ตอนที่แล้วบทที่ 45 ซอมบี้ที่โชคร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 47 ร่วมมือกัน

บทที่ 46 ศึกษาวิจัย

 

หลิงม่อไม่มีความรู้ด้านการแพทย์และสิ่งมีชีวิต วิธีการศึกษาวิจัยของเขาจึงง่ายและโหดร้ายอำมหิตมาก นั่นก็คือการชำแหละ!

 

เพื่อไม่ให้ที่พักชั่วคราวแห่งนี้สกปรกเลอะเทอะเกินไป เขาเลยควบคุมเย่เลี่ยนให้ลากซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้เข้าไปในห้องเล็กๆ ห้องหนึ่งของโรงน้ำชา จากนั้นก็ให้ซย่าน่าลงมือใช้มีดยาวกรีดเปิดแผลขนาดใหญ่และลึกบนตัวซอมบี้ตัวนี้

 

แม้ว่าตอนนี้หลิงม่อไม่สามารถควบคุมซย่าน่าได้ แต่อย่างไรเสียเธอก็เป็น “หุ่นซอมบี้” ของหลิงม่อ เธอยังคงฟังคำสั่งง่ายๆ จากเขาอยู่ นอกจากนี้เธอได้ฟื้นคืนสติสัมปชัญญะกลับมาเล็กน้อย เธอจึงฟังคำพูดของหลิงม่อพอเข้าใจอยู่บ้าง เรื่องง่ายๆ อย่างคว้านไส้คว้านพุงออก แน่นอนว่าเธอทำได้สบายมาก

 

ตอนนี้ซย่าน่าได้แสดงด้านที่เป็นซอมบี้ของเธอออกมาให้เห็น สีหน้าของเธอดูเรียบเฉยมาก ไม่มีความแปรปรวนทางด้านอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าที่เธอกรีดลงไปนั้นไม่ใช่ร่างกายคน

 

แม้กระทั่งตอนที่กลิ่นคาวเลือดรุนแรงกระจายตลบอบอวล ดวงตาเธอก็ได้ฉายประกายสีแดงออกมาเล็กน้อย

 

แต่โชคดีที่เธอมีนิสัยการกินเหมือนกับพวกซอมบี้กลายพันธุ์ เธอเลยไม่ค่อยสนใจพวกเลือดสดๆ และอวัยวะภายในเหล่านี้สักเท่าไร เพียงแค่เกิดการกระตุ้นทางสัญชาตญาณเท่านั้น

 

ทว่าหลังจากทำเสร็จแล้ว ซย่าน่าก็หันมามองหลิงม่อด้วยความงงงวยเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการจะทำอะไร อย่างไรก็ตามถึงแม้ภายในใจจะมีข้อสงสัย แต่ด้วยระบบความคิดที่สับสนยุ่งเหยิงของซย่าน่าในตอนนี้ เธอจึงไม่อาจเรียบเรียงคำถามเหล่านี้ให้เป็นประโยคได้ เรื่องจะเอ่ยปากซักถามยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เธอก็ยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้างและจ้องมองดูทุกอากัปกิริยาของหลิงม่ออย่างใกล้ชิด

 

งานสกปรกแบบนี้หลิงม่อไม่อาจให้เย่เลี่ยนทำได้ เขาจึงควักมีดสั้นออกมาและเขี่ยเปิดแผลนี้ออกเล็กน้อย เพื่อที่จะมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น เขาก็เลยหยิบไฟฉายออกมาส่องด้วย โดยปกติแล้วอุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ดึงดูดพวกซอมบี้ได้พวกนี้ หลิงม่อจะหยิบมาใช้น้อยมาก แต่โชคดีที่ตอนนี้ซอมบี้ที่อยู่บริเวณรอบๆ นี้ตายหมดเกลี้ยงแล้ว อีกทั้งยังมีม่านหน้าต่างหนามาช่วยบดบังแสง เขาใช้แป๊บหนึ่งคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก

 

เมื่อเอาไฟฉายมาส่องดู หลิงม่อก็เห็นสภาพด้านในแผลนี้ได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะอดพะอืดพะอมไม่ได้ แต่หลิงม่อกลับรู้สึกประหลาดใจเสียมากกว่า

 

หลิงม่อไม่ได้เรียนหมอมา แล้วเมื่อก่อนก็ไม่เคยลองผ่าชำแหละสิ่งมีชีวิต แต่เมื่อวันสิ้นโลกมาเยือน เขาได้เห็นซากศพเยอะแยะมากมาย แล้วส่วนใหญ่ก็ล้วนถูกแหวกฉีกทรวงอก อวัยวะภายในจึงหล่นกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่ว

 

เพราะฉะนั้นเขาจึงรู้ดีว่าสีปกติของอวัยวะภายในไม่เหมือนกับซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้แน่นอน แล้วถึงแม้จะเป็นซอมบี้ธรรมดาพวกนั้นก็ไม่มีทางมีลักษณะแบบนี้ ความรวดเร็วในการกระจายตัวของเชื้อไวรัสช่างน่าตกใจเสียจริงๆ!

 

รอยกรีดที่ถูกเขี่ยเปิดออกนี้ นอกจากจะมีเลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาแล้ว ยังพอมองเห็นอวัยวะภายในอย่างสองอย่างในนั้นด้วย บริเวณผิวด้านนอกของอวัยวะภายในพวกนี้ดูคล้ายกับตาข่าย มีเส้นเลือดสีแดงสดแบบเดียวกับก้อนไวรัสปรากฏอยู่ ซึ่งเส้นเลือดพวกนี้ดูเหมือนเลือดสดที่แข็งตัวแล้ว ไม่เพียงแค่นั้น ด้านนอกของหลอดเลือดที่ค่อนข้างหนาก็สามารถมองเห็น “ตาข่าย” แบบนี้ได้ด้วยเช่นกัน แม้จะไม่ถี่แน่นนัก แต่หลิงม่อก็สังเกตเห็นว่าตาข่ายพวกนี้ยังคงปรากฏเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

มิน่าล่ะ…กำลังความสามารถอันแข็งแกร่งของซอมบี้กลายพันธุ์ก็คงมาจากตรงนี้ละมั้ง เชื้อไวรัสพวกนี้กำลังทำการเปลี่ยนแปลงร่างกายของซอมบี้จริงๆ ด้วย ภายในร่างกายของซอมบี้ธรรมดาเองก็คงเกิดกระบวนการนี้ด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากปริมาณเชื้อไวรัสที่รับเอามาน้อยเกินไป ผลลัพธ์จึงเห็นไม่ชัดเจนนัก ส่วนซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้เพิ่งจะกลืนกินสมองที่มีจุดศูนย์รวมโรคจำนวนมากเข้าไป แล้วตอนนี้เชื้อไวรัสที่รับเอามาก็กำลังลุกลามกระจายตัวในร่างกายมันอย่างรวดเร็ว

 

แม้ว่าซอมบี้จะไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด แต่พวกมันก็ยังคงมีสัญชาตญาณ ตอนนี้ซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้ได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่เย่เลี่ยนกับซย่าน่ากลับยกเท้าขึ้นพร้อมกัน แล้วต่างเหยียบมือมันกันคนละข้าง ทำให้มันขยับเขยื้อนตัวไม่ได้ ทว่าร่างกายของมันก็ยังคงขัดขืนต่อสู้อย่างสุดชีวิต นอกจากเลือดสดๆ ที่พุ่งกระฉูดออกมาแล้ว หลิงม่อก็มองไม่เห็นอะไรอย่างอื่นอีก

 

“แหะๆ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวแกก็จะได้เป็นอิสระแล้ว”

 

หลิงม่อยิ้มให้กับซอมบี้คลุ้มคลั่งตัวนี้ จากนั้นก็ใช้มีดสั้นเชือดคอของมันเบาๆ…

 

หลังจากที่หลอดลมถูกตัดขาด เสียงลมหายใจยาวที่แผ่วเบาจนแทบจะไม่ได้ยินของซอมบี้กลายพันธุ์ก็พลันเปลี่ยนเป็นเสียงเหมือนกับดึงหีบลม และแล้วมันก็พ่นลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกมา แต่สีหน้านั้นเขียวปัดไปตั้งนานแล้ว

 

เมื่อซอมบี้กลายพันธุ์ตายลงเรียบร้อยแล้ว หลิงม่อก็พลิกตัวมันมา เขารู้ว่าตัวเขาเองคงไม่สามารถแงะเปิดศีรษะของซอมบี้ตัวนี้ออกมาได้ เขาจึงจำต้องให้ซย่าน่าลงมือแทน

 

บอกตามตรง สมองคนสดๆ นี้ หลิงม่อไม่อยากจะมองเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เมื่อสมองคนก้อนนี้ถูกควักออกมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบดูแวบหนึ่ง แล้วเขาก็แสดงสีหน้าประหลาดใจทันที

 

ภายในสมองของซอมบี้กลายพันธุ์ที่ถือกำเนิดใหม่ตัวนี้ยังไม่ปรากฏก้อนไวรัส แต่บริเวณผิวด้านนอกของสมองกลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงแบบที่เพิ่งเห็นที่อวัยวะภายในและหลอดเลือดเมื่อกี้นี้

 

เป็นไปได้ว่าหากให้เวลามันอีกสักหน่อย เส้นเลือดพวกนี้ก็จะค่อยๆ รวมตัวกัน แล้วจับตัวกันเป็นจุดศูนย์รวมโรคอยู่ในสมองของมัน ซึ่งก็คือก้อนไวรัสนั่นเอง

 

หลิงม่อจ้องมองสมองก้อนนี้พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็ตบขาดังฉาด “เข้าใจแล้ว!”

 

ที่จริงแล้วในสมองของซอมบี้ธรรมดาก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดพวกนี้เช่นกัน แต่เนื่องจากปริมาณเชื้อไวรัสน้อยเกินไป อีกทั้งมีระดับความบริสุทธิ์ต่ำมาก จึงไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในทางกลับกันซอมบี้กลายพันธุ์ที่เพิ่งถือกำเนิดใหม่ตัวนี้รับเอาเชื้อไวรัสมาปริมาณมาก เส้นเลือดนี้จึงปรากฏออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งเวลานี้เองที่มันได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสอย่างรุนแรงที่สุด เดิมทีแค่ต้องการเนื้อคน แต่ตอนนี้กลับมีความปรารถนาเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือไวรัส หากต้องการเชื้อไวรัสมากกว่านี้ แน่นอนว่าจะต้องสังหารซอมบี้ แล้วขั้นต่อไปก็คือสังหารซอมบี้กลายพันธุ์

 

เมื่อพัฒนาต่อไป ก็จะเป็นซอมบี้กลายพันธุ์ที่แท้จริง ทีนี้ในสมองของพวกมันก็จะปรากฏก้อนไวรัสขึ้นมา เมื่อถึงตอนนี้ การกัดกร่อนสมองของเชื้อไวรัสจะไปรวมตัวกันที่จุดๆ หนึ่ง ส่วนอื่นของสมองที่เดิมทีถูกกักขังอยู่ก็จะค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาด้วยเช่นกัน

 

ระหว่างก้อนไวรัสมีการกลืนกินกันและกันเอง นอกจากนี้ก้อนไวรัสที่ยิ่งมีความบริสุทธิ์ ปริมาตรก็จะยิ่งเล็กลงตามไปด้วย ไม่แน่ว่าเมื่อถึงระดับหนึ่ง มันอาจกลายเป็นก้อนไวรัสขนาดจิ๋วก็เป็นได้ แล้วเมื่อถึงตอนนั้น บางทีซอมบี้ที่มีก้อนไวรัสจิ๋วนี้อาจจะฟื้นคืนสติสัมปชัญญะกลับมาก็ได้!

 

ความพิเศษเฉพาะของซย่าน่าอยู่ที่เดิมทีในร่างกายเธอมีปริมาณเชื้อไวรัสน้อยมากอยู่แล้ว แล้วขณะที่เชื้อไวรัสยังไม่ได้กระจายตัวไปถึงสมอง ซย่าน่าก็ได้กลืนกินก้อนไวรัสเข้าไปสองก้อนติดต่อกัน หลังจากนั้นก็กลืนกินก้อนไวรัสที่มีความบริสุทธิ์สูงเข้าไปอีกก้อน

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ ขณะที่สมองยังไม่ถูกกัดกร่อนไปเสียหมด ดังนั้นความคิดความอ่านของเธอจึงได้รับผลกระทบน้อยมาก!

 

หลิงม่อไม่รู้ว่าความคิดของตัวเองถูกต้องหรือเปล่า แต่เมื่อดูจากสภาพในตอนนี้ของซอมบี้กลายพันธุ์ตัวนี้แล้ว เป็นไปได้อย่างมากว่านี่เป็นคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุด!

ในที่สุดเขาก็มาถูกทางแล้วจริงๆ ด้วย!

 

สำหรับหลิงม่อในตอนนี้แล้ว ไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้เขาดีใจมากไปกว่าการค้นพบนี้อีกแล้ว เขาไม่ใช่หมอ…การอนุมานนี้อาจจะมีข้อผิดพลาดอยู่หลายแห่ง แต่เมื่อดูจากผลลัพธ์แล้ว มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่จะเป็นเรื่องจริง

 

หลังจากที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าความหวังนี้มีอยู่จริงๆ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงมาก ถ้าอย่างนั้นสิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือพยายามทำให้การคาดเดานี้กลายเป็นความจริงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!

 

หลังจากตื่นเต้นอยู่นานกว่าสิบนาที และแล้วหลิงม่อถึงได้รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ไม่ว่าจะมองยังไง การที่คนเป็นๆ อย่างเขายิ้มพลางครุ่นคิดไปไกลขณะที่อยู่ตรงหน้าซากซอมบี้ที่น่าสะอิดสะเอียนนี้ มันออกจะแปลกๆ อยู่…

 

“จับโยนลงไปในแม่น้ำกันเถอะ…เฮ้อ พรุ่งนี้ต้องหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนซะแล้ว กลิ่นคาวเลือดนี่ นอกเสียจากว่าจมูกของซอมบี้จะเน่าไปแล้วนั่นแหละถึงจะไม่ได้กลิ่นนี่!”

 

“นาย…ยิ้มอะไร” จู่ๆ ซย่าน่าก็ถามด้วยความงุนงงขณะที่ช่วยยกซากซอมบี้ตัวนี้ขึ้นมา

 

หลังจากนิ่งเงียบอยู่นาน ในที่สุดก็เค้นคำพูดออกมาเป็นประโยคได้แล้ว ช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ หลิงม่อกะพริบตา ให้เธอแล้วพูดว่า “เพราะฉันคิดขึ้นมาได้อีกเรื่องหนึ่ง ความรู้สึกจากการที่ได้สัมผัสตรงนั้นของเธอไม่เลวเลยทีเดียว เพียงแต่เล็กไปหน่อย”

 

……………………………………………………………………………………………………………………………………

 

 

 

 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...