ตอนที่แล้วบทที่ 10 คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 12 ที่แท้พวกเราก็คิดมากไปเอง!

บทที่ 11 ข้าขอถอนคำพูดเมื่อครู่


บทที่ 11 ข้าขอถอนคำพูดเมื่อครู่

 

ท่าทางจองหองของข่ายเหวินชายหนุ่มผมทองยากที่จะบรรยายเป็นคำพูดได้ ท่าทางที่เดินเข้าไปยังตู้เหล็กทดสอบนั้นไม่ได้ดูตื่นตระหนกดั่งเช่นหยางหยาง และไม่ได้ทำเป็นเล่นสนุกเหมือนจงเยว่เอ๋อ หากอธิบายให้ใกล้เคียงก็คงเหมือนดั่งนักแสดงคนหนึ่ง ราวกับว่าการทดสอบต่อไปนี้เป็นเพียงการแสดงที่น่าอัศจรรย์ฉากหนึ่งเท่านั้น

 

รวดเร็วมาก คะแนนครั้งที่หนึ่งของเขาปรากฏออกมา “ระดับสติปัญญา : B”

 

สูงกว่าจงเยว่เอ๋อแต่ต่ำกว่าหยางหยาง ถือว่าเป็นคะแนนที่น่าพึงพอใจมาก สีหน้าท่าทางของผู้อาวุโสทั้งสามไร้การเปลี่ยนแปลงใดๆ สายตายังคงจดจ้องอยู่บนกำแพงโลหะ ในเวลานี้สือเสี่ยวไป๋เข้าใจแล้วว่าคะแนนครั้งที่สองถึงจะเป็นสิ่งสำคัญ

 

ท่ามกลางความสนใจของผู้คน ตัวเลขบนกำแพงโลหะเลื่อนหมุนอย่างรวดเร็ว และตัวอักษรสำคัญบนบรรทัดที่สองก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นมา “ยีนพลังจิตพิเศษ : C”

 

“C...ระดับ C งั้นหรือ?” ชั่วขณะที่ผลลัพธ์แสดงออกมานั้น ผู้อาวุโสตาเบิกโต น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย ใบหน้าชายและหญิงวัยกลางคนข้างๆ เผยความปิติยินดี กระซิบกระซาบกันไปมา

 

ฟางชิงซานที่นั่งอยู่ฝั่งขวาสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย มู่หงลี่ในชุดสีแดงทั้งตัวยกมุมปากยิ้มอ่อน ปรายสายตาเชิงเหยียดหยามไปทางหลีจื่อครั้งหนึ่ง หลีจื่อไร้ซึ่งการโต้ตอบแต่สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นหลายเท่า

 

กวาดตามองความเปลี่ยนแปลงของสีหน้าและอารมณ์คนเหล่านี้แล้ว แม้จะไม่ค่อยเข้าใจความหมายที่แท้จริงของยีนพลังจิตพิเศษระดับ C สักเท่าไร แต่สือเสี่ยวไป๋ก็พอเข้าใจข่ายเหวินได้รับความสำเร็จกลับมา

 

“ข่ายเหวิน คืออัจฉริยะที่แท้จริง”

 

เสียงทุ้มลึกดังขึ้นข้างใบหู สือเสี่ยวไป๋หันหน้าไปพบกับหยางหยาง ไม่รู้ว่าเขาเดินมาอยู่ข้างหลังตนตั้งแต่เมื่อไร

 

สือเสี่ยวไป๋หาได้คัดค้านไม่ ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ชัดเจนอยู่แล้ว คะแนนการทดสอบของคนทั้งสามในตอนนี้ ข่ายเหวินเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับคำนิยามเกี่ยวกับอัจฉริยะของโลกใบนี้ ตัวเขานั้นไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ดังนั้นแม้ในใจจะไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ออกมา

 

“ระหว่างผู้มีพลังจิตและผู้มีพลังจิตพิเศษก็เหมือนกับคนธรรมดาและอัจฉริยะ ผู้มีพลังจิตพิเศษระดับ C ยิ่งเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ ทั้งนี้องค์กรที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า [ไกอา] คงต้องอบรมดูแลผู้มีพลังจิตพิเศษระดับ C เสมือนไข่ในหินอย่างแน่นอน [ไกอา]จะต้องหมายตาให้ข่ายเหวินเป็นสมาชิกใหม่คนสำคัญที่สุดแห่งปีอย่างแน่นอน”

