ตอนที่แล้ว11 ยาที่ดีนั้นยากที่จะได้รับ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไป13 ความอิจฉาและริษยาทั้งมวล

นิยาย Elixir Supplier

12 ปลากระโดดข้ามประตูมังกร แต่ต้องพบกับอนาคตที่มืดมน


“สมุนไพร 5ชนิด รวมสมุนไพรแก้พิษด้วยรึเปล่า?”

‘ใช่!’

โอเค ฉันมีงานใหม่ให้ทำแล้ว!

เขาต้องรีบคิดเกี่ยวสมุนไพรอีกสี่ชนิดที่เขาควรจะนำมาปลูกภายในเวลา 10วันต่อจากนี้ เขามีสมุนไพร 2ชนิดอยู่ในใจแล้ว เขาจำเป็นต้องหาอีก 2

เมื่อไม่มีซิลเวิร์ทแล้ว เขาสามารถใช้น้ำแร่โบราณบางส่วนรดสมุนไพรอื่นๆได้ ที่เหลือก็เอาไปผสมน้ำและรดต้นไม้รอบๆ ต้นไม้เหล่านี้ได้รับการรดน้ำเป็นครั้งคราว มันจึงเติบโตเร็วเกินจนคล้ายกับต้องการจะต่อต้านกฎของธรรมชาติ มันเป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้วแต่ใบไม้กลับยังเขียวอยู่

“เกาลัดโตเต็มที่แล้ว ฉันควรจะเก็บมัน!”

หวังเย้าทำงานบนเนินเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงลงจากเขาเพื่อไปทำธุระบางอย่างในหมู่บ้าน เขาไปที่กรรมการหมู่บ้านเพื่อหารือกับเลขาของกรรมการเขตเกี่ยวกับสัญญเช่าเนินเขาหนานชาน พวกเขาได้เซ็นต์สัญญาและหวังเย้าได้ไปที่ธนาคารในเมืองเพื่อโอนเงินของเขา

“ลุงหลี่ นี้คือเงิน 400,000หยวนครับ” หวังเย้ายื่นใบเสร็จการโอนเงินให้กับหวังเจียนหลี่ต่อหน้าเลขาของกรรมการหมู่บ้านอื่น

“เหนื่อยหน่อยนะ!” หวังเจียนหลี่ยิ้มและรับใบเสร็จไป

“ขอบคุณครับ” หวังเย้าบอกลาและขี่มอเตอร์ไซด์ของเขาเข้าไปในเมือง เขาต้องการไปดูเมล็ดและสายพันธุ์ต่างๆของสมุนไพรจีน

“เขาทำการกู้เงิน 400,000หยวนได้เร็วขนาดนี้ได้ยังไงกัน?” หนึ่งในเลขากรรมการหมู่บ้านพูดขึ้น

“มันไม่ใช่เงินกู้ ไม่ใช่ว่าเมื่อวานมีคนขึ้นไปซื้อสมุนไพรของเขาบนเนินเขานั้นหรอกเหรอ?”

“ซิลเวิร์ทสองเอเคอร์ได้เงินเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?” เลขาอีกคนออกความเห็น

หวังเย้ากลัวว่าจะไม่มีคนเชื่อว่าเขาขายซิลเวิร์ทได้เกือบ 400,000หยวน เขาและครอบครัวก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเพราะกลัวคนอื่นจะอิจฉา บางคนอาจขาดสติและสร้างปัญหาให้พวกเขาได้

“นอกจากนั้น สิ่งที่รวมอยู่ในสัญญาอีกอย่างก็คือ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปเขายังจะจ่ายเงิน 20,000หยวนให้กับหมู่บ้านทุกปี จากนี้เราควรให้การสนับสนุนเขาเพราะถึงอย่างไรพวกเราก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน มันจะดีสำหรับหมู่บ้านของเราถ้าเขาทำมันได้ดี!” สุดท้าย หวังเจียนหลี่จึงสรุปให้พวกเขาฟัง

หลังจากคืนนั้นหวังเจียนหลี่จึงได้รู้ว่า เขาและชาวบ้านเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวหวังเย้า เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นคนใจกว้างและมีเล่ห์เหลี่ยม เขาไม่ใช่คนโง่เลย

เขายังเด็กแต่กลับมาความกล้าหาญเกินกว่าที่ใครจะเทียบได้ ในดวงตาของเขาแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจเกี่ยวอนาคตของตัวเอง ชายหนุ่มแบบเค้าควรจะถูกเรียกว่าคนฉลาดมากกว่าคนโง่

ในตอนนี้หวังเย้าไม่ได้สนใจความคิดของเลขากรรมการหมู่บ้านเหล่านั้นเลย ความจริงแล้วเขาไม่เคยสนใจความคิดของคนพวกนั้นอยู่แล้ว ในตอนนี้เขากำลังขี่มอไซด์ไปยังเขตเหลียนชาน

เขาได้ไปหาร้านค้าที่เคยจัดเตรียมพืชและเมล็ดให้เค้าครั้งก่อน เพื่อหาซื้อเมล็ดสมุนไพรที่เขาได้คิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ : โสม เก๋ากี่ หลงตาน ladybells และ ฟางเฟิง

“นี่เด็กน้อย เธอซื้อเมล็ดพวกนี้ไปทำไมกัน?” คนขายเมล็ดพันธุ์เป็นชายแก่อายุราวห้าสิบ มันเป็นครั้งแรกที่เค้าให้เจอคนที่ซื้อเมล็ดพันธุ์สมุนไพรพวกนี้ เขาจึงได้แต่ถามออกไปด้วยความสงสัย

“ผมจะเอาไปปลูกครับ!” หวังเย้ายิ้ม

“ในแปลงสมุนไพรน่ะเหรอ?” ชายแก่ถามอีก

“ใช่ครับ”

“มันจะปลูกไม่ขึ้นน่ะสิ ดินที่ใช้ปลูกสมุนไพรทั้งห้าอย่างก็ไม่เหมือนกันและวิธีปลูกของแต่ละชนิดก็ยังแตกต่างกันอีก เพื่อน คุณควรฟังที่ชั้นพูดนะ คุณควรจะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไปถ้าคุณอยากจะปลูกสมุนไพรจริงๆ กินคำใหญ่อาจจะสำลักได้” คนขายเมล็ดพันธุ์แนะนำเขาด้วยความใจดี

“ผมแค่อยากจะลองเอาไปปลูกดู เพื่อจะได้รู้ว่าอันไหนมันเหมาะที่จะปลูกที่สุดน่ะครับ”หวังเย้าพูดด้วยรอยยิ้ม

“ตกลง” ชายแก่เชื่อเขาและหยิบเมล็ดพันธุ์ออกมา “ดีแล้วที่ลองปลูกมันก่อนเพราะเมล็ดพวกนี้ราคามันถูกอยู่อยู่แล้ว”

หวังเย้าซื้อเมล็ดเรียบร้อยแล้วจึงกลับบ้าน

“อาห์ นายคือหวังเย้าใช่ไหม?” รถออดี้A4 เคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้าหวังเย้า หน้าต่างรถเลื่อนลงมา แสดงให้เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีแต่งตัวทันสมัยนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ เขาดูอายุพอๆกับหวังเย้า

“นายคือ...หยางหมิง?” หวังเย้าจ้องไปที่ชายหนุ่มก่อนที่เขาจะคิดออกว่าชายคนนี้คือเพื่อนในชั้นเรียนสมัยมัธยมของเขา

“ใช่แล้ว เราไม่ได้เจอหน้ากันตั้งหลายปี นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“หลังจากเรียนจบน่ะ”

“โอ้? นายทำงานที่ไหนเหรอ?” หยางหมิงถามด้วยรอยยิ้ม

“ฉันทำสวนอยู่ที่บ้าน” หวังเย้ายิ้ม

“นายกำลังฉันเล่นอยู่รึเปล่า? ฉันจำได้ว่านายได้เข้าเรียนในมหาลัยที่มีชื่อเสียงนี่นา!” หยางหมิงไม่เชื่อหวังเย้าอย่างเห็นได้ชัด

“จริงๆ ฉันไม่ได้โกหกนาย ฉันเพิ่งจะซื้อเมล็ดพันธุ์มาด้วย แล้วนายล่ะเป็นยังไงบ้าง?” หวังเย้าโชว์ถุงใส่เมล็ดสมุนไพรให้เขาดู

“ก็ทำงานทั่วๆไปในสำนักงานการศึกษาน่ะ” แม้เขาจะพูดเหมือนเรื่องทั่วๆไป แต่ความจริงเขาดูภูมิใจกับมันมาก

หวังเย้าจำได้ว่าเพื่อนในชั้นเรียนของเขาบางคนไม่ได้ตั้งใจเรียนเลย พวกเขามักจะลอกข้อสอบหรือไม่ก็เขียนส่งๆไป พวกเขาก็ยังสามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้แม้ว่าคะแนนสอบเข้าจะแย่มากก็ตาม แม้จะไม่ใช่มหาลัยดังแต่นักเรียนส่วนใหญ่มักจะมาจากครอบครัวที่มีอำนาจ

หยางหมิงคือหนึ่งในพวกเขา พ่อของเขาเป็นผู้อำนวยการสำนักงานที่มีอำนาจอยู่ในมือ นั้นจึงทำให้เขามีรถที่ดีและรายได้ที่สูงในช่วงวัยนี้

“มันเป็นที่ทำงานที่ดี การทำงานในองค์กรของรัฐบาลเป็นงานที่มั่นคง!”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนหวังเย้าคงจะรู้สึกหงุดหงิดและไม่เต็มใจ พวกเขาทั้งสองต่างอายุเท่ากัน แต่หยางหมิงกลับได้เข้าทำงานในองค์กรด้วยพื้นหลังที่ดีของเขา ในขณะที่หวังเย้ากลับหางานได้ยากกว่าเพราะพื้นหลังที่ธรรมดาของครอบครัวเขา ความสัมพันธ์ที่ดีกลับสำคัญกว่าความสามารถของคนๆหนึ่ง แต่ตอนนี้หวังเย้ามีระบบที่น่ามหัศจรรย์อยู่ เขาจึงไม่จำเป็นต้องคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

“เอาเบอร์นายมาให้ฉัน—ไว้เราจะได้ไปหาอะไรกินกัน” หยางหมิงพูด

“ได้เลย!” พวกเขาแลกเปลี่ยนเบอร์และพูดคุยกันสักพัก แล้วจึงบอกลาและไปตามทางของแต่ละคน

“จบจากมหาลัยดัง เฮอะ—แล้วยังไง?หืม!” หยางหมิงเยาะเย้ยกับตัวเอง

ในช่วงที่พวกเขาเรียนที่โรงเรียน ครูทั้งหลายต่างพากันยกย่องหวังเย้าให้เป็นนักเรียนดีเด่น มันสามารถพูดได้ว่าการสอบเข้าในระดับมหาวิทยาลัยคือประตูมังกรและปลาอย่างพวกเขาจะต้องกระโดดข้ามไปให้ได้เพื่อจะได้มีอนาคตที่สดใสรออยู่ แล้วเป็นอย่างไร วันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่าปลาที่กระโดดข้ามผ่านประตูมังกรไปกลับไม่มีอนาคตที่สดใสอย่างที่คิด ดังนั้นมันควรจะกลับไปที่บ่อน้ำและกลายเป็นขยะไปซะ!

กลับไปที่หมู่บ้าน หวังเย้าได้ขึ้นไปบนเนินเขา เขาต้องการที่จะปลูกเมล็ดพันธุ์ทั้งห้าชนิดนี้และพวกมันก็ปลูกรวมกันไม่ได้

เก๋ากี่ควรจะปลูกบนเนินและโสมควรปลูกไว้ใต้ต้นไม้ หลงตาน ladybells และฟางเฟิงควรปลูกไว้ในแปลงสมุนไพร

หวังเย้าเดินไปรอบๆบ้านและคิดวางแผนให้ดีดี ระบบได้ให้ภารกิจเขา โดยการที่เขาจะต้องปลูกสมุนไพรทั้งหมดห้าชนิด โดยหลักการแล้วมันคงจะไม่เป็นไรถ้าปลูกแล้วจะเหลือรอดแค่ต้นเดียว

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด