ในช่วงกลางคืนของเมืองเมืองหนึ่งมีการจราจรหนาแน่นบนท้องถนน คืนนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะเพลิดเพลินไปกับแสงสี

 

ซู่เซียวนั่งอยู่ที่ระเบียงชั้นสองของบ้านหลังหนึ่ง สายลมที่พัดผ่านมาทำให้เขารู้สึกเย็นวูบ

 

ซู่เซียวสวมหมวกและเสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ไว้เพื่อที่จะซ่อนร่างของเขาอยู่ภายใต้ความมืดมิดในยามค่ำคืน

 

การที่ต้องใส่เสื้อฮู้ดแม้จะใส่ในเวลากลางคืนแบบนี้มันก็จะยังทำให้คุณรู้สึกร้อนอบอ้าว แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เขาได้เผชิญมา มันกลายเป็นแค่เรื่องเล็กๆเรื่องหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้เขารออยู่ในความมืดมิดนี้มาสองชั่วโมงแล้ว

 

ในวัยนี้ของซู่เซียว เขาควรจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในวิทยาลัยที่แสนสุข แต่เขาในตอนนี้กำลังเรียนรู้ความรู้อื่น ๆ เช่นการวิเคราะห์ร่างกายของมนุษย์ การต่อสู้ และอื่น ๆ เพียงเพราะความแค้นที่อยู่ในหัวใจของเขา

 

หลังจากรอมานานในที่สุดก็จะได้เริ่มเสียที

 

หลังจากรอมาสองชั่วโมง ก็มีรถหรูสีดำคันหนึ่งขับมาอย่างช้าๆและเข้าไปในโรงจอดรถ ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดับลงแล้วประตูรถก็เปิดออก จากนั้นไม่นานก็มีชายวัยกลางคนที่กำลังเมาเดินออกมากจากรถหรูคันนั้น

 

เพราะการดื่มมากเกินไปทำให้ชายวัยกลางคนคนนั้นเดินเซไปเซมา

 

ซู่เซียวที่กำลังแอบอยู่ที่ระเบียงชั้นสองได้เอาดาบมาถือไว้ที่ข้างๆตัวของเขา มันมีใบมีดที่ยาวและมีสีดำซึ่งทำให้มองเห็นได้ยากในตอนกลางคืน

 

เขากระโดดลงมาจากระเบียงชั้นสองที่สูงจากพื้น 5 เมตร ซู่เซี่ยวใช้มือจับท่อเหล็กที่อยู่ติดกำแพงของบ้านขณะกระโดดลงมาเพื่อลดความเร็วในการตกลงมา

 

และแล้วเขาก็ลงมาถึงที่พื้นได้อย่างราบรื่น ขณะนี้ซู่เซียวยืนอยู่ตรงหน้าศัตรูของเขาแล้วและเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆทั้งสิ้น ดาบยาวที่อยู่ในมือของซู่เซียวตัดผ่านอากาศและทำให้เกิดเสียงที่น่ากลัว เขาฟันคอของศัตรูของเขาในทันทีและเลือดก็พุ่งกระฉูดออกมาจากเส้นเลือดใหญ่ที่คอ แม้ว่าซู่เซียวจะพยายามหลบเลือดที่พุ่งออกมาแต่ทั้งเสื้อและมือของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยเลือด

 

ศัตรูของเขานั้นกำลังเมาจึงไม่รู็ตัวเลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็ล้มลงไปกองกับพื้น

 

ความรู้สึกนี้คงจะคล้ายกับความตายสินะ ซู่เสี่ยววิ่งไปที่ถนนที่มีคนเดินอยู่เล็กน้อยและในเวลาเดียวกันเขาก็จ้องมองไปที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่แต่งตัวเต็มยศ (โดนดักฆ่าซะเองเฉยเลย)

 

แม้ว่าเขาจะฆ่าคนแต่ก็ไม่ได้เดินเข้าไปฆ่าตรงๆ เขาได้ปกปิดรูปร่างหน้าตาของเขาไว้เป็นอย่างดี

 

ในช่วงเวลาต่อมาเขาก็รู้สึกเย็นวูบและขนหัวลุก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอาปืนออกจากซองเก็บปืน มันเป็นปืนพกสีดำและมันใส่ที่เก็บเสียงไว้

 

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมีไปปืนได้อย่างไรกัน แต่ซู่เซียวก็ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะคิดอย่างรอบคอบ

 

มีบ้านอยู่ตรงหน้าเขาในขณะที่ระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับเขานั้นห่างกันประมาณ 20 เมตร ถ้าเขาเลือกที่จะวิ่งหลักฐานที่เขาฆ่าคนก็จะถูกเปิดเผยและเขาจะกลายเป็นเป้าหมายที่จะต้องถูกตามล่าไปตลอดชีวิต

 

ซู่เสี่ยวเลือกที่จะแก้ปัญหาอย่างอันตรายแทนที่จะวิ่งนี ดังนั้นเขาจึงวิ่งไปหาชายผู้นั้นโดยวิ่งซิกแซ็กไปมาเหมือนตัว S เพื่อลดโอกาสที่จะถูกยิง

 

“ ชิ้ว ชิ้ว … ” (เสียงปืนที่ใส่ที่เก็บเสียง)

เสียงปืนดังขึ้นสองครั้งเมื่อมันถูกเหนี่ยวไกยิงไปหาซู่เซียว

ซู่เซียวรู้สึกแปลก ๆ เมื่อเขาวิ่งไปได้แค่ 5 เมตร จากนั้นไม่นานเขาก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่มาจากหน้าอกของเขาเขารู้ว่าเขาถูกยิง แม้ว่าเขาจะพยายามแก้แค้นอยู่เรื่อยมาแต่เขาก็ไม่เคยถูกยิงมาก่อนเลยสักครั้งเดียว

 

ความรู้สึกที่ไร้หนทางรอดได้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายของเขา ซู่เซียวไม่มีความกลัวอยู่ในใจของเขาเลย แต่เขาไม่เต็มใจเลยที่จะต้องมาตายในตอนนี้

 

เพราะเขากำลังจะตายโดยที่ยังแก้แค้นไม่สำเร็จและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้เขากำลังจะถูกฆ่าโดยศัตรูนิรนาม ดังนั้นซู่เซียวจึงตบไปที่หน้าของตัวเอง

 

เขาจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการขว้างดาบยาวที่อยู่ในมือของเขา

 

ที่ผ่านมาเขาไม่เคยขว้างดาบพลาดเลยสักครั้ง หลังจากขว้างดาบออกไปมันพุ่งไปอย่างรวดเร็วในอากาศและมันปักเข้าไปที่หน้าอกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั่นอย่างน่าอัศจรรย์

 

ซู่เสี่ยวล้มลงไปบนพื้นพร้อมกับรอยยิ้ม เนื่องจากเขาได้เคลือบยาพิษเอาไว้ที่คมดาบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั่นจะต้องตายอย่างแน่นอน

 

หลังจากรู้สึกว่าหัวของเขาถูกกระแทกอย่างแรง สติของซู่เซียวเริ่มเลื่อนลาง และวิสัยทัศน์ของเขาเริ่มมองเห็นทุกอย่างเป็นสีดำ

 

ซู่เซียวได้ยินเสียงบางอย่างก่อนที่จะหมดสติ

 

“ นักล่าเอ่ย “เรนคาร์เนชั่น พาราไดซ์” ยินดีต้อนรับ”

 

{การถ่ายโอนร่างกาย}

 

{10%, 50%, 100%, การถ่ายโอนร่างกายเสร็จสมบูรณ์ ร่างกายของนักล่าได้รับบาดเจ็บกำลังรอการฟื้นตัว}

 

{จิตสำนึกของนักล่าไม่ตื่นกำลังทำการฟื้นฟู และกำลังบำรุงรักษา เวลาที่จะใช้ในบำรุงรักษาได้เสร็จสิ้นคือ 10 นาที}

 

{ … พบพรสวรรค์ของนักล่า เวลาในการเอาชีวิตรอดจะเพิ่มเป็นสองชั่วโมง}

 

มีข้อความสีน้ำเงินจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศทามกลางความมืดมิด ภายใต้ข้อความเหล่านั้น ร่างของซู่เซียวที่ถูกปกคลุมไปด้วยเลือดก็ลอยอยู่ในอากาศ

 

นิ้วของเขากระตุกและซู่เซียวก็ฟื้นขึ้นมา หลังจากที่ฟื้นขึ้นมาดูเหมือนว่าเขาจะตกใจเล็กน้อยแต่หลังจากที่จำเหตุการณ์ทกอย่างได้ เขาก็ต้องการที่ลุกขึ้นยืนในทันที

 

ในเวลาเดียวกันความเจ็บปวดจากร่างของเขาก็ส่งผลกระทบกับเขา ซู่เซียวเกือบหมดสติไปอีกครั้ง

 

เขาจึงพยายามลุกขึ้นมานั่งแทน จากนั้นเขาก็มองสภาพแวดล้อมรอบๆตัวของเขา มันมีแต่ความมืดมิดยกเว้นข้อความสีน้ำเงินที่ส่องแสงอยู่

 

{ยินดีต้อนรับนักล่าเข้าสู่ “เรนคาร์เนชั่น พาราไดซ์” }

 

ข้อความปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของซู่เซียว แต่เขาไม่ได้สนใจข้อความเลยและเริ่มตรวจสอบอาการบาดเจ็บของเขาก่อน

 

น่องของเขาเป็นแผลแหวะ เนื้อแผลนั้นแหวกออก

 

ซู่เซียวทำหน้านิ่งไม่ได้ตกใจอะไรเมื่อเขาเห็นภาพที่นองเลือดแบบนี้ เพราะเขาเคยได้เห็นภาพที่โหดร้ายแบบนี้มาแล้วมากกว่าสิบครั้งดังนั้นมันจึงไม่ได้มีอิทธิพลต่อเขาเลย

 

อาการบาดเจ็บที่หน้าอกนั้นรุนแรงมากขึ้น แต่ก็ไม่มีเลือดออกมาอีกแล้ว

 

“ นี่ฉันยังไม่ตายเหรอ? ”

 

เขาคลำไปที่หน้าอกของตัวเองและรู้สึกได้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นแรง

 

{นักล่า คุณยังไม่ตาย คุณต้องการที่จะเข้าร่วม “เรนคาร์เนชั่น พาราไดซ์” ไหมมันมีทุกอย่างที่คุณต้องการ}

 

ซู่เซี่ยวสังเกตเห็นข้อความแปลก ๆ เหล่านั้นอยู่สักพักแล้ว แต่เขาไม่สนใจมันเพราะมันคือสิ่งที่เขานั้นไม่รู้จัก

 

สถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างแปลกเพราะเขาได้รับบาดเจ็บซึ่งอาการบาดเจ็บนั้นมันจะต้องฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน แต่เขายังมีชีวิตอยู่และมีตัวเลขโผล่ขึ้นมาตรงหน้าของเขาซึ่งดูเหมือนว่ามันกำลังนับถอยหลัง

 

{1:35:10}, {1: 35: 9} ….

 

1 ชั่วโมง 35 นาทีและอีก 9 วินาที ถ้าซู่เซียวเข้าใจถูก ตัวเลขเหล่านี้คือเวลาที่กำลังนับถอยหลัง

 

เวลาที่กำลังนับถอยหลังนี้ทำให้ซู่เซียวรู้สึกอะไรที่ไม่ดีเลยเพราะดูเหมือนว่าเมื่อมันนับถอยหลังไปจนเป็นศูนย์เขาจะต้องตาย

 

{นักล่าโปรดตอบกลับมาโดยเร็วที่สุดเพื่อทำสัญญา มิฉะนั้นคุณจะต้องตายหลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง 35 นาที}

 

“ ดาบของฉันล่ะ? ”

 

ซู่เซียวไม่ได้สนใจอะไรเลยทั้ง “สัญญา” หรือ “เรนคาร์เนชั่น พาราไดซ์” แต่กลับถามถึงดาบของเขาซึ่งมันเป็นของดูต่างหน้าเพียงชิ้นเดียวที่พ่อแม่ได้มอบให้เขาและมันยังเป็นดาบทางทหารจากปู่ของเขาที่ได้สืบทอดกันมาจนถึงรุ่นของเขา

 

{ไม่สามารถนำทรัพย์สินจากความเป็นจริงมาได้ในการ “กลับชาติมาเกิด” โปรดทำสัญญาโดยเร็วที่สุด}

 

ซู่เซี่ยวไม่พูดอะไร ข้อความสีน้ำเงินกำลังกระพริบบางทีอาจจะบอกเป็นนัยๆว่าไม่เคยเจอ

“นักล่า” อย่างซู่เซียวมาก่อนเลย

 

” สัญญา? แล้วฉันจะต้องให้อะไรกับคุณและฉันจะได้อะไรจากการทำสัญญา ”

 

เวลาของชีวิตกำลงลดลงเรื่อย ๆ ซู่เซี่ยวมีเวลาเหลือไม่มากนัก

 

เขารู้สึกว่ากำลังได้พบกับอะไรบางอย่าง “สิ่งเหนือธรรมชาติ” นี้อาจมีอิทธิพลต่อความต้องการของเขา

 

ซู่เสี่ยวต้องการพลังเพื่อใช้ในการแก้แค้นและ “สิ่งเหนือธรรมชาติ” ต่างๆนั้นอาจมาพร้อมกับความเสี่ยงสูงและพลังที่พิเศษในเวลาเดียวกัน


 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...
แบ่งปัน