ตอนที่แล้วตอนที่ 43 ชายหนุ่มชุดขาวเห็นอะไรจากกอไผ่กัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน

ตอนที่ 44 ชายชุดขาวและผู้อ่อนแอ

 

ท่ามกลางมืดมิดยามราตรี ปรากฏร่างชายหนุ่มผู้หนึ่งเต็มไปด้วยรอยแผล จากแส้ไผ่ที่ถูกสร้างขึ้นจากน้ำมือหญิงสาวเบื้องหน้าของมัน ร่างชายหนุ่มถูกแขวนไว้ด้วยเชือกที่แน่นหนา ข้างกายของชายหนุ่มมีร่างกระต่ายน้อยสีขาว นอนหลับอย่างสงบ ราวกับไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นกับเจ้านายตัวมัน

 

“เจ้าคือผู้ใดกัน กลับกล้ามาแอบถ้ำมองศิษย์พี่หญิงพวกข้า เจ้าโรคจิต” หญิงสาวหน้าหนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ แต่ก็ดูเกรี้ยวกราดในเวลาเดียวกัน หน้ามีใบหน้าที่งดงามล้มเมือง ข้างกายนางนั้นมีหญิงสาวนางหนึ่งนอนสลบอยู่

 

เสวี่ยเหยียนหลังจากเกิดอาการตื่นตกใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มชุดขาวเข้ามาแอบถ้ำมองตัวนาง ในเวลาอาบน้ำภายในน้ำตก นางก็พลันสลบไปทันที หลังจากฟังคำพูดของมัน

 

ความจริงนั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนไหวต่อเรื่องเช่นนี้ง่ายนัก แต่หากตัวนางพึ่งได้รับความโศกเศร้า เมื่อได้ยินจากปากสหายร่วมผจญภัยผู้นั้น กล่าวออกมาว่า ชายที่นางหลงใหลนั้นมีภรรยาแล้ว ทำให้จิตใจนางในตอนนี้ นางนั้นสับสนวุ่นวายเป็นอย่างมาก

 

ด้วยเสน่ห์ของมังกรจากสายเลือดที่ได้รับมา กลิ่นกายหนิงเจี้ยนและท่าทางตัวมัน จึงดูสง่างามราวกับชายในฝันผู้หญิงหลายต่อหลายคนนัก ผลกระทบนั้นมีความรุนแรงราวกับพายุคลั่ง ที่ถาโถมเข้าใส่หญิงสาวนางนี้

 

ยิ่งในเวลานั้นตัวหนิงเจี้ยน พึ่งเปิดใช้พลังปราณมังกรจากการต่อสู้กับตี๋เทียนหลงด้วยแล้ว ด้วยความที่ไม่ระวังตัวมากนัก พลังปราณของมันจึงรั่วไหลออกมาเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้หญิงสาวหลายนางในเวลานั้นหลงใหลได้ ร่วมถึงตัวเสวี่ยเหยียนด้วยเช่นกัน

 

ต่างจากกลิ่นไอของชายหนุ่มชุดขาว ที่เปรียบดั่งสัตว์ป่า ที่จะคอยฉีกกระชากเหยื่อตลอดเวลา หลังจากเห็นเสวี่ยเหยียนล้มตัวลงไป พลังลึกลับภายในร่างกายมันจึงรั่วไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้

 

“ข้าก็เพียงแค่เดินมาตามทางที่เจ้ากระต่ายเล้งยี่ บอกเท่านั้น” ชายหนุ่มที่ร่างกำลังถูกแขวนด้วยเชือกห้อยอยู่จากที่สูง กล่าวออกมาด้วยอารมณ์ที่สงบ ราวกับบาดแผลบนร่างกายนั้นไม่เตยเกิดขึ้นมาก่อน

 

หากหญิงสาวเบื้องหน้าสังเกตตัวมันให้ดี จะเห็นได้ว่า บนบาดแผลของชายหนุ่มนั้นกำลังถูกแสงสีขาวจางๆ เคลื่อนตัวไปมาเพื่อรักษาจนหายไปอย่างเชื่องช้า

 

หญิงสาวนางนั้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูด คิ้วสวยของนางก็พลันยกขึ้นด้วยความสงสัย เพราะคำพูดและจังหวะเต้นหัวใจชายหนุ่ม ไม่ได้ดูเหมือนคนโกหกเลย แต่เหมือนคนที่กล่าวความจริงออกมาไม่หมดเสียมากกว่า

 

“เช่นนั้นเป้าหมายของเจ้าคืออะไร เหตุใดจึงสื่อสารกับกระต่ายตัวน้อยนี่รู้ความ” กระบี่ไม้ไผ่ของ หญิงสาว ชี้ไปทางกระต่างน้อยเล้งยี่ ที่นอนหลับอยู่บนหินด้วยความสบายใจ อย่างหาที่สุดมิได้อยู่ เมื่อมันได้รับขนมจากเจ้านายของมัน หลังทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

“เฮ้อ…แม่นางเจ้าเอาข้าลงก่อนได้หรือไม่ ถึงข้าจะไม่ร้องตอนเจ้าตีข้า แต่มันก็อดที่จะเหมื่อยเนื้อเหมื่อยตัว ไม่ได้ ร หรือว่า เจ้าต้องการเห็นเรือนร่างที่งดงามข้ากัน!” ชายหนุ่มถอนหายใจกล่าวออกมา ก่อน จะพลันเปลี่ยนอารมณ์ไปตามคำพูดอย่างลื่นไหล ราวกับพลิกฝ่ามือ

 

ฉับ!

 

ร่างของชายหนุ่มตกลงไปยังน้ำเบื้องล่างอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายมันเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำค้าง สะท้อนกับแสงจันทร์ยามค่ำคืน ดูแล้วน่าหลงใหลยิ่งนัก หากตัวมันไม่นิสัยกระล่อนปลิ้นปล้อนแล้ว คงมีหญิงสาวมากมายหลงเสน่ห์มันจนโงหัวไม่ขึ้น เป็นแน่แท้

 

“เอาล่ะ ทีนี่เจ้าก็บอกข้ามาได้แล้ว ว่าเจ้ามีเป้าหมายอันใด” หญิงสาวนางนั้นกล่าวออกมา พร้อมกับมีรอยสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามของนาง

 

“อะแฮ่ม! ข้าจะบอกเจ้าแล้วนะฟังให้ดี” ชายหนุ่มไอออกมาด้วยอารมณ์เคร่งขรึม หลังจากใส่เสื้อผ้าอาภรณ์กลับไปแล้ว ก่อนจะหันกลับมาทางหญิงสาวเบื้องหน้า

 

“ข้ามีแซ่ว่า หวัง นามว่า จ้าว เป็นผู้ฝึกยุทธพเนจร ที่มางานแต่งของสหายข้า แต่สวรรค์กลับกลั้นแกล้งข้า ข้าหลงทางมาร่วมกว่าห้าวันแล้ว ดูเหมือนว่างานแต่จะพึ่งจบลง แต่ข้าวก็ยังอยากเข้าไปส่งของขวัญให้อยู่ เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าเห็นพวกเจ้าเดินผ่าน แต่ด้วยความที่เห็นศิษย์พี่เจ้า ทำหน้าเหมือนคนอกหัก ข้าก็เลยเดินกลับไปยังทะเลสาบแสงจันทร์เสียก่อน เพื่อเอาน้ำใบบัวบกมาให้ศิษย์พี่เจ้าน่ะ” หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของหวังจ้าว ใบหน้าของหญิงสาวพลันแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด แต่ก็ไม่นานนัก ใบหน้านางก็กลับมาเป็นราบเรียบเช่นเดิม

 

อันที่จริงนางรู้เรื่องดั่งกล่าวอยู่แล้ว แต่ชายที่มีนามว่าหวังอู่เบื้องหน้ากลับ กล่าวออกมาอย่างไม่ อายปากของมัน ว่าจะนำน้ำใบบัวบกมาให้

 

จิตใจสตรีนั้นละเอียดอ่อน เมื่อได้ยินคำกล่าวเช่นนั้น ก็อาจจะตีความผิดไปได้ เคยมีคนกล่าวว่าบาง ครา ยามที่สตรีเจ็บช้ำก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งมากเกินไป ไม่เช่นนั้นความหวังดีของท่านจะกลายเป็นดาบ สองคม สูญเสียนางไปตลอดชีวิต

 

“เจ้า!” หญิงสาวพูดไม่ออก เมื่อได้ยินชายหนุ่มพูดเช่นนั้น นางคิดตีความไปก่อนว่า ชายเบื้องหน้า นั้นต้องการมาซ้ำเติมเท่านั้น เพราะชายหนุ่มไม่ใช่คนรู้จักสนิทชิดเชื้อด้วย

 

“ข้าพูดอะไรผิด ข้าก็บอกว่าข้าแค่มางานแต่งสหาย แล้วเห็นแม่นางตรงนั้นกำลั–” ยังกล่าวไม่ทันจบ หวังจ้าวพลันถูกสตรีเบื้องหน้าขัดเสียก่อน

 

“พอ! ไม่ต้องพูดแล้ว ไสหัวไปเลย! ให้กระต่ายเจ้าพาไปเมืองคชสารเผือกเองเลย ข้าไม่คิดเลยว่านายน้อยหนิงเจี้ยนจะมีเพื่อนเช่นเจ้า” นางกล่าวไล่หวังจ้าวออกไป ด้วยความโกรธที่มีสุมอยู่ในอกในยามนี้

 

สตรีนางนี้นั้นมีชื่อว่า เหลียนซี เป็นศิษย์ฝ่ายในของสำนักบุปผาสวรรค์ ตัวนางนั้นนับถือ เสวี่ยเหยียน เป็นอย่างมาก ไม่ใช่เพราะเสวี่ยเหยียนนั้นเก่งกาจเพียงอย่างเดียว นางยังจิตใจที่ขาวสะอาดราวกับดอกไม้อีกด้วย

 

ในยามทีนางอยู่ในสำนักเสวี่ยเหยียนนั้นขยันหมั่นเพียรอยู่เสมอ ไม่เพียงแค่มีพรสวรรค์ที่สู่ล้ำ แต่ก็ยังมีความพยายามดั่งภูผากว้างเช่นกัน และจิตใจที่เมตตาต่อเพื่อนร่วมสำนักอีกด้วย ทำให้เหลียนซีนั้นชื่นชอบเสวี่ยเหยียนเป็นอย่างมาก

 

“เฮ้อ…หนิงเจี้ยนเกี่ยวอันใดกับการกระทำข้ากัน อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับสหายข้า คนเราก็มีความรู้สึกนึกคิดและนิสัยที่ต่างกัน ถึงแม้ข้ากับมันจะเป็นสหายรักกัน ข้าเป็นเช่นมันไม่ได้!” หวังจ้าวเป็นคนมีความอดทนสู้ มันโกรธสตรีเบื้องหน้า ที่นำมันไปเปรียบเทียบกับสหายรัก โดยไม่รู้เลยว่าเสวี่ยเหยียนก็ได้ยินคำพูดนั้น

 

“เช่นนั้นแล้วข้าอยากรู้ว่าท่านมีความสัมพันธุ์อันใดกับ นายน้อยหนิงเจี้ยนบ้าง ค่อยๆกล่าวออกมาตอนเดินทางไปเมืองคชสารแล้วกัน” เสวี่ยเหยียนกล่าวออกมา พร้อมดันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น มองมายังใบหน้าอันหล่อเหล่าดั่งนายน้อยเจ้าสำราญ ภายในตระกูลใหญ่ ต่างจากหนิงเจี้ยน ที่มีใบหน้าคมเข้ม

 

“ได้!” เมื่อเห็นว่าตัวนางไม่ได้กล่าวเอาความใดๆ ต่อตัวมัน ที่ดันไปเห็นเรือนร่างของนางยามชำระร่างกายภายในน้ำตก มันก็เต็มใจที่จะเล่าอย่างไม่ปิดบัง

 

“…”

 

“…”

 

ในอีกทิศทางหนึ่งห่างออกไปจากภูเขา หวังจ้าวและพรรคพวกของเสวี่ยเหยียนอยู่กัน เสียงระเบิดพร้อมควันไฟ ดังขึ้นรอบทิศทาง จากการต่อสู้ของตี๋เหรินเจี๋ยและเหล่าองค์รักษ์ ได้ปะทะเข้ากับมารทั้งสิบตัว ที่เยว่หนิงได้ส่งมาอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับข้อความนกกระดาษของเยว่หนิง

 

ตูม! ตูม! ตูม!

 

[เพลงหอกพิชิตชัย!]

 

ตี๋เหรินเจี๋ยสะบัดคมหอกเป็นวงกลม พร้อมกับแสงสีขาวที่ทอประกายขึ้น บนคมหอกของมัน เข้าหามารร้ายตัวหนึ่ง ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ บนศีรษะของมันมีเขางอกขึ้นมาเหมือนกับด้วงกวาง หมัดของมารร้ายตัวนั้น ทอประกายสีดำปะทะเข้ากับอาวุธของตี๋เหรินเจี๋ยอย่างรุนแรง

 

เคล้ง!

 

ตูม!

 

เสียงหอกและหมัดกระทบกันราวกับเหล็กปะทะกัน ก่อนจะระเบิดออกมากลายเป็นควันฝุ่น ลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่นานก็ถูกหอกของตี๋เหรินเจี๋ยวาดไปบนอากาศ พัดพาพวกมันออกไปอย่างรวดเร็ว

 

“ดูเหมือนว่า การจะกำจัดมารเช่นเจ้าจะไม่ง่ายเสียแล้ว” ตี๋เหริน เจี๋ยกล่าวด้วยเสียงเรียบ พร้อมตั้งท่าเตรียมจะต่อสู้กับมารเบื้องหน้าต่อไป

 

“หึหึ เจ้าไม่ใช่ชายแก่ที่น่าหวดกลัวผู้นั้น ข้ายังพอปะทะเจ้าได้” มารร้ายเข้าด้วงกวาง กล่าวออกมา ด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก พร้อมหัวไปพลางขยับหมัดสีดำ เคลื่อนกายเข้าหาตี๋เหรินเจี๋ย

 

“[หมัดมารทลายภูผา!]” หมัดสีดำของมัน ทอประกายพร้อมปล่อยพลังรุนแรงออกมา เคลื่อนกายเข้าไปใกล้ตี๋เหรินเจี๋ย หวังจะกำราบมนุษย์เบื้องหน้า

 

“เข้ามา [นาคาล่องลม]” ตัวคนพลันก้าวเท้าออกมาไป ควงหอกเป็นวงกลมผลักพลังทำลายล้างของหมัดมารเบื้องหน้าไปด้านข้าง ก่อนจะหมุนตัววาดคมหอกสีขาว ที่ถูกเคลื่อบตัวแสงสีขาวจากพลังลึกลับ เข้าตัดเขาขนาดใหญ่มารร้ายด้วงกวาง

 

ตูม!

 

“อ๊ากกกกกกก บัดซบ!!” มารร้ายด้วงกวางนำสองมือเอื้อมไปคว้าเขาที่หลุดไป ก่อนจะหันกลับไปใช้เขาที่ขาดไป รับคมหอกต่อมาจากตี๋เหรินเจี๋ย

 

เคล้ง!

 

เขาในมือของมันกระเด็นออกไปไกล ทำให้มารร้ายดวงตาเบิกกว้าง พร้อมปรากฏหยดเหงื่อขึ้นบนผิวหน้าของมันอย่างช่วยไม่ได้ และดูเหมือนว่าคมหอกจากวิชาอีกฝ่ายจะยังไม่จบลง

 

คมหอกที่สี่ และ ห้าก็ตามมาติดๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ราวกับห่าฝนที่ไม่มีวันหยุด จนกว่าพื้นดินเบื้องล่างจากถูกปกคลุมไปด้วยสายน้ำ

 

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!

 

คมหอกเข้าตัดแขนและขาของมารตัวนั้นออกหนึ่งข้าง ต่อหนึ่งครั้งที่สะบัดคมหอกออกไป

 

ไม่นานร่างกายของมารร้ายตัวนั้น ก็ถูกแยกออกเป็นสิบส่วนอย่างสวยงาม ราวกับถูกตัดมาอย่างประณีต ผิวที่ถูกตัวออกมาเรียบเนียนสวยงามราวกับปฏิมากรรมน้ำแข็ง

 

เมื่อการต่อสู้ของตี๋เหรินเจี๋ยจบลง ตัวมันก็สบถออกมา พร้อมกับถุยน้ำลายลงไปใส่ร่างของมารร้ายที่กำลังสหายไปอย่างช้าๆ ลอยไปยังทิศทางที่ห่างไกลออกไป

 

“ถุย! นึกว่าแน่ ที่แท้เจ้าก็แต่พวกขี้โม้ชอบเปรียบเทียบ” ตี๋เหรินเจี๋ยกล่าวออกมา ด้วยความดูถูก ก่อนจะวิ่งออกไปนอกพระราชวัง เพื่อจัดการกับมารตัวต่อไป โดยไม่รู้เลยว่ามารที่ตนเองนั้นฆ่านั้น ยังไม่ตายจากไป และยังไม่ยินทุกคำพูดของตี๋เหรินเจี่ยอีกด้วย

 

“บัดซบข้าอ่อนแอเพียงนี้เลย” ร่างของมารด้วงกวางสลายเข้าไปยังขวดหยกสีดำ ที่มีอักขระเขียนว่า [มารด้วงกวาง ถงถง] ภายในมือของสตรีนางหนึ่ง ผู้กำลังวิ่งหนีออกมาจากชายหนุ่มผู้หนึ่ง

 

“ถงน้อย เจ้าหลับซักพักเดียวเจ้าก็ฟื้นแล้ว” นางกล่าวออกมาพร้อมกับเคลื่อนกายผ่านหลังคาออกไป พร้อมกับเสียงของมารด้วงกวาง ถงถง ที่อยู่ภายในขวด ก่อนมันจะหลับใหลไป เพื่อพักฟื้นพลัง

 

“พี่อี้หนานข้าขอฝาก ตามเก็บวิญญาณมารที่เหลือด้วย” เสียงของถงถงกล่าวออกมาด้วยความขุ่นเคือง ที่มีอยู่ภายในใจตอนนี้ บอกกล่าวต่อมารราตรี อี้หนาน ผู้ที่กลับจากการเก็บเศษวิญญาณของหนิงอวี้ ให้รอดพันจากเปลวเพลิงหนิงเจี้ยน

 

หมอกสีครามเคลื่อนร่างผ่านพระราชวังไปทั่วทิศ พร้อมปรากฏร่างของหนิงเจี้ยนขึ้นมามากมาย สะบัดดาบออกไปยังมารตัวหนึ่ง ที่กำลังหนีจากทหารองค์รักษ์ จนคอมันขาดกระจุยพร้อมสลายไปอย่างไม่รู้ตัว แต่สุดท้ายแล้วอี้หนานมารราตรีก็สามารถเก็บวิญญาณกลับไปได้เช่นเคย

 

อันที่จริงแล้ว ด้วยพลังระดับก่อลำต้นขั้นสูงสุด ที่กำลังจะตัดผ่านไปยังระดับผลิบานของหนิงเจี้ยน ในตอนนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะสังหาร มารที่เหลืออีกแปดตัวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ในยามนี้ พร้อมกับอี้หนานมารราตรี

 

หากหนิงเจี้ยนกับนางได้ลองปะทะกันดู เมืองคชสารเผือกคงจะกลายเป็นเศษซากไป เพราะพลังของนางในตอนนี้ก็เพียงพอ ที่จะต่อสู้กับหนิงเจี้ยนแล้ว แต่สุดท้ายแล้วก็ยังไม่สามารถสังหารตัวมันได้เช่นเดิม

 

ร่างหมอกมายาของหนิงเจี้ยนมองไปยังอี้หนาน ผู้ยืนอยู่บนหลังคาพระราชวังพลางจ้องมองมายังหนิงเจี้ยน พร้อมอาการสั่นไปทั่วทั้งตัว เพราะหากว่านั้นเป็นนางเเล้ว ไม่ตายก็บาดเจ็บหนักจนต้องหนีตายเลยทีเดียว ด้วยความที่นางยังไม่ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

 

อี้หนานจ้องมองไปยังหนิงเจี้ยน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อสีใส ปกคลุมไปทั่วใบหน้าที่สวยงามเเละหวาดกลัว พร้อมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียง ที่ฟังดูสับสนว่าผู้ใดจะพูดกันแน่ แต่มันก็มากพอแล้ว ทำให้อี้หนานสับสนว่าผู้ใดกันคือร่างจริง

 

“หนีหางจุกตูด นี่หรือมารสุดแกร่งที่ท้าทายข้า…” หนิงเจี้ยนกล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย ราวกับคำพูดของมัน เป็นเพียงแค่ลมปาก ที่จะกล่าวออกไปเมื่อใดก็ได้ เมื่ออีกฝ่ายตั้งตนเป็นศัตรูกับตนเอง

 

“เจ้า!”

 

 

สามารถติดตามอ่านตอนต่อไปได้ที่  Fictionlog

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...