ตอนที่แล้วบทที่ 34 การประลองจบลง
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 36 เมื่อเติบโตขึ้น

บทที่ 35 โลกทั้งใบ

ท่านอาจารย์โหยงตรวจแล้วตรวจอีกจนแน่ในว่าเฟยหรงไม่ได้เป็นอะไร เขเพียงสลบไปขอแค่ได้ตื่นมาอีกครั้งก็พอ ลี่ถิงพาเฟยหรงไปอยู่ที่เรือนพัก เย็นนี้อะไรหลายๆอย่างเกิดขึ้น อาจารย์บอกให้เธออย่าเป็นกังวลมาก ลี่ถิงวางเขาลงกับที่นอนเมื่อมาถึงเรือนพักแล้ว

“….เฟยหรง”

ลี่ถิงเอามือวางไว้บนหัวของน้องชายที่นอนสลบไสวดั่งเด็กตัวน้อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยันต์หลับใหลที่เธอใช้รึเปล่าเขาถึงได้เป็นแบบนั้น ลี่ถิงอยากจะพูดอะไรหลายๆอย่างให้เขาได้ฟังแต่ตอนนี้เขาหลับอยู่

เฮ้อ…ถ้าตอนนี้เขาตื่นมาโมโหใส่เธอยังจะดีซะกว่า

ลี่ถิงบอกตัวเองว่าอย่ากังวล เลิกคิดมากสักที เธอดมเสื้อผ้าร่างกาบที่เต็มไปด้วยคราบเลือด วันนี้จะซักออกไหมนะ พอคิดว่าจะจะต้องมีรอยคราบทิ้งเอาไว้แน่ๆคอของเธอก็ตกลง

ลี่ถิงไปหายกน้ำมาเอาเสื้อตัวนี้ไปซักยังดีที่ยังพอซักได้ไม่ทิ้งคราบ เมื่อซักเสร็จเธอก็เอาไปตากที่หลังบ้าน ใส่ชุดตอนนอนแทนและเมื่อกลับมา เธอก็พบกับน้องชายของตนตื่นขึ้น ท่าทางเขากำลังเหม่อตอนลุกขึ้นนั่งจากเตียง

“….”

เขาเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนที่จะหันมาหาลี่ถิงที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ

“เฟยหรง”ลี่ถิงเรียกเขาเบาๆ

“…พี่เสี่ยวถิง….พี่เสียวถิง..!!”

เหมือนเขาจะยังไม่ตื่นดี แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าของลี่ถิงเขาก็ตื่นเต็มที่ น้องชายตัวน้อยกระโดดจากเตียงเข้าโผกอดเธอด้วยความคำนึงหา ทั้งๆที่ทั้งสองพึ่งห่างกันไปไม่นานแท้ๆ

“หวา…เฟยหรงใจเย็นๆก่อน”ลี่ถิงร้องขึ้นมาเพราะน้องชายกอดรัดเธอแน่นมากท่าทางก็เหมือนกับกำลังแตกตื่นอยู่เล็กน้อย

“พี่เสี่ยงถิง! ท่านสู้มา ท่านเป็นยังไงบ้าง!? เจ็บตรงไหน ท่านไม่ได้ใกล้ตายใช่ไหม!? พี่เสี่ยวถิงทำไมถึงต้องทิ้งข้า ทำไมไม่ให้ข้าสู้!! ทำไม!!”

“ใจเย็นก่อนเฟยหรง มานี่ พี่จะไม่ปิดบังพี่จะบอกทุกสิ่ง ดีไหม? นั่งลงก่อน”

ลี่ถิงพาน้องชายกลับไปนั่งที่เตียง เขายังดูตื่นกลัวอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่มากนัก พอเขาเห็นเธอท่าทางปกติไม่มีบาดแผลตรงไหนหัวใจของเฟยหรงก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าชายสารเลวคนนั้นจะทำให้ลี่ถิงต้องมีรอยแผลแม้ปลายเล็บ

“…เฟยหรงเจ้าต้องฟังข้านะ ข้าทำไปเพราะมีเหตุผล และข้าก็ไม่ได้แพ้กลับมา ข้าชนะ”ลี่ถิงพยายามพูดอย่างใจเย็นโดยพูดถึงข่าวดีก่อน

“ท่าน…ชนะ? แต่พี่เสี่ยวถิง ผู้ชายคนนั้นทำอะไรท่าน!!?”แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เฟยหรงใจเย็นลงเลย เธอไม่เคยเห็นน้องชายเป็นแบบนี้มาก่อน ปกติเขาจะเป็นเด็กที่นิ่งสงบมากกว่านี้แท้ๆ

“…ข้ ทำไปเพราะตกลงกับเขา ข้ารู้ว่าเขามาแอบสืบเรื่องของสำนัก จะมาที่นี่เพื่อแย่งชิงลูกศิษย์ เมื่อวานข้าจับเขาได้ว่ากำลังแอบส่งข่าว แต่เขาบอกว่าสำนักของเขาจะพาเจ้าไปอยู่ด้วย ไม่ว่าข้าจะทำเช่นไร เขาจึงเสนอให้ข้าประลองข้าชนะ เขาจะยกเลิกการรายงาน ข้าก็เลย…ตอบตกลงไป เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้”

ลี่ถิงถอนหายใจเบาๆ เมื่อเล่าเรื่องเสร็จ เฟยหรงก็เอาแต่เงียบ เขาไม่พูดไม่จาอะไรเขาเพียงมองใบหน้าของเธอแล้วจากนั้น…

หยดน้ำใสๆก็ไหลออกจากดวงตาคู่นั้น

….เฟยหรง….ร้องไห้!!!?

“ฟะ….เฟยหรง!!”

ลี่ถิงตื่นตกใจจนหน้าซีด นี่…นี่เธอทำอะไรผิดไปงั้นหรือ น้องชายของเธอมิใช่เด็กเจ้าน้ำตา เขาเกือบไม่เคยร้องเลยด้วยซ้ำไม่ว่าจะเจอกับอะไร!! หยดน้ำตายังคงไหลออกจากดวงตาของเขาไม่หยุด ลี่ถิงเอาชายเสื้อเสื้อเช็ดเก็บน้ำตาให้เขาไปพร้อมปลอมประโลม

“เฟยหรง อย่าร้องไห้เลยนะ นี่…ข้า…ข้าอยู่นี่ไง เห็นไหม ข้าไม่เจ็บตรงไหนเลยจริงๆนะ!”ตอนนี้ฝ่ายที่แตกตื่นเป็นลี่ถิงเสียเอง เธออาจจะปลอบคนอื่นๆได้เก่งแต่พอมาปลอบน้องชายแล้วเธอกลับทำได้ยอดแย่ยิ่ง

“พี่เสี่ยวถิง….ข้าอยากจะปกป้องท่าน ข้าคิดว่าปกป้องท่านได้ สุดท้ายข้าก็ทำไม่ได้…”

เฟยหรงเอ่ยออกมาจากหัวใจ เสียงเขาสั่นเครือนักทว่า…เขาก็ยังคงพูดต่อไป

“…สุดท้ายท่านก็ก็ปกป้องข้า….เอาตัวเองไปเสี่ยงเหมือนทุกๆครั้ง พี่เสี่ยวถิง…นี่ข้า…อ่อนแอถึงขนาดนี้เลยหรือ?”

“มะ…ไม่ใช่นะเฟยหรง! เจ้าไม่ได้อ่อนแอ!”

ลี่ถิงกล่าวปฏิเสธเลี่ยงแข็ง น้องชายน้องเธออดทนเข้มแข็งมาเท่าไหร่ มีหรือตัวเธอไม่รู้ เขาพยายามมากกว่าใครจะจะฝึกฝนให้แข็งแกร่ง เธอรู้แล้วเข้าใจดีที่สุดทว่า…

“แต่….ข้าก็อยากปกป้องเจ้าเช่นกันเฟยหรง ความรู้สึกเช่นนี้มีเพราะข้ารักเจ้ามากเพียงไหน เจ้ารู้รึเปล่า?”ลี่ถิงเช็ดน้ำตาที่หางตาของเขาออก

เพราะเขาคือสิ่งที่ทำให้เธอยืนมาจนถึงตอนนี้ เพราะเขาอยู่เธอถึงเลือกสู้ต่อ เพียงเพื่อให้พวกเราสองคนได้อยู่ด้วยกัน เพียงแค่ขอชีวิตที่สงบสุขเรียบง่ายของเราคืนมา เพียงเท่านั้น…

ลี่ถิงก็ไม่ขอสิ่งใด…

“พี่เสี่ยวถิง…”เฟยหรงกลั้นน้ำตาที่ไหลถะลักเอาไว้ไม่อยู่ เขากอดเอวลี่ถิงแน่นอีกครั้ง ครั้งนี้เอาเขาหูแนบกับอกของเธอที่กำลังเต้นระรัว หัวใจของเขาก็เช่นกัน

“….ข้าก็รักท่าน พี่เสี่ยวถิง ท่านคือทุกอย่างของข้า”

เธอเป็นดั่งโลกทั้งใบของเขา เป็นเหตุผลเดียวที่เขายังคงอยู่ต่อเช่นกัน ขอเพียงยังรู้ว่ามีลี่ถิงอยู่ข้างเฟยหรงก็ไม่หวั่นเกรงกลัวสิ่งใด แค่ได้รู้ว่าเธอจะยังอยู่เคียงข้างเพื่อมอบรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นนั้น เขาก็พร้อมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอ ไม่ว่าจะต้องทำเช่นไร

…ตลอดมาลี่ถิงปกป้องเขามาตลอด ปกป้องเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีอะไร…ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อได้พบเธอ ต้องให้โลกมืดมนสักแค่ไหนเขาขอแค่ให้มีลี่ถิงอยู่ข้างๆเขาก็ไม่สนใจ เพียงเราอยู่ด้วยกันก็พอ

หากขาดเธอไปเธอไปโลกทั้งใบของเขาคงมืดสนิท…

“เฟยหรง”ลี่ถิงูบหัวของน้องชายเบาๆ

“อย่าทำ….แบบนี้อีก ได้ไหม? ข้าไม่อยากให้พี่เสี่ยวถิงเจ็บ เพราะแค่คิด…ข้าก็เจ็บ ข้าเจ็บเหลือเกิน…”

“ข้าขอโทษ…”

น้ำตาของเฟยหรงค่อยๆหยุดไหล เขายังคงกอดเธอไม่ปล่อยราวกับกลัวเธอจะสหายหายไป

“ข้ารักท่าน…พี่เสี่ยวถิง”เฟยหรงเอ่ยขึ้นทั้งๆที่ยังคงกอดลี่ถิง

“….ข้ารู้แล้วข้าก็รักเจ้า”ลี่ถิงกอดตอบเขาเบาๆพรางลูบหัวอย่างอ่อนโยน

“ข้ารักท่านมากกว่า”

“…ข้าสิรักมากกว่า”

“ข้ารักท่านที่สุด….”

“เจ้าแข่งกับข้าไม่ได้หรอก ข้ารักเจ้ามากกว่านั้นอีก”

“ท่านคือโลกของข้า ….พี่เสี่ยวถิง”

พวกเขาสองคนต่างพูดต่อเถียงกันไปมา ว่าใครรักใครมากที่สุด แต่สุดท้ายลี่ถิงก็เป็นฝ่ายหยุดยอมแพ้ ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้จะไม่จบแน่ๆ

“คิกๆ ข้ารู้ๆ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษจริงๆ”ลี่ถิงเอาแก้มแนบกับหัวของเขา แล้วกล่าวด้วยเสียงที่อ่อนหวาน

“….ครั้งสุดท้ายนะ ครั้งหน้า…ท่านต้องให้ข้าสู้แทน”เฟยหรงทำเสียงเสียงจริงจังแล้วรัดเอวของลี่ถิงแน่นกว่าเดิม

“ไม่มีครั้งหน้าแล้ว ข้าจะไม่ทำอีกหากไม่จำเป็น ดีไหม?”

“หากไม่จำเป็น? พี่เสี่ยวถิงชอบพูดเผื่อไว้แบบนี้ตลอด”

เฟยหรงหันไปข้างๆแล้วทำแก้มป่องราวเด็กขี้งอน ลี่ถิงมักจะพูดเผื่อเอาไว้เสมอ เธอรู้ว่าอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามที่เราคิดเสมอ เพื่อไม่ให้ผิดสัญญากับใครเธอจึงพูดเผื่อไว้ในยามจำเป็นเสมอ

“เอาเป็นว่า ถ้าข้าให้เจ้าสู้แทนได้ ข้าจะทำ ตกลงไหม?”ลี่ถิงเสนอความคิดนี้ออกไป

“ไม่”แต่เฟยหรงกลับปฏิเสธทันควัน

“เฟยหรง…อย่าดื้อสิ”

“เช่นนั้นท่านจะไม่รักเด็กดื้ออย่างข้างั้นหรือ?”เขาเงยหน้าขึ้นในขณะที่แนบอกของลี่ถิง เขายังคงกอดเธอไม่ปล่อยพอได้มองในระยะแบบนี้แล้วลี่ถิงก็รู้สึกว่าเขาช่างน่ารักเหลือเกิน!

“คะ…ใครจะไม่รักเจ้า! เฮ้อ ข้ายอมแล้วๆ”

“ข้ารักท่านพี่เสี่ยวถิง”

เฟยหรงมุดตัวเข้าอ้อมกอดของลี่ถิงอย่างโหยหา  ในตอนนั้นเองลี่ถิงก็เพิ่งนึกขึ้นได้…

“แล้วเมื่อครู่ข้าเห็นเจ้าสลบไป เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า ร่างกายไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม?”ลี่ถิงเริ่มเอ่ยถามเรื่องที่เพิ่งเกิดทว่าเฟยหรงก็เอาแต่ทำหน้างุนงง เขาขมวดคิ้วแล้วตอบกลับมาว่า..

“ข้าสลบ?? ตั้งแต่เมื่อใด?”

“ก็…เมื่อครู่….”

ลี่ถิงหยุดพูดแล้วมาย้อนคิด เฟยหรงท่าทางจะไม่รู้จริงๆว่าตัวเองสลบไป รึว่า…ที่เป็นแบบนั้นผลของยันต์หลับใหล เขาอาจจะกำลังฝันร้ายตื่นมาอีกจึงจำอะไรไม่ได้ ลี่ถิงสาบานในใจว่าจะไม่ใช้ยันต์นั้นกับเฟยหรงพร่ำเพื่ออีกแล้ว

ในตอนนั้นอารมณ์ของเฟยหรงก็เริ่มกลับมาคงที่แล้ว ลี่ถิงบอกให้เขาไปอาบน้ำแล้วจะได้มานอนด้วยกันเฟยหรงรีบลุกออกไปทันที เมื่อเขาอาบน้ำเสร็จก็เข้ามามุดที่ผ้าห่มของลี่ถิง วันนี้เขากอดเธอไม่ปล่อยไปไหนจริงๆ ลี่ถิงเองก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วยิ้มอ่อนๆ

ใครใช้ให้น้องชายของเธอน่ารักซะขนาดนี้…

เช้าวันต่อมาคุณชายหยางหามาเธอพร้อมกันบอกว่าเขาจะออกไปจากที่นี่เพราะมีงานด่วนเข้ามา ก่อนจะไปเขาได้กระซิบบอกเธอที่ข้างหูว่า…

          ‘น่าเสียดาย…ที่ไม่ได้เจ้ามาเป็นผู้หญิงของข้า’

ลี่ถิงปิดหูของตัวเองแล้วเดินถอยออกมา เขายังคงจดจำเรื่องที่เธอยกมาแก้ตัว ใบหน้าที่แต้มรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์นั่นอย่างเจ้าจิ้งจอกมากเพลอุบาย ก่อนไปเขาบอกว่าจะต้องได้เจอกันอีกแน่ แต่ลี่ถิงก็ขอให้นี่เป็นครั้งสุดท้ายทีเถอะ ไม่ใช่เกลียดแต่ไม่เจอกันเลยจะดีที่สุด

คุณชายเฟิงก็เช่นกันวันนี้เขามาบอกลาถี่ลิงเพราะเขาหมดธุระแล้วก็จำต้องรีบกลับ เขากล่าวว่าพร้อมจะช่วยเหลือเธอทุกเมื่อ หากอยากเจอพี่ชายก็สามารถมาหาเขาได้ที่สำนักเฟิงเขาพร้อมจะต้อนรับเธอทุกเวลา จากนั้นพวกเขาก็จากไปไม่ว่าคุณชายหยางรึว่าคุณชายเฟิง

หลังเหตุการณ์นั้นลี่ถิงก็ตั้งใจมาฝึกวิชามากขึ้น เฟยหรงเองก็ฝึกฝนมากขึ้น เขากล่าวว่าอยากจะขึ้นเป็นหนึ่งในใต้หล้าให้ได้ จากนั้นศิษย์พี่รองก็ขอทดสอหนึ่งในใต้หล้า พวกเขาชอบฝึกด้วยกันอยู่ๆจนบางครั้งลี่ถิงก็เป็นกังวลยิ่ง

แต่พวกเขาก็ไม่ได้ฝึกฝนอันตรายนักลี่ถิงเองก็วางใจ แต่ความคิดที่จะเป็นหนึ่งในใต้หล้านั่น…ก็แอบอันตรายอยู่ไม่น้อย แต่เธอคิดว่าเขาคงพูดเล่นในกลุ่มเด็กผู้ชาย  คง…ไม่เป็นอะไรหรอกกระมัง?

วันคืนภายไปอย่างมีความสุข มีก็แต่ลี่ถิงที่เริ่มเป็นสตรีขึ้นในทุกๆวัน ร่างกายเริ่มมีหน้าอกจนผิดสังเกต ทุกเช้าลี่ถิงต้องเอาผ้ามาพันหน้าอกตัวเองเอาไว้ แล้วภาวนาไม่ให้มันโตไปมากกว่านี้

ศิษย์พี่รองเห็นว่าลี่ถิงผอมลงทุกวัน เทียบกับเฟยหรงที่โตขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยโดนพี่รองจับไปบริหารกล้ามเนื้อแล้วบอกว่า ‘เจ้าไม่กลัวน้อยหน้าน้องชายรึยังไง?’ แต่ลี่ถิงก็ได้เพียงหัวเราะเจื่อนๆแล้วขอผ่านเรื่องนี้ไปเพราะปัญหาสุขภาพร่างกาย

ถึงตอนนี้หลายๆคนเริ่มจะไม่เชื่อเรื่องที่เธอสุขภาพไม่ดีแล้วก็เถิด…

หลังจากนี้…จะทำยังไงดีนะ?

แต่หลังจากนี้เธอในใจว่าชีวิตจะต้องมีเรื่อวุ่นวายเข้ามาอีกเป็นแน่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร…แต่ลางสังหรณ์เธอตอบเช่นนั้น…

 

5 ปีผ่านไป

ลี่ถิงได้แต่มองตัวเองในกระจกที่เรือนพัก เธอยิ่งเหมือนผู้หญิงมากขึ้นไปทุกวันแล้วนะ ลี่ถิงในปีนี้ก็ 18 เข้าไปแล้ว แบบนี้จะปิดเรื่องที่เป็นผู้หญิงไปได้ถึงเมื่อไร ตลอดมาที่ผ่านมาได้เพราะได้อาจารย์ช่วยไว้เยอะ บวกกับศิษย์พี่ที่นี่ทุกคนต่างเชื่อว่าลี่ถิงเป็นผู้ชายชาตรีแท้กันทั้งนั้น พักนี้เธอเริ่มรู้สึกว่าศิษย์พี่บางคนเขินอายเมื่อพูดคุยกับเธอ จนพี่รองชอบล้อเธอประจำว่าเธอจะทำให้ศิษย์ในสำนักหลงผิดคิดตัดแขนเสื้อกันหมด

ตอนนี้ศิษย์พี่รองอายุ 22 แล้ว พวกเขาโดเป็นบุรุษที่หล่อเหล่าเป็นตัวตนที่หญิงสาวใบเมืองต่างเก็บเอาไปฝัน แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้แต่งงาน กล่าวว่าพวกเขาอยากจะอยู่ดูแลที่นี่ เพราะอาจารย์เฉินกับอาจารย์โหยงคงดูแลกันสองคนไม่ไหว ตอนนี้พวกเขายังคงเป็นศิษย์ของสำนักอยู่แม้จะสอบเลื่อนเป็นจอมยุทธ์ไปแล้วก็ตามที

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ลี่ถิงต้องพันหน้าอกจนแนบเรียบ ปีนี้เธอก็อายุ 18 ปีแล้ว ทุกอย่างก็เหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ว่า…

“…พี่เสี่ยวถิง”

หมับ…

ในขณะที่เธอกำลังจะใส่เสื้อนอก อ้อมแขนของบุรุษคนหนึ่งก็สอดเข้ามาระหว่างเอวของเธอ

ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้วส่าใคร มนเรือนนี้ไม่มีใครนอกจาก…

“เฟยหรง…ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าอย่าทำแบบนี้”

ลี่ถิงหันกลับไปมองบุรุษที่เหมือนก่อนเคยเป็นเด็กน้อยที่น่ารักทว่าบัดนี้….เขาได้กลายเป็นหนุ่มหล่อ วัย 15ผู้มีใบหน้างดงามหล่อเหลาจนสตรีใดได้มองคงนอนล้มพับกันเป็นแถว เพียงได้มองหน้าก็รู้สึกหัวใจเต้นระรัวไม่ว่าจะหญิงแก่รึหญิงเด็ก

…เฟยหรง อายุ 15 ปี

“พี่เสี่ยว…ตอนนี้ไม่มีใครเห็น ข้าขอกอดบ้างไม่ได้รึไง?”

คะแนน 4.9
กรุณารอสักครู่...