ตอนที่แล้วบทที่ 206 - เห็นฉันไหมล่ะ? (7) [24-09-2019]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 208 - เห็นฉันไหมล่ะ? (9) [28-09-2019]

บทที่ 207 – เห็นฉันไหมล่ะ? (8)

มานาจำนวนมหาศาลที่อัดอยู่ภายในก้อนหินพลังเวทย์ก้อนล็กๆได้แพร่กระจายออกมาทั่วทั้งที่ทำงานนี้

ฉากนี้สวยงามมากๆ แต่ว่าในเวลาเดียวกันหากมีอะไรพลาดขึ้นมามันก็ยังทำให้ตัวยูอิลฮานถูกหลอมละลายและทุกๆอย่างรวมไปถึงที่ทำงานนี้เองก็จะถูกระเบิดทำลายจนสิ้นได้เลย

“ฟู่… ฟู่…”

พื้นที่นี้ได้ถูกผลึกเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มานาไหลออกไปนอกที่ทำงานนี้ ยูอิลฮานได้สูดหายใจลึกพร้มทั้งเริ่มควบคุมนำทางให้มานาที่เต็มห้องนี้อย่างสงบ มานานี้ที่มีรูปร่างเป็นคลื่นสีน้ำเงินได้พยายามต่อต้านและหลบหนีไปจากการควบคุมของเขา แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่มีวันที่เขาจะปล่อยให้หินพลังเวทย์คลาส 5 ที่เขาใช้ไปต้องเสียเปล่าแน่

ยูอิลฮานได้ควบคุมนำทางมานาที่มหาศาลให้เข้าไปสู่เกราะ ภาพๆนี้มันดูคล้ายกันกับเทพแห่งท้องทะเลที่กำลังควบคุมคลื่น

[ทำไมการสร้างไอทมแค่ชิ้นเดียวของนายท่านถึงทำให้เกิดความวุ่นวายแบบนี้กัน?]
[นี่มันเป็นเรื่องดี เจ้าโง่]

เกราะที่ได้ผสานเข้ากันกับมานาได้เริ่มที่จะมีรูปร่างขึ้นมาในทันทีที่มีมานาไหลเข้ามา ด้วยประสบการณ์และความรู้ในฐานะช่างตีเหล็กของยูอิลฮานการเปลื่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในด้านรูปร่างเท่านั้น แต่ยังเป็นในด้านคุณลักษณะของโลหะด้วยการใช้มานาเป็นสื่อกลางด้วย

[วัตถุดิบที่นายท่านใส่เข้าไปภายในเกราะกำลังระเหยไปแล้ว!] (มิสทิค)
[มันไม่ใช่แค่การระเหยปกติหรอกนะ แต่มันเป็นการถูกยูอิลฮานใช้มานาบังคังทำให้มันผสานเข้าไปเปลื่ยนแปลงภายในตัวเกราะ… แต่ถึงแบบนั้นมันก็ยังน่าขยะแขยง]

ยังไม่ใช่แค่นั้น เกราะโลหะมังกรเพลิงที่ถูกนำมาทำเป็นแม่พิมพก็ยังไม่อาจจะทนกับอุณหภูมิของโลหะเหลวและแรงกดดันจากมานาได้จนหลอมละลายลง หน้าที่ในการทำเป็นแม่พิมพ์ของเกราะใหม่ได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ว่ามันก็ยังมีคุณค่าบางอย่างอยู่เช่นกัน

“ฮึ่ม”

แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ไมยอมที่จะปล่อยคุณค่านั้นออกไปแน่ ความสามารถในการต้านทานธาตุใช้รวมไปถึงออฟชั่นที่มีอยู่อีก เขาจะไม่ปล่อยมันทิ้งไปแน่!

ในวินาทีที่เกราะหลอมละลาย ยูอิลฮานก็ได้นำคลื่นมานาไปกลืนกินมานาที่ออกมาจากเกราะมังกรเพลิงที่ถูกละลาย เลียร่าได้รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันทีที่เธอเห็นแสงของคลื่นมานาเปลื่ยนไปเป็นสีแดงในทันทีเหมือนกับถูกหมึกหยดเข้าใส่

[นายไม่ได้กำลังละลายมัน แต่เป็นการสกัดมัน! ฉันไม่เห็นเคยรู้เลยว่านายจะทำแบบนี้ได้…!]
“ไม่หรอก นี่มันก็แค่การฝืนพยาพยามเพื่อไม่ยอมปล่อยให้เสียออฟชั่นของเกราะไปเท่านั้นแหละ”

เมื่อได้ผ่านกระบวนการที่น่าเบื่อและกระบวนการที่น่าตื่นตามา ตัวเกราะก็ได้ถูกขึ้นรูปมาแล้ว แต่ยังไงก็ตามกระบวนการสร้างของมันเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้นเอง!

จุดที่เดิมมีเกราะมังกรเพลิงอยู่ได้ถูกแทนที่ด้วยเกราะโลหะบางๆที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ในตอนที่มานาที่แข็งแกร่งจากหินพลังเวทย์คลาส 5 ได้เข้าไปภายในเกราะนั้น โลหะสีขาวที่เพิ่งจะขึ้นรูปได้มาก็เริ่มที่จะเกิดเสียงดังออกมาและเริ่มการเปลื่ยนแปลงไปตลอดเวลา ฉากๆนี้ต่อให้เห็นต่อหน้าต่อตาก็ยังไม่อยากจะมีใครเชื่อเลย

[ว้าว การทำอุปกรณ์ทุกอย่างเป็นแบบนี้นี่เอง] (มิสทิค)
[มันไม่มีทางใช่แน่นอน] (เลียร่า)

มานาส่วนหนึ่งก็ได้กลายมาเป็นทั่งที่รองรับเกราะเอาไว้ ในขณะเดียวกันอีกส่วนหนึ่งก็แปลงมาเป็นรูปร่างค้อนที่กำลังทุบขึ้นรูปเกราะ นี่มันยังเป็นช่างตีเหล็กอยู่อีกหรอ? เลียร่าได้แค่มองภาพๆนี้โดยที่ไม่อาจจะหาคำพูดอะไรออกมาได้เลย

[ว้าว…]

กระแสมานารุนแรงที่ดูเหมือนจะระเบิดได้ตลอดเวลาได้ค่อยๆลดระดับความแข็งแกร่งลง มันได้ถูกเกราะที่กำลังสร้างรูปร่างอยู่ดูดซับไปเองอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่นานนักเกราะก็ได้แข็งตัวโดยสมบูรณ์ และไม่ได้เกิดการเปลื่ยนแปลงใดๆขึ้นอีก

“ฮึ่ม”

ยังไงก็ตามวินาทีที่สำคัญจริงๆเพิ่งจะเริ่มขึ้นนับจากนี้ ยูอิลฮานได้ตั้งสมาธิอย่างมาก จนถึงตอนนี้ไม่ว่าความผิดพลาดใดๆที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลให้รูปลักษณ์ภายเกราะเปลื่ยนแปลงไป แต่นับจากนี้ไปไม่ว่าความผิดพลาดใดๆที่เกิดขึ้นจะทำให้กระบวนการทั้งหมดที่ทำมาเกิดความล้มเหลวขึ้น

เขาได้รวบรวมมานาที่มีความเข้มข้นในตอนนี้มาไว้ในจุดเดียวและดึงยืดให้เป็นเส้นด้ายสีแดงบางๆ ความเข้มข้นทางมานาของเส้นด้ายนี้สูงมากพอที่จะฆ่ามอนสเตอร์ธรรมดาไม่ว่าตัวใดๆตายได้ในครั้งเดียวได้เลย

[นี่นายไม่ได้กำลังจะทำหัตถกรรมมานานี่!]
“แล้วฉันบอกเธอแบบนั้นตอนไหนล่ะ? นี่ไม่ใช่ทั้งการตีเหล็กและไม่ใช่ทั้งหัตถกรรมมานา นับจากนี้ไปช่วยลดเสียงเธอลงด้วยนะ”

ยูอิลฮานได้เตือนเลียร่าออกมา จากนั้นหลับก็หลับตาลงสนิทและลูบลงไปบนพื้นผิวของเกราะที่ในตอนนี้ได้เย็นของมานิดนึงเพื่อที่จะตรวจสอบดูรอยสลักที่เขาได้สลักไปในกระบวนการก่อนหน้านี้

การสลักสมบูรณ์แบบแล้ว ในตอนนี้มันถึงเวลาที่จะเติมเต็มรอยสลักแล้ว! ใช่แล้วการฝังมานาที่บริสุทธิ์ลงไปภายในรอยสลักคือกระบวนการสุดท้าย

การฝังมานาลงไปในรอยสลักเป็นแนวคิดที่บ้ามากๆ สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำก็จะหัวเราะเขาเพราะพวกเขาไม่อาจจะแยกระหว่างสสารกับสิ่งที่ไม่ใช่สสาร ส่วนสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็จะหัวเราะเขาและถามเขาว่าทำไมถึงตอนฝังมานาลงไปบนพื้นที่เล็กๆแบบนั้นด้วย

ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่สนว่าคนอื่นจะคิดยังไง ในฐานะผู้โดดเดี่ยวแล้ว เขาไม่สนว่าสิ่งที่เขาทำจะถูกในสายตาใครหรือเปล่า เขาทำมันก็เพราะแค่ว่าเขาคิดว่ามันถูกเท่านั้นเอง

[นายท่านเป็นสิ่งมีชีวิตคลาส 3 ที่ต่ำต้อยจริงๆน่ะเหรอ?]
[ชู่ววว]

ยูอิลฮานได้คำนวนถึงความหนาแน่นและความหนาของเส้นด้ายมานาสีแดงมาอย่างสมบูรณ์แล้ว และเขาได้เริ่มการเติมเต็มรอยสลักที่อยู่บนเกราะของเขา มานาได้เรืองแสงขึ้นมาถูกดูดเข้าไปในรอยสลักที่มีอยู่ราวกับพวกมันกำลังกลับสู่บ้าน และในตอนนี้เองระดับชั้นของเกราะได้ถูกยกระดับขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เพียงหลังจากมีการฝังมานาสีแดงลงไปในเกราะแล้ว ตัวเกราะเริ่มมีชีวิตขึ้นมาและเริ่มที่จะหายใจ

หากป้อมปราการลอยฟ้าพิฆาติคือผลงานชิ้นเอกที่ดึงเอาทุกๆอย่างของยูอิลฮานมาสร้างขึ้นมาในขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ถ้างั้นเกราะตัวนี้ก็พูดได้เลยว่าเป็นขั้วตรงความกัน เขาได้ทำการใช้ทุกๆวิธีการบีบอัดทุกๆอย่างที่มีลงไปในขนาดที่เล็กที่สุด

ตัวเกราะไม่ได้มีความยิ่งใหญ่มโหฬาร แต่ว่ามันมีความลึกลับและสวยงามที่ไม่แพ้ป้อมปราการลอยฟ้าเลย

“ฮ่าห์ ฟู่…”
[อ๊า เท่จัง…]
[แล้วใครกันนะที่บอกให้ฉันเงียบๆ…]
[ชู่ววว]

ด้ายสีแสงได้ถูกจาลึกลงไปในส่วนต่างๆของเกราะสีขาวบริสุทธิ์ไม่ว่าจะเป็นทั้งในจุดที่มองเห็นและมองไม่เห็น ความหนาแน่นของมานาได้ลดลงไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว เส้นบนเกราะก็ยังส่องแสงกว่างออกมา ระหว่างกระบวนการนี้แสงได้เจิดจ้ามากยิ่งๆขึ้น แต่สายตาของยูอิลฮานยังคงปิดสนิททำให้เขาไม่ได้รับผลอะไรเลย

นับตั้งแต่กระบวนการเหล่านี้เวลาได้ผันผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่มีใครรู้ และเมื่อยูอิลฮานรู้สึกได้ว่าในตอนนี้มือของเขาได้แตะลงไปที่บนสุดของหมวกก็ได้ถอนหายใจที่หนักหน่วงออกมา

“ฟู่วววว”

ตอนนี้กลุ่มก้อนมานาที่น่ากลัวได้หายไปหมดแล้ว มานาพวกนั้นได้เข้าไปอยู่บนตัวเกราะแล้ว บนตัวเกราะนับตั้งแต่รองเท้าไปจนหมวกต่างก็ถูกสลักเป็นเส้นสีแดงที่ดูเหมือนเส้นเลือดของมนุษย์ที่อยู่บนตัวเกราะได้ให้ความรู้สึกน่ากลัว และในเวลาเดียวกันก็สวยงามแปลกๆ

[จบแล้วหรอ?]

เลียร่าได้ถามอย่างระมัดระวัง ยูอิลฮานดูจะลังเลอยู่นิดๆแต่แล้วเขาก็หยักหน้าออกมา

“สำหรับตอนนี้ล่ะก็ใช่”

ในวินาทีที่ยูอิลฮานได้ประกาศออกมาได้จบการสร้างแล้ว ตัวเกราะได้ส่องแสงออกมาอีกครั้งหนึ่ง ภายในแสงนี้ก็มีข้อความใหม่โผล่ขึ้นมาที่ม่านตัวของยูอิลฮาน

[ร่างมังกรเพลิงได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว]

[ร่างมังกรเพลิง]
[ระดับ – กึ่งเทพ]
[พลังป้องกัน – 15,000]
[ความทนทาน – 2,000,000/2,000,000]
[เงื่อนไขการใช้งาน – มีความต้านทานธาตุไฟมากกว่า 100% ขึ้นไป]
[ออฟชั่น –
1.ความต้านทานและพลังโจมตีที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟเพิ่มขึ้น 100%
2.สามารถเปลื่ยนรูปร่างของเกราะได้ตามต้องการ และการใช้เกราะโจมตีจะมีพลังโจมตีเท่ากับพลังป้องกันของเกราะ 70%
3.ความสามารถสกิลประเภทการต่อสู้ทางร่างกายทั้งหมดเพิ่มขึ้น 30%
4.ความสามารถสกิลประเภทการฟื้นฟูทั้งหมดเพิ่มขึ้น 50%
5.ดูดซับและวิเคราะห์อาวุธและชุดเกราะก่อนที่จะปล่อยออกมา
6.สร้างมานาธาตุไฟได้อย่างไม่สิ้นสุดและเก็บเอาไว้ มานาที่เก็ฐเอาไว้สามารถจะปล่อยออกมาเพื่อทำการโจมตี และนำไปเสริมพลังให้กับความสามารถเกี่ยวข้องกับไฟได้]
[หนึ่งในปาฏิหาริย์ที่ถูกช่างตีเหล็กผู้สร้างตำนานสร้างขึ้น นี่คือผลงานชิ้นเอกที่ทุกคนที่ใช้พลังไฟต่างก็ยอมขายวิญญาณเพื่อได้รับมันมา ตัวเกราะเองก็สุดยอดอยู่แล้ว แต่ว่ามันก็ยังมีรอยจารึกที่ไม่อาจจะตีความได้อยู่อีกมาก]

“นี่มันคือระดับกึ่งเทพ”

หลังจากยูอิลฮานได้มองไปที่ชุดเกราะและพึมพัมออกมา เลียร่าก็ได้ตอบกลับมาราวกับว่านี่ก็ไม่ได้แปลกอะไรมาก

[ใช่แล้ว งั้นนายก็ได้สร้างของระดับเทพเจ้ามาแล้วนี่ งั้นระดับกึ่งเทพก็ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆกับนายเลยไม่ใช่หรอ?]
“ไม่หรอก ถีงมันจะยังดูเหมือนจะอยู่เหนือกว่าระดับโกลาหล แต่ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นระดับเทพเจ้า”
[ทำไมล่ะ?]
“ก็เพราะว่ามันยังไม่สมบูรณ์ไงล่ะ แค่มองดูออฟชั่นพวกนั้นเธอก็น่าจะรู้สึกได้ใช่ไหมล่ะ?”
[ส่วนที่พูดถึงการดูดซับอาวุธกับชุดเกราะไปทำการวิเคราะห์แล้วปล่อยคืนมางั้นหรอ?]
“นั่นมันก็ด้วย แต่ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือออฟชั่นที่ 6 น่ะ”

แม้ว่าเลียร่าจะมองผ่านหน้าต่างข้อมูลที่เหมือนกันแต่เธอก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี เธอได้คิดว่าเธอควรจะตอบกลับไปในสถานการณ์แบบนี้ดีไหม แต่แล้วเธอก็เลือกที่จะเงียบต่อไป

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานที่ไม่เคยคิดถึงเลยว่าเธอจะรู้สึกยังไงก็เรียกคู่หูของเขาออกมาเพื่อทำให้เกราะเสร็จสมบูรณ์ ก่อนที่จะใส่เกราะลงไป

“โอโรจิ”
[นายท่านเรียกข้าทำไม?]

โอโรจิได้ตอบกลับไปราวกับว่าในตอนนี้เขากำลังรำคาญในทุกๆอย่างบนโลกตอนนี้ บางทีอาจจะเพราะเมื่อเร็วๆนี้เขาเพิ่งจะได้รับศัตรูที่แข็งแกร่งมาก็ได้ ยูอิลฮานที่เข้าใจในสิ่งที่โอโรจิรู้สึกได้หัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น

“ถึงเวลาย้ายบ้านใหม่ให้นายแล้ว”
[บ้านใหม่…? ไปเกราะนั่นงั้นหรอ?]

โอโรจิได้ตะโกนออกมาอย่างตกใจ มันได้คิดว่ายูอิลฮานพยายามทั้งหมดนี่เพื่อที่จะสร้างบ้านใหม่ให้เขางั้นหรอ? ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้เพิ่มเงื่อนไขเข้ามา

“จิตวิญญาณของพวกปีศาจข้างในนั้นตอนนี้มีกี่ดวงกันล่ะ?”
[ข้าคิดว่าประมาณ 3 แสนดวงล่ะมั้ง?]
“ถ้านายกินพวกมันได้ทั้งหมดฉันจะย้ายบ้านให้นาย”
[…]

โอโรจิได้เงียบไปครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ยังตอบกลับออกมา

[ข้าจะลองดู]
“เมื่อไหร่ล่ะ?”
[ตอนนี้เลย]
“เยี่ยม”

โอโรจิได้ออกมาจากหอกมังกรและเข้าไปภายใน ‘มิติ’ ที่ยูอิลฮานได้เก็บจิตวิญญาณทั้งหมดเอาไว้ในทันที

มิสทิคที่ได้เข้าไปในมิตินั่นอยู่พักหนึ่งได้กลับออกมาและพูดขึ้น

[มีพวกแปลกๆอยู่ข้างในนั้นด้วยงั้นหรอ? ฉันคิดว่ามันคงยากมากๆที่เจ้านั่นจะเอาชนะพวกนั้นได้]
“แต่ว่าในตอนนี้ จิตวิญญาณดวงอื่นๆก็น่าจะหดตัวถอยหลังจากการปรากฏตัวของเธอแล้ว ไม่ว่าพวกนั้นจะแข็งแกร่งยังไงแต่พวกนั้นก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอยู่ดี เบื้องหน้าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงพวกนั้นก็ไม่ต่างจากมดหรอก”

การได้ยินคนที่เป็นคลาส 3 แล้วไปฆ่าคลาส 5 มาพูดแบบนี้ แล้วยิ่งมิสทิคยังเป็นคนๆนั้นที่เป็นคลาส 5 ถูกคลาส 3 ฆ่าได้ทำให้เธอโกรธขึ้้นมาทันที แต่ยูอิลฮานก็ยังไม่ได้สนใจเธอเลย เขายังคงอธิบายต่อไป

“นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกำลังเล็งเอาไว้ แล้วก็นอกจากนี้หลังจากโอโรจิได้กินพวกนั้นซักตัวหรือสองตัว โอโรจิก็จะพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว”

ยิ่งไปกว่านั้นโอโรจิยังมีพิ้นที่ปลอดภัยที่หลบหนีออกมาได้ตลอดนั่นก็คือหอกมังกรแปดหาง ส่วนพวกจิตวิญญาณอื่นๆไม่อาจจะหลบออกาจากพวกที่นั้นได้เลย

[กรรร กรรร ฉันเกือบจะกินสำเร็จได้ทั้งดวงหนึ่งแล้ว]
“พยายามเข้าโอโรจิ!”
[ให้ตายสิ!]

อย่างที่เขาคิดเอาไว้เลย โอโรจิได้ใช้ข้อได้เปรียบนี้ทำการโจมตีแบบกองโจรจนกินดวงจิตวิญญาณของปีศาจได้สำเร็จนเวลา 15 วินาที นี่คือสัญญาณของการโต้กลับของโอโรจิแล้ว

[กรรรรรรรรร!]
[ก๊าซซซซซซซ!]

ระหว่างยูอิลฮานขัดชุเกราะร่างมังกรเพลิงของเขาจนเงา ทำความสะอาดที่ทำงาน และคุยกับเลียร่าและมิสทิคเพื่อให้สนิทกันมากขึ้น เขาก็เฝ้าดูการต่อสู้ในหัวเขาไปด้วย

และแบบนั้นหลังจากเวลา 30 นาทีได้ผ่านไปโอโรจิก็ได้ย้อนกลับมา

[ข้า… จัดการพวกนั้นหมดแล้ว อ๊า]

พอได้ยินโอโรจิที่ในตอนนี้แข็งแกร่งกว่าแต่ก่อนอย่างไม่น่าเชื่อตอบกลับมาแล้วก็ได้ทำให้ยูอิลฮานสงสัยว่าโอโรจิจะยังเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอยู่ไหม

เขาได้หยักหน้าให้โอโรจิอย่างพอใจและเปิดใช้งานสกิลของเขา ด้วยความเชี่ยวชาญในสกิลเอนชานท์วิญญาณของเขาทำให้เขาได้ย้ายร่างของโอโรจิเข้าไปในเกราะร่างมังกรอย่างง่ายดาย

[ร่างมังกรเพลิงนรกได้เสร็จสมบูรณ์]

พอตรวจดูข้อมูลบนอาร์ติแฟคแล้วก็ยังคงอยู่ในระดับกึ่งเทพเช่นเดิม แต่ว่าข้อมูลภายในดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย จากนั้นยูอิลฮานได้แทงหอกมังกรแปดหางเข้าไปในเกราะทันที

เมื่อเห็นเกราะกำลังเรืองแสงดูดซับหอกลงไป เลียร่าก็ได้ร้องออกมา แต่ยูอิลฮานก็แค่สงเสียงขึ้นจมูกและเปิดช่องเก็บของของเขาต่อ

“โอโรจิได้เวลาอาหารแล้ว!”
[ข้าอิ่มแล้ว!]

ในวันนี้ยูอิลฮานได้เทของที่อยู่ในช่องเก็บของของเขาลงไปในชุดเกราะร่างมังกรเพลิงนรก

นี่คือการสร้างอาวุธรูปแบบหนึ่งของยูอิลฮาน

คะแนน 4.4
กรุณารอสักครู่...