ตอนที่แล้วTZ3 พระสงค์ประหลาด (1)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปTZ3 พระสงฆ์ประหลาด (3)

TZ3 พระสงค์ประหลาด (2)


 

ฉีเยว่หันหลังกลับไป พบพระหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังตน ห่างกันประมาณ 5 เมตร เมื่อครู่เขาไม่ได้ยินเสียงเท้า ราวกับอยู่พระรูปนี้ก็ปรากฏตัวขึ้น… ดูเหมือนพระรูปนี้จะมีอายุไล่เลี่ยกับตน ถึงหน้าตาจะไม่ได้หล่อเหลา แต่ดูเหมือนจะแผ่ออร่าที่น่าดึงดูดออกใส

 

พระรูปนั้นเดินมาข้างๆตน จ้องมองวิหารโปตาลาแล้วยิ้ม “วิหารโปตาลาสร้างอยู่บนยอดเขา ออกแบบวางทับซ้อนกันไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า… ‘พระราชวังฤดูหนาว’ สมัยก่อนเป็นที่ประชุมของนักการเมืองทิเบต ภายในวิหารโปตาลาเก็บรวบรวมวัตถุโบราณไว้มากมาย ของพวกนั้นคือสมบัติล้ำค่า มีภาพวาดกว่า 2500 ภาพ เจดีย์นับพัน รูปปั้นนับหมื่น มีรางวัลจากจักรพรรดิฉิง หนังสือโลหะและหนังสือทองคำ เงินและทองจำนวนมหาศาล สมบัติทั้งหมดที่อยู่ในวิหารโปตาลาถือว่าล้ำค่าจนหาที่เปรียบไม่ได้”

 

เมื่อได้ฟังคำบอกเล่า ฉีเยว่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ท่านกำลังจะบอกว่า ที่นั่นมีสมบัติล้ำค่ามากมายใช่มั้ย?”

 

พระหนุ่มมองฉีเยว่ แม้จะด้วยสายตาที่ดูอ่อนโยน แต่ก็ทำให้ความคิดชั่วร้ายหายไป “ที่นั่นมีบางสิ่งที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้อยู่ด้วย”

 

ฉีเยว่ยิ้ม “ผมอยากไปดูที่นั่น”

 

พระหนุ่มยิ้ม “ตอนนี้หมดเวลาเข้าชมแล้ว ทำไมถึงยังอยากไปที่นั่นหล่ะ?”

 

ฉีเยว่เกาหัว “ผมไม่รู้ว่าเวลาเข้าชมคือตอนไหน พอผมลงรถไฟมา ผมก็เดินมาที่นี่ แต่พอมองเห็นวิหารโปตาลา ผมก็รู้แปลกๆอย่างบอกไม่ถูก และดูเหมือนคนที่นี่จะเคารพบูชาวิหารโปตาลามาก”

 

พระหนุ่มพูด “อาคารหลักของวิหารโปตาลาแบ่งออกเป็น พระราชวังแดง และ พระราชวังขาว... พระราชวังขาวเคยเป็นที่ทำงานของนักการเมืองอย่างที่บอกไปเมื่อครู่ ส่วนพระราชวังแดงเป็นสถานที่ของพระ มีด้วยกันทั้งหมด 5 ชั้น ส่วนที่ใหญ่ที่สุดในนั้นมีพื้นที่ถึง 725 ตารางเมตร บนผนังเต็มไปด้วยภาพวาดตกแต่ง ที่สำคัญยังมีหนังสือของจักรพรรดิเชียนหลงอยู่ด้วย”

 

เมื่อได้ฟังเรื่องเล่ามาถึงขั้นนี้ ฉีเยว่เลยรู้สึกสงสัย “ทำไมถึงเล่าเรื่องพวกนี้ให้ผมฟัง? บอกไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี ผมไปก่อนนะ”

 

พระหนุ่มยิ้ม “ในโลกนี้มีบางสิ่งให้ต้องค้นหา เหตุที่คุณไม่รู้สึกเลื่อมใสศรัทราในวิหารโปตาลา ก็เป็นเพราะจิตใจของคุณไม่บริสุทธิ์พอ และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ คุณไม่มีพุทธศาสนาในใจ”

 

ฉีเยว่พูด “จะมีหรือไม่มีพุทธศาสนา… ท่านตัดสินได้ยังไง? ท่านรู้ใจผมหรอ?”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของพระหนุ่มหายไป และพนักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่… อาตมารู้ใจคุณ ยังจำเสียงเรียกได้หรือเปล่า? ยังจำภาพในความฝันได้หรือเปล่า? ทั้งหมดนั่นนำพาให้คุณมาหาผมที่นี่”

 

เมื่อได้ยินพระหนุ่มพูดถึงความฝัน ฉีเยว่สั่นสะท้าน “ท่านเข้าไปในความฝันของผมเหรอ?”

 

“เปล่าหรอก… ตามอาตมาดีกว่า” ขณะพูด พระหนุ่มก็เดินนำทางฉีเยว่ไปถนนอีกสาย

 

ถึงฉีเยว่จะไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ ที่เขายอมตามไปเพราะพระหนุ่มพูดถึงเรื่องความฝัน เขาอยากรู้คำตอบ

 

เมื่อทั้งสองเดินไปถึงถนนสายนั้นก็มีรถรีมูซีนถึงที่ พระหนุ่มผายมือเป็นสัญลักษณ์ให้ฉีเยว่ขึ้นไปก่อน

 

“เชิญนั่ง” ก้าวอี้ภายในรถ หรูหราจนทำให้ฉีเยว่ตกตะลึง เมื่อเอนตัวนั่ง มันสบายจนเขาเกือบจะเผลอหลับไป “ที่นั่งหรู จัดเป็นที่นั่งที่สบายที่สุด มันดูไม่เหมาะกับพระเท่าไหร่… ได้ยินมาว่าพระแต่งงานและมีภรรยาได้ ผมเข้าใจถูกหรือเปล่า?”

 

พระหนุ่มพูด “ถูกแล้ว ดูเหมือนโยมจะรู้เรื่องเบาะนั่งไม่น้อย” ขณะพูด รถก็เริ่มเคลื่อนที่

 

ฉีเยว่พูดอย่างภาคภูมิ “เป็นแบบนั้นจริงด้วย… ที่ผมรู้เรื่องเบาะนั่ง เพราะผมถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ถึงเบานั่งนี่จะดูสบายและหรูหรา แต่มันยังเทียบไม่ได้กับเบาะนั่งที่ผมชอบที่สุด… ผมชอบเบานั่งของเชร็ก ถึงจะไม่ได้ดูหรูหรา แต่นั่งสบายที่สุด”

 

ไม่นานหลังจากเพลิดเพลินกับการนั่งร ฉีเยว่ก็รู้ตัวว่ารถคันนี้กำลังพาเขาออกจากลาชา “ท่านจะพาผมไปไหน? ท่านคงไม่ได้แกล้งเป็นพระแล้วพาผมไปฆ่าที่ลับตาคนหรอกใช่มั้ย?”

 

พระหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อย “ไม่หรอก โยมจ้องตาอาตมาสิ อาตมาไม่ได้มีความคิดชั่วร้ายสักหน่อย”

 

ฉีเยว่ถามด้วยความสงสัย “จริงเหรอ?”

 

พระหนุ่มตอบ “จริง… อาตมากำลังจะพาโยมไปที่ที่อาตมาอาศัยอยู่ ที่นั่นเรียกว่า ‘เมืองพุทธ’ ถึงชื่อจะฟังดูแปลก แต่ที่นั่นคือเมือง อยู่ห่างจากลาชา 270 กิโลเมตร อีก 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่นั่น หากโยมเหนื่อยก็พักก่อนเถอะ… ข้างๆโยมมีกระเป๋าอยู่ใบหนึ่ง ในนั้นมีนมแพะเผื่อโยมหิว”

 

ฉีเยว่ยิ้มและไม่ได้คิดอะไรมากนัก เขาก้มหยิบกระเป๋าขึ้นมาแล้วดื่มนมในนั้นไป ตัวเขาไม่ได้มีสิ่งของมีค่าติดตัว อย่างมากก็มีเงินอยู่หมื่นดอลล่าห์ ถ้าเกิดพระรูปนี้คิดจะขโมย ทำไมต้องลงทุนมากขนาดนี้

 

เมื่อคิดได้แบบนั้น ฉีเยว่ก็เริ่มผ่อนคลาย ถึงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปในที่แบบไหน แต่เขาก็เชื่อใจพระหนุ่มรูปนี้อย่างบอกไม่ถูก

 

นมแพะที่ฉีเยว่ดื่มเข้าไปรสชาติดี นุ่มคอ ทำให้กินเพลินจนนมเกือบจะหมดกระเป๋า ตอนนี้อากาศภายนอกและภายในรถเย็น เมื่อมีอะไรอุ่นๆลงถึงท้อง เปลือกตาฉีเยว่ก็เริ่มจะปิด ไม่นานเขาก็หลับไป

 

ไม่รู้ว่าฉีเยว่หลับไปนานเท่าไหร่ แต่ในขณะที่หลับอยู่นั้น เขารู้สึกเหมือนมีเสียงหนึ่งดังเข้ามาในความฝันเพื่อปลุกให้เขาตื่น เมื่อลืมตา เขาก็รู้สึกได้ว่ารถที่นั่งมาหยุดนิ่ง และพระหนุ่มก็กำลังมองเขาอยู่

 

“ถึงแล้วเหรอ?”

 

“ถึงแล้ว ออกมาจากรถเถอะ” พระหนุ่มพูด

 

เมื่อออกมานอกรถ อากาศที่หนาวทำให้ฉีเยว่หนาวสั่นเล็กน้อย

 

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าฉีเยว่คือวัดขนาดยักษ์ ฉีเยว่ตกตะลึง ก่อนหน้านี้พระหนุ่มบอกจะพามายังสถานที่ที่ตนเองอยู่ นั่นหมายความว่า พระหนุ่มอาศัยอยู่ที่นี่

 

พระหนุ่มนำฉีเยว่ตรงไปที่วัด แต่เมื่อไปถึงประตูวัด เขาเห็นตำรวจติดอาวุธอยู่ สรุปแล้วที่นี่คือที่ไหน? ทำไมถึงมีตำรวจติดอาวุธอยู่ที่นี่

 

เมื่อตำรวจติดอาวุธเห็นพระหนุ่ม ตำรวจโค้งคำนับด้วยความเคารพ พระหนุ่มพยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนจะพาฉีเยว่เข้าไป

 

“ที่นี่มีตำรวจติดอาวุธด้วยเหรอ? หรือวัดของท่านเกิดเหตุร้าย?” ฉีเยว่ถามด้วยความสงสัย

 

พระหนุ่มพูด “ความคิดของโยมเหมือนนิยายเลยนะ… ที่นี่คือสถานที่ท้องเที่ยวที่รัฐบาลดูแล ก็เลยมีตำรวจเฝ้าอยู่... ลืมบอกไปที่นี่มีชื่อว่า ‘วัดศักดิ์สิทธิ์”

 

ฉีเยว่รู้ได้ถึงกลิ่นอายแปลกๆที่แผ่ออกมาจากวัด แต่ไม่นาน เขาก็รู้สึกได้ว่าจิตใจของเขาเริ่มสงบ “เป็นความรู้สึกประหลาดที่ดีมาก”

 

พระหนุ่มหันมองฉีเยว่ “นั่นเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่”

 

ทั้งสองผ่านเข้าไปภายในวัด ทางขึ้นเป็นภูเขาสูง ฉีเยว่เดินขึ้นอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่พระหนุ่มกลับไม่มีอาการใดๆ...

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด