ตอนที่แล้วบทที่ 41 วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 43 ชนแล้ว!

บทที่ 42 ภารกิจอันหนักหน่วง


บทที่ 42 ภารกิจอันหนักหน่วง

 

สิบนาทีต่อมา...

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะปฏิกิริยาทางจิตใจหรือว่าติดเชื้อไวรัสเข้าให้จริงๆ หลิงม่อถึงได้รู้สึกว่าเลือดในร่างกายเขาเดือดพล่านอยู่ตลอดเวลา หัวใจก็เหมือนกับกำลังจะกระโดดออกมาจากลำคอ แต่ที่น่าแปลกคือเขายังคงมีสติชัดเจนดี นอกนั้นก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

หัวสมองของหลิงม่อกำลังพยายามคิดหาแผนรับมืออย่างสุดความสามารถ เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะกลายเป็นแบบลู่ซินหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นจะกลายเป็นซอมบี้จริงๆ หรือไม่

 

อย่างไรก็ตามในเมื่อยังไม่ถึงทางตัน หลิงม่อก็ยังไม่อยากยอมแพ้ ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของซย่าน่าในตอนนั้นอย่างลึกซึ้งแล้ว ความรู้สึกสิ้นหวังที่ปรากฏขึ้นภายในใจทีละน้อย!

 

แต่หลิงม่อก็ไม่รู้สึกเสียใจ! เมื่อกี้หากเขาไม่ได้ปลดปล่อยความปรารถนาที่มีต่อเย่เลี่ยนออกมา ป่านนี้เขาอาจจะเป็นบ้าสติฟั่นเฟือนไปแล้วก็ได้ เมื่อความสบายกายสบายใจและความปรารถนาอย่างสุดขีดเข้ากัดเซาะร่างกายและจิตใจของคนๆ หนึ่งพร้อมๆ กัน มันเป็นอะไรที่ทำให้คนเราเป็นบ้าได้ง่ายมาก

 

ส่วนตอนนี้...ถึงจะกลายเป็นซอมบี้ แต่อย่างน้อยก็ได้เคลียร์เรื่องจูบแรกไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังได้จูบกับเย่เลี่ยน!

 

จะทำแบบซย่าน่า กลืนกินก้อนไวรัสไปสักนิดก่อนดีไหม หรือว่าใช้วิธีที่ตรงยิ่งกว่านั้นคือดื่มเลือดของซอมบี้...

 

ไม่แน่ว่าสุดท้ายอาจจะเป็นเหมือนกับซย่าน่าที่ยังคงหลงเหลือสติสัมปชัญญะอยู่บ้างเล็กน้อยก็ได้...

 

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หลิงม่อก็เบนความสนใจไปที่ถุงพลาสติกใบนั้นที่เขาโยนทิ้งไว้ด้านข้าง ภายในถุงยังมีเศษก้อนไวรัสอยู่บ้างนิดหน่อย

 

แต่การกินของแบบนี้ในขณะที่ยังมีสติครบถ้วนดี แม้แต่หลิงม่อที่อยู่ด้วยกันกับซอมบี้ทั้งวันทั้งคืนก็ยังรู้สึกกดดันทางจิตใจอย่างหนัก

 

ก้อนไวรัสนี้ควักออกมาจากสมองของซอมบี้กลายพันธุ์นะ...ถึงแม้จะมีพิษอยู่เพียงน้อยนิด แต่ก็คงมากกว่าปริมาณเชื้อไวรัสที่อยู่ในร่างกายของซอมบี้ธรรมดาอยู่เยอะทีเดียว

 

อย่างไรก็ตามระหว่างการกลายเป็นซอมบี้โดยสิ้นเชิงและการที่ยังมีสติสัมปชัญญะอยู่บ้าง ใจของหลิงม่อนั้นก็ยังคงเอนเอียงไปทางอย่างหลังมากกว่า เขาขมวดคิ้วมุ่น แล้วยื่นมือออกไปหยิบถุงพลาสติกใบนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ

หลิงม่อเพิ่งหยิบถุงพลาสติกขึ้นมาตรงหน้า กลิ่นฉุนแสบจมูกก็พุ่งออกมาจากข้างในถุง ทำเอาหลิงม่อปวดหัวไปพักหนึ่งเลย แต่เขาก็ไม่ได้โมโห กลับดีใจเสียด้วยซ้ำ จิตใจที่เดิมทีหนักอึ้งก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ในเมื่อเขายังคงรู้สึกขยะแขยงก้อนไวรัสนี้อย่างสุดขีด นั่นก็แสดงว่าเขายังไม่ได้เริ่มกลายร่าง

 

กลิ่นของเจ้าก้อนไวรัสนี้ช่างฉุนแสบจมูกเสียจริงๆ หากจะต้องกินสิ่งนี้ทั้งที่ยังไม่ได้กลายร่าง แค่หลิงม่อคิดว่าตัวเองจะอ้าปาก สิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหารก็พร้อมจะขย้อนออกมาแล้ว เขาจึงเลือกที่จะรอ ทันทีที่เริ่มมีเค้าว่าจะกลายร่าง เขาก็จะกินเศษก้อนไวรัสนี้ แม้จะมีความหวังเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่ายอมแพ้...

 

“ตุบๆๆ!”

 

เสียงหัวใจเต้นเหมือนดังอยู่ที่ข้างๆ หูของหลิงม่อ เขาเองก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองคล้ายกับว่าจะหมดแรง ความรู้สึกนี้เหมือนกับคนเมาเหล้ายังไงยังงั้นเลย

 

ยี่สิบนาทีแล้ว...คงจะใกล้แล้วละ ซย่าน่าเองก็เริ่มกลายร่างในช่วงเวลานี้เช่นกัน

 

หลิงม่อถอนหายใจอยู่ในใจและกำถุงพลาสติกในมือแน่นด้วยความกังวล หากปรากฏเค้าเล็กน้อย ก็จะกินทันที! ขอสู้สักตั้งดีกว่ารอความตาย!

 

แม้ว่าจะมีชีวิตรอดในช่วงวันสิ้นโลกมานานขนาดนี้ แต่หลิงม่อก็ยังไม่อยากตาย เขาอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป! ถึงแม้วิกฤตจะเกิดขึ้นกับเขา แต่เขาก็ยังคงมีความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้า

 

ที่สำคัญที่สุดคือเขาอยู่กับซอมบี้ตลอดทั้งวันทั้งคืน เขาจึงไม่ได้กลัวเจ้าสิ่งนี้ของซอมบี้จนเข้ากระดูก

 

การกลายเป็นซอมบี้ก็คือการขจัดสติสัมปชัญญะของมนุษย์ออกไปและกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่รู้จักแต่สังหาร ถึงแม้จะน่ากลัวยิ่งกว่าการตาย แต่อย่างไรเสียก็ยังดีกว่าให้เขาตายไปเสียเดี๋ยวนี้

 

แต่ตอนนี้รอมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว!

 

หลิงม่อไม่เพียงไม่มีเค้าว่าจะกลายร่าง หัวใจยังค่อยๆ เต้นช้าลง พละกำลังที่สูญเสียไปก็กลับคืนมาทีละน้อยๆ ด้วย

 

นี่มันอะไรกันเนี่ย ไม่ติดเชื้อกันทางน้ำลายเหรอ

 

เดิมทีหลิงม่อรู้สึกซึมเศร้า แต่หลังจากรู้เรื่องนี้ เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาสุดขีดทันที!

 

ไม่ติดต่อกันทางน้ำลาย! ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าจะไม่ติดต่อกันทาง...สายตาของหลิงม่อมองไปทางเย่เลี่ยนโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณขาเรียวยาวคู่นั้นที่หุบชิดอยู่...

 

ไม่ติดต่อก็ดีแล้ว! ไม่ติดต่อก็ดีแล้ว!

 

หลิงม่อกระโดดขึ้นมาทันที หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนซอมบี้ที่อยู่ชั้นล่างล่ะก็ เขาก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ สักสามที! เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองไม่รอดแน่ คิดไม่ถึงว่าจะไม่ติดต่อกันทางน้ำลาย!

 

ระหว่างที่กำลังดีใจเป็นบ้าเป็นหลัง หลิงม่อไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าท่ามกลางการรอคอยที่ยาวนานกว่าชั่วโมง เขาไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจวัตถุที่อยู่ในถุงพลาสติกอีกแล้ว เขาไม่แม้แต่สังเกตเห็นว่ากลิ่นที่ตอนแรกฉุนแสบจมูกสุดๆ นั้นไม่ได้มีผลต่อเขาอีกต่อไปแล้ว...แต่หลังจากที่เขาแน่ใจว่าตัวเองไม่กลายร่างแล้ว เขาก็โยนถุงพลาสติกใบนั้นทิ้งไปบนพื้น

 

ขณะที่หลิงม่อกำลังหัวเราะแบบไร้เสียง ดวงตาของเย่เลี่ยนได้กลับมาเป็นปกติแล้ว เมื่อหลิงม่อหันไปมองเธอ เธอกำลังจ้องมองเขาเขม็งด้วยแววตางงงวยเล็กน้อย

 

ในใจหลิงม่อเต้น “ตึกตัก” ขึ้นมาทันที เขารีบกระโจนเข้าไปคว้าจับบ่าของเย่เลี่ยน และเขย่าอย่างแรง “เย่เลี่ยน?”

 

เย่เลี่ยนมองหลิงม่อ แล้วจู่ๆ ก็ยื่นมือออกมาลูบไล้มือของหลิงม่อ จากนั้นเธอก็ขมวดคิ้วและมองดูมือตัวเองด้วยความงุนงงเล็กน้อย

 

การกระทำนี้มีความเป็นมนุษย์อยู่พอสมควรทีเดียว หลิงม่อรู้สึกดีใจขึ้นมาทันที แล้วเขาก็จ้องมองเย่เลี่ยน แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว

 

ปกติหลิงม่อแค่รักษาสายสัมพันธ์ทางจิตระหว่างเขาและเย่เลี่ยนเอาไว้ ไม่ได้ตั้งใจควบคุมการเคลื่อนไหวของเธอเท่าใดนัก เพราะฉะนั้นอากัปกิริยาเหล่านี้ในตอนนี้ของเย่เลี่ยนล้วนมาจากตัวเธอเองทั้งสิ้น! เป็นอย่างที่คาดไว้จริงๆ ด้วย สติสัมปชัญญะของเธอค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาตามวิวัฒนาการที่ไม่หยุดยั้ง!

 

แต่เมื่อเห็นว่าเย่เลี่ยนไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยปากพูด ความตื่นเต้นภายในใจของหลิงม่อก็ค่อยๆ สงบลง เขารู้แก่ใจดีว่าการฟื้นคืนกลับมาเป็นปกติของเย่เลี่ยนไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้สำเร็จภายในวันเดียว ตอนนี้เธอฟื้นคืนกลับมาได้ถึงระดับนี้ ก็นับว่าดีมากแล้ว

 

ไม่ผิดจากที่คาดไว้จริงๆ หลังจากงงงวยอยู่ชั่วขณะ สีหน้าของเย่เลี่ยนก็กลับมาไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ แต่สายตาที่เธอมองหลิงม่อกลับไม่ได้ไร้ซึ่งความรู้สึกอย่างเมื่อก่อน มันกลับเจือไปด้วย...ความไว้เนื้อเชื่อใจ!

 

ไม่ว่าจะเป็นเพราะสายสัมพันธ์ทางจิตของทั้งสองฝ่ายหรือว่าเพราะเหตุผลอื่น อย่างไรเสียตอนนี้สายตาที่เย่เลี่ยนมองหลิงม่อก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว!

 

หลังจากที่รู้ว่าน้ำลายของเย่เลี่ยนไม่เป็นอันตรายต่อเขา หลิงม่อก็อดไม่ได้ที่จะกอดเธอแน่นๆ อีกทั้งยังจุ๊บริมฝีปากเธออย่างแรง

 

“ฉันคงจะเป็นมนุษย์คนแรกที่จูบกับซอมบี้ละมั้ง ฮ่าๆๆๆ!”

 

สายสัมพันธ์ทางจิตระหว่างเย่เลี่ยนและหลิงม่อแน่นแฟ้นมาก แม้ว่าตอนนี้เขาจะแสดงท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมกับเย่เลี่ยนขนาดนี้ แต่เย่เลี่ยนก็ไม่ได้ต่อต้านขัดขืนแต่อย่างใด และแน่นอนว่าเธอก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ด้วยเช่นกัน

 

ความเป็นมนุษย์ของเธอแสดงออกแค่เฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางสายตาเวลาที่มองหลิงม่อ ส่วนด้านอื่น...อย่างไรเสียหลิงม่อเองก็ไม่ได้รีบร้อนขนาดนั้น ข้าวต้องกินทีละคำๆ ถนนหนทางก็ต้องเดินไปทีละก้าวๆ

 

อย่างน้อยตอนนี้เขาก็สามารถสัมผัสใกล้ชิดกับเย่เลี่ยนมากขึ้นได้อย่างสบายใจแล้ว! เพียงแต่ระวังอย่าไปสัมผัสเปื้อนเลือดก็พอแล้ว...เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆ หลิงม่อก็เผยรอยยิ้มที่แสนจะเข้าใจยากออกมา

 

ห้ามสัมผัสเปื้อนเลือด? พับผ่าสิ!

 

.................................................................................................................................................

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด