ตอนที่แล้ว73 เกลี้ยกล่อมพ่อแม่เรื่องท้องก่อนแต่ง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป75 ความลึกซึ้งของเต๋านั้นมีเอกลักษณ์และพิเศษ

นิยาย Elixir Supplier

74 พระเจ้าอวยพร


คุณสามารถจินตนาการถึงสิ่งที่หญิงสาวที่ดีคนหนึ่ง กำลังบอกให้คุณจีบสาวสวยด้วยวิธีและทางเลือกที่มากมาย และรวมถึงการมอมเหล้าแล้วพาเธอเข้าโรงแรม? เรื่องพันนี้กลับเป็นสิ่งที่หวังรุ่ยพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น

“พี่ คุณใช่พี่สาวของผมรึเปล่า? คุณไม่ได้ถูกเก็บมาเลี้ยงใช่ไหม?!” หวังเย้ากุมหน้าผากและพูด

“เลิกไร้สาระได้แล้ว! ลูกไม่อายบ้างเหรอที่พูดเรื่องแบบนี้? น่าอายจริงๆ!” จางซิวหยิงตบโต๊ะใส่หวังรุ่ย

“แม่ หนูกำลังสอนเย้าอยู่ต่างหาก เขาซื่อบื้อเกินไปแล้วยังหมกมุ่นอยู่แต่กับสมุนไพร แล้วยังไม่สนใจผู้หญิงด้วย”

“ลูกควรจะคิดเรื่องของตัวเอง นี้ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้วนะ!”

“กินข้าวกันเถอะ หนูหิวแล้ว” หวังรุ่ยเปลี่ยนประเด็นทันทีที่แม่พูดถึงเรื่องของเธอ

หลังจากนั้น หวังรุ่ยก็ได้รู้เรื่องที่หวังเย้าถูกปล้น

“ใครกัน? เขาเฝ้าดูนายมานานแล้วเหรอ?!” หวังรุ่ยถามด้วยความกังวล

“มันไม่มีอะไรหรอก เขาไม่ใช่คนในหมู่บ้าน และตอนนี้เขาก็อยู่ที่โรงพยาบาล”

เขาได้ยินเรื่องของเขาจากหวังหมิงเปา คนคนนี้เป็นคนนอกที่ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เขามักจะทำแต่เรื่องไม่ดีและยังเคยอยู่ในแก็งนักเลงด้วย เขาเคยถูกจับข้อหาชิงทรัพย์แล้วเขาก็ทำมันอีก คราวนี้เขาต้องได้รับโทษหนักขึ้น อาจถูกคุมขังสามถึงห้าปี

“เย้ายังเป็นกังฟูด้วย” จางซิวหยิงเอ่ย

“นายเป็นกังฟู จากใครเหรอ? หมอยาจีนอาวุโสสอนนายเหรอ? ไทชิ ปากวา มวยหรือหวิงชุน?” หวังรุ่ยเริ่มตื่นเต้น

หวังเย้าฝืนยิ้มออกมาและนวดขมับ บ้านมักจะวุ่นวายเสมอเมื่อพี่สาวของเขากลับมา

หลังจากมื้อค่ำ หวังเย้าอยู่ที่บ้านพูดคุยกับครอบครัวของเขา แล้วเขาก็กลับขึ้นไปบนเนินเขาคนเดียว แม้ว่าพ่อแม่หรือพี่สาวจะขอร้องก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเขาได้

สมุนไพรบนเนินเขาคือส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา

บนเนินเขานั้นเงียบสงบ ตรงกันข้ามกับที่บ้านของเขา ทั้งตอนนี้หรือว่าเมื่อก่อนเขาก็ไม่เคยคิดว่าเสียงเอะอะวุ่นวายภายในบ้านจะเป็นเรื่องที่แย่ กลับกัน มันกลับช่วยเตือนให้เขารู้ว่าเขายังมีครอบครัวอยู่และเขาไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้

หวังเย้ายังไม่เข้านอน แต่เขากลับชงชาและอ่านคัมภีร์หลักธรรมชาติใต้แสงไฟ ภายในกระท่อมที่เงียบสงัด เขาจมอยู่กับบทความ มันคือศิลปะที่หนังสือสร้างขึ้น เขาค่อยๆอ่านหนังสือ เขาใช้เวลาสองชั่วโมงไปกับการอ่าน เมื่อเขาเข้าใจคอนเซปของมัน เขาก็ค่อยๆขยับมือซ้ายแล้วความอุ่นซ่านก็กระจายไปทั่วร่างของเขา

นี้มันเป็นเรื่องที่ประหลาดมาก

เช้าของอีกวัน หวังเย้าดูแลสมุนไพรในแปลงและฝึกฝนเหมือนที่ทำเป็นประจำ เขาได้เปลี่ยนผ้าพันแผลให้กับอินทรีย์ และครั้งนี้มันไม่ได้ทำร้ายหวังเย้าเพราะเข้าใจแล้วว่าหวังเย้ากำลังช่วยมันอยู่

บาดแผลเริ่มตกสะเก็ดแล้ว มันควรจะดีขึ้นเร็วๆนี้

หวังเย้าลูบขนของอินทรีย์ราวกับว่ามันคือซานเซียน อินทรีย์จ้องเขาแต่ไม่ได้ปัดป้อง หวังเย้ายิ้มอย่างยินดี

ในตอนกลางวัน ที่บ้านได้ทำมื้ออาหารมื้อใหญ่ พวกเขาอบไก่ตัวใหญ่ที่เลี้ยงเอาไว้และแม่ของเขาก็ยังเข้าเมืองซื้อเนื้อกลับมาด้วย บนโต๊ะ หวังรุ่ยนั่งกินเนื้ออย่างมีความสุข บนมือและใบหน้าของเธอเลอะไปด้วยน้ำมัน เธอนั้นนับได้ว่าเป็นหญิงสาวที่หน้าตาดีคนหนึ่ง และก็ยังนับได้ว่าเป็นผู้อพยพที่หิวโหยได้อีกด้วย

“พี่ พี่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองยังไงเหรอ? หรือทำตัวเรื่อยเปื่อย?” หวังเย้าถามด้วยรอยยิ้ม

“ฉันขี้เกียจมาก และร้านอาหารก็สกปรก ดังนั้นฉัน...”

“ช้าๆหน่อย ไม่มีใครมาแย่งอาหารของลูกหรอก!” จางซิวหยิงพูด “เด็กอะไรทำไมถึงได้กินเนื้อเยอะขนาดนี้”

“หนูชอบเนื้อ แต่ความอ้วนนั้นไม่ชอบหนู” หวังรุ่ยพูด

ทั้งครอบครัวมีแต่ความสุข หวังเย้าได้ดื่มไวน์กับพ่อของเขา มันคือไวน์เหมาไทที่เทียนหยวนถูให้มา มันมีรสชาติที่ดีมาก เพราะมันคือไวน์ที่ดีที่สุดของประเทศ แต่หวังเย้าไม่คิดแบบนั้น เขาคิดว่าชาดำนั้นดีกว่า แต่พ่อของเขาชอบมันมาก

ในตอนกลางวัน หวังเย้ากำหนดจุดไว้บนเนินเขาและวาดแผนผังอยู่ในกระท่อม เขาพร้อมที่จะขยายแปลงสมุนไพรของเขาแล้ว แต่สิ่งแรกที่ต้องทำคือการสร้างองค์ประกอบห้าเส้นให้ใหญ่ขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่พึงประสงค์

“ตอนนี้พื้นดินแข็งเกินไป ดังนั้นฉันควรจะเริ่มปลูกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ”

ด้วยเวลาที่กระชั้นชิด เขาจะต้องวางแผนให้ดีว่าจะปลูกอะไรไว้ตรงไหน เช่นประเภทของต้นไม้ ไม้ที่ให้ร่มเงาและไม้ทรงพุ่ม และ สมุนไพร ทั้งหมดนี้จะต้องวางแผนอย่างระมัดระวัง จึงต้องใช่เวลาพอสมควร

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้รีบอะไร

ภารกิจนั้นระบบให้มาแบบสุ่ม ดังนั้นบทลงโทษจึงไม่เลวร้ายมากนักถ้าเกิดเขาล้มเหลว

ทำงานยุ่งมาทั้งวัน หวังเย้าก็กลับบ้านไปกินข้าวกับครอบครัว พวกเขาพูดคุยกัน ชีวิตมันดีจริงๆ

วันต่อมาเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

มันเป็นเวลา 10โมงเช้าและหวังรุ่ยก็ขึ้นไปบนเนินเขา ในเวลานี้ หวังเย้าไปทำงานของเขาจนเกือบเสร็จหมดแล้ว เขาชงชาและอ่านหนังสือ มันคือช่วงเวลาพักผ่อนของเขา

“เย้า ฉันนับถือนายจริงๆ” หวังรุ่ยพูดอย่างเคารพ “นายไม่ต้องไปทำงานและไม่ต้องสนใจคนอื่น นายไม่จำเป็นต้องติดต่อใคร มันดีมาก สำคัญคือนายยังสามารถหาเงินได้ทั้งที่นายทำแบบนี้”

“อันนี้สุดท้ายคือประเด็นสำคัญใช่ไหม?” หวังเย้ายิ้มและเสริฟชาให้กับพี่สาวของเขา

“ใช่ ฉันต้องทำงานหนักในแผนก แต่กลับได้เงินแค่สามพันหยวนต่อเดือน แต่นาย นายสามารถหาเงินได้สิบเท่าของเงินเดือนจากการขายสมุนไพร ฉันว่าพระเจ้าต้องให้นายมามากแน่ๆ!” หวังรุ่ยถอนหายใจ

“อืม ผมเห็นด้วย” หวังเย้ามองขึ้นไปบนฟ้าและยิ้ม ทำไมเขาถึงมีระบบปริศนาแบบนี้ได้กันนะ?

“ฉันจะมาทำงานกับนาย ถ้าฉันออกจากงาน”

“ไม่มีปัญหา พี่จะได้รับการดูแลเทียบเท่ากับซานเซียน”

โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง ซานเซียนเห่าเมื่อได้ยินชื่อของมัน

“นายพูดว่าอะไรนะ?” หวังรุ่ยพูดและดึงหูของหวังเย้า

“อ้าห์ โอ๊ย! โอ๊ย! มันเจ็บนะ!” หวังเย้าตะโกน

เมื่อได้แกล้งหวังเย้าแล้ว หวังรุ่ยก็เดินไปทั่วแปลงสมุนไพร

“เอ๋ นั้นอะไร?” ทันใดนั้นเธอก็พบอินทรีย์ที่บาดเจ็บ

เมื่อเธอคือคนแปลกหน้าสำหรับมัน มันจึงเตรียมต่อสู้ หวังรุ่ยหวาดกลัวและค่อยๆถอยออกมา

มันคือพระราชาแห่งท้องฟ้า

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด