ตอนที่แล้วตอนที่ 202 บทเพลงแห่งการปลดปล่อย
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 204 ใครบอกว่าองค์ชายผู้นี้จิตใจโลเล

ตอนที่ 203 ความลับของพี่รอง


ทุกคนหันมามอง ที่นั่นพวกเขาเห็นขบวนรถม้าขององค์ชายสาม, ซวนเทียนเย่เดินทางมาอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นทุกคนคุกเข่าคารวะเขาพร้อมกันพูดว่า “คารวะองค์ชาย !”

ซวนเทียนเย่โบกมือของเขา “พวกเจ้าทุกคนลุกขึ้นได้ ข้ามาส่งใต้เท้าเฟิงเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องมากพิธี” จากนั้นเขาก็ก้าวไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวโดยยืนต่อหน้าเฟิงจินหยวน “ท่านเสนาบดีเฟิง”

เฟิงจินหยวนมองซวนเทียนเย่ แต่เขาพูดด้วยความเคารพ “องค์ชายสามเสด็จมาเพื่อส่งเจ้าหน้าที่คนนี้ป็นการส่วนตัว เจ้าหน้าที่คนนี้รู้สึกขอบพระทัยมากพะยะค่ะ”

ซวนเทียนเย่โบกมือของเขา “เสนาบดีเฟิงจะเดินทางไปเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อ และเป็นประโยชน์ต่อราษฎร องค์ชายผู้นี้ไม่อาจช่วยอะไรได้มาก ทำได้เพียงมาส่งเสนาบดีเฟิงเท่านั้น ขอให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับเสนาบดีเฟิง ข้าหวังว่าความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติสามารถบรรเทาได้ภายใต้การดูแลของเสนาบดีเฟิง”

“เจ้าหน้าที่คนนี้จะทำอย่างเต็มที่เพื่อฮ่องเต้พะยะค่ะ”

ซวนเทียนเย่พยักหน้าจ้องมองเฟิงจินหยวน และมองไปที่สมาชิกในครอบครัวยืนอยู่ที่ประตูคฤหาสน์ของเฟิง

เฟิงหยูเฮงมองเขาอย่างเย็นชาขณะที่พวกเขาสบตากัน

ซวนเทียนเย่พยักหน้าให้นางเล็กน้อยแล้วพูดกับเฟิงเฉินหยู “ข้าได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่ไม่สบายเมื่อสองสามวันก่อน เจ้าดีขึ้นแล้วหรือ ?”

เฟิงเฉินหยูเห็นว่าองค์ชายสามถามคำถามนางโดยตรง นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดี นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย และพูดเบา ๆ ว่า “ขอบพระทัยสำหรับความห่วงใยขององค์ชายเพคะ หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้ว”

ในเวลานี้เฟิงเฟินไดพูดในทันทีว่า “พี่ใหญ่ไม่สบายหรือเจ้าคะ ?”

ด้วยคำพูดนี้ ทำให้ใบหน้าทุกคนของคฤหาสน์เฟิงซีด แม้แต่เฟิงจินหยวนก็ยังสั่นด้วยความกลัวว่าบุตรสาวคนนี้จะพูดเหลวไหล ถ้าปากของนางไม่ได้ถูกปิดก่อน

อันชิได้ตอบสนองอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินสิ่งนี้ “เมื่อเด็กหญิงป่วยเราเพียงแต่พูดว่านางไม่สบาย คุณหนูสี่ยังเด็กและไม่เข้าใจ เมื่อเจ้าอายุมากขึ้นเจ้าจะเข้าใจ ใครจะอยากไม่สบาย”

เมื่อได้ยินอันชิพูดอย่างนี้ ผู้คนในครอบครัวเฟิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ซวนเทียนเย่ยังแสดงความเข้าใจเช่นกัน เมื่อเขามองไปที่เฟิงเฉินหยู สายตาของเขามีความสงสารปะปนอยู่

เฟิงเฉินหยูเกลียดเฟิงเฟินไดอย่างแน่นอน คำพูดที่นางพูดตอนนี้ทำให้เฟิงเฉินหยูโกรธ เด็กหญิงคนนั้น! นางคิดกับตัวเอง หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนจะไม่มีอะไรที่ข้าต้องกลัว เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าจะได้เจอดี !

ในที่สุดนางก็ซ่อนความเกลียดชังของนาง ในอีกด้านหนึ่งซวนเทียนเย่กำลังพูดกับเฟิงจินหยวน “องค์ชายผู้นี้จะไปส่งเสนาบดีเฟิงไปที่ประตูทิศเหนือ เพราะองค์ชายผู้นี้ไม่สามารถเดินทางไปภาคเหนือกับเสนาบดีเฟิงได้ !”

เมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้ เจ้าหน้าที่ที่มาส่งเฟิงจินหยวนวันนี้ก็กล่าวว่า “เราจะไปส่งเสนาบดีเฟิงที่ประตูทิศเหนือด้วยพะยะค่ะ”

เนื่องจากแม้แต่คนนอกจะไปส่งเขาที่ประตูเมืองทางทิศเหนือ ผู้คนในตระกูลเฟิงก็ไม่สามารถกลับไปได้ ดังนั้นผู้หญิงทุกคนตามด้วยกลุ่มไปที่ประตูทิศเหนือ

ระหว่างทางเฟิงจินหยวนกำลังคุยเรื่องอะไรกับองค์ชายสาม เฟิงหยูเฮงยืนอยู่ด้านหลังดังนั้นนางจึงได้ยินเสียงแว่ว ๆ และมองไม่เห็น แต่หูของนางเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของฮันชิและเสียงสะอื้นของจินเฉินเป็นครั้งคราว

ในที่สุดก็มาถึงประตูทิศเหนือ เฟิงจินหยวนยืนขึ้นอีกครั้งเพื่อกล่าวลาทุกคน

เฟิงหยูเฮงไม่มีความตั้งใจที่จะดูกลุ่มเจ้าหน้าที่กล่าวลา ดังนั้นนางจึงถอยกลับไปสองสามก้าว จากตรงนั้นนางเห็นคนกำลังโบกมือให้นางจากประตูเมือง นางมอง นางจำคนนั้นได้ มันคือวังจู้ที่พานางออกจากเมืองหลวงในวันนั้น

เมื่อเห็นว่านางเห็นเขา วังจู้ก็รีบลงมืออย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงตรงหน้าเฟิงหยูเฮง เขาก็เคารพ “องค์หญิงทรงจำคนที่ต่ำต้อยเช่นข้าได้”

เฟิงหยูเฮงพยักหน้า “วันนี้เจ้าเข้าเวรหรือ ?”

“ขอรับ” วังจู้ยิ้มอย่างจริงใจจากนั้นจึงถามว่า “หลังจากวันนั้นคนต่ำต้อยคนนี้ไม่เห็นองค์หญิงแห่งมณฑลอีกเลย อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขององค์ชายเจ็ดดีขึ้นหรือยังขอรับ ?”

“ดีขึ้นแล้ว” เฟิงหยูเฮงยิ้มอย่างสงบ และพูดว่า “ข้าต้องขอขอบใจเจ้าสำหรับวันนั้น”

“องค์หญิงแห่งมณฑลอย่าได้พูดเช่นนั้นขอรับ” วังจู้ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “คนต่ำต้อยคนนี้รู้ว่าองค์หญิงแห่งมณฑลได้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้เพียงใด การที่เราได้ช่วยองค์หญิงแห่งมณฑลถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ขอรับ”

ในขณะที่ทั้งสองมีการสนทนาสั้น ๆ เฟิงจินหยวนได้กล่าวคำอำลากับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว เขานั่งในรถม้าผู้แทนพระองค์ และพร้อมที่จะออกจากเมือง

เจ้าหน้าที่ทุกคนจับมือกันและส่งเขาไป แม้แต่ซวนเทียนเย่ก็แสดงออกอย่างเคร่งขรึม

มีเพียงเฟิงเฟินไดเท่านั้นที่มองออกไปและมุ่งเน้นไปที่เฟิงหยูเฮง ยิ่งนางคิดถึงสิ่งที่นางได้ยินโดยบังเอิญ นางรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น

ดูเหมือนว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างพี่รองของนางกับองค์ชายเจ็ด และองค์ชายเจ็ดก็ได้รับบาดเจ็บ ? แต่ทำไมไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ? เขาได้รับบาดเจ็บตรงไหน ?

เดิมทีเฟิงหยูเฮงไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังไม่ให้คนอื่นได้ยินการสนทนาของนาง ผู้ที่มีแรงจูงใจซ่อนเร้นมักจะคิดอย่างง่าย ๆ นางมองไปรอบ ๆ มองที่เฟิงเฉินหยู

เฟิงเฉินหยูเคร่มขรึมอยู่ตลอดเวลาเพราะสิ่งที่เฟิงเฟินไดพูดกับองค์ชายสามที่ประตูคฤหาสน์ เมื่อนางเห็นเฟิงเฟินไดกำลังจะมา นางก็รู้ว่ามันไม่ดีอะไรเลย นางได้รับคำแนะนำจากตระกูลเฉินมานานแล้วว่านางไม่สามารถใช้อารมณ์ต่อหน้าผู้อื่นได้ นางต้องกลับไปเป็นคนเดิมที่ดูใสซื่อ และกู้ภาพพจน์ของนางให้ดีขึ้นมา

นางข่มใจนึกถึงคำแนะนำซ้ำ ๆ จากคนในครอบครัวเฉินสองสามครั้ง แล้วมองไปที่เฟิงเฟินไดซึ่งมาถึงด้านข้างของนางแล้ว นางเปิดเผยรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง แต่ใบหน้าที่สดใสได้สูญเสียความสามารถของมันไปอย่างมากจากการทาหน้าสีดำ

“น้องสี่จะอายุ 11 ปีแล้ว และจะถือว่าเป็นเด็กโต ข้ามีต่างหูที่เหมาะกับเจ้ามาก ข้าจะมอบให้เจ้าในวันพรุ่งนี้”

ดวงตาของเฟิงเฟินไดเปล่งประกาย ไม่ว่าจะพูดอะไรนางก็ค่อนข้างกังวลที่จะได้รับสิ่งดี ๆ จากเฟิงเฉินหยู แต่เมื่อคิดถึงเด็กสาวตระกูลเฟิง นางเป็นคนที่ยากจนที่สุด แม้แต่อันชิจะมีร้านค้าของนางอยู่ข้างนอกซึ่งสามารถใช้สนับสนุนเฟิงเซียงหรูได้ ฮันชิแต่งเข้ามาโดยไม่มีอะไรเป็นสินเดิมเลย ไม่เพียงแต่นางไม่ได้มีอะไรที่เห็นได้ชัด เฟิงจินหยวนยังต้องชดใช้หนี้ก้อนใหญ่ให้กับนางในตอนแรก เมื่อคิดถึงเรื่องนี้นางก็รู้สึกหดหู่ใจ ความอับอายของนางในวันนี้เป็นความผิดทั้งหมดของมารดาที่ไม่สามารถแข่งขันได้

“เฟินไดขอบคุณพี่ใหญ่” ไม่ว่านางจะชอบเหน็บแนมเช่นไร แต่เมื่อเห็นประโยชน์นางก็เปลี่ยนนิสัยของนางทันที เฟิงเฉินหยูคิดกับตัวเองว่าน้องสี่ของนางเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเปลี่ยนท่าทีของนาง

“ข้าจะนำต่างหูให้ตอนเช้าเมื่อไปคารวะท่านย่า ต่างหูทำมาจากหยกสีชมพู มันสวยงามมาก”

เมื่อเฟิงเฟินไดได้ยินก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น นางอดไม่ได้ที่จะเอนกายใกล้เฟิงเฉินหยู นางยื่นมือออกมาจับข้อมือของเฟิงเฉินหยู จากระยะไกลพวกเขาดูเหมือนพี่น้องที่สนิทมาก แม้แต่เฟิงหยูเฮงก็ยิ้มเยาะเมื่อนางเห็นสิ่งนี้จากที่ค่อนข้างไกล นางพูดกับเฟิงเซียงหรู “ในอนาคตอยู่ให้ห่างจากเฟิงเฟินได”

เฟิงเซียงหรูไม่สนิทกับเฟิงเฟินไดมาตั้งแต่ยังเด็ก ความแตกต่างของบุคลิกภาพระหว่างสองพี่น้องแตกต่างกันมากเกินไป แม้ว่าเฟิงเฟินไดจะเป็นน้องสาวเพราะพวกเขาเกิดในปีเดียวกัน แต่นางรังแกเฟิงเซียงหรูตลอดเวลาที่เติบโตขึ้นมาด้วยกัน ในเรื่องที่เกี่ยวกับการได้รับคำแนะนำให้อยู่ห่างจากเฟิงเฟินได แม้ว่าเฟิงหยูเฮงจะไม่พูด เฟิงเซียงหรูจะยังคงทำเช่นนั้นต่อไป

“ข้าจะเชื่อฟังคำแนะนำของพี่รองเจ้าค่ะ” นางพูดอย่างนี้ในขณะที่มองหาฮันชิที่เปล่งประกาย จากนั้นนางก็พูดกับเฟิงหยูเฮง “เมื่อคืนนี้ท่านพ่ออยู่ที่เรือนของอนุฮัน ท่านพี่คิดว่าท่านพ่อกำลังจะโปรดปรานอนุฮันอีกครั้งหรือไม่เจ้าค่ะ ? อนุจินเฉินสูญเสียความโปรดปรานของนางหรือเปล่า ?” ถึงแม้ว่าเฟิงหยูเฮงจะไม่ได้ระบุความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจินเฉินอย่างชัดเจน แต่เฟิงเซียงหรูก็ไม่ใช่คนโง่ จินเฉินพูดกับเฟิงหยูเฮงหลายครั้งซึ่งทำให้นางรู้สึกว่าจินเฉินดีกว่าฮันชิมาก

เฟิงหยูเฮงได้ยินข่าวนี้ นอกจากนี้ฮันชิใช้เวลาตลอดทั้งเช้าเพื่อแสดงให้เห็นว่านางกับเฟิงจินหยวนหวานชื่นกันขนาดไหน นางไม่ได้ตาบอด นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร

“ใครสนใจนาง เว้นแต่จะยังคงหวังว่าจะได้รับความโปรดปรานของเขา มิฉะนั้นไม่ว่าใครจะได้รับความช่วยเหลือจากเขาก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรา ยกเว้นอย่างเดียวคือถ้าฮันชิกลับมาอีกครั้ง เราจะต้องระวังอีกหน่อย”

เฟิงเซียงหรูพยักหน้าและไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ในเวลานี้เฟิงเฟินไดอยู่ใกล้เฟิงเฉินหยูและกระซิบเบา ๆ ว่า “พี่ใหญ่ ท่านทราบหรือไม่ว่าองค์ชายเจ็ดได้รับบาดเจ็บ ?”

เฟิงเฉินหยูตกตะลึงและหันไปถามเฟิงเฟินได “เจ้าพูดว่าอะไรนะ? ใคร? ใครได้รับบาดเจ็บ ?”

เฟิงเฟินไดแกล้งทำเป็นประหลาดใจ “พี่ใหญ่ไม่รู้จริงหรือ ?”

เฟิงเฉินหยูเริ่มวิตกกังวล “พูดมา !”

เฟิงเฟินไดดึงนางเล็กน้อย “ไว้พวกเราคุยกันขณะเดิน ถ้าเรายืนอยู่ตรงนี้เราจะเป็นจุดสนใจ” นางพูดขณะที่มองไปรอบ ๆ อย่างจงใจ จากนั้นนางก็เอนตัวใกล้กับเฟิงเฉินหยู และพูดเบา ๆ ว่า “ข้าได้ยินพี่รองพูดกับยามเฝ้าประตูเมือง ยามนั้นถามพี่รองว่าอาการบาดเจ็บขององค์ชายเจ็ดนั้นดีขึ้นหรือไม่ พี่รองพูดบางอย่างเกี่ยวกับการขอบคุณเขาในวันนั้น มันฟังดูเหมือนว่าองค์ชายเจ็ดออกไปกับพี่รองเมื่อสองสามวันก่อนและได้รับบาดเจ็บ”

“พระองค์บาดเจ็บที่ไหน ? ร้ายแรงหรือไม่ ?” เฟิงเฉินหยูเริ่มวิตกกังวลเมื่อได้ยินว่าซวนเทียนฮั่วได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตามเฟิงเฟินไดส่ายหัว “ข้าไม่รู้ เมื่อมองไปที่ทั้งสองดูเหมือนว่าพวกเขากำลังพูดอย่างลับ ๆ เรื่องนี้คงเป็นความลับ” ขณะที่นางพูดสิ่งนี้นางไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “พี่รองออกไปพร้อมกับองค์ชายเจ็ด ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายเก้าอยู่ที่ค่ายทหารตลอด ซึ่งหมายความว่าพี่รองและองค์ชายเจ็ดก็ออกไปด้วยกันตามลำพัง”

คำพูดของเฟิงเฟินไดนั้นไม่ชัดเจน เมื่อเฟิงเฉินหยูได้ยินมัน มันก็มีความหมายอื่น

เฟิงหยูเฮงมัดใจองค์ชายเก้าได้จริง ในขณะที่ยังวอแวกับองค์ชายเจ็ดด้วยอีกหรือ ? คิ้วของเฟิงเฉินหยูเริ่มขมวด นางรู้สึกว่าซวนเทียนฮั่วยังคงมีอิทธิพลต่อจิตใจของนาง เขาได้รับบาดเจ็บ? ไม่ใช่ว่าเฟิงหยูเฮงเป็นหมอหรอกหรือ ? ทำไมเขาถึงได้รับบาดเจ็บเมื่อเขาอยู่กับหมอ ?

“พี่ใหญ่” เฟิงเฟินไดเห็นว่าสีหน้าของเฟิงเฉินหยูนั้นเย็นชา ตอนนี้นางมีความสุขเต็มหัวใจ ตราบใดที่พวกเขาทั้งสองที่เคยเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ เฟิงเฉินหยูและเฟิงหยูเฮงขัดแย้งกันจนถึงขั้นอยู่ร่วมโลกไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนาง “พี่ใหญ่คิดว่าพี่รองจะตกหลุมรักกับองค์ชายเจ็ดหรือไม่เจ้าคะ ?”

หัวใจของเฟิงเฉินหยูสั่นไหว เฟิงหยูเฮงตกหลุมรักซวนเทียนฮั่ว ? มันเป็นไปได้ ซวนเทียนฮั่วเป็นหนุ่มรูปงาม ในโลกนี้มีกี่คนที่จะไม่ตกหลุมรักเขา ? แต่…

ยี่หลินยังเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเฟิงเฉินหยู นางไม่สามารถช่วยได้ ได้แต่แอบสะกิดแขนเสื้อของนาง เมื่อเห็นว่าเฟิงเฉินหยูมองที่นาง นางจึงได้สติขึ้นมา เฟิงเฉินหยูคร่ำครวญขึ้นมาทันที

“น้องสี่พูดอะไร เรื่องแบบนี้อย่าพูดไปทั่ว” นางหันหลังกลับ และความโกรธก็หายไปจากใบหน้าของนางขณะที่นางแนะนำเฟิงเฟินได “น้องรองและองค์ชายเก้าเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน  น้องรองยังเรียกองค์ชายเจ็ดว่าพี่เจ็ด”

เฟิงเฟินไดไม่ยอมแพ้พูดว่า “แล้วทำไมพี่รองถึงพูดเรื่องเหล่านั้นกับยามตอนนี้ล่ะ ?”

“น้องสี่อาจได้ยินผิดไปหรือไม่ก็ไม่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด ข้าเชื่อใจน้องรอง ข้าเชื่อใจองค์ชายเจ็ด”

เฟิงเฟินไดมองเฟิงเฉินหยูด้วยความสับสน นางคิดว่าเฟิงเฉินหยูตั้งใจทำตัวราวกับว่านางเป็นคนดี แต่เมื่อนางเห็นสีหน้าของเฟิงเฉินหยู นางคิดว่าเฟิงเฉินหยูจริงจัง

“พี่ใหญ่เชื่อเฟิงหยูเฮงจริงหรือ?” นางถามอย่างไม่มีความสุข

เฟิงเฉินหยูพยักหน้า “ใช่” นางไม่ต้องการพูดคุยเรื่องนี้ต่อไป นางรู้สึกหงุดหงิดและไม่รู้ว่านางจะทนได้นานแค่ไหน มันจะไม่ดีเลยที่จะเริ่มตะโกนต่อหน้าเฟิงเฟินได ดังนั้นนางจึงหันหลังกลับและมองออกไปซึ่งทำให้นางได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ข้างหลังนาง นางอดไม่ได้ที่จะแสร้งทำและชี้ไปในทิศทางนั้นบอกเฟิงเฟินไดว่า “น้องสี่ดูสิ อนุฮันกำลังทำอะไรอยู่ ?”

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด