ตอนที่แล้วบท 14: ร้องขอ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบท 16: เชอร์ล็อคโฮมส์เขตคู

จาง ลี่เฉินรู้สึกประทับใจกับคำพูดพี่ชายคนที่ 3  การฝึกฝนคาถาจะต้องใช้เงินมหาศาล และเขาก็ไม่ได้เป็นหัวหน้างานหรือผู้กล้าได้กล้าเสียในการลงทุนกับที่ดินแดนเมียวเว่ยแห่งนี้ มันคงไม่เสียหายอะไรถ้าเปลี่ยนจากการฆ่ามารับผลประโยชน์ที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ในอนาคต

 

แต่โชคก็ไม่เข้าข้าง ขณะที่เขากำลังไตร่ตรองข้อเสนอที่ชายร่างใหญ่ต้องการใช้เงินเพื่อแลกกับชีวิตอยู่นั้น เลือดดำก็เริ่มไหลออกมาตามรูร่างกายของพี่ชายคนที่ 3 และนั่นก็คือการหายใจครั้งสุดท้ายของเขา

 

ขณะเดียวกัน หนอนอาคมชิงหงที่เหลือเพียงแค่หัวก็ตายไปอย่างเงียบ ๆ หลังพ่นพิษทั้งหมดออกมาตามคำสั่งสุดท้ายของผู้เป็นนาย

 

แม้หนอนอาคมจะเป็นเพียงเครื่องมือในสายตาของพ่อมด แต่กับชิงหงที่เขาใช้เวลาเลี้ยงดูมันมา 2 – 3 ปีก็อดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกสูญเสียขึ้นมา

 

ทันใดนั้นเขาก็คิดขึ้นได้ว่าการเข้าในป่าทึบโดยไร้ชิงหงแบบนี้จะเป็นอันตรายสำหรับเขามากเกินไป  เขาอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งขณะกัดฟัน “มันตายแล้ว มันตายไปง่าย ๆ แบบนั้น! ในหนังสือก็บอกอยู่ไม่ใช่หรือไงว่าอายุขัยของพวกมันมีไม่รู้จบ?! หรือเพราะเราเป็นพ่อมดระดับ 1 ถึงได้กลายเป็นแบบนี้…”

 

ยิ่งโกรธมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งสาปแช่งมากขึ้นตาม จาง ลี่เฉิงบังคับตัวเองให้กลับมาสงบอีกครั้งก่อนที่เขาจะสูญเสียตัวตนไปมากกว่านี้ เขานั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรงและปล่อยให้เวลาผ่านไป

.

.

.

เช้าวันต่อมาพร้อมกับท้องฟ้าที่สว่างมากขึ้น  ชาวบ้านหลายคนในหมู่บ้านกวาโว้พากันตื่นตั้งแต่เช้าและมารวมตัวกันที่ถนนหินหน้าประตูทางเข้าบ้านหลังเก่าของตระกูลจางทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ

 

เสียงกรีดร้องที่ดังมาจากบ้านหลังเก่าในตอนกลางคืนได้กระจายไปถึงหูของทุกคนในหมู่บ้านบนภูเขา เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับบ้านหลังเก่าของตระกูลจางในคืนเดียวกันกับที่ผู้เป็นตำนานจาง ดาววูถูกฝัง นักท่องเที่ยวเลยไม่กล้ายุ่งหย่ามอะไรมากในการจะตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นหลังชาวบ้านถูกตักเตือน

 

ในความเป็นจริง แม้ว่าท้องฟ้าจะสว่างขึ้นและพวกเขาก็มารวมตัวกันในเวลาที่ไม่น่าจะมีปีศาจออกมาปรากฏแล้ว แต่ชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกก็เพียงแค่พูดคุยนินทาถึงเรื่องราวไปต่าง ๆ นา ๆ โดยไม่มีใครกล้าเคาะประตูบ้านตระกูลจางกันสักคน

 

หัวข้อในการสนทนาของชาวบ้านจะไม่เป็นความอยากรู้อีกต่อไป เมื่อเทา เลี่ยหลินเดินไปที่บ้านหลังเก่าตามทางหมู่บ้านด้วยท่าทีจริงจัง

 

“อาเลี่ยอยู่นี่แล้ว เขาเคยอยู่ในกองทัพ และเคยถือปืนมาก่อน! เขาไม่เคยกลัวกับเรื่องพวกนี้เลยสักครั้ง เดี๋ยวเขาจะต้องเคาะประตูแน่ ๆ !”

“นั่นสิ อาเลี่ยเป็นคนจัดการพิธีส่งลอร์ดดาววูด้วยตัวเอง แค่เคาะประตูคงไม่ใช่เรื่องใหญ่เกินไปสำหรับเขาหรอก”

 

เทา เลี่ยหลินเดินไปที่ทางเข้าบ้านของตระกูลจางท่ามกลางเสียงพูดคุยมากมาย  เขาดื่มด่ำอยู่ในอารมณ์ของตัวเองด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ ก่อนจะกระแทกประตูอย่างแรงใพร้อมตะโกนด้วยเสียงอันดังว่า “มาทำอะไรกันห๊ะ  กำลังทำอะไรกัน?! รุ่งเช้าแบบนี้ ใครที่ต้องทำงานก็ไปทำงานซะ ใครจะเข้าเมืองก็รีบเข้าไป ทำไมถึงมารวมตัวกันที่หน้าประตูบ้านคนอื่นแบบนี้?!”

“ลุงอาเลี่ย! เมื่อคืนนี้ที่บ้านตระกูลจางมีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ?”

“พวกเรามาก็เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

หนุ่มสาวตัวป่วนท่ามกลางฝูงชนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“มาที่นี่เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น? แล้วจะเห็นกันได้ยังไงในเมื่อไม่กล้าเคาะประตูบ้านเขาด้วยซ้ำ! ตั้งใจจะมาทำอะไรกันแน่ ในเมื่อไม่มีความกล้าอยู่แบบนี้แล้วหวังจะเห็นอะไรกัน? เห้อ … หนอนภูเขา…หนอนภูเขาเอ้ย เปิดประตูให้ที นี่ลุงอาเลี่ยเอง วันนี้ฉันจะพาแกเข้าเมืองเพื่อเอาเงินไปฝากธนาคาร”

 

จาง ลี่เฉินสะดุ้งโหยงเพราะสียงของเทา เลี่ยหลินที่ดังอย่างต่อเนื่องหน้าบ้าน เขารู้สึกปวดหัวมากราวกับว่ามันพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

 

ขณะค่อย ๆ พยุงตัวขึ้นจากพื้นดินและส่ายหัวอย่างหนักเพราะวิสัยทัศน์ที่พร่ามัว เขาก็ตอบด้วยเสียงที่แหบห้าวกลับไป “ลุงอาเลี่ย รอฉันสักเดี๋ยว…”

 

จาง ลี่เฉินที่เริ่มได้สติขึ้นมาเล็กน้อยเห็นศพทั้ง 4 กำลังนอนจมกองเลือดอยู่ทั่วลานบ้าน ทันใดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ปรากฏขึ้นในใจของเขาเหมือนหนังที่ย้อนกลับมาอีกครั้ง

 

“โอ๊กก” ท้องไส้ปั่นป่วนจนขาของเขาอ่อนนุ่มลงทันทีก่อนจะกระทบกับพื้นจนเกิดเสียงดัง

 

เมื่อเขาไม่ได้ท่องคาถาหรือกำลังต่อสู้อยู่ ชายหนุ่มผู้ผอมแห้งคนนี้ก็ไร้ซึ่งความกล้าในการจะปฏิบัติต่อศพพวกนี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“หนอนภูเขา เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น?”เทา เลี่ยหลินที่อยู่นอกบ้านเอ่ยถามเมื่อได้ยินเสียงที่ผิดปกติ

 

หลังอาเจียนอยู่ครู่หนึ่ง จาง ลี่เฉิงที่กินเพียงซุปไก่ไปเมื่อวานก็ไม่มีอะไรให้เอาออกจากท้องมาได้อีก เขาควบคุมลมหายใจตัวเองอีกครั้งพร้อมมองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัวและตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถปกปิดเรื่องพวกนี้ไว้ได้แน่

 

เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อนจะตัดสินใจก้มหน้ารับกรรมที่เกิดขึ้น เขาถอดสลักประตูออกและพูดด้วยท่าทีจริงจัง “ลุงอาเลี่ย มีบางสิ่งร้ายแรงเกิดขึ้น มีคนเข้ามาปล้นบ้านฉันเมื่อคืน แต่แล้ว…แต่แล้วพวกเขาก็ตายกันหมด”

“อะไรนะ?!”

“ตายกันหมดทั้ง 4 คน…”

 

จาง ลี่เฉินเปิดประตูให้กว้างมากยิ่งขึ้นขณะพูด ทันใดนั้นเอง ฉากที่เต็มไปด้วยเลือดในลานบ้านก็ได้เผยแพร่สู่สายตาชาวบ้านทุกคนที่พยายามดันหัวตัวเองเข้ามาตรงประตู

 

ทุกคนที่เห็นความยุ่งเหยิงในลานบ้านต่างตกตะลึง และไม่นานก็เริ่มรู้สึกได้ถึงปั่นป่วนในท้องของพวกเขาและอ้วกออกมาอย่างพร้อมเพรียง

 

เทา เลี่ยหลินที่เคยถือปืนในอดีตเคยเห็นเพื่อนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเสียเลือดเพราะอุบัติเหตุในระหว่างปฏิบัติการต่อสู้ทางทหารมามากมาย เขาจึงไม่ได้อาเจียนออกมาแต่อย่างใด จากนั้นเขาก็เอ่ยคำถามออกไปอย่างงุนงง “พวกเขาทั้งหมดตายแล้ว…? ทั้ง 4 คนเลยเนี่ยนะ? หนอนภูเขา ตายกันตั้ง 4 คน แก…นี่มัน…เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่!”

“เมื่อคืนพวกเขาบุกเข้ามาในบ้านของฉัน ฉันซ่อนตัวอยู่ในห้องครัว คนพวกนั้นก็ตามมาทุบประตูที่ฉันซ่อนอยู่ แล้วจู่ ๆ ก็มีตะขาบขนาดใหญ่ออกมาและกัดพวกนั้นจนตาย ฉันที่ซ่อนตัวอยู่ออกมาด้านนอกในภายหลัง เลยไม่โดนตะขาบกัดไปด้วย”

“ไม่ว่ามันจะกัดแกหรือไม่เรื่องสำคัญคือมีคนตายที่นี่ เราต้องแจ้งตำรวจ เดี๋ยวฉันจะโทรเดี๋ยวนี้แหละ หนอนภูเขา ฟังลุงก่อน อย่าเพิ่งกลัว… แล้วนั่น… ที่ใบหน้าโดนอะไรด้วยน่ะ?”ขณะที่เทา เลี่ยหลินกำลังปลอบโยนจาง ลี่เฉิน เขาก็ถามออกไปด้วยความตกใจทันทีที่สังเกตเห็นว่าเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามีเลือดเปื้อนไปทั่ว

 

จาง ลี่เฉิงตกตะลึง เขาถูอย่างรุนแรงก่อนจะคิดได้ว่าเลือดนี้อาจเป็นของชายร่างหนาที่กระเซ็นมาโดนเขาเมื่อคืน อย่างไรก็ตาม เขาไม่รู้ว่ามันจะแห้งจนติดอยู่แบบนี้ตลอดทั้งคืน

 

“ไม่มีอะไรหรอกลุงอาเลี่ย เมื่อคืนตอนฉันเดินผ่านศพเลือดคงกระเซ็นมาโดน” เขาพูดอย่างใจเย็นด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ และไม่แม้แต่จะพยายามทำความสะอาดเลือดบนใบหน้าของเขาออกด้วยซ้ำ

 

จาง ลี่เฉินไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าเทา เลี่ยหลินกลับมีการแสดงแบบอื่นอยู่บนใบหน้าแทน

 

เมื่อนึกถึงตำนานที่นับไม่ถ้วนของตระกูลจางที่ผู้สูงอายุในหมู่บ้านกวาโว้เคยกล่าวเอาไว้ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของจาง ลี่เฉิงราวกับเขาไม่รู้จักเด็กคนนี้และพูดว่า “หนอนภูเขา…กะ…แก ไม่ล้างหน้าล้างตาก่อนไป เดี๋ยวฉันจะโทรแจ้งตำรวจเอง” โดยไม่ชักช้าอีกต่อไป เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดหมายเลข 110 เพื่อโทรหาตำรวจในทันที

 

เมื่อกดโทรออกจะมีเสียงบันทึกที่กล่าวคำเตือนดังขึ้นมา “ตำรวจจะดำเนินการลงโทษตามกฎหมายกับผู้แจ้งความเท็จ” หลังจากคำเตือนพูดจบ เสียงหวาน ๆ ที่พูดภาษาจีนกลางก็ดังขึ้น “สวัสดีค่ะ ที่นี่สถานีตำรวจเขตคู…”

 

เป็นที่กล่าวขวัญกันว่าพนักงานภาครัฐเขตคูมีการเปลี่ยนแปลงคุณภาพอย่างมากนับตั้งแต่ที่นี่ถูกระบุให้เป็นเมืองท่องเที่ยว อย่างน้อยที่สุดก็ไม่แตกแยกเกินไปจากแผ่นดินใหญ่นัก

 

“ผมจะโทรมาแจ้งข่าวฆาตกรรมชาย 4 คนในหมู่บ้านดามู” เทา เลี่ยหลินพูดอย่างหงุดหงิดขณะพยายามปรับเสียงให้เป็นกลาง

“คุณว่าอะไรนะคะ?”

“ผมเป็นรองหัวหน้าหมู่บ้านกวาโว้ เมืองดามู ชื่อเทา เลี่ยหลิน มีฆาตกรรมเกิดขึ้นที่นี่และมีคนตายไป 4 คน”

“โปรดให้เวลาฉันสักครู่เพื่อบันทึกข้อความรายงานค่ะ” เมื่อสัมผัสได้ว่าผู้โทรไม่ได้ดูเหมือนจะแจ้งความเท็จ ผู้ดำเนินการจากสถานีตำรวจ 110 ก็ปรับน้ำเสียงเป็นตกใจขึ้นมาทันที

 

ขณะที่เทา เลี่ยหลินกำลังรายงานตำรวจอยู่นั้น จาง ลี่เฉินก็เข้าไปเอาถังน้ำจากบ่อน้ำลานบ้านมาทำความสะอาดล้างเลือดบนใบหน้าและมือด้วยสบู่จนสะอาดหมดจด จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปในห้องนอนเพื่อสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ๆ แทน

 

เมื่อเขาเดินออกจากห้องมา ก็ต้องตกใจกับจำนวนคนหน้าบ้านที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

ทุกคนที่ยืนอยู่สวมท่าทางหวาดกลัวเมื่อพวกเขาได้เห็นฉากเลือดที่ชวนสยดสยองด้วยสายตาของพวกเขาเอง

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่แปลกไปก็คืออาการนิ่งงันของผู้คนที่ไม่ยอมขยับเท้าไปไหน เลยเป็นการบังคับให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ด้านหลังต้องยกกล้องขึ้นสูงเพื่อสุ่มถ่ายรูปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเอาเอง และพบสิ่งผิดปกติได้จากภาพที่พวกเขาถ่าย

 

จาง ลี่เฉิงปกปิดใบหน้าของเขาด้วยความหวาดและเดินไปหาเทา เลี่ยหลินซึ่งเพิ่งรายงานเรื่องให้กับตำรวจทราบ เขาเอ่ยถามทันทีเมื่อถึงตัวผู้เป็นลุง “ลุงอาเลี่ย นี่มันอะไรกัน? ทำไมที่นี่ถึงมีคนมากมายขนาดนี้?”

“เมื่อคืนนี้บ้านของแกส่งเสียงดังมาก ผู้คนเลยมารวมตัวกันที่นี่ในตอนเช้าเพื่อดูสาเหตุ คงเป็นเรื่องยากที่จะคุมสถานการณ์ในตอนนี้ได้”

“ภายในระยะเวลาสั้น ๆ…ฉันว่านักท่องเที่ยวทุกคนในหมู่บ้านคงมารวมตัวกันที่นี่หมดแล้ว”

“เราไม่สามารถหยุดพวกเขาได้ เราทำได้แค่เพียงรอตำรวจมา”

“ลุงอาเลี่ย พวกที่ตายทั้งหมดคือโจร พวกตำรวจคงไม่กระจายข่าวออกไปหรอก ใช่ไหม?”

“หนอนภูเขา นั่นมันชีวิตคน 4 คนเชียวนะ! มนุษย์ 4 คน! นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก พวกเขาจะไม่กระจายข่าวคงไม่ได้…ไอ้หนู ฟังลุงให้ดี  ตำรวจจะมาที่นี่ในเร็ว ๆ นี้ เรื่องราวเป็นยังไงให้บอกฉันมาให้หมด แล้วก็บอกพวกเขาไปตามตรง” เทา เลี่ยหลินคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นและในที่สุด เขาก็ตัดสินใจกระตุ้นจาง ลี่เฉินให้พูดเรื่องจริงออกมา

 

“แน่นอน ลุงอาเลี่ย ฉันจะบอกทุกอย่างที่ฉันรู้อย่างแน่นอน” จาง ลี่เฉิงลังเลสักครู่ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วพูดด้วยความจริงใจ

 

ในขณะนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังมาจากไกล ๆ ที่ไหนสักแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มแรกเดินทางมาถึงหมู่บ้านกวาโว้แล้วหลังได้รับรายงาน

 

ที่ทางเข้าหมู่บ้านกวาโว้ ผู้บัญชาการสถานีตำรวจเมืองดามู ซ่ง ชิงเหอ รองผู้กำกับลี ยู่เจี่ยน เจ้าหน้าที่ตำรวจซุน ชี่เหอ และ เกอกวน ฮุยชิ ก็ก้าวออกมาจากรถตำรวจ พวกเขามองไปรอบ ๆ กับสภาพหมู่บ้านที่น่าทึ่งสำหรับชาวต่างชาติ แต่ที่นี่ก็เป็นแค่เมืองคนจนที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีจากเมืองเท่าไหร่นัก ซ่ง ซิงเหอถ่มน้ำลายและพูดว่า “โคตร* สถานที่บ้า ๆ กับเหตุการณ์เฮงซวยที่มีคนตาย 4 คนในคราวเดียว ถ้าเป็นรายงานจริง นอกจากจะถูกตัดโบนัสปีนี้แล้วฉันต้องถูกลงโทษทางวินัยอีกด้วยแน่ ๆ”

“ดูเหมือนจะไม่ใช่รายงานเท็จนะครับ ผู้กำกับซ่ง” ลี ยู่เจี่ยนชี้ไปทางฝูงชนที่กำลังรวมตัวกัน ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างฝืนใจ “ถ้าผู้กำกับถูกลงโทษ บางทีผมในฐานะรองผู้บัญชาการที่รับผิดชอบการสืบสวนคดีอาชญากรรมอาจถูกไล่ออกเลยก็เป็นได้”

 


 

คะแนน 4.3
กรุณารอสักครู่...