ตอนที่แล้วตอนที่ 111 : ยิง! ยิง! ยิง!
ทั้งหมดรายชื่อตอน

เฉินจิ้นร่อนลงบนพื้นขณะจ้องหอกในมือเซนทอร์ เขาถึงกับตกตะลึง “ ดูเหมือนจะไม่ใช่อาวุธนักรบธรรมดา! พลังนักรบของข้าส่วนใหญ่ถูกสลายโดยค่ายกลป้องกันพลังนักรบที่จารึกไว้บนหอก!

 

“ มันเป็นอาวุธชั้นยอด แต่มันกลายเป็นขยะเมื่ออยู่ในมือผิดคน!” เฉินจิ้นพูดกับตัวเอง

 

แต่ก่อนที่เฉินจิ้นจะขยับ เซนทอร์ส่งเสียงร้องตะโกนขึ้นฟ้า มันไม่ได้ร้องเพื่อแสดงความโกรธเกรี้ยวแต่กำลังร้องเรียกพวกพ้องมาให้มาช่วย

 

“ บัดซบ! มันกำลังเรียนคนมาช่วย!” เฉินจิ้นรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น เซนทอร์มักอาศัยอยู่เป็นกลุ่ม เมื่อใดก็ตามที่พวกมันตกอยู่ในอันตรายพวกมันมักจะเรียกหาฝูงมาช่วย พวกมันไม่ได้เหมือนลิงปีศาจหนังน้ำเงินสามแขนที่อาศัยอยู่อย่างอิสระ

 

เสียงดังจากกีบม้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เซนทอร์ มันเป็นเซนทอร์อีกตัวที่ตัวเล็กกว่าเซนทอร์ถือหอกเหล็ก ตัวที่มามันถือหอกไม้ตรงปลายเป็นหินแหลมทันทีที่มันเห็นเฉินจิ้น มันพุ่งเข้าใส่เขาอย่างดุเดือด จากระยะไกลเฉินจิ้นได้ยินเสียงดังเข้ามาใกล้มากขึ้นจากทุกทิศทุกทาง

 

ประสบการณ์ของเฉินจิ้นในโลกไร้จุดจบ บอกให้เขารีบจบการต่อสู้ทันทีและหาโอกาสหลบหนี หลังจากนั้นก็วิ่งหนีให้เร็วที่สุด!

 

 

มันง่ายสำหรับเขาที่จะต่อสู้กับสัตว์ปีศาจ แต่ต่อสู้กับฝูงเซนทอร์? หนี…? ไม่ การถอยออกมาเป็นตัวเลือกที่ฉลาดและดีกว่า!

 

เฉินจิ้นมองไปที่เซนทอรุ์ถือหอกเหล็กพร้อมกับเห็นความวาดกลัวในดวงตาของมันราวกับว่ามันพร้อมที่จะวิ่งหนีตลอดเวลา
หอกไม้ถูกขว้างกำลังพุงตรงเข้ามา! เฉินจิ้นไม่ลังเลที่จะโต้กลับแบบเดียวกันโดยขว้างดาบเชียงดาว ใบมีดพุ่งเป็นวิถีโคจรที่สวยงามในอากาศขณะพุ่งเข้าหาเซนทอร์ตัวเล็ก โดยไม่หันไปดูผลการโจมตีนั้น เขาหันหลังกลับพุ่งเข้าใส่เซนทอร์ตัวแรกที่สู้ด้วย

 

เซนทอร์มีความกล้ามากขึ้นเมื่อเห็นอาวุธอันทรงพลังไม่ได้อยู่ในมือเฉินจิ้น หอกพุ่งตรงไปที่หน้าอกเฉินจิ้นอีกครั้งอย่างทือๆ

 

หอกแทงทะลุอากาศอีกครั้ง เฉินจิ้นก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าวแล้วบิดร่างกายส่วนบนโดยใช้แรงเหวี่ยงจากเอวหลบการโจมตีครั้งนี้! เมื่อหอกเหล็กทะลุผ่านหน้าอกของเขาทันใดนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปคว้าหอกไว้เหมือนคีมหนีบเหล็ก!

 

หอกที่กำลังพุ่งทะลุไปข้างหน้าถึงกับหยุดนิ่ง เซนทอร์ตกใจยื่นสตันอยู่กับที่มองเฉินจิ้นด้วยสายตาเบิกกว้าง “ ไอ่ตัวเล็กๆแบบนี้มีแรงขนาดนี้ได้อย่างไง?” มันคิด

 

เซนทอร์เคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณยกขาหน้าสองข้างเตะหน้าอกเฉินจิ้น!

 

 

“ บิน!” เฉินจิ้นยกหอกที่เซนทอร์กำลังถืออยู่ขึ้นไปในอากาศ จากนั้นเฉินจิ้นเหวี่ยงหอกข้ามไหล่ของเขาแล้วทุบเซนทอร์ลงบนพื้นด้านหลัง

 

บู๊ม! แรงจากน้ำหนักทำให้พื้นสั่นสะเทือนเล็กน้อยเมื่อเซนทอร์ถูกทุบลงบนพื้น เซนทอร์ถูกทุบอย่างแรงจนยากที่จะลุกขึ้นได้ มันต้องการมองเฉินจิ้นอย่างชัดๆว่ามันทำมองพลาดตรงไหนที่มาล่าเหยื่อตัวนี้ “ สัตว์ตัวเล็กๆแบบนี้ มันเอาแรงเหวี่ยงข้าจนลอยมาจากไหน!”

 

ฟุบ…ขณะมันกำลังคิดอยู่หอกแทงทะลุศีรษะของมันตอกไว้กับพื้น มันไม่มีโอกาสได้โต้กลับ

 

การต่อสู้ระหว่างสัตว์ปีศาจกับมนุษย์นั้นคล้ายกันระหว่างนักล่าและเหยื่อ ดังนั้นเฉินจิ้นจึงไม่อ่อนข้อให้กับเซนทอร์เพียงเพราะมีร่างกายครึ่งบนเป็นมนุษย์ มันเป็นการต่อสู้ระหว่างความเป็นความตาย มันจะจบก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย

 

 

เฉินจิ้นรีบตัดเปิดหน้าท้องเซนทอร์โดยใช้หอกมีชิ้นส่วนเล็กๆสีดำขนาดเท่าเล็บมือ หากนำกลับมารวมกันมันจะกลายเป็นคริสตัลสีดำ เขาถอนหายใจ “ แกนเวทของมันแตกเป็นเสี่ยงๆ ความเร็วในการทำลายแกนเวทของสัตว์ปีศาจนี้ไม่ช้าเลยจริงๆ มันทำลายแกนเวทในทันทีเมื่อรู้ว่ามันกำลังจะตาย”

 

เสียงกีบเท้าดังขึ้นๆ เฉินจิ้นวิ่งกลับไปหาเซนทอร์ตัวเล็กที่ถูกฆ่าโดยดาบเชียงดาวเมื่อเขาชว้างมันออกไป เขาคว้าดาบเชียงดาวตัดเปิดท้องเซนทอร์ หลังจากที่เขาได้รับแกนเวทขนาดเท่ากำปั้น เฉินจิ้นกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้อย่างรวดเร็วและวิ่งห่างออกจากเสียงกีบเท้าของพวกเซนทอร์

 

หอกนักรบกับแกนเวท!

 

เฉินจิ้นนั่งลงบนก้อนหินใหญ่ เขามองดูสมบัติที่ได้รับพร้อมกับคิดทบท่วนความผิดพลาดทั้งหมดที่เขาทำในระหว่างการต่อสู้

 

“ ไม่สำคัญว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ เจ้าต้องทบท่วนการกระทำของตัวเองทุกครั้งที่รอดจากการต่อสู้ นั่นอาจเป็นกุญแจสู่ความอยู่รอดครั้งต่อไปของเจ้า” – [กฏของนักรบ]

 

“ ความผิดพลาดใหญ่สุดที่ข้าทำคือข้าประเมินอาวุธในมือของเซนทอร์ต่ำเกินไป ข้าคิดว่าข้าสามารถตัดหอกได้เหมือนกับทุกครั้ง”เฉินจิ้นถูล่อยขีดขวนที่ดาบเชียงดาวทิ้งไว้บนด้ามหอกขณะส่ายหัวเบาๆ “ ข้าโชคดีที่มันเป็นเพียงเซนทอร์ หากสิ่งนี้เกิดขึ้นขณะอยู่ในสนามรบมนุษย์ – ปีศาจ ข้าคงกลายเป็นศพไปแล้ว จากนี้ไปข้าไม่สามารถประมาทอาวุธใดๆ เพียงเพราะข้ามีอาวุธนักรบในมือ”

 

 “ ส่วนข้อผิดพลาดอื่นๆที่เกินขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวข้าเอง…” เฉินจิ้นกำลังคิดขณะใช้นิ้วเคาะหินไปด้วย “ ทักษะการยิงธนู! ข้าไม่สามารถประมาทได้เช่นกัน หากข้ามีทักษะการยิงธนูเช่นนักฆ่าคนนั้นพร้อมกับใช้สภาพภูมิประเทศ ข้าคงฆ่าเซ็นทอร์ได้หลายสิบตัว”

 

“ ทักษะการยิงธนู…” เฉินจิ้นลวงไปในเสื้อของเขา

 

[ลูกศรพระเจ้า]! เฉินจิ้นมองดูหนังสือในมือและจำได้ว่าเขาฆ่านักฆ่าอย่างไรพร้อมกับได้รับหนังสือเล่มนี้โดยไม่คาดคิดนอกหุบเขาสี่ฤดู เขายุ่งกับการพยายามก้าวข้ามเป็นนักสู้ปีศาจจนลืมไปเลย

 

“ [ลูกศรพระเจ้า]? ชื่ออวดดีอะไรแบบนี้!” เฉินจิ้นหัวเราะขณะบ่นกับตัวเองแล้วเปิดหน้าแรก “ตั้งชื่อหนังสือแบบนี้นะหรอ? เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร? ผู้นำของตระกูลยูริ แม้แต่ผู้นำตระกลูยูริ…”

 

เฉินจิ้นจู่ๆ ก็หยุดบ่นแล้วจ้องคำที่หน้าแรก[ลูกศรพระเจ้า] ทันใดนั้นหัวใจของเขากระตุก คำในหน้านี้ดูเหมือนจะกลายเป็นลูกศรอันแหลมคมที่สามารถฉีกท้องฟ้าออกจากกันพร้อมกับพุ่งใส่เขาโดยตรง! เฉินจิ้นตกใจจนเกือบจะโยนหนังสือทิ้ง

 

“ ใครเป็นคนเขียนหนังสือเล่นนี้? คนๆนี้สามารถซ่อน[ลูกศรจิตวิญญาณ]ไว้ในการเขียนได้หรือ? ชื่อผู้แต่งที่ปรากฏในหนังสือ

 

“ ยูริโยฮันน์?” หลังจากหายตกใจครั้งแรก เฉินจิ้นตบหัวพร้อมกับยิ้มอายๆบนใบหน้า เขาให้ความสำคัญกับการฝึกคำภีร์เมฆาวายุของเขามากเกินไปและพยายามที่จะก้าวข้ามกลายเป็นนักสู้ปีศาจในไม่กี่วันที่ผ่านมา จนลืมหลายๆอย่าง เขามองที่ปกหนังสืออย่างรวดเร็วและพบว่ามันถูกเขียนโดย-ยูริโยฮันน์

 

ทันใดนั้นเขารู้สึกว่ากำลังถือถ่านไฟเผามากกว่ากำลังถือหนังสืออยู่

 

“ ตระกลูยูริจะมีปฏิกิริยาอย่างไงต่อการตายของคนในตระกลูแล้วหนังสือ[ลูกศรพระเจ้า]ตอนนี้อยู่ในมือข้า … แม้ว่าข้าจะส่งคืนและบอกว่าข้าไม่เคยเปิดอ่าน….…”

 

เฉินจิ้นสายหน้า“ มันจะเป็นไปได้อย่างไง? หากข้าเป็นคนตระกูลยูริ ข้าไม่เชื่อว่าจะมีใครไม่อ่านหนังสือที่เขียนโดยยูริโยฮันถ้ามีโอกาส จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาไม่เชื่อข้า….. ”

 

เฉินจิ้นจ้องที่ [ลูกศรพระเจ้า]แล้วพูดกับตัวเอง“ ข้าจะไม่คืนมัน! คนตระกลูยูริพยายามจะฆ่าข้า หนังสือเล่มนี้ถือว่าเป็นของชดเชย”

 

[หากเจ้าต้องการเป็นนักธนูที่แท้จริงอย่ามุ่งไปที่ความแม่นยำหรือแรงดึงคันธนูของเจ้าแต่คือการสังเกต! หากเจ้าต้องการเป็นนักธนูที่แท้จริงให้สังเกต]

 

“ สังเกต?” เฉินจิ้นอ่านบทนำและรู้สึกประหลาดใจกับเนื้อหา ข้อความที่ซึ่งบรรจุไว้ด้วย[ลูกศรจิตวิญญาณ ]อันแหลมคมนั้นกำลังสื่อความหมายแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสิ่งที่อาจารย์สอนการยิงธนูสอน ยิ่งเขามองมันมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีการบรรจุพื้นฐานการยิงธนูแบบอื่น

 

“สังเกต ความสำคัญของการสังเกต” เฉินจิ้นพลิกเปิดหนังสือพร้อมกับคิดไปด้วย“ เขาพยายามบอกอะไรข้า”

 

[สิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นนักธนูคืออะไร? การกำหนดเป้าหมาย! สังเกตเป้าหมายของเจ้าอย่างระมัดระวัง! เมื่อเจ้าโจมตีความคิดของเจ้าควรเป็นเหมือนลูกธนูที่ถูกยิงออกไปจากคันธนู!]

 

ไม่สำคัญว่าหนังสือเล่มนี้เขียนโดยยูริโยฮันหรือไม่ เฉินจิ้นพบว่าหนังสือเล่มนี้น่าสนใจ มันน่าสนใจกว่าหลักสูตรการยิงธนูในสถาบันและหนังสือยิงธนูในห้องสมุดตระกลูเฉิน

 

สองบรรทัดง่าย ๆ ที่จุดเริ่มต้นของหนังสือดึงความสนใจเฉินจิ้นอย่างสมบูรณ์

 

[ในฐานะนักยิงธนูที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงเพื่อฆ่าศัตรู แต่ยังเป็นผู้ควบคุมศัตรู! เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นเจ้าจะต้องเข้าใกล้ศัตรูเพื่อค้นหาโอกาสที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นเจ้าไม่สามารถขาดสติปัญญา ความกล้าหาญและทักษะการสังเกตไปได้เลย! เมื่อเจ้าสังเกตเห็นสิ่งที่เจ้าต้องการเห็น เจ้าต้องมีความกล้าที่จะปิดชีวิตมัน]

 

“ อ่านเพิ่มอีกหน่อยดีไหม?” เฉินจิ้นค่อยๆพลิกผ่าน[ลูกศรพระเจ้า] หลังจากที่เขาผ่านหน้าแรกไปแล้วคำว่า “สังเกต” ก็ไม่มีพูดถึงอีกต่อไป แต่เนื้อหาทั้งหมดนั้นเกี่ยวกับทักษะการยิงธนูที่ใช้งานได้จริง

 

ในขณะที่เขาพลิกหน้าและอ่านหนังสือเฉินจิ้นก็รู้ทันทีว่าทำไมยูริโยฮันถึงได้รับฉายาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการยิงธนูในช่วงเวลาที่เขามีชีวิตอยู่แม้ว่าจะมีนักธนูยอดดฝีมืออยู่ในช่วงนั้นมากมาย!

 

หน้าแนะนำไม่ต่างจากหนังสือเล่มอื่นเพียงแค่เนื้อหาของ[ลูกศรพระเจ้า]แตกต่างจากหนังสือเล่มอื่นอย่างมาก ยูริโยฮันไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ว่าการใช้ธนูถือเป็นการยิ่งธนูเท่านั้น ในความเห็นของเขาสิ่งใดก็ตามที่สามารถโยนได้เป็นส่วนหนึ่งของทักษะการยิงธนู

 

ตัวอย่างเช่นแม้แต่การขว้างก้อนหินธรรมดาหรือมีดขว้างเล็กๆ ก็รวมอยู่ด้วยในทักษะการยิงธนู!

 

จนถึงตอนนี้มันไม่สำคัญว่าจะใช้หินขว้างมีดหรือลูกศร ตราบใดที่บุคคลนั้นเข้าใจหลักการยิงธนูอย่างแท้จริงเขาสามารถใช้อาวุธระยะไกลในรูปแบบอื่นได้มากมาย

 

[ลูกศรพระเจ้า]เป็นชุดวิธีการฝึกที่สมบูรณ์แบบ การฝึกเบื้องต้นคือการฝึกพละกำลัง ตามที่ยูริโยฮันเขียนไว้เหตุผลการมีอยู่ของนักธนูเพราะพวกเขาสามารถลอบสังหารศัตรูได้จากระยะไกล

 

“ พละกำลังเหรอ” เฉินจิ้นจับก้อนหินก้อนเล็กๆ ในช่วงไม่กีวันที่ผ่านมาพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากการฝึกในโลกไร้จุดจบ  คนรอบข้างไม่สามารถเทียบกับเขาได้ในแง่ของพละกำลัง ยิ่งไปกว่านั้นเขามีพลังนักรบระดับ 3 สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาไม่ต้องทำตามข้อกำหนดพื้นฐานใน [ลูกศรพระเจ้า]

 

หลังจากเฉินจิ้นลองใช้ทักษะสองสามอย่างในหนังสือ เขาชื่นชมยูริโยฮันมากขึ้น ทักษะชนิดใดจะเข้าใจยากมากขึ้นเมื่อเข้าถึงระดับสูง มันจะเป็นความเจ็บปวดที่พยายามทำความเข้าใจและฝึกฝน อย่างไรก็ตาม[ลูกศรพระเจ้า] เปลี่ยนเนื้อหาที่เข้าใจยากให้เข้าใจง่ายมากขึ้น เมื่อเฉินจิ้นฝึกทักษะต่างๆในหนังสือเล่มนี้ เขาไม่รู้สึกถึงอุปสรรคในการทำความเข้าใจในสิ่งที่ยูริโยฮันสือถึง

 

เฉินจิ้นมีพื้นฐานที่ดีตั้งแต่เขายังเป็นนักเรียนชั้นยอดในการฝึก ด้วยคำอธิบายอันยอดเยี่ยมเขาสามารถโจมตีโดนถั่วขนาดเท่าเล็บบนต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปอย่างน้อยร้อยเมตรด้วยก้อนหินเล็กๆ เท่านั้น

คะแนน 3.9
กรุณารอสักครู่...