ตอนที่แล้วบทที่ 4 ศักยภาพของหุ่นซอมบี้
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 6 ซอมบี้กลายพันธุ์

บทที่ 5 วิวัฒนาการของไวรัส

 

ช่วงก่อนฟ้าสาง จู่ๆ หลิงม่อก็รู้สึกใจสั่นเล็กน้อยจนสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที

 

พอเขาลืมตาขึ้นมาก็เห็นเย่เลี่ยนซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมห้องตลอด

 

พอเช็ดเนื้อตัวจนสะอาดสะอ้านและเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าที่สะอาดตาแล้ว เย่เลี่ยนก็ไม่ได้ดูแตกต่างไปจากเมื่อก่อน…มีแตกต่างอยู่เพียงอย่างเดียวก็คือดวงตาที่ฉายประกายแดงฉานคู่นั้น…

 

ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ของหลิงม่อมาจากความปรารถนาตามสัญชาตญาณของเย่เลี่ยนนี่เอง หากเธอสามารถพูดได้ ประโยคแรกที่จะพูดในตอนนี้คงเป็น “ฉันหิวแล้ว”

 

และอาหารที่เธอต้องการก็คือพวกก้อนเหนียวหนืดลักษณะพิเศษที่อยู่ในสมองของซอมบี้

 

ดูจากการแสดงออกของเย่เลี่ยนแล้ว เจ้าก้อนเหนียวหนืดลักษณะพิเศษนั่นสามารถทำให้เชื้อไวรัสในร่างกายเธอเกิดการกลายพันธุ์ไปอีกขั้น อีกทั้งเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ในเมื่อเธอมีความกระหาย แน่นอนว่าเขาก็ต้องสนองตอบถึงจะถูก

 

คิดๆ ดูแล้วก็รู้สึกสับสนจริงๆ ผู้รอดชีวิตทั่วไปจะหลบจากซอมบี้ยังไม่ทันเลย แต่ตัวเขากลับหาเรื่องจะออกไปตามหาซอมบี้ และที่สำคัญที่สุดคือข้างกายเขายังมีซอมบี้กลายพันธุ์ตามมาด้วยอีกตัว

 

หลังจากขนเสบียงใส่ลงไปแล้ว หลิงม่อก็หยิบมีดปลายแหลมเล่มใหม่เอี่ยมออกมาจากกระเป๋าเป้อีกครั้ง มีดเลาะกระดูกเล่มนั้นทื่อไปหมดแล้ว ซึ่งมันอาจส่งผลกระทบต่อตัวเองได้เวลาต่อสู้ จึงใช้ต่อไม่ได้อีกแล้ว

 

เขาลองเอาไส้กรอกชิ้นหนึ่งให้เย่เลี่ยนกิน แต่กลับพบว่าเย่เลี่ยนดูไม่สนใจเลยสักนิด สิ่งที่เธออยากกินคงมีแค่ก้อนเหนียวหนืดนั่นเท่านั้น

 

“ไปกันเถอะ จะพาเธอออกไปหาอะไรกิน” หลิงม่อดึงเย่เลี่ยนให้ลุกขึ้น ก่อนจะพาเธอเดินลงบันไดไป

 

เวลานี้เมืองแห่งนี้ล้วนปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอึมครึม ขาดแคลนทุกสิ่งอย่าง สิ่งเดียวที่ไม่ขาดก็คือซอมบี้ อย่างไรก็ตามสถานที่ที่บรรดาซอมบี้มารวมตัวกันก็ยังคงอันตรายเป็นอย่างยิ่งสำหรับหลิงม่อ เขาจึงทำได้แค่พาเย่เลี่ยนไปหาพวกซอมบี้ที่ ‘แยกเดี่ยว’ แทน

 

ระหว่างที่กำลังตามหาอย่างระมัดระวังนั้น หลิงม่อก็อดครุ่นคิดคำถามข้อหนึ่งไม่ได้ สำหรับพวกซอมบี้ที่ตอนนี้เดินสะโหลสะเหลอยู่ข้างนอกแล้ว แหล่งอาหารเพียงอย่างเดียวของพวกมันก็คือเหล่าผู้รอดชีวิตที่เสี่ยงชีวิตออกมาหาอาหาร ซึ่งผู้รอดชีวิตส่วนใหญ่ก็จะระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก แม้จะหาอาหารได้ไม่มากนัก แต่พวกเขาก็ยังรักษาชีวิตรอดมาได้

 

ถ้าเช่นนั้นเจ้าซอมบี้พวกนี้จะเป็นเหมือนกับเย่เลี่ยนที่พอหาอาหารไม่ได้ก็เริ่มฆ่าพวกเดียวกันเองหรือเปล่านะ ไม่แน่ว่าอาจจะมีซอมบี้กลายพันธุ์แบบเย่เลี่ยนอยู่ที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้

 

สำหรับบรรดาผู้รอดชีวิตแล้ว มันช่างผีซ้ำด้ำพลอยจริงๆ…

 

หลังจากสายสัมพันธ์ทางจิตแข็งแกร่งขึ้น หลิงม่อก็สามารถควบคุมเย่เลี่ยนได้ง่ายกว่าเมื่อวานเยอะมาก และเมื่อได้ศึกษาอยู่หนึ่งคืน เขาก็รู้ถึงเทคนิคในการควบคุมเย่เลี่ยน

 

เย่เลี่ยนไม่เหมือนกับซอมบี้ทั่วไป นอกจากจะมีสัญชาตญาณแล้ว เธอก็ยังมีความปรารถนาในการต่อสู้ที่แรงกล้า อีกทั้งสามารถสื่อสารความต้องการของตัวเองไปยังหลิงม่อได้อีกด้วย บวกกับพละกำลังของเธอที่ไม่ธรรมดา การเข้าควบคุมแบบเบ็ดเสร็จรังแต่จะไปจำกัดขีดความสามารถของเธอ แล้วอาจทำให้เธอเกิดต่อต้านขึ้นมาก็ได้ ดังนั้นตอนนี้หลิงม่อจึงแค่รักษาสายสัมพันธ์ทางจิตระหว่างเขากับเย่เลี่ยนเอาไว้เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่โจมตีเขา แล้วเขาเองก็ไม่ได้ไปจำกัดอิสรภาพของเธอเช่นกัน

 

เนื่องด้วยทั้งคู่มีสายสัมพันธ์ทางจิตเชื่อมโยงกัน ถึงแม้เย่เลี่ยนจะเดินไปไหนมาไหนได้ตามใจ แต่เธอก็ยังคงอยู่ในสายตาของหลิงม่อ จนถึงขนาดตามติดหลิงม่อแจเสียด้วยซ้ำ

 

โชคดีที่ตรงนี้เป็นเขตชานเมือง ผู้คนไม่ค่อยแออัดเท่าไร เพียงไม่นานหลิงม่อก็เจอซอมบี้สามสี่ตัวกำลังเดินวนเวียนอยู่ที่สี่แยก

 

พอเห็นซอมบี้พวกนี้ เย่เลี่ยนก็อดรนทนไม่ไหวพุ่งเข้าใส่ทันที ทั้งท่าทางฉับไวและโจมตีอย่างรุนแรง หลิงม่อยืนตะลึงงันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็ถือมีดปลายแหลมพุ่งตามเข้าไป

 

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งนาที ซอมบี้สามสี่ตัวนี้ก็ถูกสอยร่วงหมด ส่วนดวงตาของเย่เลี่ยนก็ดูฉายประกายเฉียบแหลมมากขึ้นหลังจากที่ได้กลืนกินก้อนเหนียวหนืดเข้าไป

 

ขณะเดียวกันหลิงม่อก็รู้สึกว่าพลังจิตของตัวเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้น พละกำลังก็เพิ่มพูนขึ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ได้ชัดเจน แต่สำหรับหลิงม่อแล้ว มันเป็นการก้าวหน้าไปอีกขั้นที่น่าดีใจ

 

ระหว่างที่เย่เลี่ยนกำลังต่อสู้ เขารับรู้ได้ว่าความรู้สึกบ้าระห่ำนั่นนับวันจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น

 

หลิงม่อพาเย่เลี่ยนไปออกล่าบริเวณแถวนั้นตลอดทั้งช่วงเช้า ฆ่าซอมบี้ไปได้หลายสิบตัวทีเดียว จนในที่สุดก็สนองตอบความต้องการของเธอได้

 

แต่ที่หลิงม่อค่อนข้างแปลกใจก็คือ หลังจากที่กินก้อนเหนียวหนืดของซอมบี้ไปหลายสิบตัวแล้ว เย่เลี่ยนกลับดูท่าทางเหนื่อยล้ามาก อีกทั้งอารมณ์ก็แปรปรวนไปมา หากไม่ใช่เพราะในช่วงระหว่างนี้สายสัมพันธ์ทางจิตระหว่างหลิงม่อและเย่เลี่ยนยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นล่ะก็ เกรงว่าเย่เลี่ยนอาจสลัดหลุดจากการควบคุมไปแล้วก็เป็นได้

 

พอเห็นว่าสถานการณ์ท่าจะไม่สู้ดี หลิงม่อก็รีบหาตึกที่พักและพาเย่เลี่ยนเข้าไปในห้องพักหนึ่งที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย

 

ตอนนี้เย่เลี่ยนหงุดหงิดจนกำหมัดแน่น แต่ร่างกายเองก็ดูเหมือนอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงจนล้มพับลงไป หลิงม่ออุ้มเธอมาวางบนเตียง ถึงได้รู้ว่าร่างกายของเธอร้อนจี๋ราวกับกำลังจะลุกไหม้ อุณหภูมิสูงจนน่าตกใจทีเดียว

 

หรือว่าจะเป็นเพราะกินมากเกินไป เชื้อไวรัสก็เลยแปรปรวน

 

ขณะที่หลิงม่อกำลังเป็นห่วงอยู่นั้นเอง ความบ้าคลั่งก็ได้พัดโหมขึ้นในจิตใจเขาทันที ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าดูเหมือนปกคลุมไปด้วยเลือด

 

เห็นได้ชัดว่าเวลาที่เชื้อไวรัสในร่างกายเย่เลี่ยนเกิดการเปลี่ยนแปลง มันก็จะส่งผลกระทบมาถึงเขาด้วยโดยผ่านทางสายสัมพันธ์ทางจิต

 

เจ็บชะมัด…ถ้าตอนนี้ตัดสายสัมพันธ์ทางจิตที่เชื่อมกันทิ้ง แม้จะทำให้ตัวเขาหลุดพ้นจากความรู้สึกนี้ไปได้ แต่เย่เลี่ยนที่ไร้ซึ่งการควบคุมก็อาจออกอาละวาดทำร้ายผู้คน หลิงม่อจึงทำได้แค่กัดฟันอดทนต่อไป

 

ร่างกายเขาเริ่มร้อนระอุมากขึ้น เหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วหัว ทั้งตัวเหมือนจะระเบิดอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกตุบๆ เป็นระยะในสมอง เหมือนกับอะไรบางอย่างกำลังจะคลานเลื้อยออกมาจากข้างใน หากไม่ใช่เพราะพักหลังนี้หลิงม่อได้ควบคุมเจ้าหุ่นซอมบี้จนทำให้เขามีจิตใจที่มุ่งมั่นแล้วล่ะก็ ไม่แน่ว่าป่านนี้อาจทนไม่ไหวเป็นลมเป็นแล้งไปแล้วก็ได้

 

ส่วนเย่เลี่ยนอ้าปากหอบหายใจถี่ ใบหน้าที่เดิมทีซีดขาวก็ปรากฏสีแดงระเรื่อผิดปกติ สีแดงฉานภายในดวงตาก็ยิ่งสว่างแวววาวขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากหลิงม่อจ้องเขม็งมา ในที่สุดเธอก็หลับตาลงอย่างเงียบๆ และล้มตัวลงบนเตียง

 

ตอนแรกหลิงม่อตกใจ แต่จากนั้นก็สงบลง สำหรับเชื้อไวรัสชนิดพิเศษนี้ เดิมทีเขาเองก็ไม่มีความรู้แต่อย่างใด เรื่องการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้จะร้อนใจแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก ทว่าอย่างน้อยเขาก็รับรู้ได้ว่าสัญญาณชีพของเย่เลี่ยนยังคงปกติดีโดยผ่านสายสัมพันธ์ระหว่างเขาและเย่เลี่ยน เพียงแต่พลังที่ก่อตัวขึ้นในร่างกายเธอแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนเธอรับไม่ไหว ร่างกายถึงได้สร้างกลไกการป้องกันตัวเองขึ้นมา เธอก็เลยเป็นลมหมดสติไปก็เท่านั้น

 

ระหว่างที่รอเย่เลี่ยนฟื้น หลิงม่อก็กำลังอดทนกับความทรมานทางร่างกาย…

 

จนกระทั่งอีกสามสี่ชั่วโมงต่อมา หลิงม่อถึงรู้สึกว่าความร้อนที่แล่นทั่วร่างกายนั้นได้สงบลงในที่สุด แต่ดูเหมือนพลังที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายเขาจะแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูเซลล์จนเขารู้สึกสดชื่นไปทั่วทั้งตัว เขาลองกำหมัดดู และรู้สึกว่าพละกำลังของตัวเองแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก สำหรับการเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆ เกรงว่าคงต้องรอให้ถึงเวลาต่อสู้ก่อนถึงจะรู้

 

และแล้วเวลานี้เองเย่เลี่ยนก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้หลิงม่องงงันไปในทันทีคือ หลังจากเกิดการกลายพันธุ์ครั้งนี้ ดวงตาทั้งสองข้างของเย่เลี่ยนได้กลับมาเหมือนคนปกติแล้ว!

 

พูดให้ถูกก็คือ จากสีแดงฉานประหลาดกลายเป็นสีดำวาวใส นอกจากจะดูลุ่มลึกขึ้น ยังทำให้เธอดูเย็นชามากขึ้นด้วย แต่กลิ่นอายความอันตรายกลับถูกซ่อนแฝงไว้ ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้พละกำลังของเธอ คงแอบคิดว่าเธอเป็นแค่เด็กสาวผู้รอดชีวิตธรรมดาๆ คนหนึ่ง ต้องคิดไม่ถึงอย่างแน่นอนว่าเธอเป็นซอมบี้กลายพันธุ์!

 

การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นกับร่างกายเธอนั้น ที่จริงแล้วมันเหมือนวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสมากกว่า! วิวัฒนาการที่มาจากการกลืนกินพวกเดียวกันเอง!

 

……………………………………………………………
 

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...