 

เมื่อเอ่ยวาจาชื่นชมผู้อื่นแล้ว ใบหน้าไร้เดียงสาของหยางหยางพลันปล่อยรังสีความเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เข้ากับอายุสักเท่าไรออกมามา ทั้งเสริมด้วยวาจาที่แม้แต่ผู้ใหญ่เองยังรู้สึกถึงความเคร่งเครียด

 

“ส่วนตัวผมเป็นเพียง...มนุษย์ธรรมดาที่ระดับสติปัญญาค่อนข้างสูงเท่านั้น อัจฉริยะกับคนธรรมดานั้นช่างห่างไกลกันอย่างสิ้นหวังเสมอ”

 

สือเสี่ยวไป๋เห็นดวงตาของเด็กหนุ่มไร้เดียงสาผู้นี้ฉายแววความไม่ยอมจำนนอย่างชัดเจน แต่มาได้ยินคำพูดเกือบจะยอมแพ้เช่นนี้ทำให้เขารู้สึกโมโหอย่างมาก กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “จากที่ข้ามองดูแล้ว ทุกคนต่างก็คือคนธรรมดา อัจฉริยะที่เรียกๆ กันนั้นก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่มีความพยายามมากกว่า”

 

หยางหยางเงยหน้าขึ้น สีหน้าพลันเปลี่ยนไปราวกับว่าคำพูดประโยคนี้โดนใจเข้าให้เสียแล้ว แต่นัยน์ตากลับยิ่งแฝงความเยาะเย้ยเสียดสีตัวเอง “นายผิดแล้ว ต่อให้คนธรรมดาพยายามมากเพียงไรก็ไม่สามารถเป็นอัจฉริยะได้หรอก เพราะว่าอัจฉริยะคือพรสวรรค์ที่ได้มาแต่กำเนิด”

 

“ถูกต้อง คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน”

 

ข่ายเหวินมายืนอยู่ตรงหน้าคนทั้งสองตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ ใบหน้าเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ “อัจฉริยะถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เกิดแล้วให้อยู่เหนือมนุษย์ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบเล็กน้อยแบบนี้ หรือจะเรื่องทรัพยากรของการฝึกฝนองค์กรในภายหน้า อีกทั้งเรื่องการต่อสู้แข่งขันต่างๆนานา อัจฉริยะมักจะวิ่งอยู่ข้างหน้ามนุษย์ธรรมดาเสมอ”

 

“นายก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาที่ด้อยกว่ามนุษย์ธรรมดาที่มีพลังจิตเสียอีก แต่คุณชายอย่างฉันมียีนซุปเปอร์อัจฉริยะระดับ C นายน่ะถูกกำหนดให้ถูกฉันเตะรั้งท้ายตลอดกาล!”

 

ข่ายเหวินพูดจบพลันสะบัดตัวเดินจากไปทันที เรื่องที่เขาชอบทำมากที่สุดคือการได้เยาะเย้ยคนที่อ่อนแอกว่า แล้วหลังจากนั้นก็ริดรอนสิทธิที่จะร้องไห้คร่ำครวญของผู้ที่อ่อนแออย่างไร้ความปราณี

 

สือเสี่ยวไป๋ทอดมองแผ่นหลังของข่ายเหวินที่แทบจะปิดหูตัวเองแสดงชัดว่าไม่อยากฟังคำโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ในใจเขารู้สึกไม่สบอารมณ์มากๆ

 

“เห้อ พูดเรื่องไร้สาระตั้งมากมาย ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี สรุปแล้วผู้มีพลังจิตพิเศษมันคืออะไรกันแน่!”

