ตอนที่แล้วตอนที่ 35 เก็บเกี่ยว
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 37 ไม่อยู่ในสายตา

ตอนที่ 36 อยากฆ่าฉู่ชิงหยุน?


"ฉู่ผิงเทียนดูเหมือนคนอย่างเจ้าจะไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา!" แววตาของฉู่ชิงหยุนปรากฏประกายแสงที่หนาวเย็นออกมาให้เห็น ตัวตลกอย่างฉู่ผิงเทียนเขาไม่ค่อยอยากสนใจมากนัก แต่อีกฝ่ายคอยลอบกัดเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

หลังจากการลอบสังหารครั้งก่อน ฉู่ผิงเทียนก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายามและพยายามปลุกระดมจอมยุทธจากเมืองอื่นมาเพื่อฆ่าเขา

ในขณะนั้น มีเสียงตะโกนดังมาจากด้านนอกถ้ำ รวมถึงเสียงกรีดร้องโอดครวญ นี่แสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเคลื่อนไหวและพยายามบุกเข้ามาในถ้ำ

"นายท่านให้ข้าเป็นคนลงมือไหม?" ปรมาจารย์พิษเหยียนพูดกับฉู่ชิงหยุนด้วยความเคารพอย่างมาก หลังจากที่อยู่ด้วยกันมานาน เขาได้ยอมรับฉู่ชิงหยุนเป็นเจ้านายแล้ว และคำว่านายท่านก็ไม่กระด้างปากของเขาอีกต่อไป

"เจ้าไปอยู่ในที่ลับตา และรอข้าให้สัญญาณก่อนแล้วค่อยลงมือ" ฉู่ชิงหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เงียบสงบ เขาเดินไปข้างหน้าและออกจากถ้ำ

เมื่อฉู่ชิงหยุนเดินออกมาจากถ้ำ การต่อสู้ได้จบลงแล้ว

ในสายตาของเขา เขาเห็นผู้คุ้มกันตระกูลฉู่มากกว่าสิบคนนอนกองอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด และร่างกายของพวกเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

ด้านหน้ามีคนมากกว่าหนึ่งร้อยคนกำลังยืนอยู่พร้อมกับอาวุธครบมือ บางคนถือดาบ บางคนสวมเสื้อเกราะ และมีสีหน้าที่โหดเหี้ยม โดยเฉพาะชายร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าสุด ดาบของเขาย้อมไปด้วยโลหิตและมีสีหน้าที่ดุร้าย

นอกจากเมืองฉู่แล้ว ยังมีอีกหลายเมืองอยู่ในเมืองซีเฟิง และเมืองเหล่านั้นถูกปกครองโดยแต่ละตระกูล

ชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด มีนามว่าหลินฉงเตาและเป็นผู้นำของตระกูลหลิน พวกเขาเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลมากพอที่จะเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองซีเฟิง

"ฉู่ชิงหยุน ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาสักที" ฉู่ผิงเทียนยืนอยู่ด้านข้างหลินฉงเตาและเริ่มเปิดปากพูด

นอกเหนือจากเขาแล้ว ยังมีผู้อาวุโสสาม ฉู่หยางและคนอื่นๆที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลฉู่ พวกเขามีมากกว่าสิบคนและกำลังจ้องมองไปที่ฉู่ชิงหยุนด้วยสายตาที่เยือกเย็น

"ข้าก็นึกว่าใครที่ไหนที่มาขวางทางข้าสักอีกที่แท้ก็เป็นกลุ่มคนเร่ร่อนนี่เอง" ฉู่ชิงหยุนพูดประชดประชัน ทำให้ฉู่ผิงเทียนและคนอื่นๆรู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

ก่อนการประชุมประจำตระกูล พวกเขาทุกคนมีสถานะสูงในตระกูลฉู่และเป็นคนที่รับผิดชอบเรื่องต่างๆมากมายภายในตระกูล

แต่เนื่องจากพวกเขาถูกฉู่ชิงหยุนขับไล่ออกจากตระกูล ทำให้พวกเขาถูกผู้คนจำนวนมากเยาะเย้ยและกลายเป็นคนเร่ร่อน

ดังนั้น คำพูดของฉู่ชิงหยุนนั้นได้จี้จุดของพวกเขา ทำให้พวกเขาไม่อาจระงับความโกรธได้!

"ถูกเด็กเหลือขอที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมด่าแบบนั้น ฉู่ผิงเทียน ข้าละอายแทนเจ้าจริงๆ" ในขณะนั้น หลินฉงเตาที่นิ่งเงียบไปเริ่มเปิดปากพูด

เขาเดินออกไปข้างหน้าและชี้ดาบไปที่หัวของฉู่ชิงหยุน และพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่ว่า "เจ้าหนู แม้ข้าจะไม่สนใจเรื่องภายในของตระกูลฉู่ แต่ฉู่ผิงเทียนนั้นยินดีที่จะแลกผลึกเพลิงวิญญาณกับชีวิตของเจ้า เจ้าจะฆ่าตัวตายเอง หรือจะให้ข้าเป็นคนช่วยสงเคราะห์ดี?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉู่หู่และคนอื่นตระหนักได้ทันที

ไม่แปลกเลยว่าทำไมถึงมีผู้คนมากมายให้ความช่วยเหลือฉู่ผิงเทียน ที่แท้มันเป็นเพราะเขายอมสละผลึกวิญญาณเพลิงทั้งหมดเพื่อแลกกับชีวิตของฉู่ชิงหยุน และสุดท้ายเขาก็จะได้กลายเป็นผู้นำตระกูลฉู่

ฉู่ชิงหยุนดูเหมือนจะคาดเดาเรื่องพวกนี้ได้ ดวงตาของเขายังคงสงบนิ่ง และจ้องมองไปที่ฝูงชนที่อยู่ด้านหลังหลินฉงเตา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า "พวกเจ้าเองก็ต้องการชีวิตของข้าด้วย?"

"ตราบใดที่พวกข้าสามารถสังหารเจ้าได้ ตระกูลไป๋ของข้าจะได้รับส่วนแบ่งยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วพวกข้าจะทิ้งโอกาสนี้ไปได้อย่างไร?"

"ชีวิตไร้ค่าของเจ้าสามารถแลกกับผลึกวิญญาณเพลิงได้ เจ้าน่าจะภาคภูมิใจกับตัวเองนะ"

"หลังจากที่เจ้าตาย ตระกูลหูของข้าจะไม่ปฏิบัติกับเจ้าอย่างเลวร้าย และจะสร้างโลงศพที่สมเกียรติกับเจ้าให้เอง"

ผู้นำตระกูลหลายคนเปิดปากพูด ตระกูลของพวกเขาไม่ได้อ่อนแอ ดังนั้นฉู่ผิงเทียนจึงมอบผลประโยชน์ให้กับพวกเขามากมายเพื่อให้พวกเขายอมร่วมมือด้วย และตอนนี้พวกเขาอยากจะรีบลงมือฆ่าฉู่ชิงหยุนให้จบสักทีจะได้ไม่เสียเวลา

ใบหน้าของฉู่หู่ดูโกรธเกรี้ยว หลังจากที่ได้ยินคนพวกนั้นพูด เมื่อหลายปีก่อน พวกเขาแบกหน้าเข้ามาเพื่อต้องการเป็นพันธมิตรกับตระกูลฉู่ แต่ตอนนี้พวกเขากลับหันคมดาบเพื่อฆ่าฉู่ชิงหยุน นี่เป็นเรื่องที่ไร้ยางอายมาก

"เอาล่ะ ข้าเข้าใจพวกเจ้าแล้ว"

ฉู่ชิงหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา และอ้าแขนพูดกับหลินฉงเตาและคนอื่นว่า "ในเมื่อพวกเจ้าต้องการสังหารข้า ถ้างั้นข้าก็จะยืนอยู่ตรงนี้พวกเจ้าสามารถเข้ามาสังหารข้าได้เลย"

"..." เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่ชิงหยุน หลินตงเตาและคนอื่นๆต่างก็รู้สึกประหลาดใจ พวกเขาคิดว่าฉู่ชิงหยุนจะต้องร้องขอความเมตตาอย่างแน่นอน แต่ไม่คิดเลยว่าฉู่ชิงหยุนจะไม่ร้องขอความเมตตาและไม่พูดโต้แย้ง แต่เชื้อเชิญให้พวกเขาเข้ามาฆ่าได้เลย

หรือว่าฉู่ชิงหยุนจะบ้าไปแล้ว?

"เข้าไปฆ่ามันเลย!" ฉู่ผิงเทียนระงับความปิติยินดีภายในใจ และปลดปล่อยจิตยุทธออกมาและเป็นคนแรกที่พุ่งออกไปโจมตีใส่ฉู่ชิงหยุน

ตุบ ตุบ ตุบ!

ขณะที่เขากำลังเคลื่อนไหว มีเสียงบางอย่างล้มลงกับพื้นดังขึ้น

ฉู่ผิงเทียนหันหน้ากลับไปมอง และเห็นหมอกควันสีม่วงที่ไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่ทุกคนที่สูดดมหมอกควันพวกนั้นเข้าไปต่างล้มลงกับพื้นและใบหน้ากลายเป็นสีม่วงดำ

ภายในหมอกควัน มีร่างของคนผู้หนึ่งเดินปรากฎตัวออกมาให้เห็นอย่างช้าๆ

"ปรมาจารย์พิษเหยียน!" เมื่อฉู่ผิงเทียนเห็น สีหน้าของเขากลายเป็นแข็งทื่อทันที และไม่เข้าใจว่าทำไมคนอย่างเขาถึงปรากฏตัวในเวลาแบบนี้

แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บใจ แต่ฉู่ผิงเทียนก็ยังคงยิ้มออกมาและแสดงความเคารพต่อปรมาจารย์พิษเหยียน "ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมาเนิ่นนาน ไม่ทราบว่าปรมาจารย์พิษเหยียนมาทำอะไรที่นี่อย่างนั้นหรือ?"

ฉู่ผิงเทียนเคยได้ยินถึงความโหดเหี้ยมของปรมาจารย์พิษเหยียนดี เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมที่สุดในเมืองซีเฟิงอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ฉู่ผิงเทียนไม่ได้รู้สึกกังวลมากนัก

เขาจะปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยเหลือฉู่ชิงหยุนได้อย่างไร?

เมื่อคิดเช่นนั้น ใบหน้าของฉู่ผิงเทียนยังคงแสดงรอยยิ้มออกมา แล้วหันสายตาไปมอง และยังคงเห็นฉู่ชิงหยุนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ในขณะที่ปรมาจารย์พิษเหยียนกำลังเดินเข้าไปหาเขา

"เป็นไปได้หรือไม่ว่าระดับพลังของฉู่ชิงหยุนต่ำเกินไป ปรมาจารย์พิษเหยียนเลยไม่โจมตีเขาในทันที?" ฉู่ผิงเทียนยังคงหลอกลวงตัวเอง

ต่อมา ภายใต้สายตาที่น่าสะพรึงกลัวของเขา ปรมาจารย์พิษเหยียนเดินไปอยู่ด้านหน้าฉู่ชิงหยุนและก้มโค้งคำนับเล็กน้อยและพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อมว่า "นายท่าน ข้าเผลอลงมือหนักไปหน่อยได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย"

ทันทีที่เสียงของปรมาจารย์พิษเหยียนหายไป สีหน้าของฉู่ผิงเทียนดูตกตะลึงมากถึงขั้นอ้าปากกว้าง ในขณะเดียวกันหลินฉงเตาและคนอื่นๆต่างก็มองหน้ากันไปมา พวกเขาเห็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อด้วยตาของตัวเอง

นายท่าน?

ปรมาจารย์พิษเหยียนเรียกฉู่ชิงหยุนว่านายท่าน นี่พวกเขาไม่ได้กำลังฝันอยู่ใช่ไหม?

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด