ตอนที่แล้ว72 แย่งชิงและสร้างโชค
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป74 พระเจ้าอวยพร

นิยาย Elixir Supplier

73 เกลี้ยกล่อมพ่อแม่เรื่องท้องก่อนแต่ง


 

“แม่ พ่อ ทำไมถึงอยู่ที่นี่กันครับ?”

 

“ลูกเป็นยังไง? สบายดีไหม?” จางซิวหยิงถามเขาด้วยความกังวล เมื่อเธอลงจากรถแล้ว

 

หมู่บ้านนั้นไม่ได้ใหญ่มาก เรื่องเหตุการณ์ปล้นที่เกิดขึ้นนั้นได้กระจายไปทั่วหมู่บ้าน และความสัมพันธ์กับคนในหมู่บ้านของพ่อแม่ของเขานั้นก็ดีมาก จึงมีคนโทรบอกพวกเขา พวกเขาจึงมาที่นี่ทันทีที่รู้ว่าลูกชายของพวกเขาโดนปล้นและอยู่ที่สถานีตำรวจ

 

“ไม่เป็นอะไรครับ กลับบ้านกันเถอะ” หวังเย้าพูด

 

หลังจากที่สอบปากคำเสร็จทุกอย่างก็เรียบร้อย เพราะหวังเย้ามีพยานหลักฐาน เขาจึงไม่มีความผิด

 

“อย่าขึ้นไปบนเนินเขาเลย!” จางซิวหยิงกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกชายเป็นอย่างมาก

 

“ใจเย็นครับแม่ ไม่มีโจรกล้ามาปล้นหลังจากนี้อีกแล้วล่ะครับ”

 

“มันเป็นใครกัน?” หวังเฟิงฮวาถามด้วยเสียงต่ำ

 

พวกเขานั้นดีกับชาวบ้านทุกคนและเขาก็ซื่อตรงกับพวกเขา พวกเขาไม่มีศัตรูที่ไหน ดังนั้นพวกเขาจึงงุนงงกับการที่มีคนมาทำร้ายลูกชายของพวกเขา

 

“ผมไม่รู้ครับ แต่ผมคิดว่าเขาจะต้องเสียใจมากแน่นอน!” หวังเย้าพูด

 

หวังเย้าขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน ถึงแม้ว่าพ่อแม่จะเกลี้ยกล่อมไม่ให้เขาขึ้นไปก็ตาม เขาได้แสดงให้พ่อแม่เห็นว่าเขาสามารถขว้างหินโม่ที่นักกว่า 50 กิโลได้ด้วยมือเดียว

 

พ่อแม่ของเขาก็รู้สึกประหลาดใจ

 

“ใคร...ใครสอนลูกกัน?”

 

“อาจารย์คนนั้นไงครับ” หวังเย้าจึงต้องอ้างหมอยาจีนอาวุโสคนนั้นอีกครั้ง

 

“ลูกไม่ควรจะแสดงให้คนอื่นเห็น และอย่าใช้มันบ่อยๆล่ะ” หวังเฟิงฮวาพูด

 

เขาสามารถโยนหินโม่ได้ง่ายๆ ดังนั้นมันคงจะเลวร้ายมากถ้าเกิดเขาไปชกใคร!

 

“เข้าใจแล้วครับพ่อ”

 

ในตอนกลางคืน หวังเย้าขึ้นมาบนเนินเขา มันเงียบมาก

 

ไฟในกระท่อมส่องสว่างและดับลง มีเพียงเสียงลมพัดในภูเขา

 

วันต่อมา หวังเย้าใช่ชีวิตอย่างสงบเหมือนเช่นทุกวัน แต่ภายในหมู่บ้านกลับวุ่นวายด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน จากคำเล่าลือหลายๆแบบ บ้างก็ว่าหวังเย้าได้เงินจากการปลูกสมุนไพรจนทำให้คนอื่นให้ความสนใจ บ้างก็ว่ามันเป็นอุบัติเหตุและชายคนนั้นก็เมา บางคนถึงกับบอกว่าหวังเย้าเรียนกังฟูและชายร่างใหญ่ที่หนักเกือบ 100กิโลเกือบโดนเขาฆ่า เมื่อคำเล่าลือกระจายไปทั่วแล้ว และหวังเย้าก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนอีกครั้ง

 

แต่เขากลับไม่ได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้เลย และยังไม่สนใจอีกด้วย

 

เขาคิดเกี่ยวกับการปลูกสมุนไพรในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงนี้ เขาควรจะวางแผนเอาไว้

 

เขาได้รับสายในขณะที่กำลังเดินอยู่บนเนินเขา

 

“เฮ้ หมิงเปา”

 

“นายเยี่ยมมาก นายจัดการเขาได้ดี ซี่โครงหักสองซี่และมีเลือดออกที่ท้องของเขา!” หวังหมิงเปาถอนหายใจ

 

“มันเป็นเรื่องผิดพลาดน่ะ” หวังเย้าพูดความจริง เขาไม่คิดว่าหมัดของเขาจะรุนแรงขนาดนี้

 

“เขาสมควรโดนแล้ว ฉันขอให้เพื่อนของฉันเช็คประวัติของเขา เขาเคยมีคดีปล้นในช่วงสิ้นปี เขาควรจะโดนดำเนินคดีแน่นอน!” หวังหมิงเปาพูด

 

“ขอบคุณ ฉันจะเลี้ยงข้าวนายถ้านายกลับมา”

 

“โอเค”

 

เขาวุ่นวายอยู่ในแปลงสมุนไพรตลอดทั้งเช้า และเขาได้ตรวจดูสมุนไพรอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะสมุนไพรราก พวกมันมีลักษณะที่แตกต่างและเติบโตช้า ไม่เหมือนกับสมุนไพรแก้พิษและสมุนไพรดอกแสงจันทร์ หรือ ชานจิงและหวูเถิง ที่มีการเจริญเติบโตที่ช้ามากแม้ว่าจะรดน้ำด้วยน้ำแร่โบราณแล้วก็ตาม

 

เขาขับรถเข้าเมืองเพื่อไปรับพี่สาวของเขาในตอนกลางวัน

 

“เห้อ ฉันเหนื่อยมากกับการที่ต้องทำงานมาทั้งอาทิตย์!” หวังรุ่ยถอนหายใจเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถ

 

“พี่เหนื่อยเหรอ? พี่ก็แค่อ่านหนังสือพิมพ์แล้วดื่มชาทุกวัน” หวังเย้ายิ้มและพูด

 

“เฮ้ หย่ามาพูดเรื่องไร้สาระนะ มีคนบางพวกที่ได้เงินเดือนสูงแต่ไม่ทำอะไรเลยทั้งวัน แต่ก็ยังมีคนบางพวกที่ต้องทำงานอย่างหนัก และพี่สาวของนายก็เป็นหนึ่งในนั้น” หวังรุ่ยพูดอย่างหงุดหงิด

 

“อะไรกัน? เอาเปรียบเกินไปแล้ว!” หวังเย้าหัวเราะ ความจริงเขาก็พอจะรู้เรื่องในที่ทำงานของพี่สาวของเขาอยู่บ้าง

 

“ทำไม? ฉันไม่ได้สนิทสนมกับพวกเขาและไม่ได้เลียแข้งเลียขาหัวหน้าด้วย ดังนั้นฉันก็เป็นแค่ข้ารับใช้สำหรับพวกเขาเท่านั้นแหละ” หวังรุ่ยพูด

 

“เป็นข้ารับใช้ก็ดี พี่จะได้ไม่บินสูงจนตกลงมาบาดเจ็บสาหัส” หวังเย้าพูดเมื่อเขากำลังติดเครื่องรถ

 

“หวังรุ่ย!” ในเวลานั้น ได้มีคนเรียกเธอ

 

“เอ้ หยุดก่อน มีคนเรียกชื่อฉัน” หวังรุ่ยพูด

 

“หวังรุ่ย เธอไปส่งฉันหน่อยได้ไหม? วันนี้ฉันไม่ได้เอารถมา” คนพูดนั้นเป็นผู้หญิงที่ดูมีอายุราวๆสามปี

 

“ได้ มาสิ คุณจ้าว” หวังรุ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อร่วมงานที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับเธอ

 

“นี้เป็นน้องชายของฉันเอง ชื่อหวังเย้า นี่คือคุณจ้าว”

 

“สวัสดีครับคุณจ้าว คุณจะให้ไปส่งที่ไหนครับ?”

 

“ส่งฉันที่โรงเรียนประถมด้วยค่ะ” คุณจ้าวพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ได้เลยครับ”

 

คุณจ้าวมองไปที่หวังเย้าเงียบๆ แล้วจึงมองรถ

 

“หวังเย้า คุณทำงานที่ไหนเหรอ?”

 

“ที่บ้าน ผมทำสวนครับ” หวังเย้าพูดด้วยรอยยิ้ม

 

“ที่บ้าน?” คุณจ้าวประหลาดใจ

 

“ใช่ครับ”

 

หวังเย้าตอบและพี่สาวจ้าวก็ไม่ได้ถามอะไรเขาอีก เธอพูดคุยอยู่กับหวังรุ่ย ระยะทางไม่ได้ไกลมากและพวกเขาก็มาถึงปลายทางในเวลาไม่นาน

 

“ขอบคุณนะคะ”

 

“โอเค ลาก่อน”

 

คุณจ้าวโบกมือและมองไปที่ป้ายทะเบียนรถ—มันไม่ได้มีอะไรพิเศษ

 

ทำสวนอยู่ที่บ้านกลับสามารถซื้อรถราคาแพงได้? หวังรุ่ยต้องรวยมากแน่ๆ! เธอคิดแบบนี้เพียงเพราะดูจากรถของหวังเย้าเท่านั้น

 

“อ้า พี่สาว ผมบอกเลยว่าหลายวันมานี้ผมคิดถึงพี่มาก” หวังเย้าขับรถและถอนหายใจ

 

“เหรอ? นายกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” หวังรุ่ยพูดด้วยความประหลาดใจ

 

สุดท้าย จางซิวหยิงก็บอกหวังรุ่ยเกี่ยวกับเรื่องที่มีหญิงสาวเลี้ยงข้าวหวังเย้าในตอนที่เธอกลับมาถึงบ้านแล้ว

 

“โอ้! ฉันรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมวันนี้นายถึงดีกับฉันขนาดนี้! เธอคนนั้นเป็นยังไงบ้าง?”

 

“เธอดีมาก!” หวังเฟิงฮวาพูด

 

“ว้าว! พ่อ ถ้าพ่อบอกว่าเธอดี แสดงว่าเธอจะต้องเยี่ยมมากแน่ๆ นายจะพาเธอมาบ้านเมื่อไหร่เหรอเย้า?”

 

เห้อ หวังเย้าถอนหายใจ เขาพบว่ามันกลายเป็นเรื่องผิดพลาดที่พาพี่สาวของเขากลับมาที่บ้าน เธอไม่ได้ นอกจากเธอจะไม่ทำให้พ่อแม่เปลี่ยนประเด็นได้แล้ว เธอยังเข้าร่วมกับพวกเขาอีกด้วย เธอยังพูดเรื่องไม่เข้าท่าหลายอย่างและยังแนะนำให้หวังเย้าทำถงเว่ยท้องก่อนแต่งด้วย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด