธาตุทั้งห้าได้ แต่น่าจะเป็นหนึ่งในเทียนซวนประเภทที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน”

 

เมื่อเทพนักสู้ซางซ่งหยางปรากฏตัวขึ้น สีหน้าของผู้คนทั้งหมดก็พลันหนักอึ้ง

 

“กู่ฉิงซานท่านประธานาธิบดีต้องการพบเธอ”เสียงของเทพนักสู้กล่าวผ่านจอแสง และกระบวนการต่อสูู้ก็สิ้นสุดลง

 

ไม่มีใครในห้องโถงเอ่ยออกมา มันเงียบสงัดชนิดที่ว่าหากเข็มตกกระทบลงกับพื้นก็ยังได้ยิน

 

ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยถาม “เป็นความคิดของใครที่ยืมมือของตระกูลไป่และตระกูลเนี่ยในการกำจัดเขา?”

 

สีหน้าของมาดามซูเปลี่ยนเป็นขาวซีด แต่สามีก็วางมือลงบนไหล่ของเธอและกล่าว “เป็นความคิดของพวกเราเอง”

 

ชายชราเหลือบมองไปยังลูกชายของตนก่อนจะหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมา

 

ไม่นาน อุปกรณ์สื่อสารก็ได้เชื่อมต่อกับอีกฟากฝั่ง

 

“ท่านปู่ คิดอะไรอยู่ถึงได้โทรมาหาหนู ว่าแต่ท่านปู่สบายดีไหมคะ?” ซูเซี่ยเอ๋อกล่าวด้วยความประหลาดใจ

 

“อ่า ปู่ก็แค่มีบางอย่างจะถามหลานน่ะ”

 

“เรื่องอะไรเหรอคะ?”

 

“เรื่องของคนที่เรียกว่ากู่ฉิงซาน หลานคิดยังไงกับการเป็นเพื่อนกับเขา”

 

“อ๊าาา ท่านปู่คิดอะไรอยู่ถึงได้ถามถึงเรื่องนี้เนี่ย”

 

“เอ่อ ก็เขาเป็นเพื่อนของหลานปู่ ปู่ก็ต้องการที่จะรู้เกี่ยวกับตัวเขาเป็นธรรมดา ถ้าหลานไม่พูด ปู่จะเป็นคนไปตรวจสอบด้วยตัวเองนะ”

 

“ไม่นะ อย่าไป! แบบนั้นไม่ดีแน่ หนูจะบอกเอง”

 

แม้ตัวของซูเซี่ยเอ๋อจะบิดไปมา แต่สมองของเธอก็ยังคงมีสติแจ่มชัด

 

ท่านปู่เป็นถึงผู้นำตระกูลซู แต่เขาถึงกลับโทรมาถามเป็นการส่วนตัว มันควรจะเป็นการดีที่สุดถ้าตอบไปตามความจริง

 

“เขา … เขาเป็นคนขยัน ทำงานหนัก และมีพรสวรรค์มาก”

 

“ตัวอย่างเช่น?”

 

“ในเรื่องการวิจัยหุ่นรบ อาา ในคลาสฝึกฝนระบบอาวุธหุ่นรบเคยเกิดปัญหาขึ้น ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าเล็งเป้ามาที่เรา ในตอนนั้นทุกคนต่างกรีดร้องและวิ่งหนี มีเพียงเขาที่รีบวิ่งตรงขึ้นไปเกราะรบ และตะโกนสั่งว่านั่นมันคนธรรมดานะ!”

 

“ปู่ก็รู้นี่ว่าหุ่นรบมีหน้าที่ปกป้องความปลอดภัยของสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนธรรมดา ดังนั้นเมื่อมันได้ยินคำตะโกนสั่งเพียงสั้นๆสองคำ หุ่นรบก็เกิดปฏิกิริยาตอบสนอง มันเบนปากกระบอกปืนขึ้นไปด้านบน  ก่อนที่ปืนแม่เหล็กไฟฟ้าจะลั่นเป็นเส้นแสงทะลวงไปถึงชั้นเมฆ”

 

“หนูเริ่มรู้สึกสนใจในตัวเขานับตั้งแต่ตอนนั้น ต่อมาก็พบว่าเขากำลังทำโครงงานเล็กๆเกี่ยวกับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมายด้วยตัวเอง ความประทับใจที่หนูมีต่อเขาก็เลยมากยิ่งขึ้น”

 

ชายชราฟังถึงจุดนี้เลยกล่าว “ดีมาก ปู่หวังว่าหลานกับเขาจะเข้ากันได้ดี ไว้ปู่จะโทรหาหลานอีกครั้งนะ”

 

เขาวางอุปกรณ์สื่อสารลง และเอ่ยสั่ง “ตรวจสอบสถานะโครงงารวิจัยหุ่นรบของกู่ฉิงซาน ฉันจำได้ว่ามีใครเคยบอกว่าเขาเป็นพนักงานของแผนกวิจัยหุ่นรบกังเตี๋ย”

 

“เขาถูกไล่ออกแล้ว” มีบางคนกระซิบกล่าวจากเบื้องหลัง

 

“เอ๋? เหตุผลล่ะ?” ชายชราหันหน้ากลับมาและเอ่ยด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม

 

เมื่อเขาตะโกนถามถึงเหตุผล แม้จะไม่แสดงถึงความโกรธใดๆ แต่ด้วยศักดิ์ของผู้นำตระกูล มันก็เพียงพอที่จะทำให้คนที่กระซิบบอกรู้สึกหวาดกลัว อีกฝ่ายจึงเบนสายตาไปยังมาดามซู

 

มาดามซูก้มหัวลงและกล่าว “ฉันเป็นคนไล่เขาออกเอง ฉันไม่ต้องการให้เจ้าเด็กกู่นั่นใช้บริษัทของตระกูลซูเป็นบันไดปีนป่ายขึ้นมาเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับเซี่ยเอ๋อ”

 

“ปีนป่าย?”คิ้วของชายชราขมวดเข้าหากันจนรวมเป็นเส้นตรง ในปากขยับมุบมิบ

 

ในเวลานั้นเอง คนที่รับผิดชอบในการสอบสวนก็เอ่ยกล่าวรายงานอย่างสุภาพ “น่าแปลก ระดับอำนาจของผมไม่เพียงพอที่จะเข้าถึงไฟล์ส่วนบุคคลของเขา”

 

ชายชรากล่าว “เขาไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทของเรา เป็นธรรมดาที่คุณจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลของเขาได้ ลองใหม่อีกรอบซิ คราวนี้ใช้ระดับอำนาจพลเมืองของฉัน”

 

ชายชราลุกขึ้นและก้าวตรงไปแนบฝ่ามือลงบนสมองควอนตัม

 

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ฐานข้อมูลส่วนบุคคลของรัฐบาลกลาง ใต้เท้าซูซิงเฉาที่น่านับถือ”

 

“ร้องขอการเข้าถึงงานวิจัยส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกู่ฉิงซาน เพศชาย อายุราวๆ 17 ปี ที่พำนักภายใต้เขตอำนาจของฉัน มณฑลฉางหนิง”

 

ทันใดนั้นม่านแสงก็หยุดลงอย่างกระทันหัน ตามมาด้วยแถบเส้นตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่

 

“ระดับสูงสุด เป็นความลับสุดยอด”

 

เสียงอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นในเวลาเดียวกัน “ขออภัยอำนาจของคุณไม่เพียงพอที่จะทำการร้องขอ ทว่าด้วยสถานะที่น่านับถือของคุณ เราขอแนะนำให้คุณติดต่อกับกู่ฉิงซานโดยตรงเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม”

 

“ฉันเนี่ยนะมีอำนาจไม่เพียงพอ?”

 

ซูซิงเฉาที่เป็นถึงหัวหน้าตระกูลซูเบิกตากว้าง เขากวาดสายตาอ่านเส้นแสงสีแดงอีกรอบอย่างรวดเร็ว

 

“คุณพ่อ นี่มันจะต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาด อำนาจของคุณพ่อเป็นรองแค่เพียงประธานาธิบดีกับหัวหน้าผู้บัญชาการกองทัพทั้งสามเหล่าเท่านั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่คุณพ่อจะไม่สามารถตรวจสอบไฟล์ของเด็กยากไร้คนหนึ่งได้”

 

“ไม่ เทพธิดากงเจิ้งไม่มีทางผิดพลาดในเรื่องระดับต่ำเช่นนี้”ซูซิงเฉาคว้าอุปกรณ์สื่อสารและโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง

 

“สวัสดี ตาแก่ซู เป็นยังไงบ้างสบายดีไหม?” ปลายสายเอ่ยกลับมาด้วยเสียงที่ดูสงบและมั่นคง

 

“เทพนักสู้ซาง ฉันมีเรื่องบางอย่างอยากจะรบกวนนาย”

 

“อย่าลังเลที่จะพูด ฉันจะพยายามอย่างดีที่สุด”

 

“กู่ฉิงซาน--”

 

“ขอโทษด้วยตาแก่ซู เรื่องนี้ฉันคงไม่สามารถบอกอะไรนายได้ เพราะสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเขามันร้ายแรงเกินไป ฉันต้องขอโทษจริงๆ”

 

ซูซิงเฉาวางอุปกรณ์สื่อสารลงอย่างเงียบๆ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “เจ้ากบเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขาจะต้องรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ”

 

เหลียวมองไปยัง ‘ระดับสูงสุด ความลับสุดยอด’ ที่ลอยเด่นบนจอม่านแสง ซูซิงเฉาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสับสน

 

ทันใดนั้น จู่ๆเขาก็ตบลงบนโต๊ะและกล่าว “รีบรวมรวมเงิน 1000ล้าน จากนั้นก็โอนไปให้หน่วยวิจัยของรัฐบาลกลาง บอกไปว่าบริจาคมันให้แก่กู่ฉิงซาน พวกเราต้องเตรียมพร้อมที่จะติดตามเรื่องนี้”

 

คนที่รับผิดชอบในการดำเนินงานกล่าว “รับทราบ โปรดยืนยันการอนุมัติ”

 

“ฉันอนุมัติ”

 

“ทำการเชื่อมต่อกับหน่วยงานวิจัยของ---เอ๋? ถูกขัดขวาง?”

 

“เกิดอะไรขึ้น?”

 

หลังจากเกิดปัญหาแล้วก็ตามมาด้วยปัญหาเล่า ซูซิงเฉาอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปยังม่านจอแสง

 

บรรทัดตัวอักษรปรากฏขึ้นบนม่านแสง “นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป การระดุมทุนวิจัยส่วนบุคคลของกู่ฉิงซานจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยเทพธิดากงเจิ้ง โดยจะไม่มีการรับบริจาคในรูปแบบใดๆทั้งสิ้น”

 

ดวงตาของซูซิงเฉาหรี่แคบลงอย่างฉับพลัน เขากล่าวอย่างลังเล “ถ้าอย่างงั้นฉันจะบริจาคให้แก่เขาโดยตรง เพื่อช่วยสมทบทุนในด้านการศึกษา”

 

คนรับผิดชอบปาดเหงื่อและพรมมือของเขาลงอย่างรวดเร็ว

 

“ถูกปฏิเสธโดยระบบ!” เขาอุทานออกมา

 

การบริจาคถูกปฏิเสธ? ถูกปฏิเสธได้อย่างไร ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย

 

ตัวแทนระดับสูงทั้งหมดในห้องโถงยื่นคอของพวกเขาเพื่อต้องการจะดูว่าเกิดอะไรขึ้นบนหน้าจอ

 

เห็นเพียงแค่เส้นแสงอีกบรรทัดปรากฏขึ้น

 

“นับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลของพลเมืองกู่ฉิงซาน จะอยู่ในความรับผิดชอบของเทพธิดากงเจิ้งและประธานาธิบดีแห่งรัฐบาลกลางเพียงผู้เดียว ไม่ว่าใครก็ไม่อาจแทรกแซงได้”

 

ซูซิงเฉาใบ้กินเป็นเวลานาน

 

บรรยากาศเช่นนี้ทำให้ทุกคนไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใดออกมา ทำได้เพียงแค่ตั้งใจรอคำสั่งจากผู้นำตระกูลอย่างสงบ

 

“น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆที่ตัวตนที่ถูกจัดว่ามีอำนาจอยู่ในระดับสูงสุด เป็นความลับสุดยอดพึ่งจะถูกขับไล่ออกจากตระกูลซูของเรา”ซูซิงเฉาส่ายหัว

 

มาดามซูไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกไปดี แต่สุดท้ายเธอก็แย้งออกมา “ฉันก็แค่กลัวว่าเด็กยากไร้คนนั้นจะมาพัวพันกับซูเซี่ยเอ๋อของพวกเรา คิดว่าเขาเป็นเพียงกบที่ต้องการก้าวกระโดดในทีเดียวทะยานขึ้นสู่สวรรค์”

 

“สารเลว!”

 

ซูซิงเฉาระเบิดเสียงคำรามลั่นราวฟ้าผ่าออกมาอย่างฉับพลัน ฝ่ามือตบฉาดลงบนใบหน้าของมาดามซูจนเธอลอยกระเด็นออกไป

 

และเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาอีกว่า “ลองใช้สมองอันน้อยนิดของเธอคิดดูซิ? ว่ามันกี่ปีมาแล้วที่ทางรัฐบาลกลางไม่ได้ปรากฏงานวิจัยที่เป็นระดับสูงสุด ความลับสุดยอดขึ้นมา ครั้งสุดท้ายมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? อะไรคืองานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับนั้น เคยตรวจสอบมันดูบ้างไหม!?”

 

“ฉันจะบอกเธอให้นะ ครั้งสุดท้ายมันคือเมื่อ 30 ปีก่อน เป็นเทคโนโลยีจั๊มป์ระหว่างดวงดาว มันเป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก!”

 

“เด็กยากไร้? ทะยานขึ้นสู่สวรรค์!?” ความโกรธเกรี้ยวของซูซิงเฉาดูไม่มีทีท่าว่าจะลดลง “ประธานาธิบดียังต้องออกหน้าด้วยตัวเองเพื่อปกป้องเขา แม้กระทั่งเทพนักสู้ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล ส่วนเทพธิดากงเจิ้ง? เทพธิดากงเจิ้งถึงกับยอมมอบเงินภาษีเพื่อใช้สนับสนุนเขาโดยตรง!”

 

เขาจ้องมองไปยังมาดามซูที่กำลังร่ำไห้ด้วยความตื่นตระหนก “ตัวตนแบบนี้ แกยังกลัวว่าจะเข้ามาพัวพันกับลูกสาวของแก? แถมยังบอกว่ากลัวเขาคิดจะปีนป่าย? ไร้สาระ! แหกตาของแกดู เห็นไหมว่าตอนนี้เป็นฉันต่างหากที่ไม่สามารถปีนป่ายขึ้นไปหาเขาได้!”

 

“คุณพ่อ เสี่ยวหลิงเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักลูกสาวของสุดหัวใจ เธอแค่ไม่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ …”สามีของมาดามซูก้าวออกมาด้านหน้าและกล่าวอธิบายเพื่อโน้ามน้าวอีกฝ่าย

 

ความโกรธเกรี้ยวของซูซิงเฉาดูจะสลายไปเล็กน้อย ทว่าดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความผิดหวัง “รักลูกสาวสุดหัวใจ? เหอะ รักลูกสาวสุดหัวใจจนถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน? ส่งนักฆ่าที่ไม่แม้แต่จะรู้วิธีเอาชนะอีกฝ่ายออกไป? ไม่รู้รึไงว่าการฆ่าคนมันจะเป็นการทำลายโชคลาภของเรา แถมเป้าหมายที่ถูกสั่งฆ่ายังเป็นหัวใจสำคัญที่จะยกระดับรากฐานของตระกูลซูเราอีกด้วย!”

 

เขาส่ายหัวและกล่าว “หากเทียบกับเธอแล้ว ลูกสาวของเธอดูจะฉลาดกว่าเธอตั้งหมื่นเท่า!”

 

ซูซิงเฉานวดหน้าผากด้วยความอ่อนล้า ก่อนเอ่ยสั่ง “นับจากนี้ไป ไม่ว่าใครก็ไม่ได้รับอนุญาติให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของซูเซี่ยเอ๋อ ห้ามยุยงหรือเติมเชื้อไฟใดๆโดยเจตนา ยกเว้นว่าจะเบื่อชีวิตตัวเองแล้ว …”

 

“นอกจากนี้ เรื่องการแต่งงานกับตระกูลไป่ ระงับไว้ก่อนชั่วคราว ไม่ต้องตอบรับข้อเสนอใดๆ”

 

“รับทราบ”

 

“ฉันต้องการจะไปเยี่ยมหลานสาวของฉันที่เมืองหลวงด้วยตัวเอง”

 

“นี่ … รับทราบ”

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด