ตอนที่แล้ว40 ไม่มีอะไรมาแทนที่เนินเขาได้
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป42 คุณมาจากครอบครัวร่ำรวย แล้วยังไงเหรอ?

นิยาย Elixir Supplier

41 เธอมองฉันทำไม?


“วันนี้หนูเห็นคนคนหนึ่งขับรถแลนด์โรเวอร์ขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน แล้วเขาก็ดูเป็นคนรวยมากด้วย” หวังรุ่ยพูด

“ใช่ หลายวันก่อนก็เคยมีคนขับแบบนั้นขึ้นมาซื้อสมุนไพรไป” จางซิวหยิงพูดอย่างใจเย็น

“อะไรนะ? ขับแลนด์โรเวอร์มาซื้อสมุนไพรเนี้ยนะ? สมุนไพรอะไรคะ?”

“ซิลเวิร์ธ พวกมันขายได้เงินเกือบ 400,00 หยวนเลยนะ”

“เท่าไหร่นะคะ?” หวังรุ่ยคิดว่าเธอฟังผิดไป

“390,000 หยวนจ๊ะ” จางซิวหยิงเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองไปที่ลูกสาวของเธอ “ทำไมลูกถึงจ้องแม่แบบนั้นล่ะ?”

“สมุนไพรสองเอเคอร์นั้น ขายได้ 390,000 หยวน จริงๆเหรอคะ?”

“ใช่สิ มีอะไรเหรอ?”

“ไม่มีอะไรค่ะ แต่ทำไมหนูถึงไม่รู้เรื่องนี้เลยคะ?” หวังรุ่ยแทบจะตะโกนออกมา

“ทำไมต้องตะโกนออกมาด้วย? ทำตัวให้เป็นกุลสตรีหน่อยสิจ๊ะ ก็ลูกไม่เคยถามนี้นา” จางซิวหยิงแย้งหวังรุ่ยด้วยคำพูดของเธอ

นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้ดูโอ้อวดเมื่อพูดกับฉัน เพราะเขาได้รับโชคดีจากซิลเวิร์ธสองเอเคอร์นี่เอง แล้วเขาก็จะได้รับเงินมากกว่านั้นถ้าเขาปลูกซิลเวิร์ธจนทั่วเนินเขา!

หวังรุ่ยมองเห็นเงินลอยมาทันที

“ลูก ลูก?” จางซิวหยิงโบกมือตรงหน้าของเธอ

“อ้าห์ แม่ควรจะบอกให้เขาปลูกเพิ่มอีกนะคะ มันยังมีที่เหลือให้ปลูกสมุนไพรได้อีกตั้งเยอะ!” หวังรุ่ยพูดเมื่อสติกลับมา วันนี้เมื่อเธอขึ้นไปบนเนินเขาหนานชาน เธอเห็นว่ายังมีพื้นที่ว่างอีกมาก

“อ้อ ลูกไม่ต้องกังวลเรื่องน้องชายของลูกหรอก มาคิดเรื่องของตัวเองดีกว่า เฮ้ แล้วจำไว้ว่าอย่าไปแต่งงานกับคนที่เคยหย่ามาก่อนนะ!” จางซิวหยิงพูดเสียงจริงจัง

“หนูรู้ค่ะแม่”

ในตอนกลางวัน หวังเย้าต้มยาสมุนไพรอยู่เงียบๆ มันเป็นเรื่องยากที่จะต้มยาให้สำเร็จและในตอนนั้นเองก็มีเสียงเห่าจากด้านนอกดังขึ้นมา

“ใครน่ะ?”

“เย้า!”

“อ้า พี่ ทำไมถึงมาที่นี่อีกแล้ว?”

หวังเย้ารู้สึกสงสัย เขาได้ศึกษาคัมภีร์หลักธรรมชาติมาได้สักพักแล้ว แต่มันก็ไม่มีประโยชน์เลยเมื่อเขาต้องมาเจอกับพี่สาวของเขา

“พี่ได้ยินมาว่านายขายซิลเวิร์ธได้เงินมาเยอะเลยใช่ไหม?”

“ใช่ แล้วพี่ต้องการอะไร?” หวังเย้าเริ่มตื่นตัว

“มันยังมีที่เหลืออีกมากบนเนินเขานี้ แล้วทำไมนายไม่ปลูกซิลเวิร์ธเพิ่มอีก?”

“ผมปลูกสมุนไพรเพราะความชอบเป็นหลัก ส่วนเรื่องเงินก็เป็นแค่ของนอกกายเท่านั้น” หวังเย้าพูดอย่างเฉื่อยชา

“โกหก นายเคยกระโดดแม่น้ำตอนที่นายเสียเงินไปคราวที่แล้ว!” หวังรุ่ยจ้องไปที่เขาด้วยความโกรธ

“ไม่ได้จะฆ่าตัวตาย!” หวังเย้าโกรธมาก พี่สาวของเขาชอบพูดในสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดเสมอ พวกเขาเกิดมาจากท้องแม่เดียวกันจริงๆใช่ไหม?

“นายไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรทั้งนั้น”

“ผมไม่ได้จะอธิบาย แต่มันคือเรื่องจริง!” หวังเย้าตะโกน

“นายจะทำยังไงกับพื้นที่ที่เหลืออยู่?”

“เลี้ยงแกะ” หวังเย้าพูดด้วยความโกรธ

“อะไรนะ? เลี้ยงแกะเหรอ? นายคิดจะเลี้ยงแกะงั้นเหรอ? ตอนนี้เนื้อแกะราคาแพงมาก พี่คิดว่ามันก็ดีนะที่นายจะเลี้ยงแกะ พี่เคยพบกับคนที่งานในกระทรวงเกษตร...”

“พี่ ผมยุ่งอยู่ พี่ควรจะรีบกลับบ้านไปช่วยแม่เตรียมกับข้าวจะดีกว่านะ ทางบนเขามันขรุขระ ระวังด้วย!” หวังเย้าพลักพี่สาวที่พูดมากของเขาออกไปจากกระท่อม

“มันยังเร็วเกินไปที่จะทำอาหารตอนนี้ นาย—!” หวังรุ่ยพบว่าเธอถูกหวังเย้าพลักออกมาข้างนอกก่อนที่จะพูดจบประโยคซะอีก แล้วกระท่อมก็ถูกล็อกจากด้านในทันที

“อ้าย เจ้าเด็กไม่มีมรรยาท!”

เขาทำตัวเงียบสนิท!

หวังเย้าสูดลมหายใจลึกและเริ่มอ่านคัมภีร์หลักธรรมชาติ แล้วจึงเริ่มทำงานตามภารกิจของเขาต่อไป

หวังรุ่ยได้กลับไปก่อนที่จะถึงมื้อเย็น เพราะพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์และเธอก็ต้องไปทำงาน

“พี่กลับไปแล้วเหรอครับ?” หวังเย้าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีที่คนพูดมากแบบนั้นจากไปได้ซักที

“ใช่” จางซิวหยิงตอบ เธอดูกังวลกับอะไรบางอย่าง

“อ่าห์ แม่กังวลว่าชายคนนั้นจะมายุ่งกับพี่อีกใช่ไหมครับ?”

“แม่กังวลเรื่องนั้นอยู่ใช่ไหมครับ?”

“ลูกมีเพื่อนอยู่ในเมืองไหม? ลูกขอให้พวกเขาช่วยดูแลเธอจะได้ไหม?” หวังเฟิงฮวาที่แทบจะไม่พูดอะไรอยู่ๆก็ถามขึ้นมา ในฐานะพ่อ เขาต้องเป็นห่วงลูกสาวของตัวเองอยู่แล้ว แต่การแสดงความรักของเขานั้นเป็นอีกแบบหนึ่ง

“ผมจะลองโทรหาพวกเขาดูครับ” หวังเย้าตอบ

“ดี ลูกควรจะหาใครซักคนให้ช่วยดูแลเธอ”

เมื่อทานอาหารเสร็จ หวังเย้าก็เข้าไปในห้อง เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่เขาก็ยังหาคนที่เขาไว้ใจไม่ได้ในเหลียนชาน เขามีเพื่อนที่เรียนชั้นเดียวกันอยู่หลายคน แต่เขาก็ไม่ได้ติดต่อกับพวกเขามาเป็นปีแล้ว แล้วพวกเขาก็ไม่ได้เป็นเพื่อนที่ดีสักเท่าไหร่ด้วย

“อ้อ คิดออกแล้ว!” หวังเย้าคืดถึงใครบางคน แล้วจึงโทรออก

หลังจากนั้น ที่บ้านของหวังเย้าก็มีแขกมาเยี่ยม ก็คือหวังหมิงเปา

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับพี่สาวของนายเหรอ?” หวังหมิงเปาถามเมื่อเขานั่งลงแล้ว เขาไม่ได้ดื่มชาที่เตรียมเอาไว้บนโต๊ะ

เขาคือคนคนเดียวที่หวังเย้าคืดออก เขามาจากหมู่บ้านเดียวกันและโตมาด้วยกัน ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่น่าเชื่อถือมากที่สุด แล้วอีกอย่าง หวังหมิงเปาก็ทำธุรกิจอยู่ที่เหลียนชานและรู้จักคนมากมายที่สามารถให้ความช่วยเหลือเขาได้ ดังนั้นเขาจึงโทรหาหวังหมิงเปา และโชคดีมากที่หวังหมิงเปากลับมาที่หมู่บ้านวันนี้พอดี

“มีคนตามจีบเธอ แต่เขาไม่ใช่คนดี ฉันกลัวว่าเธอจะเสียหน้า นายอยู่ในเมือง ดังนั้นถ้าหากเกิดอะไรขึ้นนายช่วยเธอหน่อยจะได้ไหม?”

“ได้สิ ผู้ชายคนนั้นเป็นใครเหรอ?” หวังหมิงเปาฟังและเห็นด้วย

“หูเฉินกาน เจ้าหน้าที่ในกระทรวงเกษตรและครอบครัวของเขามีเส้นสายที่ซับซ้อน”

“หูเฉินกาน!” หวังหมิงเปาจดจำชื่อนี้เอาไว้ในใจ “ใช่แล้ว เขาเป็นคนที่ทำลายแปลงสมุนไพร นายได้เจอเขารึยัง?”

“ยัง” หวังเย้าตอบ

“ฉันมีหนทางอยู่ แต่ยังขาดหลักฐาน” หสังหมิงเปาพูด

“หลักฐานจากไหน?”

“จากเป่ยเหอและหวังเจียงกาง” หวังหมิงเปาพูดชื่อพวกเขาออกมา

“หวังเจียงกาง?” หวังเย้าขมวดคิ้วเพราะเขาไม่รู้จักคนคนนั้น

“เขาก็คือคนที่ต้องการทำสัญญาเช่าเนินเขาหนานชาน วันนั้นฉันไปที่คณะกรรมเขตเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด เขาออกจากบ้านไปตอนสองทุ่มและกลับเข้ามาในตอนตีหนึ่ง แต่ก็แปลกที่กล้องของหมู่บ้านกลับไม่ได้บันทึกเอาไว้ว่าเขาไปที่ไหน!”

“ฉันอยากจะไปถามเขา แต่เขาก็เข้าโรงพยาบาลซะก่อน ฉันก็เลยพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน”

“โรงพยาบาล? เขาเข้าโรงพยาบาลเมื่อไหร่? แล้วไปทำไม?” หวังเย้าถามเขา

“ใช่ เมื่อ10วันก่อน เหมือนว่าเขาจะตกลงไปในคลองในตอนกลางคืนแล้วก็กระดูกหักน่ะ” หวังหมิงเปาพูด

“10 วันก่อน? ตอนกลางคืน?” ดวงตาของหวังเย้าเป็นประกายเมื่อรู้ว่าคนที่ทำลายเเปลงสมุนไพรของเขาได้รับบาดเจ็บ เขาก็คือคนที่หนีจากเขาไปอย่างรวดเร็วบนเนินเขาหนานชานในคืนนั้น

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ไม่มีอะไร”

หวังเย้าส่ายหัว มันสามารถพิสูจน์ได้ว่าหวังเจียนกางคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง เขานับถือที่ชายคนนั้นกล้าทำเรื่องชั่วๆในกลางดึกแบบนั้น แต่เขาก็ได้รับกรรมจากสิ่งที่เขาได้ก่อเอาไว้แล้วเหมือนกัน

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด