ตอนที่แล้ว75 ความลึกซึ้งของเต๋านั้นมีเอกลักษณ์และพิเศษ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป77 การคดโกงคือโรคร้าย

นิยาย Elixir Supplier

76 เราควรจะยืนหยัดต่อต้านความอยุติธรรม


 

“พี่ ผมคิดว่าพี่ควรจะหาแฟนได้แล้ว!” หวังเย้าพูดกับหวังรุ่ยหลังมื้อเย็น

 

“นายไม่ต้องมาห่วงฉันหรอก!” หวังรุ่ยขบฟัน

 

“เย้าพูดถูกแล้ว ลูกควรจะมีใครสักคนคอยดูลูก เผื่อว่าลูกเป็นบ้าขึ้นมา” จางซิวหยิงพูด

 

“แม่ แม่ช่วยพูดเรื่องของเย้าแทนที่จะเป็นเรื่องของหนูจะได้ไหม!” หวังรุ่ยพูด

 

“อย่างน้อยก็ยังมีผู้หญิงที่เหมาะจะมาเป็นแฟนของเขา แล้วลูกล่ะ? ไม่มีสักคนเดียว!” จางซิวหยิงพูด

 

“แม่พูดถูก!” หวังเย้าพูดหลังจากที่เขาดื่มน้ำลงไปแล้ว

 

หวังเย้ากลับขึ้นไปบนเนินเขาในทันทีหลังจากที่ทานมื้อค่ำเสร็จแล้ว ก่อนที่พี่สาวและแม่ของเขาจะเริ่มพูดเรื่องของเขาอีกครั้ง

 

หลังจากที่เขากลับมาที่เนินเขา เขาก็เห็นนกตัวใหญ่บินอยู่บนต้นเกาลัด มันมีผ้าพันแผลสีขาวอยู่บนปีกของมัน มันก็คืออินทรีย์ที่บาดเจ็บนั่นเอง

 

กีสสสส! อินทรีย์ส่งเสียงเมื่อมันเห็นหวังเย้า

 

ดูเหมือนว่านายจะหายดีแล้ว

 

หวังหมิงเปาขึ้นมาบนเนินเขาในตอนกลางวัน เขาดูเศร้าเล็กน้อย

 

“เกิดอะไรขึ้น?” หวังเย้าถาม

 

“ไม่มีอะไร” หวังหมิงเปาจุดบุหรี่

 

“ธุรกิจของนายมีปัญหาเหรอ?” หวังเย้าถาม

 

“เปล่า ธุรกิจกำลังไปได้สวย” หวังหมิงเปาพูด

 

“แล้วอะไรล่ะ? บอกฉันไม่ได้เหรอ?” หวังเย้าถาม

 

“ฉันกังวลเกี่ยวกับเรื่องของพ่อฉันน่ะ” หวังหมิงเปาพูดในตอนที่กำลังสูบบุหรี่ เขากังวลเกี่ยวกับพ่อของเขา แต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย ได้แต่มาระบายให้หวังเย้า เพื่อนสนิทของเขาฟัง

 

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” หวังเย้าพูด เขารู้มาว่าพ่อของหวังหมิงเปานั้นมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้ว่า การได้เป็นผู้ว่านั้นแตกต่างจากการเป็นรองผู้ว่าอย่างมาก เขาจะมีอำนาจอยู่ในมือเพิ่มขึ้น

 

“ผู้ว่าคนเดิมได้ออกจากตำแหน่งไปแล้ว แต่พ่อกลับไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง” หวังหมิงเปาพูดหลังจากที่สูดบุหรี่เข้าเต็มปอด

 

“เกิดอะไรขึ้น?” หวังเย้าถามด้วยความสงสัย

 

“มีคนถูกส่งมาที่นี่เพื่อมารับตำแหน่งผู้ว่า ฉันคิดว่ามันถูกเตรียมไว้ก่อนแล้ว”

 

“ฉันเข้าใจแล้ว” หวังเย้าตอบเสียงเบา

 

เขาอยากจะช่วย แต่ก็ไม่รู้จะช่วยยังไง เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง และไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับผู้ที่เป็นคนตัดสินใจเรื่องตำแหน่งหน้าที่ของข้าราชการท้องถิ่นเลย

 

หรือฉันจะช่วยได้?

 

เขาคิดถึงคนสองคน คนหนึ่งคือเทียนหยวนถู ที่เขาเพิ่งจะพบที่โรงแรมเฉิงฮวาตอนงานเลี้ยงรวมรุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อน เทียนหยวนถูกำลังทานอาหารอยู่กับผู้พิพากษาไต้ บางทีเขาอาจจะช่วยได้ ส่วนอีกคนก็คือกั๋วซือหรง แต่หวังเย้าไม่รู้ว่ากั๋วซือหรงนั้นจริงๆแล้วเป็นใครกันแน่ แต่เขาเชื่อว่ากั๋วซือหรงจะต้องมาจากครอบครัวที่มีอำนาจและเธอก็ติดหนี้เขาอยู่

 

“เดี๋ยวนะ ฉันโทรศัพท์แปบนึง” หวังเย้าพูด

 

หวังเย้าหยิบโทรศัพท์ออกมาและกดโทรหาเทียนหยวนถู เพื่อถามว่าเขาว่างมาเจอกันรึเปล่า เทียนหยวนถูตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล พวกเขาจึงนัดเจอกันที่โรงแรมเฉิงฮวา

 

“ฉันจะไปกินข้าวเย็นกับเพื่อน แล้วดูว่าเขาพอจะช่วยอะไรได้ไหม” หวังเย้าพูดหลังจากวางสายแล้ว

 

“เพื่อนของนายทำงานอะไร? แล้วเขาจะช่วยได้จริงๆเหรอ?” หวังหมิงเปาถาม ความจริงแล้ว หวังหมิงเปาไม่ได้คุยเรื่องการเลื่อนตำแหน่งกับพ่อของเขา แต่เขาได้ยินมาจากคนอื่นอีกที ทางการยังไม่ได้ประกาศว่าใครจะเป็นผู้ว่าคนใหม่ ซึ่งหมายความว่าพ่อของหวังหมิงเปายังมีโอกาสอยู่ นี่คือโอกาสสำคัญสำหรับครอบครัวของหวังหมิงเปา

 

“ฉันไม่แน่ใจ ลองให้ฉันได้คุยกับเขาก่อนนะ” หวังเย้าพูด เขายังไม่สามารถรับปากอะไรได้จนกว่าจะได้คุยกับเทียนหยวนถูก่อน

 

“ตกลง นายอยากให้ฉันไปด้วยไหม?” หวังหมิงเปาถาม

 

“ไม่ต้อง ฉันจะคุยกับเขาดูก่อน” หวังเย้าพูด

 

ความจริง หวังเย้าและเทียนหยวนถูนั้นเป็นแค่คนรู้จักกันเท่านั้น มันอาจจะไม่เหมาะนักที่จะคุยเกี่ยวกับประเด็นที่ละเอียดอ่อนแบบนี้กับเขา แต่หวังเย้าอยากจะลองดู เพื่อช่วยเพื่อนสนิทของเขา

 

หลังจากนั้นหวังหมิงเปาก็ได้ลงไปจากเนินเขา เขาแค่อยากระบายให้หวังเย้าฟัง เขาไม่คิดว่าหวังเย้าจะไปขอความช่วยเหลือจากคนบางคน มันทำให้หวังหมิงเปาประหลาดใจ แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากหวังเย้ามากนัก เพราะยังไง คนอย่างหวังเย้าก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์มากมายกับคนในสายงานราชการมากนัก

 

หวังเย้าขับรถเข้าไปในเมือง หลังจากที่ได้บอกพ่อกับแม่ไว้เรียบร้อยแล้ว มันเป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว ในตอนที่เขาขับรถไปถึงโรงแรมเฉิงฮวา เขาจองห้องส่วนตัวไว้ห้องหนึ่งก่อนที่จะส่งข้อความบอกกับเทียนหยวนถู ที่มาถึงหลังจากนั้นอีก 20 นาที

 

“ไฮ เย้า ทำไมอยู่ๆคุณถึงนัดผมมากินกาแฟกัน?” เทียนหยวนถูหัวเราะ

 

“ไฮ หยวนถู ผม...” หวังเย้าหลุบตาและเงียบไปครู่หนึ่ง “ผมมีเรื่องอยากจะขอให้คุณช่วยน่ะ”

 

“คุณอยากให้ผมช่วยอะไรเหรอ?” เทียนหยวนถูนั่งลงบนเก้าอี้

 

หวังเย้าจึงเล่าเรื่องการเลื่อนตำแหน่งของพ่อของหวังหมิงเปาให้กับเทียนหยวนถูฟัง

 

“บังเอิญจริงๆเลย! ผมอาจจะช่วยได้นะ” เทียนหยวนถูพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“จริงเหรอ? มีอะไรที่คุณอยากให้ผมทำไหม?” หวังเย้ารู้ว่าเขาต้องตอบแทนที่เทียนหยวนถูได้ช่วยเหลือเขา

 

“อืม คุณช่วยรักษาคนไข้คนหนึ่งให้ผมได้ไหม?” เทียนหยวนถูพูด หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง

 

“อืม...”

 

“หวังเย้ายังไม่ได้ให้คำตอบในทันที เขาถามระบบว่าเขาสามารถไปเยี่ยมคนป่วยได้ไหม แล้วคำตอบก็คือ ไม่

 

“คุณยังไม่จากเนินเขาไม่ได้เหรอ?” เทียนหยวนถูพูด

 

“คุณสามารถเอาข้อมูลการรักษาของคนไข้มาให้ผมอ่าน แล้วผมจะดูว่าผมสามารถรักษาได้หรือไม่” หวังเย้าพูด

 

“ตกลง” เทียนหยวนถูพูด

 

หลังจากที่คุยกับเทียนหยวนถูได้สักพัก หวังเย้าก็ชวนเขากินอาหารค่ำด้วยกันที่โรงแรมเฉิงฮวา เทียนหยวนถูจึงเอาบัตรวีไอพีให้กับหวังเพื่อรับส่วนลด 50% สำหรับมื้ออาหาร

 

“ผมจะคุยคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องตำแหน่งผู้ว่าให้” เทียนหยวนถูพูด

 

“ต้องขอบคุณคุณมากเลย!” หวังเย้าพูด

 

หวังเย้าขับรถกลับมาที่หมู่บ้านและกลับขึ้นไปบนเนินเขาในเวลาหนึ่งทุ่ม

 

เช้าของวันต่อมา เขาขับรถไปส่งพี่สาวของเขาไปทำงาน และแม่ของเขาก็ขึ้นมาบนเนินเขาแต่เช้าเพื่อเฝ้าแปลงสมุนไพรให้กับเขา

 

“พี่ ทำไมพี่ถึงไม่ซื้อรถไว้ใช้สักคันล่ะ?” หวังเย้าพูด

 

“ฉันไม่มีเงินซื้อ!” หวังรุ่ยพูด

 

“ผมซื้อให้ได้นะ” หวังเย้าพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ทำไมนายถึงมีเงินเหลือเยอะขนาดนี้?” หวังรุ่ยเบิกตากว้าง

 

การจารจรบนถนนนั้นติดขัดในเช้าวันจันทร์ หวังเย้าเพิ่งหัดขับรถได้ไม่นาน เขาจึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะขับไปถึงที่ทำงานของพี่สาวของเขา ระหว่างทางที่ขับกลับไปที่หมู่บ้านนั้น มีเสียงแตรบีบใส่เขาอยู่ตลอด เพราะเขาขับรถช้าเกินไป

 

หวังเย้าหยุดรถเพื่อให้คนข้ามถนน ซึ่งมีทั้งคนแก่และเด็ก

 

บูม!

 

รถที่ตามหลังมานั้นใจร้อนเกินกว่าที่จะรอ ได้เหยียบคันเร่งอย่างกะทันหัน

 

ถนนนั้นไม่ได้กว้างมากนัก และมันอันตรายเกินกว่าที่จะแซงได้ ในทันทีที่รถที่เร่งความเร็วเพื่อแซงเกือบจะชนเข้ากับคนแก่และเด็ก ก็ได้มีรถคันหนึ่งพุ่งเข้ามาชน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด