ตอนที่แล้วตอนที่ 10 ฉินอวี่เยียน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 12 ข้อเสนอ

ภายในห้องปรุงยา

 

ฉินอวี่เยียนกำลังถือสูตรปรุงยาที่ฉู่ชิงหยุนเป็นคนเขียน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยและยังไม่เริ่มต้นปรุงยา

 

“สัดส่วนของสมุนไพรทั้งสามชนิดแปลกมาก พวกมันทั้งหมดแตกต่างจากที่บันทึกไว้ในตำราอย่างสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่เคยเห็นวิธีการนี้มาก่อนเลย” ฉินอวี่เยียนพูดพึมพัม ยิ่งนางมองดูสูตรปรุงยาที่ฉู่ชิงหยุนเขียนมากเท่าไหร่ มันก็ยากที่จะทำใจเชื่อมากขึ้นเท่านั้น

 

ฉินอวี่เยี่ยนกลายเป็นนักปรุงยาระดับสองหลังจากที่เรียนรู้ศาสตร์ปรุงยาได้สามปี ซึ่งสะท้อนให้ถึงพรสวรรค์ที่น่าทึ่งของนางอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ในการตัดสินใจของนาง สูตรปรุงยาที่ถืออยู่ในมือดูไร้สาระมาก ถ้านางทำตามที่สูตรเขียนไว้ มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะปรุงเม็ดยาหลอมกายาได้สำเร็จ

 

“ดูเหมือนว่าอาจารย์จะพูดถูก ข้าล้มเหลวที่จะเป็นนักปรุงยาระดับสาม นั่นเป็นเพราะข้าเป็นคนที่ใจร้อนเกินไป กับอีแค่เด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพูดไม่กี่คำก็ทำให้ข้ารู้สึกสับสนแล้ว”

 

ฉินอวี่เยียนถอนหายใจเล็กน้อย นางหันหลังกลับไปและกำลังจะก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า แต่แล้วร่างของนางก็หยุดชะงักอย่างกะทันหัน

 

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ภายในจิตใจของนางแววตาที่ล้ำลึกของฉู่ชิงหยุนปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันทั้งลึกลับ บริสุทธิ์ปราศจากมนทิล

 

“ลองดูหน่อยแล้วกัน ข้าไม่อยากเสียเวลาคิดมากไปกว่านี้แล้ว” ฉินอวี่เยียนกลับไปยืนอยู่ด้านหน้าหม้อปรุงยา พลังปราณของนางไหลทะลักออกมาและกลายเป็นเปลวเพลิง ซึ่งทำให้ทั้งห้องปรุงยามีอุณหภูมิสูงขึ้นทันที

 

ในขณะเดียวกัน ด้านนอกห้องปรุงยา

 

ฉู่ชิงหยุนจัดเตรียมวัตถุดิบเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเริ่มจุดไฟ แล้วหม้อปรุงยาหกขาก็เริ่มมีควันลอยออกมา

 

เมื่ออุณหภูมิของเปลวเพลิงพอเหมาะ ฉู่ชิงหยุนรีบส่งวัตถุดิบเข้าไปในหม้อปรุงยาอย่างต่อเนื่อง วัตถุดิบทั้งหมดที่อยู่ในหม้อปรุงยาเขาควบคุมมันอย่างแม่นยำ อย่างกับว่าเขาผ่านการฝึกฝนมาหลายล้านครั้งแล้ว

 

“ศาสตร์แห่งการปรุงยา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำให้เสร็จในครั้งเดียว กระบวนการทั้งหมดของการปรุงยาไม่ได้ใช้แค่พลังงานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังใช้พลังปราณจำนวนมากด้วย เจ้าเด็กนี่ทั้งที่ยังไม่บรรลุระดับหลอมกายาขั้นสาม แต่กล้าที่จะปรุงยา ข้าไม่รู้ว่าสวรรค์หรือปฐพีกันแน่ที่ผิดเพี้ยน” นอกห้อง ฉินซานแอบมองดูการกระทำของฉู่ชิงหยุนและส่ายหัว

 

เขาเป็นถึงผู้ดูแลตำหนักร้อยสมบัติ แน่นอนว่าเขามีความรู้มากมาย และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับศาสตร์ปรุงยา

 

ในมุมมองของเขา ด้วยพลังของฉู่ชิงหยุนในปัจจุบัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลอมเม็ดยาได้สำเร็จ ทุกอย่างจะต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน!

 

เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ และความมืดเริ่มคืบคลาน แสงสว่างของดวงอาทิตย์เริ่มเลือนลางหายไป

 

ปัง!

 

ประตูห้องปรุงยาเปิดออกและฉินอวี่เยียนที่สวมชุดสีแดงก็เดินออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของนางไม่แสดงร่อยรองของความเหน็ดเหนื่อย แต่เผยให้เห็นถึงสีหน้าสงสัยและตื่นเต้นเล็กน้อย

 

“คุณหญิงเยียน ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?” ฉินซานเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าแลดูกังวล

 

เม็ดยาหลอมกายาถือเป็นเม็ดยาทั่วไป

 

ด้วยความเร็วปกติของฉินอวี่เยียนแล้ว แค่ชั่วโมงเดียวนางก็หลอมมันได้สำเร็จ

 

แต่ครั้งนี้ ฉินอวี่เหยียนใช้เวลาหนึ่งคืนเพื่อหลอมมันขึ้นมา ซึ่งทำให้ฉินซานรู้สึกกังวลเป็นอย่างมากถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉินอวี่เยียน อย่างมากแต่เขาเลย แม้กระทั่งเมืองซีเฟิงทั้งเมืองก็อาจโดนไปด้วย

 

“นั่นใช่เม็ดยาหลอมกายาหรือไม่? ทำไมถึงนานขนาดนี้?” ฉู่ชิงหยุนเดินเข้ามาและส่งเสียงหาวราวกับว่าเขาเพิ่งจะตื่น

 

เขาเงยหน้าขึ้นและลงสำรวจฉินอวี่เยียนและส่งเสียงหัวเราะออกมา “ฮ่าฮ่าฮ่า จากสีหน้าของท่านแล้ว ดูเหมือนว่าสูตรปรุงยาของข้าจะได้ผล เช่นนั้นประสิทธิภาพของมันน่าจะดีกว่าเม็ดยาที่ท่านได้หลอมขึ้นมาก่อนหน้านี้”

 

“หึ่ม!” เมื่อเห็นท่าทางอวดดีของฉู่ชิงหยุน ช่วยไม่ได้ที่ฉินอวี่เยียนจะเค้นเสียงออกมา แม้ว่านางจะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่นางก็ระงับความโกรธของตัวเองลง และวางเม็ดยาสีแดงลงบนโต๊ะ

 

เม็ดยาสีแดงที่เห็น แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นเม็ดยาหลอมกายา

 

แต่ที่น่าประหลาดใจคือ กลิ่นหอมของมันรุนแรงกว่าปกติมาก

 

ฉู่ชิงหยุนหยิบเม็ดยาหลอมกายาขึ้นมาและตรวจสอบ เขาพยักหน้า “สิ่งสกปรกภายในเม็ดเม็ดยาถูกกำจัดออกไปอย่างสมบูรณ์และเปลวเพลิงที่ใช้กำลังพอดี ส่วนประสิทธิภาพของมันน่าจะอยู่ที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ค่อนข้างดีเลยทีเดียว”

 

“ค่อนข้างดี?” สีหน้าของฉินอวี่เยียนดูแปลกใจ

 

เมื่อคืน นางรู้สึกตกใจมากเมื่อหลอมเม็ดยาหลอมกายาตามสูตรที่ได้รับมาจากฉู่ชิงหยุน

 

นางสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งแปลกปลอมภายในเม็ดยาหลอมกายาถูกกำจัดออกไปจนหมดสิ้น และมีประสิทธิภาพที่สูงมาก ซึ่งแตกต่างจากเม็ดยาหลอมกายาที่นางหลอมขึ้นมาโดยวิธีปกติอย่างเห็นได้ชัด

 

แต่ในขณะเดียวกัน นางก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมวิธีปรุงยานั่นถึงทำให้เม็ดยาหลอมกายามีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น

 

ตอนนี้ เม็ดยาหลอมกายาที่นางหลอมสำเร็จถือว่ามีประสิทธิภาพที่สูงมาก แต่มันกลับล้มเหลวในสายตาของฉู่ชิงหยุน ประสิทธิภาพของมันแค่แปดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เขายังกล้าพูดว่าค่อนข้างดี

 

แล้วฉินอวี่เยียนจะทนได้อย่างไร?

 

“ถ้างั้นข้าขอดูเม็ดยาที่เจ้าหลอมขึ้นมาหน่อย” ฉินอวี่เยียนพูดด้วยเสียงเย็นชา

 

ฉู่ชิงหยุนหัวเราะและพูดว่า “แน่นอนไม่มีปัญหา”

 

ฉู่ชิงหยุนนำขวดหยกออกมาและวางบนโต๊ะ

 

ฉินซานและฉินอวี่เยียนเดินเข้าไปดูทันที สายตาของพวกเขาจับจ้องไปที่มัน ขวดหยกนี่ไม่ได้เต็มไปด้วยเม็ดยาสีแดง แต่เป็นของเหลวสีแดงซีดและปล่อยกลิ่นเหม็นออกมา

 

“เจ้าหนู เจ้าไม่ได้หลอมเม็ดยาขึ้นมา แต่กลับสร้างน้ำที่มีกลิ่นเหม็นนี่ขึ้นมาอย่างนั้นเรอะ อย่าคิดว่าในเมืองซีเฟิง ตำหนักร้อยสมบัติของข้าจะไม่กล้าทำอะไรเจ้า!”

 

ฉู่ชิงหยุนไม่สนใจคำขู่ของฉินซานและถามฉินอวี่เยียน “ท่านคิดเห็นยังไงกับของเหลวสีแดงนี่? ท่านคิดว่าข้าสร้างขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลเหมือนกับเขาหรือไม่?”

 

“นี่มัน….” ฉินอวี่เยียนตกตะลึง คิ้วของนางขมวดเข้าหากันและพยักหน้า

 

เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉู่ชิงหยุนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

 

เขาหยิบขวดหยกขึ้นมาและพูดอธิบาย “สิ่งสำคัญของเม็ดยาคือการหลอมรวมสมุนไพรหลายชนิดเข้าด้วยกัน ดังนั้นข้าจึงสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนสามารถดูดซับมันได้ง่ายขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตราบใดที่ประสิทธิภาพของสมุนไพรถูกรวบรวมไว้ในนี้ มันก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นเม็ดยาเหมือนกัน”

 

“น้ำสีแดงที่ข้าหลอมขึ้นมามีชื่อว่า หยดเพลิงวิญญาณ มันเป็นโอสถพิเศษชนิดหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นต้องกิน เพียงแค่ใช้ทาผิวหนังเท่านั้นก็สามารถดูดซับพลังของมันได้แล้ว”

 

“ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่ข้ากำจัดสิ่งแปลกปลอมออกไปจนหมดทำให้มันมีประสิทธิภาพหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ในแง่ของประสิทธิภาพแล้ว มันมากกว่าเม็ดยาหลอมกายาที่ท่านหลอมขึ้นมาถึงสามเท่าหรืออาจมากกว่านั้น”

 

ฉู่ชิงหยุนกล่าวทุกถ้อยคำของเขาเสียงดังฟังชัด ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่แน่วแน่ของเขาเท่านั้น แต่ยังทำให้ฉินอวี่เยียนรู้สึกตกตะลึงและโกรธ ฉู่ชิงหยุนเยาะเย้ยนางอีกครั้ง โดยบอกว่าหยดวิญญาณเพลิงนี่มีประสิทธิภาพมากกว่าเม็ดยาหลอมกายาที่นางหลอมขึ้นมาก่อนหน้านี้ถึงสามเท่าหรืออาจมากกว่านั้น

 

“ข้าพูดเช่นนั้นออกมาท่านอาจไม่เชื่อ แต่ถ้าท่านไม่ลองแล้วท่านจะรู้ได้ไงว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถูกต้องไหม?” ฉู่ชิงหยุนสะบัดมือและส่งหยดวิญญาณเพลิงให้ฉินอวี่เยียนทดสอบ

 

เมื่อมองไปที่หยดวิญญาณเพลิงที่อยู่ตรงหน้าของนาง ดวงตาของฉินอวี่เยียนกระพริบไปมาดูเหมือนว่านางยังไม่อาจทำใจเชื่อได้

 

ในที่สุด นางก็กัดฟันตัวเองและเทของเหลวออกมาทาบนแขนตัวเอง

คะแนน 4.1
กรุณารอสักครู่...