ตอนที่แล้ว28 ชะล้างจิตใจและลดความตรึงเครียด
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป30 หมอเถื่อน ชายหนุ่มที่โง่เง่า

นิยาย Elixir Supplier

29 เกี่ยวกับหญิงสาวที่งดงามจนเกินบรรยาย


“เย้า ทำไมเธอถึงมาที่นี่?” หญิงสาวที่เปิดประตูให้เขาคือน้าของเขาเอง จางซิวเหมย เธอรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นหวังเย้า

“สวัสดีครับคุณน้า ผมได้ยินมาว่าคุณน้าป่วยอยู่เหรอครับ ผมเลยมาเยี่ยมเพื่อดูว่าคุณน้าดีขึ้นรึยัง?” หวังเย้าถาม

“เธอเกรงใจเกินไปแล้วที่ซื้อของมามากมายขนาดนี้ เชิญเข้ามาข้างในสิจ๊ะ” จางซิวเหมยนำหวังเย้าเข้ามาในห้อง แล้วจึงไปเตรียมขนมและเครื่องดื่มให้กับเขา เธอยังคงดูแลเขาเหมือนกับเขายังเป็นเด็กอยู่

“ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับคุณน้า นั่งลงเถอะครับ” หวังเย้าพูด

“ไม่เป็นไรจ๊ะ มาลองกินวอลนัทที่คุณลุงของเธอที่ซื้อมาจากจังหวัดชานสีดูสิ” จางซิวเหมยกำลังจะเเกะเปลือกวอลนัทให้หวังเย้า

“ไม่เป็นไรครับ คุณน้ายังมีปัญหาเรื่องการนอนหลับอยู่ใช่ไหมครับ?” หวังเย้าถามด้วยความเป็นห่วง คุณน้าเหมือนกับแม่คนที่สองของเขา เธอมักจะดูแลเขาเป็นอย่างดีเสมอ

“ใช่ ก็ปัญหาเดิมๆนั้นแหละ แม้ว่าน้าจะเหนื่อยแค่ไหน น้าก็ไม่สามารถหลับได้อยู่ดี ทุกครั้งที่น้านอนและหลับตา น้ามักจะได้ยินเสียงทุกอย่าง มันทำให้น้านอนไม่หลับ!” จางซิวเหมยถอนหายใจ

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเกิดของเธอ มันมักจะเกิดขึ้นทุกปี พระเจ้าเม่านั้นรู้ว่าเธอว่าหมอกี่คนที่เธอไปพบ และพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเธอได้ทดลองทำการรักษามากี่ครั้งแล้ว เธอลองกินทั้งยาฝรั่ง ยาจีน และแม้แต่ยาพื้นบ้าน แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลย ยาที่กินเข้าไปได้ทำให้กระเพาะจองเธอมีปัญหาในขณะที่โรคที่เป็นอยู่ก็ยังไม่หายไป

“คือว่า ผมเอายาสมุนไพรมาให้ครับ” หวังเย้านำเอาขวดแก้วที่บรรจุน้ำยาสีส้มเอาไว้ออกมา

“ยาสมุนไพร?” จางซิวเหมยรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นขวดแก้วในมือของหวังเย้า

“ใช่ครับ ได้โปรดลองกินดูมันอาจจะได้ผลก็ได้ครับ” หวังเย้าค่อยๆเปิดฝาขวดออกและทันใดนั้นกลิ่นหอมของสมุนไพรก็ลอยออกมา

“แล้วเธอไปเอาสมุนไพรพวกนี้มาจากที่ไหนกัน?” จางซิวเหมยถามด้วยความสงสัย

“ผมทำเองครับ” หวังเย้าพูด

“อะไรนะ?” จางซิวหยิงประหลาดใจ

“ฮาฮา ล้อเล่นครับ ลองกินดูครับ ผมได้ลองดูก่อนแล้วรับรองว่าไม่มีพิษแน่นอนครับ แต่อย่าเพิ่งดื่มมากนะครับ ลองเริ่มจิบดูก่อนก็ได้” หวังเย้ายังไม่แน่ใจในผลของตัวยา ดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้น้าของเขาดื่มมากเกินไปเผื่อว่ามันอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น

“ได้สิ” จางซิวหยิงรับขวดมา เธอพบว่ามันยังอุ่นอยู่เลย

“ว้าว มันยังอุ่นอยู่เลย!”

“ใช่ เพราะผมรีบตรงมาที่นี่ก่อนเลย!” หวังเย้าพูด

“เธอต้องระวังเวลาขี่รถบนถนนนะ!”

จางซิวหยิงจิบยาลงไป มันยังอุ่นอยู่และมีรสขมเล็กน้อย แต่ว่ากลับมีรสชาติที่ดีเป็นพิเศษ เธอรู้สึกว่าภายในท้องของเธอนั้นอุ่นขึ้นและในตอนมี่ยาค่อยๆไหลลงไป มันทำให้เธอรู้สึกสบายอย่างมาก เธอดื่มลงไปอีกหน่อย จนหมดไปหนึ่งในห้าของขวด 500มิลลิลิตร

“รู้สึกยังไงบ้างครับ?” หวังเย้าถามด้วยความอยากรู้ ทางหนึ่งเขาก็เป็นห่วงอาการของน้าของเขา แต่อีกทางหนึ่งเขาก็อยากจะรู้ว่ายาของเขามีผลเป็นยังไง”

“น้ารู้สึกดีมาก” จางซิวเหมยพูด

เธอได้พูดความจริงออกมาแม้ว่าเธอจะไม่ได้ดื่มมากนักก็ตาม เธอรู้สึกถึงยาที่อยู่ในท้องของเธอและมันก็ค่อยกระจายออกไปจนทั้วร่างกายของเธอ หลังจากผ่านไปสิบนาทีทเธอก็รู้สึกดีขึ้นและยังรู้สึกว่าแข็งแรงขึ้นมาอีกเล็กน้อยด้วย

“ยานี้มันได้ผลดีจริงๆ!” จางซิวเหมยอุทาน

เธอไม่ได้เชื่อถือยาที่หวังเย้านำมาให้เธอสักเท่าไหร่ ถึงอย่างไร เธอก็ได้ไปหาหมอมาหลายที่และก็ผิดหวังไปซะทุกครั้ง เธอก็แค่ไม่อยากทำให้หลานของเธอต้องเสียใจก็เท่านั้น แต่ยาตัวนี้กลับทำให้เธอประหลาดใจ เพราะเธอไม่คิดว่ามันจะออกฤทธิ์ได้เร็วขนาดนี้

หลังจากเวลาผ่านไปอีกสิบนาที เธอก็เริ่มมีความรู้สึกอย่างอื่นเกิดขึ้น เธอรู้สึกว่าภายในหัวของเธอมันสงบมากและร่างกายก็อบอุ่นขึ้น เธอรู้สึกถึงความสงบกว่าเมื่อก่อน มันเป็นความรู้สึกที่สบายเป็นอย่างมาก

“ตอนนี้คุณน้ารู้ดีขึ้นบ้างไหมครับ?” หวังเย้ารู้ว่ายาได้ออกฤทธิ์แล้วเมื่อเริ่มมีรอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของเธอ

“น้ารู้สึกดีขึ้นมาก ยานี้มันวิเศษมาก เย้า! บอกความจริงกับน้ามา ว่าเธอไปเอายานี้มาจากที่ไหนกัน?” จางซิวเหมยถาม

“ผมเป็นคนทำขึ้นมาเองครับ” หวังเย้าพูดด้วยรอยยิ้ม

“หยุดล้อเล่นได้แล้ว! เธอไปเริ่มต้มยาตอนไหนกัน?!” จางซิวเหมยหัวเราะ

“ฮาฮา ยังไงมันก็ได้ผลนี่ครับ จำเอาไว้ว่าต้องดื่มวันละสามครั้งและดื่มให้หมดในสามวันนี้นะครับ ห้ามดื่มตอนที่มันเย็นนะครับ ตัองอุ่นยาด้วยน้ำอุ่นก่อน แต่ห้ามใช้น้ำร้อนนะครับ ไม่อย่างนั้นฤทธิ์ของมันจะถูกทำลาย” หวังเย้าพูด เขาไม่เคยเรียนเภสัชมาก่อน แต่เขาก็ได้เรียนรู้มากมายจากหนังสือยาที่เขาอ่านอยู่ในตอนนี้

“ได้เลยจ๊ะ เธอรู้เยอะเหมือนกันเนี้ย!” จางซิวหยิงหัวเราะ “แล้วน้าก็ได้ยินมาจากแม่ของเธอว่า เธอจะยังคงปลูกสมุนไพรต่อไป เธอคิดจะขายพวกมันไหม?” เธอถาม

“ก็ไม่เชิงครับ ผมไม่ต้องการพวกมันทั้งหมด ผมยังอยากจะเก็บบางส่วนเอาไว้ให้ตัวเองด้วยครับ” หวังเย้าพูด

“สำหรับตัวเอง? เธอจะเอาไปทำอะไร?” จางซิวเหมยถาม

“ต้มยาครับ” หวังเย้าตอบ

“เธออยากจะเรียนเกี่ยวกับยาจีนเหรอ?” จางซิวรู้แล้วว่าตอนนี้หวังเย้าไม่ได้พูดเล่น

“ไม่ครับ ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ปรุงยาครับ” หวังเย้าพูด

“ปรุงยาเหรอ?” จางซิวหยิงถาม

“ปลูกสมุนไพร, ทำยา และรักษาโรคต่างๆครับ” หวังเย้าอธิบาย

“คล้ายหมอเถื่อนน่ะเหรอ?” จางซิวหยิงก็คิดไปถึงคนที่เรียกว่าหมอที่ไม่มีในรับรองพวกนั้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลานของเธอถึงมีความคิดแปลกๆแบบนั้น เธอจึงเริ่มเป็นห่วงเขาขึ้นมาเล็กน้อย

เดี๋ยวนะ! เมื่อมองไปที่จางซิวเหมย หวังเย้าเพิ่งจะรู้ว่าเขาพูดมากเกินไปแล้ว

“คุณน้าครับ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณน้าคือการดูแลตัวเองเป็นอันดับแรกนะครับ อย่าคิดมากเรื่องของผมเลย ผมต้องไปแล้วนะครับ” หวังเย้าลุกขึ้น

“เธอจะไปไหน?” จางซิวเหมยถาม

“กลับบ้านครับ?” หวังเย้าพูดเมื่อเขาได้ทำทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้แล้ว

“ไม่มีทาง เธอต้องอยู่กินข้าวกลางวันกับน้าก่อน” จางซิวเหมยพูด

“ครั้งหน้านะครับ ไว้น้าหายดีแล้วเราค่อยกินข้าวด้วยกัน” หวังเย้าพูด

“น้าสบายดี! น้าต้องทำอาหารไว้ให้ลุงกับลูกพี่ลูกน้องของเธออยู่แล้ว” จางซิวหยิงพูด

ดังนั้นหวังเย้าจึงอยู่กินข้าวกลางวันกับเธอ จางซิวเหมยบอกสามีและลูกชายของเธอเกี่ยวกับยาที่หวังเย้านำมาให้ในตอนที่พวกเขากลับมาถึงบ้าน เธอชื่นชมถึงความวิเศษของยา สามีของเธอยิ้มเมื่อได้ฟังจางซิวเหมยเล่า แต่เขาก็มีท่าทางสงสัยด้วย ไม่กี่ปีมานี้เขาได้พาภรรยาของเขาไปรักษามาหลายที่แล้ว พวกเขายังได้พบกับผู้เชี่ยวชาญบางคนอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นภรรยาของเขาก็ยังคงป่วยอยู่ มันยากที่จะเชื่อว่ายาต้มนี้จะมีผลลัพท์ที่น่ามหัศจรรย์ได้แบบนั้นได้

หวังเย้าไม่ได้พูดอะไร เขาอยู่เพียงนานหลังจากมื้อกลางวันและก่อนเขาก็จากไปเขายังได้อธิบายการกินยาให้กับน้าของเขาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากออกมาจากบ้านของน้าของเขา แทนที่จะรีบตรงกลับบ้านเลย เขากลับเดินไปรอบๆเมือง

อากาศเริ่มหนาวขึ้นแล้ว เขากำลังจะไปซื้อเสื้อผ้าและอาหารสำหรับซานเซียน มันเป็นวันธรรมภายในห้างจึงมีคนอยู่ไม่มากนัก หวังเย้าจึงใช้เวลาเต็มที่เพื่อเดินดูของ

“หวังเย้า?” อยู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อเขา เมื่อหันไปตามเสียงเรียก เขาก็พบหญิงสาวหน้าตาน่ารักอยู่ใกล้ๆกับเขา เธอมีผ้าคลุมไหลเป็นผ้าไหมสีเขียวคลุมอยู่บนเรือนร่างที่ผอมบางของเธอ และใบหน้าของเธอก็งดงามราวกับดอกไม้

“ถงเวย! บังเอิญจังเลย!” หวังเย้าพูด

สาวสวยคนนี้คืออดีตเพื่อนร่วมชั้นของเขาที่พบกันไม่กี่วันก่อน ชื่อของเธอคือถงเวยและเธอก็งดงามจนเกินบรรยาย

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด