ตอนที่แล้ว42 คุณมาจากครอบครัวร่ำรวย แล้วยังไงเหรอ?
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป44 คนธรรมดาเป็นผู้บริสุทธิ์

นิยาย Elixir Supplier

43 ค่ายกล


“พวกมันปลูกด้วยกันไม่ได้หรอก!” ชายคนนั้นพูด “คุณแน่ใจเหรอ?”

“ใช่ ถ้างั้นก็ช่วยส่งพวกมันไปที่บ้านของผมด้วยนะครับ”

“ได้ครับ”

ที่นี่มีต้นกล้าอยู่มากมาย แต่ไม่มีใครมาซื้อพวกมันในช่วงเวลาแบบนี้ แล้วต้นที่เขาเลือกก็มีความแตกต่างกันจนเกินไป มีทั้ง พืชที่เป็นยา พืชเศรษฐกิจ และไม้ประดับ เมื่อปลูกพวกมันเอาไว้ด้วยกันจะทำให้มันดูจับฉ่าย ไร้ความคิดจนเกินไป

“อ้าห์ ผมคิดว่า คุณจะทำงานหนักอย่างเปล่าประโยชน์นะ”

หวังเย้าไม่สนใจเขาและยังคงยืนยันที่จะซื้อต้นกล้ากลับไป เขาทำการจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว แล้วคนขายจึงได้นำต้นกล้าทั้งหมดไปส่งให้กับเขาที่ด้านล่างของเนินเขาหนานชานด้วยรถยนต์

“คุณจะปลูกต้นไม้พวกนั้นบนเขาเหรอ?!” เมื่อมองไปที่เนินเขาหนานชาน ก็ทำให้คนขายต้องประหลาดใจ

“ใช่ ทำไมเหรอ?” หวังเย้าถามด้วยรอยยิ้ม

“ไม่มีอะไรครับ ถ้าเกิดคุณปลูกต้นกล้าพวกนี้ได้สำเร็จ ในอนาคตผมจะเอาต้นกล้าที่คุณต้องการมาให้คุณฟรีๆเลย!” คนขายพูด

“คุณแน่ใจเหรอ?” หวังเย้าถาม

“ผมไม่ใช่สุภาพบุรุษอะไร แต่ผมรักษาสัญญาของผมแน่นอน!” ชายคนนั้นตบหน้าอกตัวเอง

“ได้ เป็นอันว่าตกลง!”

“ตกลง”

คนขายช่วยหวังเย้าขนต้นกล้าขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน และเขาก็ได้เห็นสมุนไพรเติบโตอยู่ในแปลง

“นั้นคืออะไรเหรอ?” การเป็นคนขายต้นกล้า ทำให้เขาไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสมุนไพรเลย

“สมุนไพรยาน่ะ”

“สมุนไพรยา? มันใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่พวกมันก็ยังคงเขียวอยู่ หรือว่าพวกมันจะเขียวตลอดปี?”

หวังเย้าคิดและพูด “ใช่”

“พวกมันดูดีมาก” คนขายตอบ

คนขายจากไปเมื่อช่วยหวังเย้าขนต้นกล้าจนหมดแล้ว และไม่ลืมที่จะทิ้งนามบัตรของเขาให้กับหวังเย้าเอาไว้

หวังเย้าเริ่มงานของเขาทันทีที่คนขายได้จากไป เขาเดินไปรอบๆกระท่อมอยู่หลายครั้งแล้วจึงได้นำหนังสือองค์ประกอบห้าเส้นออกมาจากระบบเพื่ออ่านละเอียด เขาได้ทำเครื่องหมายเอาไว้ตามจุดต่างๆบนพื้นดินตามที่หนังสือได้อธิบายเอาไว้ แล้วจึงเข้าไปในกระท่อมเพื่อหยิบเสียมออกมา เขาได้เริ่มขุดหลุมและปลูกต้นไม้ลงไป

มันคือค่ายกลขั้นพื้นฐานที่เขาได้ศึกษาจากในหนังสือมาได้สักพักแล้ว ความจริงแล้วมันก็คือการพลิกแพลงอย่างหนึ่ง ต้นไม้และหินบนเขาคืนส่งนประกอบหลัก และเมื่อจัดวางเรียบร้อยแล้ว มันจะทำให้เกิดเป็นภาพลวงตาขึ้นมา ทุกคนสามารถผ่านเข้ามาได้จากทางเข้า แต่เมื่อพวกเขาเข้ามาแล้วพวกเขาจะมองเห็นต้นไม้หรือหินที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา และนี่ก็คือการป้องกันไม่ให้พวกเขาผ่านเข้ามาได้

เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขา หวังเย้าจึงไม่แน่ใจว่าต้องทำยังไง สิ่งนี้มันคือตำนาน เขาจึงต้องทำตามขั้นตอนที่ทำกันมาในสมัยโบราณ เขาจึงต้องขุดและปลูกไปตามคำอธิบายของค่ายกล ร่มไม้และพ่มไม้ต่างประสานและทับซ้อนกันไปมาเป็นอย่างดี

เขาจำเป็นที่จะต้องขุดหลุมและปลูกต้นไม้ไปด้วย จึงทำให้ทำงานได้ช้า เขาแค่ปลูกต้นไม้ไม่กี่แถวทางด้านทิศตะวันออกของกระท่อมและแปลงสมุนไพร มันก็เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว เขารดน้ำพวกมันด้วยน้ำแร่โบราณแล้วจึงกลับบ้านเพื่อไปทานอาหารเย็น และกลับขึ้นมาบนเนินเขา

และในวันต่อมาก็เช่นเดียวกัน

หลังจากนั้น ก็มีเรื่องนินทาจากชาวบ้าน เมื่อมีการปลูกต้นไม้ในฤดูหนาวแบบนี้

“รู้รึเปล่าว่าลูกของเฟิงฮวาได้ทำเรื่องบ้าๆขึ้นมา!”

“ปลูกต้นไม้บนเนินเขาใช่ไหม?”

“ใช่ มันไม่เป็นไรหรอกถ้าเขาจะปลูกมันในฤดูที่เหมาะสม แล้วเขายังปลูกหลายอย่างด้วย เช่น ต้นพุทรา ต้นนุ่น และบอนไซ...นั้นมันไม่งี่เง่าไปหน่อยเหรอ!”

“ปล่อยให้เขาบ้าไปเถอะ มันไม่ใช่เรื่องของพวกเราสักหน่อย”

“เนินเขาหนานชานนั้นดีมาก แต่ตอนนี้มันกลับถูกทำใช้อย่างเสียเปล่า!”

“มันสิ้นเปลืองมาก เนินเขาหนานชานมีมานานแล้ว และไม่สามารถปลูกอะไรได้เลย ยังดีที่มีคนทำสัญญาเช่า ฉันได้ยินมาว่มเขาได้ทำสัญญาเช่าเนินเขาถึง 20ปี และยังสัญญาว่าจะบริจาค 20,000หยวนให้กับหมู่บ้านทุกปีอีกด้วย!”

“หืม. เขาคงจะไม่กระโดดน้ำอีกนะ!”

เสียงนินทาดังไปถึงหูของพ่อแม่หวังเย้า

“เย้า ลูกปลูกต้นไม้บนเนินเขาเหรอ?” จางซิวหยิงถามในตอนที่ทานอาหารเย็นกัน

“ครับ มีอะไรรึเปล่าครับ

“มันเกือบจะเข้าฤดูหนาวอยู่แล้ว ทำไมลูกถึงมาปลูกเอาตอนนี้ล่ะ?”

“ครับ เพื่อนในชั้นเรียนของผมได้ผลิตปุ๋ยชีวภาพออกมา และเขาก็ได้ยินมาว่าผมปลูกสมุนไพรอยู่ เขาจึงอยากให้ผมลองใช้ปุ๋ยของเขาดูน่ะครับ เขาดูรีบมาก ผมก็เลยซื้อต้นกล้ามาและลองใช้ปุ๋ยของเขาดู” หวังเย้าได้เตรียมคำตอบเพื่อโกหกพ่อแม่ของเขาเอาไว้แล้ว และยังพูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆได้ดีอีกด้วย

“โอ้ อย่างนั้นเหรอ? งั้นก็ไม่เป็นไร” จางซิวหยิงรู้สึกสบายใจเมื่อได้ยินแบบนั้น เธอคิดว่าลูกชายของเธอจะล้มเหลวลงอีกครั้ง

หวังเย้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก หลังจากที่เขาหาข้ออ้างให้พ่อแม่ของเขาได้

หลังจากนั้น พ่อแม่ของเขาก็ทำเป็นหูทวนลมเมื่อได้ยินเสียงนินทาจากชาวบ้าน และหวังเย้าก็ได้ทำงานในแปลงของเขาอย่างสงบสุข เขาฝึกรวบรวมพลังฉี ศึกษาค่ายกล และอ่านคัมภีร์ ซึ่งใช้เวลาจนหมดวัน

หวังเย้าใช้เวลาเก้าวันเพื่อทำค่ายกลให้สำเร็จ ในวันที่เก้าของการทำค่ายกล พระอาทิตย์คล้อยต่ำลงและท้องฟ้าเริ่มมืดลง

เสร็จสักที!

หวังเย้ามองไปที่รูปแบบของค่ายกลภาพลวงตา ที่ทำจากต้นกล้าและหินภูเขา เขาถอยออกมาและทันใดนั้นก็รู้สึกมึนงง

“อ้าห์? เกิดอะไรขึ้น?” เขารู้สึกอัศจรรย์ใจ เมื่อเขาจำได้ว่ามันไม่มีต้นกล้าอยู่ตรงหน้าเขา แต่ตอนนี้ตรงหน้าเขากลับปรากฎต้นกล้าขึ้นมา มันสูงกว่าหนึ่งเมตรและผอมเท่านิ้วมือ

“นี้ก็คือพลังของค่ายกลลวงตาสินะ?”

หวังเย้าเดินกลับไป แล้วเขาจึงเดินออกมาจากกระท่อมไปตามทางที่ตั้งค่ายกลเอาไว้ เขามองมาจากด้านนอกและเห็นว่ากระท่อมถูกล้อมรอบไปด้วยต้นกล้าหลายแถว มันมีบางอย่างแปลกๆเมื่อเขามองเข้าไปใกล้ๆ มันมีต้นกล้าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแถวตรงหน้าเขา พวกมันดูแข็งแรงกว่าต้นกล้าที่เขาได้ปลูกเอาไว้ในตอนนี้ พวกมันยังดูแข็งแรงกว่าถึงสามเท่า เขายื่นมือออกไปแต่มันกลับไม่มีอะไรเลย ต้นกล้าได้หายไปเมื่อเขาเข้าไปใกล้ ความจริงแล้วมันมีแค่ก้อนหินอยู่ตรงหน้าเขาและต้นไม้ที่มีขนาดครึ่งตัวคนอยู่ด้านข้าง

เขาได้ใช้หินภูเขาในค่ายกลนี้ แต่ขนาดใหญ่ที่สุดก็สูงแค่ไม่กี่สิบเซนต์เท่านั้น เพราะเขาไม่สามารถย้ายก้อนที่ใหญ่กว่านี้มาได้ แต่ถึงอย่างนั้น หินก้อนนี้กลับใหญ่กว่า

“นี้คือพลังของค่ายกลจริงๆใช่ไหม?!”

หวังเย้ายื่นมือออกไปและหินก้อนนั้นก็หายไป และกลายเป็นต้นกล้าอีกครั้ง ค่ายกลลวงตานี้แปลกมากๆ ต้นกล้าพวกนี้ยังเล็กอยู่มาก คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่พวกมันจะทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มที่

เมื่อค่ายกลทำเสร็จแล้ว หวังเย้าก็ใช้เวลากับหนังสือองค์ประกอบห้าเส้นน้อยลง และให้เวลากับการอ่านคัมภีร์หลักธรรมชาติมากขึ้น  เขายังเอาคัมภีร์เต๋าที่มีชื่อเสียงมาอ้างอิงด้วย เช่น คัมภีร์เต๋าเตอจิง จวงจื้อ คัมภีร์หวงติง และอีกหลายๆเล่ม

ในวันนี้ ท้องฟ้ามืดครึ้มและอากาศเย็น

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด