ตอนที่แล้ว61 น้ำแร่จากบนเขา ข้อได้เปรียบของธรรมชาติ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป63 งานรวมรุ่น, นัดบอด

62 ชาดี

เหอฉีเชิงใช้เวลาอยู่ในกระท่อม 20นาที และได้พูดคุยกับหวังเย้าอย่างออกรส เขายังอยากอยู่คุยกับหวังเย้าต่อ แต่นายทหารอาวุโสในเมืองจิงนั้นกำลังรอเขาอยู่ เขาจึงต้องจากไป

“ขอบคุณสำหรับความเพลิดเพลินนี้ ผมจะคอยการพบกันในครั้งต่อไปนะครับ”

“ได้ครับ”

เหอฉีเชิงนำซุปเป่ยหยวนมาจากหวังเย้าและลงจากเขาไป แล้วรีบไปที่เมืองจิงทันที

ในตอนกลางวัน แสงแดดนั้นทั้งสบายและอ่อนโยน หวังเย้าดื่มชาและอ่านหนังสือ เขารู้สึกพึงพอใจมากในเวลานี้

มีเสียงดังขึ้นมารบกวนชีวิตที่สงบสุขของเขา

“เสี่ยวเย้า ฉันอยู่นี่!”

เมื่อได้ยินเสียง หวังเย้าก็ถอนหายใจและหนวดขมับ

“พี่”

“เฮ้” หวังรุ่ยเข้ามาในบ้านด้วยความร่าเริง “นี่ ทำไมนายถึงทำท่าทางแบบนั้นล่ะ?”

“ไม่มีอะไร แล้วพี่มาที่นี่ทำไม?”

“มันเป็นช่วงสุดสัปดาห์ ฉันเลยได้หยุด นายซื้อรถไทกวนเหรอ? ทำไมไม่บอกฉัน?” หวังรุ่ยถาม

“นี่ ผมว่าพี่ควรจะอยู่ในเมืองนะถึงแม้ว่าพี่จะว่างในช่วงสุดสัปดาห์ก็ตาม พี่จะได้หาทางทำอะไรสักอย่างกับเรื่องแต่งงานในอนาคตของพี่ไง พี่ไม่ต้องเป็นห่วงที่บ้านหรอก เพราะมีผมอยู่ทั้งคน!”

“หมายความว่ายังไง? ตอนนี้นายโตจนกล้าสั่งสอนพี่สาวตัวเองแล้วเหรอ?!” หวังรุ่ยม้วนแขนเสื้อขึ้น เตรียมที่จะบิดหูของหวังเย้า

“พี่ เป็นกุลสตรีหน่อยสิ เดี๋ยวก็ไม่มีใครแต่งงานด้วยหรอก!”

“นายยังอ่านหนังสืออยู่อีกเหรอ นี่อะไร? จวงจื่อ, คัมภีร์หวงติง, คัมภีร์เต๋า นายจะเป็นอะไรกันแน่? จะบวชเป็นพระเหรอ?!” หวังเย้าอ่านดูหนังสือหลายเล่มที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วจ้องไปที่หวังเย้าด้วยดวงตากลมโต

“ผมอ่านหนังสือพวกนี้เวลาที่ผมว่างและตอนนี้ก็ยังไม่คิดที่จะบวชเป็นพระด้วย ขอบคุณ”

“แล้วทำไมนายยังอยู่เฉยอีก? เสริฟชาให้พี่สิ” หวังรุ่ยพูด

“ได้”

หวังเย้าชงชาให้พี่สาวของเขาด้วยชาดำฉีเหมิน

“เห้ย มันรสชาติดีมาก!” หวังรุ่ยพูดหลังจากที่ได้ดื่มชาลงไป “นายยังมีอะไรอีกไหม? เอามาให้ดูหน่อยสิ”

”ไม่มีแล้ว” หวังเย้าพูด

“ไม่มี? ไม่มีทางหรอก?” หวังรุ่ยวางถ้วยชาลงแล้วมองไปรอบๆ แล้วเธอก็เห็นไวน์สองขวดและบุหรี่สองห่อ เธอเดินที่ตรงนั้นเพื่อดู “นี่คืออะไร?”

“เหมาไท! หวงเฮ้อโหลว!” หวังรุ่ยตกตะลึง

เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับรถมากนัก ดังนั้นเธอจึงแยกไม่ออกระหว่างรถทวาเรคและไทกวน แต่เธอพอจะรู้เรื่องไวน์และบุหรี่อยู่บ้าง โดยเฉพาะยี่ห้อดังๆพวกนี้ ทั้งหมดนี้ควรจะมีราคาหลายพันหยวน

“นี่ไม่ใช่ของปลอมใช่ไหม?” หวังรุ่ยตกใจกับของพวกนี้

“เพื่อนของผมให้มา พวกมันน่าจะเป็นของแท้” หวังเย้าพูด

“จริงเหรอ? เพื่อนของนายใจกว้างมากนะ เมื่อไหร่นายจะแนะนำเขาให้ฉันรู้จัก?” หวังรุ่ยล้อเล่น

“เขาเป็นลุงของพวกเราได้เลยนะ” หวังเย้าเริ่มจริงจัง

ช่วงเวลากลางวันที่แสนสงบของเขาถูกรบกวนด้วยการมาถึงของหวังรุ่ย

“พี่ พี่ควรจะกลับบ้านไปช่วยแม่ทำกับข้าวได้แล้วนะ!”

“มันเพิ่งจะ 4 โมงเย็นเอง มันยังเช้าเกินไปที่จะเริ่มทำมื้อเย็น”

“พี่เอาบุหรี่และไวน์ไปให้พ่อแล้วบอกว่าพี่เป็นคนซื้อมาได้เลย เขาจะต้องดีใจมากแน่ๆ”

“งี่เง่า นายคิดว่าพ่อไม่รู้จักยี่ห้อพวกนี้เหรอ? เขาจะต้องบ่นฉันเป็นครึ่งวันแน่ ถ้าเขารู้ว่าฉันซื้อของมียี่ห้อพวกนี้ไปให้!” หวังรุ่ยพูด

“ผมยุ่งอยู่!”

“นายยุ่งเรื่องอะไร? ฉันจะช่วยเอง!”

หวังเย้าคิดบางอย่าง “พี่ พี่ขับรถเป็นไหม?”

“เป็นสิ ฉันมีใบอนุญาตมาสองปีกว่าแล้ว เอากุญแจรถมาให้ฉันแล้วเราไปฝึกขับกัน” หวังรุ่ยพูด

“กุญแจรถอยู่ที่บ้าน พี่ไปถามพ่อกับแม่ได้เลย”

“ก็ได้ ฉันไม่ยุ่งกับนายละ บาย” หวังรุ่ยยอมให้เขา

“วู้ว! ในที่สุดพี่ก็จะไปสักที! แล้วอย่าขับรถไปลงคูน้ำล่ะ!” หวังเย้าตะโกนไล่หลังพี่สาวของเขาที่กำลังวิ่งลงเนินเขาไป

“รู้แล้ว” เธอตะโกนกลับ

กระท่อมเงียบลงเมื่อหวังรุ่ยจากไป ความจริงหวังเย้าก็ชอบที่ได้พูดคุยกับพี่สาวของเขา ถึงแม้ว่าเธอจะทำเสียงหนวกหูไปบ้างก็ตาม เขาไปที่โต๊ะและโบกมือ แล้วคัมภีร์ก็ปรากฎออกมา

เมื่อใกล้ค่ำ เขาลงจากเนินเขา กลับบ้านไปทานมื้อเย็น หวังเย้านำของขวัญที่ได้รับจากเหอฉีเชิงไปกับเขาด้วย

“ลูกเอาของพวกนี้มาจากไหน?” เมื่อมองไปที่ เหมาไทและหวงเฮ้อโหลวที่หวังเย้าเอามา หวังเฟิงฮวาก็รู้ทันทีว่าพวกมันต้องแพงมากด้วยรูปลักษณ์ของสินค้าที่สวยงาม

“เพื่อนของผมให้มาครับ”

“ให้มาเหรอ? พวกมันจะต้องแพงมากแน่ๆ” จางซิวหยิงพูด

“เอ่อ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” หวังเย้ายิ้มและพูด

“แม่ หนูเช็คดูแล้ว รวมทั้งหมดนี่มีราคาประมาณ 5,000กว่าหยวนค่ะ” หวังรุ่ยพูด

“อะไรนะ? มันแพงมาก!?” จางซิวหยิงตกตะลึงและหวังเฟิงฮวาก็ขมวดคิ้ว เขาไม่คิดว่ามันจะแพงขนาดนี้

“มันสิ้นเปลืองเกินไปที่จะเอาไว้ให้พ่อของลูก เราเก็บบางส่วนเอาไว้ให้คนอื่นดีไหม?”

“แม่จะเอาไปให้ใครเหรอคะ?” หวังรุ่ยถาม

“ทั้งหมดนี้สำหรับพ่อคนเดียวครับ ไม่แบ่งให้ใครทั้งนั้น” หวังเย้าพูด “พอแค่นี้เถอะครับ มาทานข้าวกันดีกว่าครับแม่!”

แล้วพวกเขาก็ทานมื้อเย็นด้วยกัน ทั้งครอบครัวต่างมีความสุขกับการที่ได้ทานอาหารร่วมกัน

“เย้า คืนนี้ลูกควรจะนอนที่บ้านนะ” จางซิวหยิงพูด

“ใช่ มันยากมากกว่าฉันจะได้กลับบ้านแล้วมาเจอนาย” หวังรุ่ยเห็นด้วย

“ผมเป็นห่วงแปลงสมุนไพร” หวังเย้าพูด เขาได้ปลูกสมุนไพรใหม่ไว้เป็นร้อย รวมถึงสมุนไพรรากด้วย

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ หวังเย้าไม่ได้กลับขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน แต่กลับอยู่คุยกับคคอบครัวของเขา แล้วพวกเขาก็ได้ยินเสียงจากนอกบ้านและมีคนเข้ามาตรงลานบ้าน

แขกที่มาคือเลขากรรมการหมู่บ้าน หวังเจียนหลี่

“คุณลุง!”

“รุ่ยกลับมาแล้ว”

“คุณลุงเชิญนั่งครับ”

หวังเย้าลุกขึ้นและชงชา หวังเฟิงฮวาส่งบุหรี่ที่ถูกแกะโดยหวังเย้าให้กับหวังเจียนหลี่

หืม? หวังเจียนหลี่ก็สังเกตุเห็น บุหรี่นี่ต้องแพงมากแน่ๆ! เขารู้สึกได้ว่ามันต่างจากบุหรี่ราคา 10 หยวนเมื่อเขาได้สูบมัน

“นี่มันเป็นบุหรี่ที่ดีมาก!” หวังเจียนหลี่ชม

“คุณมาที่นี่มีอะไรหรือเปล่า เจียนหลี่?” จางซิวหยิงยิ้มและถาม

“ผมมาหาเย้าน่ะ” หวังเจียนหลี่พูด

“เชิญมาคุยที่ห้องของผมดีกว่าครับ” หวังเย้าพูด

“ตกลง”

ทั้งสองเข้าไปในห้องของหวังเย้า

“เรื่องที่เธอพูดกับกรรมการหมู่บ้านเอาไว้ได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว พวกเขาสัญญาว่าจะไม่ไปทำลายแปลงสมุนไพรของเธออีก” หวังเจียนหลี่พูดขึ้นมาก่อน

“แล้วใครเป็นคนทำครับ?”

“ชานฟ่ากับชานโหยว”

หวังเย้ารู้จักสองคนนี้ ชื่อของพวกเขาคล้ายว่าจะเป็นพี่น้องกัน แต่พวกไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย พวกเขาอายุราว 30-40 ปี แต่กลับทำตัวไม่ต่างจากเด็กและไม่มีความเป็นผู้ใหญ่เลย พวกเขาไม่มีงานทำหรือรับผิดชอบหน้าที่อะไรเลย เขาพวกเกเรไปทั่วและทำแต่เรื่องแย่ๆ โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่พวกเขามักจะชอบสร้างปัญหาให้คนอื่น

คะแนน 4.5
กรุณารอสักครู่...