 

สือเสี่ยวไป๋ถอนหายใจ ทันใดนั้นพลันได้ยินผู้อาวุโสขานชื่อของตน จึงลุกขึ้นยืนอย่างรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยพยักหน้าให้กับหยางหยาง โบกมือส่งให้หลีจื่อที่อยู่ไกลๆ

 

“ดูไปแล้ว ข้าคงจะเงียบเฉยต่อไปอีกไม่ได้แล้ว”

 

ขณะที่สือเสี่ยวไป๋คิดดังนี้ ตัวเขาก็เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้เหล็กแล้ว ผู้อาวุโสทำสัญญาณบอกให้สือเสี่ยวไป๋รีบเข้าไป สือเสี่ยวไป๋ลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะรีบกล่าว “ช้าก่อน ข้ามีคำพูดจะกล่าว”

 

ผู้อาวุโสใบหน้าแข็งทื่อ แปลกใจกับการเรียกตัวเองว่า “ข้า” เช่นนี้

 

แต่สือเสี่ยวไป๋ได้หันกายเดินไปกลางเวทีเสียแล้ว ดึงดูดสายตาของทุกคน เขาชูมือซ้ายขึ้นชี้ไปยังที่นั่งฝั่งซ้าย กล่าวเสียงดังก้อง “เจ้าสิงโตขนทองหลงตัวเองกับเจ้าแพะอารมณ์ดี พวกนายจงฟังข้าให้ดี!”

 

ผ่านไปหลายวินาทีข่ายเหวินที่ถูกสือเสี่ยวไป๋ชี้ เพิ่งจะรู้ตัวว่า “เจ้าสิงโตขนทองหลงตัวเอง” ที่พูดนั้นหมายถึงตัวเขาเอง พลันรู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว หยางหยางเองตกตะลึงอยู่นาน สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างที่สุด

 

“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าผู้มีพลังจิตพิเศษที่พวกนายพูดถึงมันหมายถึงอะไร และไม่รู้ด้วยว่าแพะอารมณ์ดีถูกมนต์อะไรสะกดให้ท้อแท้ อีกทั้งยิ่งไม่เข้าใจด้วยว่าคำพูดไร้สาระพวกนั้นที่เจ้าสิงโตขนทองหลงตัวเองพร่ำบ่นคือการร่ายมนต์สะกดหรือเปล่า”

 

สือเสี่ยวไป๋เชิดหน้ากวาดตามองผู้คน ด้วยท่าทีเคร่งขรึม คล้ายกับกำลังยืนกล่าวคำปราศรัยที่เคร่งเครียดจริงจัง

 

“แต่ข้ารู้ว่าทฤษฎีเกี่ยวกับอัจฉริยะและมนุษย์ธรรมดาของพวกนายนั้นผิด เป็นทฤษฎีด้านเดียว เป็นความคิดที่ใช้สมองของก๊อบลินคิดออกมา!”

 

“อัจฉริยะที่เรียกกันทั้งหมดเป็นเพียงมนุษย์ที่มีความเพียร มนุษย์ที่ดิ้นรน มนุษย์ที่ลุ่มหลงและมนุษย์ที่ลืมตัวตน! ในท้ายที่สุดก็คือมนุษย์ธรรมดา!”

 

“ข้าจะบอกอะไรพวกท่านให้ บนโลกใบนี้ไม่มีอัจฉริยะที่ถูกกำหนด ไม่มีอัจฉริยะที่นิรันดร์ และไม่มีอัจฉริยะที่ไม่พยายาม! อัจฉริยะไม่ใช่การเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งที่ได้มาแต่กำเนิด ยิ่งไปกว่านั้นก็คือไม่ใช่เพียงอาศัยคำนำหน้าชื่อว่าเป็น”ผู้มีพลังจิตพิเศษ“คำเดียวก็จะเป็นได้!”

 

“หากพวกท่านยังงมงายเชื่อเรื่องทฤษฎีอัจฉริยะกับมนุษย์ธรรมดาไม่เลิก! เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะบอกความจริงอีกเรื่องหนึ่งให้พวกท่านฟัง—แท้จริงแล้วบนโลกใบนี้ไม่มีอัจฉริยะ!”

 

“จงอย่าท้อแท้เพราะไม่ได้เป็นอัจฉริยะ ยิ่งไปกว่านั้นจงอย่าทะนงตัวเพราะสิ่งที่เรียกว่าอัจฉริยะ เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีอัจฉริยะ มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น!”

 

“มนุษย์ธรรมดาที่หมั่นเพียรสามารถเป็นผู้แข็งแกร่งได้ ส่วนอัจฉริยะที่ไม่หมั่นเพียรนั้นไร้ซึ่งวาสนากับผู้แข็งแกร่ง!”

 

“เข้าใจแล้วใช่ไหม? บนโลกใบนี้ไม่มีอัจฉริยะ! มีแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้น!”

 

เมื่อสือเสี่ยวไป๋กล่าวถึงตอนสุดท้ายเสียงที่เปล่งก็ยิ่งปลุกเร้ามากขึ้น แทบจะเป็นเสียงคำราม เมื่อเอ่ยจบจึงเดินเข้าตู้เหล็กทันที ดึงประตูเหล็กอันหนักอึ้งขึ้นมา ชั่วขณะนั้นเสียงคำพูดสุดท้ายของสือเสี่ยวไป๋และเสียงปิดประตูอันหนักอึ้งบานนั้นพลันสะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้องพร้อมๆ กัน

 

หยางหยางกำหมัดทั้งสองแน่น ก้มหน้าครุ่นคิด คำพูดเหล่านั้นของสือเสี่ยวไป๋ดังก้องอยู่ในสมองไม่หยุด

 

สีหน้าข่ายเหวินดูไม่ได้ที่สุด เพราะเต็มไปด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวและรังเกียจเหยียดหยาม

 

ปฏิกิริยาของผู้อาวุโสทั้งสามบนเวทีสูงดูปกติที่สุด เพียงแค่ส่ายหน้าไปมาเท่านั้น พวกเขาเคยพบอัจฉริยะมามาก ด้วยเหตุนี้จึงรู้ดีถึงความแตกต่างของมนุษย์ธรรมดาและอัจฉริยะ...

 

บนที่นั่งฝั่งขวา ฟางชิงซานไม่ได้เผยอาการอะไรมากมาย มีเพียงดวงตาที่หรี่เล็กลงแฝงด้วยความหมายล้อเลียนยั่วเย้า

 

ใบหน้าซื่อตรงและเรียบง่ายของจ้าวซงประกายความภิรมณ์อยู่แวบหนึ่ง แต่ไม่นานคล้ายกับคิดอะไรออกสักอย่าง สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมา

 

หงมู่ลี่มองหลีจื่อยิ้มอ่อนแล้วกล่าวว่า “เจ้าคนโง่ที่แทนตัวเองว่า ‘ข้า’ คนนี้เป็นเด็กใหม่ที่เธอหามาเหรอ? ความกล้าหาญนับว่าใช้ได้เลย แต่เสียดายโง่ไปหน่อย”

 

ในใจของหลีจื่อแอบกรนด่าสือเสี่ยวไป๋เป็นไอ้หัวหมู[1] แต่ปากยังฝืนยิ้มเย็นชา “ถึงคนจะโง่แต่ก็เป็นคนมีโชค ชั้นกลับชอบความตรงไปตรงมาและจริงใจของสือเสี่ยวไป๋ ไม่เหมือนกับสิงโตขนทองหลงตัวเองที่เธอหามาหรอก ทำท่ายังกับโลกทั้งใบหมุนรอบตัวเขา ทุกคนต่างรู้ดีเหนือฟ้ายังมีฟ้า ผู้มีพลังจิตเศษระดับ C งั้นเหรอ เฮอะ”

 

สีหน้าหงมู่ลี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ไม่ได้โต้ตอบอะไร ความจริงแล้วตัวเธอเองก็ไม่ค่อยชอบความยโสอวดดีของ ข่ายเหวินสักเท่าไร

 

คนทั้งสองทำสงครามน้ำลายกันอีกไม่กี่ประโยค สายตาพลันเหลือบมองไปยังข้อมูลที่กำลังหมุนอยู่บนกำแพงโลหะ เพราะไม่ว่าจะโต้แย้งอย่างไร ผลการทดสอบต่างหากที่เป็นจุดสำคัญของเรื่องทั้งหมด

 

......

 

หลังจากที่สือเสี่ยวไป๋เข้าไปในตู้เหล็กแล้ว ลำแสงหลายสายพลันสาดส่องเข้ามาทันที ดำเนินการตรวจสแกนร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง

 

“ที่แท้ก็พยายามจะวิเคราะห์ร่างกายของข้า ช่างเป็นเครื่องจักรกลที่ไร้เดียงสาเสียจริง”

 

สือเสี่ยวไป๋กล่าวเย้ยผนังเหล็กไปคำหนึ่ง เมื่อนึกถึงคำปราศรัยอันเร่าร้อนข้างนอกประตูเมื่อครู่ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง

 

“พวกมนุษย์โง่เขลาเหล่านั้นจะต้องรู้สึกประทับใจกับคำพูดของข้าแน่ มนุษย์ธรรมดาตัวจ้อยกล้ามาเรียกตัวเองว่าเป็นอัจฉริยะต่อหน้าข้า ช่างน่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆ”

 

ได้อยู่ในพื้นที่ที่จำกัดเช่นนี้ครู่หนึ่ง สือเสี่ยวไป๋ก็พลันคิดถึงปัญหามากมายขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ แล้วจู่ๆความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มผุดขึ้นมา

 

“อ๊า หากว่าข้าในร่างมนุษย์ธรรมดาบนโลกใบนี้มีคุณสมบัติไม่เข้าตาแล้วล่ะก็...”

 

เขารีบส่ายหัวสะบัดความคิดอันน่าขันนี้ทิ้งไป “ล้อกันเล่นสินะ การเดินทางของข้าจะมาหยุดชะงักเพราะการทดสอบเล็กน้อยนี้ได้อย่างไรกัน?”

 

แม้ว่าจะคิดเช่นนี้ แต่สือเสี่ยวไป๋ก็ยังเอาหูแนบผนังเหล็กลองฟังความเคลื่อนไหวจากด้านนอก ยึดตามหลักการแล้วหากคุณสมบัติของเขาดีล่ะก็ ผู้อาวุโสคนนั้นควรจะโห่ร้องเสียงดังจึงจะถูก

 

ทว่า สิ่งที่ทำให้สือเสี่ยวไป๋ต้องผิดหวังก็คือ อย่าพูดถึงเสียงตะโกนโห่ร้องเลย เพราะแม้แต่ความเคลื่อนไหวสักนิดก็ไม่ได้ยิน

 

ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ในที่สุดลำแสงเหล่านั้นที่สแกนทั่วร่างของเขาอย่างต่อเนื่องก็พลันหดกลับไป ทั่วทั้งด้านในตู้เหล็กกลับเข้าสู่ความมืดอีกครั้ง การทดสอบสิ้นสุดลงแล้ว

 

สือเสี่ยวไป๋สูดลมหายใจลึก พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย ความรู้สึกคล้ายกับเวลาที่คุณครูแจกกระดาษข้อสอบ เขามักจะอธิษฐานในใจขอให้การสอบครั้งนี้ได้สิบคะแนนขึ้นไป

 

สือเสี่ยวไป๋เปิดประตูตู้เหล็ก ก้าวเดินออกมาจากตู้เหล็กช้าๆ ทั้งกายและใจจดจ่อกับการสังเกตความเคลื่อนไหวเหตุการณ์ด้านนอกตู้ สัญชาตญาณบอกให้รู้ถึงบรรยากาศแห่งความหดหู่ ทั่วทั้งห้องพลันเงียบสนิท เมื่อหันหน้าไปสบสายตาผู้อาวุโสที่กำลังจดจ้องตัวเขานั้น สายตานั่นคล้ายกับว่ากำลังเห็นผี ร่างกายสั่นเทาทั่วร่างราวกับคนป่วยที่พร้อมจะล้มนอนได้ตลอดเวลา

 

สือเสี่ยวไป๋กลืนน้ำลายเอื๊อก แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองดูข้อความสองบรรทัดบนกำแพงโลหะด้านบนสุด ผลการทดสอบของเขาปรากฏสู่สายตาทันที

 

“ระดับสติปัญญา : S”

 

“ยีนผู้มีพลังจิตพิเศษ : S”

 

สือเสี่ยวไป๋มองเพียงแว๊บเดียวเท่านั้น มือน้อยๆ พลันรีบโบก กล่าวเสียงดังก้อง “ทุกท่าน! ข้าขอถอนคำพูดเมื่อครู่ ความจริงแล้วบนโลกนี้มีอัจฉริยะ!”

 

 

[1] หัวหมู หรือ จูโถว ชาวจีนมักเปรียบเปรย คนโง่ เหมือนหมู (คล้ายการเปรียบเปรยถึง “ควาย” ของคนไทย)

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด