ตอนที่แล้วบทที่ 5 พิณไผ่ประสาน (1)
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 7 พิณไผ่ประสาน (3)

บทที่ 6 พิณไผ่ประสาน (2)


บทที่ 6 พิณไผ่ประสาน (2)

 

        เงาร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาจากหน้าประตู นั่นคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ องอาจผึ่งผาย คล้ายกับเย่หลีอย่างน้อยแปดในสิบส่วน หน้าตาหล่อเหลาและแข็งแกร่ง พอเดินเข้าประตูก็ทำให้รู้สึกว่าพาลมปราณอันสดชื่นเข้ามาพร้อมกัน นี่คือพลังยุทธ์ไผ่ที่มีเฉพาะในสำนักไผ่ เย่ฉงลูกชายของเย่หลีนั่นเอง

 

เย่หลีกล่าวว่า “เจ้าฉง มาทักทายลุงฉินของเจ้า”

 

“สวัสดีครับลุงฉิน ข้าฟังน้องอิงบอกมา เหมือนว่าท่านจะมาเพราะเรื่องลูกชายข้า?” เย่ฉงคำนับแล้วจึงเอ่ยถาม

 

แววตาของฉินซางเป็นประกายเล็กน้อย ก่อนยิ้มพลางกล่าวว่า “เจ้าฉง ข้าเคยเห็นเจ้าตอนเจ้ายังเด็ก ไม่เลว พลังยุทธ์ไผ่ของเจ้าถึงไผ่เหลืองขั้นหนึ่งแล้วสินะ เทียบเท่ากับระดับเขียวขั้นพื้นฐานของระดับสีรุ้ง”

 

เห็นชัดว่าเย่ฉงไม่สนใจปัญหาเรื่องความสามารถของตัวเอง จึงเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อนเล็กน้อยว่า “ข้าฟังน้องอิงบอกมา ท่านคิดว่าลูกชายข้าคืออัจฉริยะ อัจฉริยะในการเรียนมนต์พิณใช่ไหมครับ? ถ้าเป็นไปได้ ท่านกรุณารับเขาเป็นลูกศิษย์ได้หรือไม่”

 

แววตาของฉินซางลุกโพลง ไม่รอให้เย่หลีเอ่ยปากก็เร่งรีบกล่าวขึ้นว่า “ได้แน่นอน แต่พ่อเจ้าดันไม่เห็นด้วย”

 

เย่ฉงมองไปทางเย่หลี ถามอย่างไม่เข้าใจว่า “ทำไมล่ะพ่อ?”

 

เย่หลีตอบอย่างโกรธเคืองเล็กน้อย “เจ้าไปให้พ้นหน้าข้าซะ ที่นี่เจ้ามีสิทธิออกปากออกเสียงที่ไหนกัน เจ้าบอกว่าทำไม? พวกเจ้ามีลูกแค่คนเดียว ถ้าเขาเรียนวิชาของสำนักพิณ สำนักไผ่ของเราจะเป็นอย่างไรเล่า”

 

เย่ฉงค้านเสียงแข็งว่า “แต่เขาเกิดมามีแปดนิ้ว ไม่เหมาะจะสืบทอดวิชาดาบของสำนักไผ่ หรือพ่อไม่หวังให้หลานของพ่อกลายเป็นยอดฝีมือในอนาคต? วิชาของสำนักไผ่เขาเรียนลำบาก เรียนเวทมนตร์ของสำนักพิณไม่ใช่กำลังดีหรอกหรือ? พ่อคือแบบอย่างในเรื่องยึดติดสำนัก พ่อเคยบอกไม่ใช่หรือว่า...”

 

“เจ้าไปให้พ้นหน้าข้าซะ” เย่หลีโกรธจัด ยกหมัดต่อยโครมไปทางลูกชาย เย่ฉงไม่กล้าตอบโต้ เกิดเสียงดัง ‘ปึง’ ขณะที่แสงสีม่วงฟาดปะทะ ทั้งร่างกระเด็นลอยออกจากประตูไม้ไผ่พร้อมกับสายตาที่แปลกไป แน่นอน ดูเผินๆ เหมือนเย่หลีลงมือหนักหน่วง แต่ที่จริงแค่ใช้พลังยุทธ์ผลักลูกชายตัวเองออกไปเท่านั้น พ่อคนไหนจะต่อยลูกตัวเองได้ลงคอจริงๆ ล่ะ?

 

ฉินซางเย่หลีที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟก่อนเอ่ยว่า “เจ้าดูสิ ลูกชายเจ้ายังเข้าใจเหตุผลดีกว่าเจ้าเลย เจ้าไผ่เฒ่า เมื่อกี้ข้าคิดดูแล้ว เอาอย่างนี้ดีกว่า เจ้าให้หลานชายเจ้าเรียนมนต์พิณกับข้า แล้วเรียนพลังยุทธ์ของสำนักไผ่ไปพร้อมกัน ในภายหน้าเขายังถือเป็นคนของสำนักไผ่ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสำนักพิณ จะว่ายังไง?”

 

สีหน้าของเย่หลีผ่อนคลายลงไปบ้าง “ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเจ้าจะไม่เอาหลานข้าไปเลี้ยงเป็นยอดฝีมือต่อกรกับหอคอยทั้งเจ็ดของฟาร์เลน?”

 

ฉินซางกล่าวอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้ในทวีปลองกินุส ไม่ว่าเวทมนตร์หรือพลังยุทธ์ก็จัดอันดับตามระดับสายรุ้งเจ็ดสี แต่พวกเราแปดสำนักมังกรบูรพาเป็นข้อยกเว้น ทุกๆ สีล้วนมีเก้าขั้น เมื่อนำมารวมกันจะเท่ากับอันดับของระดับสายรุ้งเจ็ดสี โดยเฉพาะสีสุดท้าย ก็คือระดับม่วงเก้าขั้น ฉะนั้นพวกเรามีแต่ต้องฝึกจนถึงระดับม่วง โลกภายนอกจึงจะไม่ล่วงรู้ความลับของแปดสำนักมังกรบูรพา แต่หากไม่มุ่งมั่นพยายามมากกว่าห้าสิบปีขึ้นไปก็ย่อมไม่มีพรสวรรค์ ฝึกถึงระดับม่วงง่ายเสียเมื่อไหร่กัน ผู้คนในทวีปลองกินุสรู้แค่ว่าฟาร์เลนมีอยู่จริง ใครบ้างที่รู้จักแปดสำนักมังกรบูรพาของพวกเรา?”

 

เย่หลีพ่นลมทางจมูกแล้วกล่าวว่า “เจ้าพูดแต่เรื่องไร้สาระ คิดว่าข้าไม่รู้หรือไง?”

 

ฉินซางกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าบอกมา สามสีเก้าขั้นของสำนักพิณมีอะไรบ้าง?”

 

เย่หลีตอบว่า “ก็หัวใจพิณหลอมวิญญาณของสีแดง หัวใจพิณดีกระบี่ของสีเหลือง หัวใจพิณเทพดาวเหนือของสีม่วงไม่ใช่รึ? ตอนนี้เจ้าอยู่ระดับหัวใจพิณเทพดาวเหนือขั้นต้น ความหมายใกล้เคียงกับไผ่เขียว ไผ่เหลือง ไผ่ม่วง พลังสามชั้นใหญ่ยี่สิบเจ็ดขั้นของสำนักไผ่ เพียงแต่ชั้นแรกของพวกเราคือสีเขียวก็เท่านั้น ออกไปข่มคนคงได้ผลกว่าสำนักพิณของพวกเจ้า”

 

ฉินซางพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ถูกต้อง มันคือสามเก้ายี่สิบเจ็ดขั้นนี้ ระดับการพัฒนาของแต่ละขั้นเหมือนกับยี่สิบเจ็ดขั้นของสายรุ้งเจ็ดสีทุกอย่าง การฝึกฝนขั้นเก้าของหัวใจพิณหลอมวิญญาณ สำคัญที่สุดสำหรับพวกเราสำนักพิณ เรียนพิณต้องหลอมวิญญาณก่อน ขจัดความฟุ้งซ่านในความคิด ให้เสียงพิณซึมลึกสู่สมอง ค่อยๆ ยกระดับการเรียนรู้เสียงพิณและพลังพิณ นี่คือวิธีฝึกฝนตามธรรมเนียมปฏิบัติของสำนักพิณ ขอเพียงเป็นคนธรรมดาที่มีพรสวรรค์ ปกติภายในเวลาประมาณหกปีก็สามารถสำเร็จการฝึกฝนขั้นหัวใจพิณหลอมวิญญาณได้ แต่พื้นฐานของหัวใจพิณหลอมวิญญาณกลับทำให้เลื่อนขั้นต่อไปลำบาก หลอมวิญญาณจะสู้เป็นวิญญาณพิณอันบริสุทธิ์เสียเองได้อย่างไร”

 

เย่หลีกล่าวอย่างงงงวย “ข้าไม่ค่อยเข้าใจที่เจ้าพูด”

 

ดวงตาของฉินซางฉายประกายแน่วแน่ “หากเจ้ายอมให้หลานชายเจ้ากราบข้าเป็นอาจารย์ ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้เขาเริ่มฝึกจากหัวใจพิณหลอมวิญญาณ และเป็นหัวใจพิณพิสุทธิ์ที่ไม่มีใครเคยฝึกมาก่อน”

 

“หือ?” เย่หลีมองฉินซางอย่างตกใจ “มันคือวิธีฝึกฝนที่บันทึกในเคล็ดวิชาลับปาฏิหาริย์ของสำนักพิณ วิธีที่ไม่เคยมีใครฝึกสำเร็จนั่นน่ะรึ? เจ้าบ้าไปแล้วเรอะ?”

 

ฉินซางกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้าไม่ได้บ้า อันที่จริง หัวใจพิณพิสุทธิ์คือวิถีฝึกฝนที่แท้จริงของสำนักพิณ แต่เพราะเงื่อนไขของมันมากเกินไปจริงๆ ระดับความยากของการฝึกฝนก็ยากเกินไปอีก ตลอดมาจึงไม่มีใครสามารถฝึกจนสำเร็จ แต่หลานชายเจ้าไม่เหมือนกัน เขาคือแปดนิ้วโดยกำเนิด คนที่มีสัมผัสเฉียบไวต่อเสียงดนตรีตั้งแต่เกิด ข้าเชื่อมั่นว่าเขาสามารถฝึกสำเร็จได้แน่นอน มีระดับม่วงอย่างข้าอยู่ อย่างน้อยก็มีโอกาสเจ็ดในสิบขึ้นไป หัวใจพิณพิสุทธิ์ฝึกยากกว่าหัวใจพิณหลอมวิญญาณมาก แต่เมื่อฝึกสำเร็จแล้วก็จะเปิดประตูสู่การฝึกฝนหัวใจพิณที่แท้จริง ถึงขั้นสามารถไต่ถึงระดับหัวใจพิณเทพดาวเหนือได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ขอแค่เขาพยายาม ต่อให้เลื่อนขั้นไปถึงหัวใจพิณเทพทมิฬในตำนานก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แล้วผสานกับวิธีพลังยุทธ์ส่งเสริมที่ข้าคิดค้นขึ้นมา หอคอยทั้งเจ็ดแห่งฟาร์เลนก็จะไม่น่ากลัวอีกต่อไป”

 

เย่หลีกล่าวเสียงเข้มว่า “ถ้าเจ้าล้มเหลวล่ะ?”

 

ฉินซางกล่าวเสียงเรียบว่า “ต่อให้ล้มเหลว เขาก็ฝึกพลังยุทธ์ของสำนักไผ่อยู่ตลอด เจ้าสามารถให้เขาเลิกเรียนพิณแล้วค่อยไปฝึกทักษะต่อสู้ของสำนักไผ่ก็ยังทัน หัวใจพิณพิสุทธิ์ ไม่ข้องเกี่ยวสิ่งภายนอก ถ้าข้าเดาไม่ผิด ในสถานการณ์ที่กำลังฝึกหัวใจพิณพิสุทธิ์อยู่ ระดับการเลื่อนขั้นพลังยุทธ์ของเขาจะรวดเร็วอย่างยิ่ง พอจะชดเชยทักษะต่อสู้ที่ฝึกล่าช้าไปได้ เพื่อนยาก โอกาสอย่างนี้สำหรับแปดสำนักมังกรบูรพาอย่างเราแล้ว เกรงว่าร้อยปีไม่แน่ว่าจะมีสักหน เจ้าจะไม่ยอมลองดูสักหน่อยจริงๆ รึ? ขอแค่เจ้าเห็นด้วย ข้ายินดีจะเอาอะไรก็ได้ในสำนักพิณของข้ามาแลก”

 

แสงสีม่วงในดวงตาของเย่หลีประกายวิบวับ ก่อนโบกมือไปมาแล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องแลกอะไรทั้งนั้น ให้ข้ารับปากเจ้าก็ได้ แต่เจ้าก็ต้องรับเงื่อนไขสามข้อของข้าด้วย”

 

ฉินซางตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ได้ เจ้าว่ามาสิ”

 

เย่หลีกล่าวว่า “ก่อนอื่น หากว่าทำสำเร็จ ถ้าอย่างนั้น พอหลานชายข้าเติบโตขึ้นมา เขาต้องได้เป็นทั้งเจ้าสำนักพิณและไผ่”

 

ฉินซางพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้อนี้ไม่มีปัญหา ขอแค่เขามีความสามารถเพียงพอ ย่อมไม่มีใครคัดค้านได้อยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้นนี่คือข้อตกลงของเราสองคน”

 

เย่หลีกล่าวต่อว่า “ข้อสอง ถ้าเงื่อนไขข้อแรกสำเร็จ ห้าสุดยอดพิณของสำนักพิณพวกเจ้า เป็นของหลานชายข้าทั้งหมด”

 

ฉินซางถลึงตามองเย่หลี “ไอ้เฒ่าตัวดีนี่ เจ้าไม่โลภมากเลยนะ เจ้ารู้ไหมว่าห้าสุดยอดพิณของสำนักพิณเราสำคัญแค่ไหน? ห้าสุดยอดพิณของสำนักพิณ เหมือนกับไม้เท้าในมือผู้วิเศษของหอคอยทั้งเจ็ดแห่งฟาร์เลน นั่นเปรียบเสมือนการดำรงอยู่ของอาวุธวิเศษ”

 

เย่หลีกล่าวอย่างเฉยเมย “ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ข้าไม่เอาด้วยนะ พวกเราสำนักไผ่ไม่มีสมบัติหรือไง? สิ่งที่สำนักพิณของพวกเจ้าทำให้ข้าถูกใจได้ก็คือพิณห้าตัวนี้แหละ ถึงอย่างไรหลานชายข้าก็คือเจ้าสำนักพิณของพวกเจ้าในวันหน้า เจ้ายังจะขี้เหนียวอีกเรอะ? พิณหงส์ขับขาน พิณไม้แห้งมังกรคำราม พิณมรดกเสียงปราชญ์ พิณหยกดาวดึงส์ แล้วยังมีพิณวสันตอัสนีตัวนั้นที่เจ้าเคยใช้ ก็ยังนับว่าพอใช้ได้ แต่ก่อนเจ้าเคยบอกกับข้าไม่ใช่หรือ? ดีดเพลงพิณอะไรก็ต้องใช้พิณที่เข้าคู่กัน พิณกับเพลงยิ่งเข้ากันมากเท่าไหร่ พลังของมนต์พิณก็ยิ่งมากเท่านั้น เจ้าคงไม่ลืมหรอกนะ”

 

“โจรรีดไถ เจ้ามันโจรรีดไถแท้ๆ เลย” ฉินซางกล่าวอย่างโกรธเคืองเล็กน้อย

 

เย่หลีหัวเราะหึๆ แล้วกล่าวว่า “งั้นตกลงว่าเจ้ารับปากหรือไม่รับปากล่ะ?”

……………………………………….

 

 

0 0 โหวต
Article Rating
0 Comments
Inline Feedbacks
ดูความคิดเห็นทั้งหมด