ตอนที่แล้วบทที่ 24 สือเสี่ยวไป๋ไม่ใช่ความหวังของทีมสีแดง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 26 ถู่ต้าเฮย

บทที่ 25 สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกเพ่งเล็ง


บทที่ 25 สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกเพ่งเล็ง

 

แสงแดดกระทบเส้นผมสีเงินของหนุ่มน้อยรูปงาม สะท้อนเป็นประกายแสงอันอบอุ่นนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน ทว่าคำพูดประโยคนี้ของหนุ่มน้อยผมเงินไม่เพียงทำให้รู้สึกแสบรำคาญแก้วหู แต่ยังชวนให้หนาวเหน็บอีกด้วย

 

“สือเสี่ยวไป๋ ไม่ใช่ความหวังของทีมสีแดง”

 

หนุ่มน้อยผมเงินคล้ายกับกำลังบรรยายความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้เท่านั้น แววตาสงบราบเรียบและน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่า แต่ในความราบเรียบนี้กลับมีพลานุภาพในการทำร้ายมากกว่าอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

 

แม้สือเสี่ยวไป๋จะตกใจกับการปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของหนุ่มน้อยผมเงินอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินคำพูดดูแคลนตัวเองเช่นนี้ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าศักดิ์ศรีแห่งราชาได้รับการหมิ่นประมาท ไหนเลยจะสามารถอดทนได้อีกต่อไป

 

เพียงแต่พอสือเสี่ยวไป๋จะเปิดปากปฏิเสธ หนุ่มน้อยผมเงินกลับพูดอีกประโยคหนึ่งออกมา ทำเอาสือเสี่ยวไป๋ปิดปากแทบไม่ทัน

 

“สือเสี่ยวไป๋ คือความหวังของมนุษย์ทุกคน”

 

หนุ่มน้อยผมเงินพูดออกมาเช่นนี้ แม้ว่าน้ำเสียงจะดูราบเรียบ แต่ไฟในแววตากลับลุกโชน

 

สือเสี่ยวไป๋งงเป็นไก่ตาแตกอยู่ชั่วขณะ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าควรชาร์ตพลังให้กับสมองของตัวเองบ้างดีไหม นี่มันเรื่องอะไรกัน เรื่องราวมันเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปแล้วมั้ง? เมื่อกี้ไม่ได้เรียกเขาว่าเป็น ‘ผู้อ่อนแอ ‘ไร้ความสามารถ’ หรอกเหรอ? ทำไมจู่ๆ ก็เทิดทูนให้เป็น “ความหวังของมวลมนุษย์” ได้ล่ะ’ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงงึมงำของเย่เจียเฉวียน “ข้าก็คิดว่าหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋คือความหวังของมวลมนุษย์! แต่ว่าหลิงฉุน ข้าว่าครั้งนี้นายพูดผิดนะ! ข้าคิดว่าหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋จะต้องช่วยทีมสีแดงได้อย่างแน่นอน! ข้าเชื่อมั่นในตัวเขา!”

 

หนุ่มน้อยผมเงินที่ถูกเรียกว่า “หลิงฉุน” หัวเราะทีหนึ่งกล่าวว่า “เจ้าทึ่มเย่ ตัวฉันเองเคารพนับถือสือเสี่ยวไป๋มาก และเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าวันหน้าสือเสี่ยวไป๋จะเติบโตเป็นฮีโร่ระดับ S ที่แข็งแกร่งที่สุด สามารถต่อต้านภัยพิบัติจากโลกปีศาจ ต่อต้านการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว ปกป้องมนุษยชาติ จวบจนถึงวาระ ‘อวสานโลกครั้งที่สี่’ ที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไร ฉันเชื่อว่าสือเสี่ยวไป๋จะต้องเป็นดวงอาทิตย์ที่สว่างสดใสที่สุด!”

 

สือเสี่ยวไป๋ได้ฟัง เลือดพลันสูบฉีดเดือดพล่าน ในสมองจินตนาการถึงภาพที่เหล่ามวลมนุษย์ร้องเพลงสรรเสริญในความกล้าหาญช่วยกอบกู้โลกของเขา สายตาที่มองยังหนุ่มน้อยผมเงินก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างที่สุด ในใจคิดว่าหนุ่มน้อยผมเงินคนนี้สามารถนำเรื่องราวในอนาคตมาบรรยายได้อย่างถูกต้องแม่นยำเช่นนี้ หรือว่าเขาจะเป็นศาสดาพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน?

 

ขณะที่สือเสี่ยวไป๋กำลังล่องลอยอยู่ในห้วงจินตนาการ หลิงฉุนกลับเปลี่ยนคำพูดอย่างฉับพลัน ถอนหายใจก่อนกล่าวว่า “แต่พวกเราต้องยอมรับความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สือเสี่ยวไป๋ยังเป็นแค่คนอ่อนแอ เขายังไม่เติบโต เขายังเป็นเพียง ‘ทารก’ ที่เปราะบางคนหนึ่ง! ตามข้อมูลที่รู้มาเมื่อ 11 วันก่อน สือเสี่ยวไป๋ยังไม่ได้เริ่มฝึกพลังจิต แม้สือเสี่ยวไป๋จะเป็นอัจฉริยะ แต่ในเวลา 11 วัน อย่างมากก็ทำได้ถึงแค่ขั้นปฐมจิตชั้นหนึ่ง การมาเยือนของสือเสี่ยวไป๋ช่วยเสริมพลังให้กับทีมสีแดงได้เพียงน้อยนิด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนชะตากรรมที่ทีมสีแดงจะต้องแพ้ให้ทีมสีฟ้าไปได้!”

 

คำพูดของหลิงฉุนเพิ่งจะจบลง น้ำเสียงเร่งรีบของเย่เจียเฉวียนพลันดังขึ้น “ข้า...ข้าพูดไม่ชนะเจ้า! แต่ข้าก็แค่รู้สึกว่าหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋จะสามารถนำทีมสีแดงให้มีชัยต่อทีมสีฟ้าได้!”

 

ใบหน้าหล่อเหลาดั่งปีศาจน้อยของหลิงฉุนเผยสีหน้าเอือมระอา สองมือยัดเข้ากระเป๋ากางเกง ยักไหล่ก่อนกล่าวว่า “เจ้าทึ่มเย่ ถึงนายจะดื้อดึงไม่ยอมรับ ฉันก็ต้องบอกเรื่องโหดร้ายให้นายฟัง ถึงสือเสี่ยวไป๋จะปรากฏตัว ไม่เพียงจะไม่สามารถเพิ่มพลังให้ทีมสีแดงแข็งแกร่งได้ กลับจะทำให้ทีมสีแดงยิ่งอ่อนแอลง!”

 

“นายพูดเหลวไหล! ข้าไม่เชื่อ!” ใบหน้าของเย่เจียเฉวียนพลันบวมแดง พ่นลมหายใจฮึดฮัด ราวกับว่าคำพูดของหลิงฉุนไปสะกิดต่อมโมโหเข้าเสียแล้ว

 

สือเสี่ยวไป๋มองเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกสลดใจ ฝั่งหนึ่งก็ศรัทธาอย่างคลั่งไคล้ อีกฝั่งก็ศรัทธาอย่างมีปัญญา แต่ทั้งคู่ต่างก็ศรัทธาในตัวเขา ทั้งสองต้องทะเลาะกันก็เพราะเขา แล้วเขาควรจะเข้าข้างใครดี

 

“นี่คงเป็นการปะทะกันระหว่างความศรัทธาและความศรัทธาสินะ! มาเถอะ ให้ราชาเช่นข้าได้ดูว่าเจ้าทั้งสองใครมีความศรัทธาที่แรงกล้ากว่ากัน!”

 

สือเสี่ยวไป๋เงียบลงเพราะตั้งใจจะรอดูอยู่ข้างสนาม แต่คล้ายกับว่าเย่เจียเฉวียนและหลิงฉุนก็จมดิ่งอยู่ในโลกของคนสองคนตั้งนานแล้ว หลิงฉุนน่ะตั้งแต่แรกถึงตอนท้ายก็ไม่ได้เห็นสือเสี่ยวไป๋อยู่ในสายตา เรื่องนี้ทำให้สือเสี่ยวไป๋ตลกอยู่ไม่น้อย

 

“ระยะห่างที่ไกลที่สุดบนโลกใบนี้ ก็คือข้ามายืนอยู่ตรงหน้าพวกนายแล้ว แต่พวกนายกลับไม่มีใครรู้เลย!”

 

สือเสี่ยวไป๋นึกขำอยู่ในใจ แต่หูกลับตั้งผึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบใจกับคำพูดของหลิงฉุนเท่าไรนัก แต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้

 

ว่าทำไมการปรากฏตัวของสือเสี่ยวไป๋ แล้วพลังของทีมสีแดงจะลดลง?

 

หลิงฉุนถอนหายใจเฮือก หันมาเผชิญหน้ากับเย่เจียเฉวียนก่อนพูดว่า “เจ้าทึ่มเย่ นายลืมเรื่อง ‘การต่อสู้รักษาตำแหน่งหัวหน้าทีม’ ที่อาจารย์ซีซือเคยบอกไปแล้วหรือไง?”

 

เย่เจียเฉวียนได้ฟังก็ชะงัก ครู่หนึ่งถึงได้พึมพำกับตัวเอง “ข้า...ข้าจำไม่ได้แล้ว”

 

หลิงฉุนทำท่าทางฉันว่าแล้ว พร้อมกล่าวว่า “ตอนที่อาจารย์ซีซือกำหนดให้สือเสี่ยวไป๋เป็นหัวหน้าทีมสีแดง คนของกลุ่มซ่งเซียวได้ออกปากคัดค้าน อาจารย์ซีซือถึงได้ตั้งกฎ ‘การต่อสู้รักษาตำแหน่งหัวหน้าทีม’ ขึ้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดสามคนในทีมสีแดงต่างก็มีโอกาสคนละ 1 ครั้งในการท้าดวลกับหัวหน้าคนปัจจุบัน!”

 

“หากสือเสี่ยวไป๋ปรากฏตัวก็จะต้องรับคำท้าดวลของซ่งเซียว การเผชิญหน้ากับซ่งเซียวขั้นปฐมจิตชั้นสามนั้น สือเสี่ยวไป๋จะต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงตอนนั้นตำแหน่งหัวหน้าทีมจะต้องตกอยู่ในมือของซ่งเซียวแน่นอน ซ่งเซียวเป็นคนยังไง เจ้าทึ่มเย่น่าจะรู้ดีที่สุด นายคิดว่าทีมสีแดงภายใต้แกนนำของซ่งเซียวจะเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งหรือเปลี่ยนเป็นอ่อนแอล่ะ?”

 

เย่เจียเฉวียนฟังคำพูดของหลิงฉุนจบ ก็รู้สึกเสียศูนย์ขึ้นมา ในใจไม่อยากยอมรับความจริงนี้ แต่ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ ทำได้เพียงอดกลั้นจนหน้าแดง แล้วพูดงึมงำ “เรื่องนี้...เรื่องนี้...”

 

หลิงฉุนเห็นสภาพก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มเยาะ พลางกล่าว “อีกอย่างเหมือนว่านายจะลืมเรื่องกลไกการกำจัดที่อาจารย์ซีซือเคยบอกไว้”

 

เย่เจียเฉวียนกล่าวเสียงตกตะลึง “ไม่ใช่ว่าจับสลากกันในทีมหรอกเหรอ?”

 

หลิงฉุนแสดงอาการเอือมระอาอย่างอดไม่ได้ ยักไหล่ขึ้นสูงก่อนกล่าว “จับสลากในทีมนั้นเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น ก็เพราะสือเสี่ยวไป๋ไม่อยู่! กลไกกำจัดที่อาจารย์ซีซือประกาศจริงๆ แล้วคือ หัวหน้าทีมเป็นผู้เลือกกำจัดแต่เพียงผู้เดียว! เข้าใจไหม? ถ้าสารเลวนอกรีตอย่างไอ้ซ่งเซียวนั่นชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมมาได้ นายคิดว่าคนแรกที่มันจะกำจัดออกจะเป็นใครล่ะ?”

 

“เขาจะต้องเลือกกำจัดสือเสี่ยวไป๋ก่อนแน่! ถึงแม้ว่าสือเสี่ยวไป๋จะเป็นอัจฉริยะที่ทุกคนในไกอาควรปกป้องดูแล ทว่าอาจารย์ซีซือเป็นใคร? คนโรคจิตที่ทำผิดกฎระเบียบขององค์กรมานับไม่ถ้วน แต่ยังคงอยู่ในตำแหน่งสูงได้! ในเมื่อเขากล้าออกกฎแบบนี้ได้ เป็นที่ประจักษ์ว่าเขากล้าพอที่จะเตะสือเสี่ยวไป๋กระเด็นออกจากทีมฝึกอบรมเด็กใหม่ ดังนั้นถ้าหากสือเสี่ยวไป๋ปรากฏตัวขึ้นจริง ไม่เพียงแต่จะทำให้คนในทีมสีแดงแตกแยก แต่ยังเป็นการทำลายตัวเองด้วย แน่นอนว่าการที่อัจฉริยะแบบสือเสี่ยวไป๋ต้องกระเด็นออกไป คนที่ต้องร้องไห้เสียใจต้องเป็น [ไกอา] อยู่แล้ว ถึงเวลานั้นน่าจะมีหัวหน้าระดับสูงออกโรงแก้ไข แต่สือเสี่ยวไป๋ก็คงเสียหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว”

 

ถ้อยคำเป็นชุดของหลิงฉุน เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างชัดเจนที่สุด ต่อให้เย่เจียเฉวียนจะโง่เขลาเพียงใดก็ยังฟังเข้าใจ เขากล่าวด้วยใบหน้าที่อยากจะร้องไห้ “เรื่องนี้...ไม่ยุติธรรมกับสือเสี่ยวไป๋เอามากๆ! ทำไมขะ-ข้าถึงรู้สึกว่าอาจารย์ซีซือกำลังเพ่งเล็งหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋ล่ะ?”

 

สือเสี่ยวไป๋เองก็รู้สึกว่าตัวเองถูกครูผู้ฝึกลึกลับคนนี้เพ่งเล็งอยู่ กฎบ้าบอพวกนี้บีบให้เขาอยู่บนทางเลือกที่ไร้ทางเลือก จะหลบซ่อนตัวไม่ปรากฏออกมา หรือจะถูกชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมทันทีหลังปรากฏตัวแล้วจากนั้นก็ต้องถูกกำจัดออก

 

“พวกมนุษย์ต่ำช้าเอ้ย เพ่งเล็งราชาจะเป็นการต่อต้านครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว?”

 

ในใจของสือเสี่ยวไป๋รู้สึกไม่ยินดีนัก เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะถูกกำจัดออกง่ายดายขนาดนี้ จะให้เขาหลบซ่อนตัวต่อไปก็เห็นว่าจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

 

เขาจะจัดการกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร?

 

“อาจารย์ซีซือก็ไม่ใช่ว่าจะเพ่งเล็งสือเสี่ยวไป๋ นี่เป็นเพียงการเล่นเกมเท่านั้น อาจารย์ซีซือเป็นเพียงคนบ้าที่มองทุกอย่างเป็นเกม ผลักให้สือเสี่ยวไป๋อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สำหรับเขาแล้วก็เป็นเพียงเกมที่น่าสนุกเท่านั้น”

 

ใต้เส้นผมสีเงิน บนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่เปรียบ กลับมีรอยยิ้มแห่งความมั่นใจผุดขึ้นมา หลิงฉุนกล่าวเสียงเบา “แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นเกมอะไร ผู้สร้างเกมมักจะเหลือช่องทางชนะไว้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และฉันก็รู้ด้วยว่าทางเส้นนั้นควรเดินอย่างไร!”

 

 

 

ในเวลานี้หลิงฉุนก็ยกมือขวาที่เอาแต่ซุกอยู่ในกระเป๋าขึ้นมาใช้นิ้วโป้งชี้เข้ากลางหน้าอกของตัวเอง

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด