ตอนที่แล้วบทที่ 190 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (7) [15-08-2019]
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 192 - สรรสร้าง (1) [21-08-2019]

บทที่ 191 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (8) [18-08-2019]


บทที่ 191 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (8)”

ระหว่างที่ยูอิลฮานกำลังอยู่ในระหว่างการถูกทิงไว้บนโลกเพียงลำพังครั้งที่สอง ทางฝั่งกองทัพสวรรค์ เอิลต้าในตอนนี้กำลังฟังข่าวที่ไม่น่าเชื่อจากทูตสวรรค์คนอื่นๆ

[นี่ฉัน...ไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหมฦ]

[ไม่ เธอได้ยินถูกแล้ว]

ทูตสวรรค์คลาส 6 ทีเบร่าได้พูดออกมาอย่างเคร่งเครียด

[กองทัพสวรรค์ได้เจรจากับกองทัพจรัสแสงและกองทัพปีศาจแห่งการทำลายจนเกิดการตัดสินใจจะปล่อยวางโลกให้พวกนั้นแล้ว การที่มนุษย์โลกถูกขับไล่ออกไปในมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ก็เกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน]

[ได้ยังไงกัน!]

[นี่จะเป็นการลดการเสียสละของมนุษย์โลกให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว เธอไม่ได้รู้เลยหรอ? ฉากของมนุษยชาติเดิมทีเพิ่งจะเปิดฉากขึ้นในโลกใหม่ คนบนโลกนั้นน่ะโชคดีจะตาย พวกเขา 'ส่วนใหญ่' ไดไปที่โลกอื่นกันหมดแล้ว]

เอิลต้าได้หมดคำที่จะโต้กลับไปแล้ว

มันชัดเจนว่ากองทัพสวรรค์ได้ทำเพื่อปกป้องมนุษยชาติ แต่ยังไงก็ตามการทำแบบนั้นทำให้พวกเขาได้ขับไล่มนุษย์ทั้งหมดไปที่โลกอื่นงั้นหรอ?

ไม่สิ ไม่ใช่แค่นั้น พวกกองทัพสวรรค์ไปร่วมมือเข้ากับพวกกองทัพจรัสแสงได้ยังไงกัน? ทูตสวรรค์ก็น่าจะรู้ดีกว่าใครนี้ว่าทำไมพวกเทวดาตกสวรรค์ถึงเป็นแบบนั้น

[เด็กๆ... เกิดอะไรขึ้นกับเด็กๆที่เกิดขึ้นมาหลังจากเกิดมหาภัยพิบัติล่ะ?]

เมื่อคิดถึงยูมิลแล้วทำให้เลียร่าได้ถามออกมา ทีเบร่าได้ตอบกลับอย่างเย็นชา

[นั่นเป็นการเสียสละจำนวนน้อยที่พวกเขาต้องแบกรับ ... ใช่แล้ว เด็กๆวกนั้นอาจจะตาย]

[พวกลูกแกะที่น่าสงสารที่ยังไม่ได้ทันแม้แต่จะได้แยกแยะชั่วดีด้วยตัวเองเลย... พวกเราจะสละพวกเขางั้นหรอ? เหตุผลแค่เพราะต้องการลดการเสียสละของมนุษย์โลก...?]

[มันก็ดีกว่าการที่ผู้ใหญ่ทั้งหมดต้องตายไปเพราะการยกทัพไปที่โลกนั่นแหละน่า]

เมื่อได้ยินแบบนี้เอิลต้ารู้สึกเหมือนหัวใจเธอจะสลาย ภาพของยูมิลที่มองดูพ่อของเขาได้ย้อนกลับขึ้นมาในหัวของเธอ

แม้ว่าเธอจะไม่ได้แสดงออกมา แต่ว่าบางทียูมิลก็คือสิ่งมีชีวิตที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอ บางทีมากยิ่งกว่าตัวยูอิลฮานซะอีก ในสองปีกับอีกเก้าเดือนที่ติดกันอยู่ในโลกที่ถูกทิ้งเธอได้รับความช่วยเหลือจากยูมิลมากแค่ไหนกัน? แต่ในตอนนี้เธอกลับจะปล่อยให้เขาตาย?

[จิตวิญญาณของพวกเขาจะกำเนิดขึ้นมาเป็นชีวิตใหม่ เธอไม่ต้องเสียใจหรอกนะ นี่เป็นวัฏจักร]

[วัฏจักร...]

ใช่แล้ว การกลับชาติมาเกิด นี่คือวัฏจักรที่ไม่มีวันเปลื่ยนแปลงและยังเป็นแนวคิดที่ทูตสวรรค์ทั้งหมดเชื่อ ยังไงก็ตามนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาตัดสินสละชีวิตจำนวนพวกนั้น

ชีวิตเป็นสิ่งสวยงามก็เพราะการเติบโต และการโรยราไปตามกาลเวลา เอิลต้าไม่ชอบรับการเสียสละในรูปแบบนี้ นี่มันไม่ใช่สิ่งเทพเจ้าที่เธอเชื่อจะทำกัน

[มีความคิดเห็นแตกออกในเรื่องนี้ และเพราะแบบนี้เราได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการโดยที่ไม่ได้บอกเรื่องพวกนี้กับทูตสวรรค์ระดับล่าง ยังไงก็ตามที่ฉันบอกกับเธอก็เพราะว่าเธอกำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นคลาส 6 และเพราะเธอยังเป็นทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์ของชายที่มีชื่อว่ายูอิลฮาน]

เมื่อได้เห็นความโกรธของเอิลต้า ทีเบร่าได้เสริมขึ้นมา มันเหมือนกับว่า 'ฉันได้มอบสิทธิพิเศษให้กับเธอแล้วดังนั้นก็ยอมรับมันซะ' ยังไงก็ตามนี่ยิ่งมีแต่ทำให้เอิลต้าโกรธมากขึ้น

ถ้าเธอรู้ว่าเรื่องนี้มันจะเกิดขึ้นมา เธอก็จะไม่ดีใจในคำว่า 'คลาส 6' และบินขึ้นมาเลย! เธอจะเมินเฉยต่อทุกๆคำสั่งที่สวรรค์มอบให้และอยู่ข้างๆกับยูอิลฮานเหมือนกับที่เลียร่าทำ! เธอควรจะดูแลเด็กคนนั้น ยูมิล!

[แล้วเลียร่าล่ะ? เธอรู้เรื่องนี้ไหม?]

[เธอไม่รู้อะไรเลย เธอมีมลทินกับมนุษย์มากเกินไป เธอเอาแต่สนใจอยู่กับมนุษย์เพียงคนเดียวมากกว่าการทำงานในฐานะสมาชิกของกองทัพ... มันชัดเจนมากว่าเธอจะทำยังไงหากเธอได้ยินเรื่องนี้เข้า]

เอิลต้าก็ยังพอจะเดาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ถ้าเป็นเลียร่า เธอก็คงจะพยายามพังทั้งสวรรค์แน่ จากนั้นก็ที่โลก เธอจะไม่มีทางยอมให้ยูอิลฮานตกอยู่ในสภาพนั้น ยังไงก็ตามเอิลต้าก็อิจฉาในความกล้านั้นของเลียร่าเช่นกัน

เธอคนนั้นจะทำในสิ่งที่เธออยากจะทำโดยไม่ลังเล และนี่มันคล้ายกับยูอิลฮานมากๆ

ตอนนี้พอมามองดูแล้ว เอิลต้าคิดว่าการได้รับคลาส 6 จะได้ช่วยเหลือยูอิลฮานได้มากขึ้นและมายังสวรรค์ แต่แล้วในสภาพนี้ของเธออาจจะไม่ได้เจอเขาอีกเลยด้วยซ้ำ ยังไงก็ตามกับตัวเลียร่าเธอไม่เคยสนเหตุผลและผลอะไร ลำดับความสำคัญของงานก็ด้วย เธอคนนั้นจะอยู่กับยูอิลฮานด้วยความรู้สึกจากใจที่อยากจะอยู่กับเขา แล้วผลล่ะ? ตอนนี้เธอคนนั้นก็ได้อยู่ข้างๆเขา ไม่ได้เป็นเหมือนเธอ?

'ใช่แล้ว ทั้งสองคนเข้ากันมากๆ ต่างจากฉันที่คิดถึงทุกๆอย่างทั้งเหตุและผล ความสำคัญ และในท้ายที่สุดมันก็จบลงด้วยความล้มเหลว...'

เอิลต้ารู้สึกเกลียดตัวเธอเอง เธอรู้สึกผิดหวัง เศร้าใจและเหนือสิ่งอื่นใดเธออยากจะเจอยูอิลฮาน

[มันไม่ใช่ว่าเราไม่ยอมรับในแผนการเดินหน้าต่อ แต่ยังไงก็ตามการพัฒนาของโลกเร็วเกินไป เราคิดว่าหากเป็นแบบนี้จะเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นบนโลก...]

[แล้ว... แล้วท่าน 'เทพเจ้า' ต้องการทำแบบนี้หรอ?]

มีเพียง 'เทพเจ้า' เพียงองค์เดียวที่ทูตสวรรค์หมายถึง ทีเบร่าได้หยักหน้าโดยไม่ลังเลเมื่อเอิลต้าถามออกมา

[ใช่แล้ว เทพเจ้ายังได้พูดคุยกับหัวหน้าของกองกำลังอื่นๆในการทำแบบนี้ด้วย]

[ถ้างั้น...]

ฉันไม่มีทางเลือกแล้ว

เอิลต้าไม่อาจจะพูดส่วนท้ายออกมาได้ เธอไม่อยากจะยอมรับมัน การส่งคนบนโลกไปโลกอื่นตามความเกี่ยวข้องกันแค่เพราะ 'มันชัดเจนว่าพวกเขากำลังจะตาย?' นี่มันคือเผด็จการไม่ใช่หรอ?

เมื่อเธอคิดมาจนถึงส่วนนี้ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าสวรรค์ก็ใช้ความเผด็จการนี้มาตั้งแต่ตอนที่ส่งมนุษย์ไปโลกอื่นเป็นสิบปีตามการตกลงกันเองแล้ว

ใช่แล้ว สิ่งที่เปลื่ยนไปไม่ใช่สวรรค์ แต่เป็นตัวเอิลต้า

สายตาของเธอได้มองไปที่ทูตสวรรค์ที่อยู่ถัดไปจากทีเบร่า คนที่ยืนอยู่ก็คือสเปียร่า เธอเป็นคนที่พาทีเบร่ามา บางทีนี้อาจจะเป็นเอิลต้าคิดไปเอง แต่เอิลต้าก็หงุดหงิดมากๆ

[สเปียร่า เธอรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม?]

[มันก็ไม่นานหรอก แล้วฉันก็ไม่พอใจมากๆ ฉันไม่พอใจก็เพราะคนที่นำเรื่องแผนนี้มาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพวกคนทรยศ]

[แต่เธอก็ยอมรับ]

[มันไม่ใช่สิ่งที่จะเปลื่ยนกันได้ด้วยแค่ความคิดเห็นของฉันคนเดียว]

สเปียร่าเป็นทูตสวรรค์ระดับสูงคลาส 6 ที่ไม่มีอะไรจะต้องกลัวในโลกใบนี้ แต่ว่าในกองทัพสวรรค์ก็มีคนอื่นอีกมากที่มีพลังเทียบเท่ากับเธออยู่ ต่อให้เธอไม่เห็นด้วยก็ไม่มีอะไรเปลื่ยนไป

[และเพราะแบบนั้นฉันก็ยังอยากที่จะให้ยูอิลฮานเป็นทูตสวรรค์ให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นได้ ถ้าหากว่าประชากรของโลกได้มาเป็นทูตสวรรค์มันก็ไม่จำเป็นจะต้องเกิดสงครามขึ้นบนโลก และพวกเขาก็จะทำให้โลกนั้นเป็นอาณาเขตของสวรรค์ได้ในทันที จากการคาดเดาของฉันยูอิลฮานได้พํฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าน่าเสียดายที่มีเวลาไม่พอ... โลกในตอนนี้มัน... เกิดความคาดหมายของเราไปแล้ว]

[...ฮ่าๆ]

หลังจากได้ยินแบบนี้เอิลต้าได้แต่ขำออกมา ความสิ้นหวังที่เธอไม่ได้รู้สึกบ่อยนักนับตั้งแต่มาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ปกคลุมทั่วร่างเธอ นี่มันเหมือนกับว่าเธอได้กลายเป็นคนโง่ไปแล้วในขณะที่ทุกๆคนได้ทำตามการตัดสินใจของพวกเขาเอง

'ฉันจะทำยังไงดียูอิลฮาน? เป็นฉันเองที่คอยบอกนายเสมอให้เชื่อในกองทัพสวรรค์ และทูตสวรรค์ แต่ในตอนนี้ฉันกลับ...'

ระหว่างที่เอิลต้าได้สูญเสียความรู้สึกผิดเรื่องของยูอิลฮา ทีเบร่าได้พูดขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

[เอิลต้า เธอใกล้จะกลายมาเป็นทูตสวรรค์ระดับสูงคลาส 6 แล้วนะ ดังนั้นเธอจำเป็นต้องตัดกระบวนการคิดของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำออกไปให้หมด ในตอนที่โลกได้กลายมาเป็นโลกระดับสูงกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งหมดก็จะบุกเข้าไปที่โลกอีกครั้งหนึ่ง...]

[...ไม่]

เอิลต้าได้ส่ายหัวออกมาในความเงียบงัน ทีเบร่าได้แต่สับสนในเรื่องนี้ แต่สเปียร่ารู้ได้เลยในทันทีว่าเอิลต้ากำลังสื่อถึงอะไร

[เอิลต้านี่เธอ... เอาจริง?]

[ใช่]

เอิลต้าได้พยายามอย่างมากที่สุดในการเก็บความโกรธของเธอเอาไว้และตอบกลับไปห้วนๆ

[พลังของฉัน... มันไม่เหมาะสำหรับที่จะกลายเป็นทูตสวรรค์ระดับสูง เมื่อไหร่ที่ฉันได้ตัดสินใจที่จะกลายเป็นทูตสวรรค์ระดับสูง ฉันจะมาบอกอีกครั้งเอง]

[เอิลต้า นี่มันเป็นการตัดสินใจของพวกเราหลังจากที่ได้ตัดสินจากทั้งพลังเวทย์ รวมไปถึงความสามารถของเธอก็มากพอแล้ว... แต่ว่าถ้าคนที่ถูกเลือกมาไม่คิดแบบนั้น ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ เข้าใจแล้ว ทำตามใจเถอะ]

[อืม ฉันขอบคุณนะ]

ไม่ว่าเธอจะพยายามห้ามความโกรธของเธอมากยังไงก็ไม่อาจจะปกปิดความโกรธที่กำลังปะทุได้ ทีเบร่าก็ยังสังเกตุเห็นอารมณ์นี้ของเธอด้วย

[...เธอไม่คิดว่าบางทีเธอกำลังคิดอะไรแปลกๆงั้นหรอ?]

[เธอกำลังจะสื่อถึงอะไรแปลกๆล่ะ?]

ทีเบร่าไม่ได้ตอบกลับไปและสเปียร่าก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆอยู่ข้างๆ การเผชิญหน้ากับนของทูตสวรรค์ระดับสูงนี้ เอิลต้าได้ยอมรับมันขำๆ

[ใช่แล้ว ฉันกำลังคิดอะไรแปลกๆอยู่จริงๆ]

[เอิลต้า!?]

สเปียร่าได้ตะโกนออกมาอย่างตกตะลึง แต่ว่ามันสายเกินไปแล้ว เอิลต้าไม่อาจจะเก็บความโกรธของเธอไว้ได้อีกแล้ว และความโกรธของเธอได้พวยพุ่งออกมา คำพูดที่เธอพูดออกมามันราวกับจะกัดกระชากให้ทูตสวรรค์ระดับสูงทั้งสองคนต้องตาย

[ฉันเชื่อมั่นและยอมรับในตัวเทพเจ้า แต่ว่าฉันก็ยังไม่คิดว่าทุกๆอย่างจะเป็นไปอย่างที่เขาคิดเสมอหรอกนะ เรื่องนี้มันก็เหมือนกัน แผนนี้มีแต่จะทำให้มนุษย์โลกทั้งหมดตายและโลกก็จะพัฒนาขึ้นไปเป็นโลกระดับสูงเพียงลำพัง... แต่ว่า]

[มันก็จะเป็นแบบนั้น นี่ยังไม่ชัดอีกหรอ?]

[มันยังไม่ชัดแน่ๆล่ะ]

ดวงตาของเอิลต้าได้ส่งประกายออกมา แม้แต่เธอก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลย แต่ว่าเธอกำลังจะร้องไห้แล้วในตอนนี้

[เธอได้บอกเอาไว้ว่าโลกได้เป็นไปเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ไม่ใช่หรอ? ยังไงก็ตามมีสิ่งมีชีวิตที่อยู่เหนือกว่าที่เราคาดไว้ก่อนนั้นอีกนี่ ใช่ เธอบอกว่าคือยูอิลฮาน เขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงในสักวันหนึ่ง และปกครองทั้งโลกตามประสงค์ของเขา และจะไม่มีใครจะได้โลกนั้นไปได้!]

[นี่มันเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่ามนุษย์คนนั้นจะมีความพิเศษมากแค่ไหน คนๆนั้นก็จะไม่มีวันกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ด้วยตัวเองได้ เขาคนนั้นติดอยู่ในโลกไม่อาจจะติดต่อกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงฝ่ายใดๆได้เลยและก็ไม่มีใครอยากจะไปติดต่อเขาด้วย]

[มันมีเรื่องนี้เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อยู่สามครั้งนี่ มันก็คงไม่แปลกหรอกถ้าจะมีเพิ่มมาอีกหนึ่ง! ไม่สิ บางทีอาจจะเป็นสี่หรือเปล่านะ? มันมีความเป็นไปได้ที่คนที่เรากำลังรับใช้อยู่นี้ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดาไม่ใช่หรอ?]

[บังอาจ!]

ทีเบร่าได้ตะโกนออกมา และสเปียร่าก็ยังกระชับหอกในมือของเธอด้วยความโกรธแล้ว ยังไงก็ตามเอิลต้าได้พูดออกต่อไปต่อให้คนตรงหน้าเธอที่แข็งแกร่งนี้จะโกรธขึ้นมาแล้ว เธอพูดออกไปโดยไม่ลังเล

[เธอกำลังบอกว่าไม่มีทั้งกองทัพสวรรค์ กองทัพจรัสแสง กองทัพปีศาจแห่งการทำลาย และกลุ่มอาทิตย์อัสดงจะไม่สนใจเขา แต่ตรงกันข้ามเลย มันไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ยูอิลฮานมองหากองกำลังเหล่านี้ เป็นพวกเราเองที่เขามองว่าเป็นกลุ่มคนขี้ขลาดที่รวมกลุ่มกันเพราะกลัวการยืนหยัดเพียงลำพังต่างหาก! เขาจะกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงด้วยตัวของเขาเอง!]

[...ฉันจะสมมติว่าคำพูดนั่นไม่เคยเกิดขึ้น ดูเหมือนว่าเธอยังขาดการฝึกจิตใจอยู่นะ เธอจำเป็นใจเย็นลงหน่อย]

[ฉันเป็นแบบนี้แหละ จากนั้นฉันจะไปจากที่นี่ ฉันจะขอบคุณมากถ้าเธอไม่สนใจฉัน]

เอิลต้าจะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าจะพูดจบและเธอได้กางปีกออกมา จากนั้นก็บินออกไปก่อนที่ทูตสวรรค์ระดับสูงจะได้ทันคว้าตัวเธอไว้

'เจ้าโง่ ฉันมันโง่จริงๆ'

เธอไม่อาจจะควบคุมตัวเองได้และพูดจาดูหมิ่นออกมา แแลถถึงขนาดทำการยั่วยุตัวเธอด้วย เธอขาดคุณสมบัติที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็คิดอีกแบบหนึ่ง

'งั้น ฉันจะต้องระวังไม่ใหทำพลาดครั้งใหญ่แบบนี้อีก'

เธอคิดเกี่ยวกับยูอิลฮาน เธอเชื่อว่าเขาจะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงด้วยตัวเองและเป็นผู้ปกครองโลก ไม่สิ บางทีเธออาจจะแค่อยากจะเชื่อแบบนี้

'ฉันจำเป็นจะต้องเริ่มเตรียมตัวเดี๋ยวนี้แล้ว'

เมื่อตัดสินใจได้แล้วเธอได้กางปีกขึ้นอีกครั้ง มีแต่เธอคนเดียวที่รู้ว่าเธอกำลังไปที่ไหน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด