ตอนที่แล้วบทที่ 23 มันผิดกฎหมายนะ!
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 25 ผู้สืบทอดเจตนารมณ์!

บทที่ 24 สู้รบอสูรจิ้งจอกภายใต้แสงจันทร์

 

ซือหลินมั่นใจว่าดาบวิเศษเล่มใหม่ที่อาจารย์เฮอเหลียว เทพพญามังกรแห่งต้าจินตีขึ้นมาให้ใหม่ จะเป็นดาบทรงอานุภาพที่แข็งแกร่งดังเก่าก่อน เขาไม่มีข้อกังขาหรือสงสัยแม้แต่เศษเล็กน้อย

 

จะมีเรื่องน่าเหลือเชื่ออะไร หรือจะบังเกิดเหตุผิดพลาดอันใดขึ้นได้!?

 

กระทั่งภาพของเด็กสาวปริศนาที่มีเขาสัตว์บนหัว ผมและดวงตาสีดำปนแดง ร่างตัวเล็กบอบบางตรงหน้า สามารถรับดาบวิเศษของเขาเอาไว้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว!!?

 

“เจ้าเป็นใคร แม่นาง!?”ซือหลินพูดต่อ อีกฝ่ายที่จับดาบไว้ปราศจากแผล เธอเอนใบหน้าอ่อนเยาว์ ดวงตาสองสีจดจ้องมายังผู้กล้าวัยกลางคน

 

“… … …”เด็กหญิงที่มีเขาสัตว์พยายามออกเสียงบางอย่าง ริมฝีปากของเธอพะงาบขึ้นลง ทว่าซือหลินกลับฟังจับใจความไม่ออก

 

“เจ้าพูดไม่ได้หรือ? หรือว่าหูข้าตึง?”เขาพูดพลางเก็บดาบ แล้วขยับตัวมาใกล้ๆ

 

“… … …”ไม่มีคำตอบใดออกมาจากเด็กลึกลับ

 

เพตราซึ่งมองจากอีกฝั่งก็ลดคันธนูประจำตระกูลของตนเองลง“ซือหลิน ข้าคิดนางไม่ได้มีเจตนาร้ายนะ”อัศวินหญิงผมแดงเอ่ย

 

สันชาตญาณของผู้กล้าบอกทั้งสองว่าปลอดภัย…

 

เด็กสาวตัวเล็กวัยประมาณสิบปีเศษมองทั้งสอง เธอไม่พูดอะไร มีเพียงยิ้มปรากฏบนใบหน้างดงามผุดผ่อง จากนั้นเธอก็ยกมือขึ้น แล้วเหยียดปลายนิ้วชี้ไปยังทิศทางด้านหลังของซือหลิน

 

 

อ้ากกก! ช่วยด้วย!! ใครก็ได้!!!
 

ในขณะที่สองผู้กล้ากำลังสงสัยต่อการกระทำนั้นแล้วจะเอ่ยถาม

 

เสียงกรีดร้องหนึ่งก็แผดเสียงดังออกมาจากในหมู่บ้าน…
 

“เสียงร้อง!?”ซือหลินพูดขึ้น รวดเร็วแทบจะทันทีที่ได้ยิน“ข้าว่าได้เสียงคนร้องให้ช่วยนะ!?”

 

 

ฉับพลันร่างของเด็กสาวก็วิ่งพุ่งตามเสียงร้องไปด้วยเท้าเปล่า…

เรือนผมยาวจรดเท้าพุ่งทะยานออกไป ภายใต้แสงจันทรายามราตรี…

 

 

“อ๊ะ เดี๋ยวก่อน!”เพตราตะโกนห้ามแต่ไม่ทัน เธอจึงหันไปยังผู้กล้าเพื่อนสนิท“ซือหลิน เรารีบตามไปเร็ว!”

 

มนุษย์ลุงกำดาบวิเศษแน่นแล้วกัดฟัน“ข้าวิ่งไม่ทันหรอก”เขาพูดประชดร่างกายชราภาพของตน“เจ้าตามไปก่อนเลย! เดี๋ยวข้ารีบตามไป”

 

“ตกลง…”อัศวินหญิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามเด็กลึกลับไปในทันที“ข้าไปก่อน ระวังตัวด้วยนะ!”เพตราเอ่ยทิ้งท้าย

 

“ข้าล่ะเบื่อไขข้อตัวเองนัก…อู้ย ปวดหลัง!”ซือหลินเกาศีรษะขาวโพลนของตน เดินจ้ำตามประสาคนอาวุโสสูงวัย เขามองยังอาวุธคู่ใจของตนมาพิจารณาแล้วพึมพำออกมา“เด็กมีเขา ตาสองสีผู้นั้น…นางรับดาบของข้าได้…หมายความว่าอย่างไรกัน!?”พูดจบ เขาก็เคลื่อนกายอย่างเร็วที่สุดตามประสาชายแก่คนหนึ่งจะพึงทำได้ในทันที…
 

 

“ช่วยด้วย อสูรมารจิ้งจอกโจมตีหมู่บ้านแล้ว! ใครก็ได้! ช่วยพวกเด็กๆด้วย!!!”

 

เสียงชาวบ้านผู้หนึ่งตะโกนดังขึ้น

 

กรร กรรร กรร

 

ร่างของฝูงอสูรมารคล้ายจิ้งจอกนับร้อยส่งเสียงร้องดัง ขนาดลำตัวใหญ่เท่ากับม้าโตเต็มวัย พวกมันเผยเขี้ยวแหลม คำรามในลำคอ ดวงตาแดงฉานจดจ้องหาร่างผู้คนในอาคารบ้านช่อง เมื่อมันได้กลิ่นมนุษย์ พวกมันก็พยายามงัดเข้าไป หลังทำลายประตูและหน้าต่างบ้านเรือนจนสิ้น ก็พุ่งเข้าโจมตีคนในบ้านทันที

 

จิ้งจอกเหล่านี้เฉลียวฉลาดและทำงานแบ่งกลุ่มกันเป็นหมู่คณะ …

 

พวกที่ร่างใหญ่แข็งแรงบางส่วนเข้าไปกัดเฉพาะผู้ใหญ่หรือคนที่จะต่อกรกับพวกมันเท่านั้น สำหรับเด็กตัวเล็กๆ พวกมันอีกกลุ่มจะเห่า ไล่ต้อนให้มากองกลุ่มเดียวกัน พฤติกรรมเช่นนี้คล้ายการล่าและเพื่อจะต้อน ‘อาหาร’ เข้าไปกินในป่านั่นเอง

 

เหล่าเด็กๆไร้ทางสู้ถูกต้อนมาบริเวณจุดหนึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ท่ามกลางจิ้งจอกอสูรที่ล้อมอยู่ พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องไห้เสียงระงมด้วยความหวาดกลัว

 

“หยุดนะ! เจ้าปีศาจร้าย! ออกไปจากตรงนั้นนะ!”เพตรามาถึงลานกลางหมู่บ้านที่เกิดเหตุ เธอตระเตรียมอาวุธธนูของตนขึ้นมาในทันที“มาช่วยกันเร็วเข้า! มีปีศาจกำลังจับพวกเด็กๆไว้!”

 

คำพูดของเธอประหนึ่งเตือนสติชาวบ้านที่หวาดกลัวให้ลุกขึ้นสู้ปกป้องพวกพ้อง

 

“ปีศาจจิ้งจอก อันตราย! ทุกคนระวังด้วย!”

 

“ทุกคนถอยออกมา อยู่หลังข้าเอาไว้!”เพตราตะโกน เธอแผลงลูกศรออกไป ธนูวาเลเทียอันเป็นอาวุธศักด์สิทธิ์ผนวกกับฝีมือทักษะของเธอ ทำให้ถูกดึงพลังวิเศษออกมาได้เป็นอย่างดี

 

เมื่อลูกศรถูกปล่อยมันจะไม่พลาดเป้า พลังแสงมนตราปราบปีศาจอสูรปักลงจุดตายบนกายของอสูรจิ้งจอก

 

โฮกกกก

 

จิ้งจอกร้องเสียงหลง คำรามดังยังเจ็บปวด พวกมันหันหน้าและคมเขี้ยวไปยังศัตรู นั่นคือร่างของวีรสตรีผมแดง

 

เพตรายิงธนูออกไปอีกครั้ง เธอวิ่งด้วยความรวดเร็ว ง้างธนูแล้วยิง เมื่อใดก็ตามที่มีปีศาจอสูรพุ่งเข้ามาหาเธอในระยะอันใกล้ เธอจะใช้ทักษะโดดเด่น กระโดดหลบ พร้อมมอบรางวัลของผู้มาท้าทายด้วยคมธนู

 

เพียงชั่วพริบตา เหล่าจิ้งจอกอสูรกับล้มตายกันเกลื่อนกลาด ฝีมือการยิงธนูอันเลิศล้ำ…

 

“ทุกคนที่ถอยไปบริเวณนี้อันตราย” อัศวินหญิงผมแดงกล่าว ต่อชาวบ้านที่มุงดูอยู่

 

 

“ทะ ทำตามที่เธอว่าเร็วเข้า!” ชาวบ้านที่มองอยู่ในละแวกนั้นต่างตะลึงงัน รีบทำตามในทันที

 

“โอ้ว สุดยอดไปเลย” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าชื่นชม

 

“ฝีมือในการยิงธนูช่างล้ำลึกยิ่งนัก”

 

“ฝีมือฉกาจราวกับเทพนักรบมาโปรด นางเป็นใครกันแน่!?”

 

ในขณะที่ชาวบ้านกำลังหลบอยู่นั่นเอง ชายชราร่างแก่ผู้ถือดาบวิเศษก็วิ่งตามมา

 

“เพตรา”ซือหลินหอบแฮ่ก หลังจากที่วิ่งจ้ำอ้าวมานานเขาหันมองไปยังหญิงสาว เพื่อนสนิทแล้วถาม”อ้าว แล้วแม่หนูตาสองสีเมื่อกี้ล่ะ?”

 

“หายไปแล้ว!” เธอตอบอย่างเงียบๆ “ข้ามองไม่ทันไร ก็หายไปเสียแล้ว!”

 

“อะไรนะ!?”

 

“กรรรรร!”

 

“ไม่มีเวลาอธิบายแล้วเราต้องรีบจัดการกับพวกอสูรจิ้งจอกพวกนี้” ผู้กล้าหญิงผมแดงเตรียมลูกศร แล้วง้างธนูอีกครั้ง

“พอจะมีเวลาให้หนุ่มวัยกลางคนคนนี้ได้พักบ้างไหม วิ่งมาสุดแรงแล้วเนี่ย” ผู้กล้าวัยกลางคนเกาศีรษะ แต่ก่อนนั้นเขาก็ชักดาบพิเศษ หันคมดาบไปยังอสูรจิ้งจอกตรงหน้า

“ขอทดลองดาบอีกครั้งละกัน มาเลยเจ้าหมาจิ้งจอก!!”

ชายชราเดินเข้าไปหา อสูรจิ้งจอกในทันทีพวกมันคำรามเเละกระโจนเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

 

ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!!!

แต่ว่าเมื่อพวกมันพยายามโจมตีสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือโลหิตที่สาดกระเซ็นไปทั่ว

 

 

ผู้กล้าวัยชราปัดป้องคมเขี้ยวของจิ้งจอกที่เพิ่งโจมตีเข้ามา เขาจับเอวเพื่อกันไม่ให้เคล็ด พลางตวัดดาบวิเศษอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าที่ซือหลินใช้คือกระบวนท่าในนามเพลงดาบสำนักเฮอเหลียว มันโจมตีรุนแรงเป็นวงกว้างประหนึ่งคลื่นซัดเข้าฝั่ง ร่างของจิ้งจอกอสูร พวกมันยังไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่าร่างกายมีบางส่วนที่ขาดหายไปเสียแล้ว

 

ซือหลินรู้สึกถึงเลือดในกายที่เดือดพล่าน พลังของเขาเอ้อล้นออกมา ดวงตาของเขาเห็นกลุ่มพลังออร่าสีฟ้าอ่อนๆที่ฉาบอยู่บนพื้นดาบ มันคือพลังวิเศษที่อาจารย์เทพมังกรเฮอเหลียวเป็นผู้รังสรรค์เอาไว้ให้ เพื่อตอบสนองความแข็งแกร่งแก่ตัวเขา บัดนี้มันได้แสดงพลังอย่างเต็มที่แล้ว!

 

เขารู้สึกว่าร่างกายเบาหวิว สามารถฟาดฟันอาวุธของตนได้อย่างรวดเร็วดังใจคาดคิด…

ชั่วอึดใจเท่านั้นพวกจิ้งจอกอสูรก็พินาศสิ้นชีวิตไปมากมาย

 

“ดูคุณลุงคนนั้นสิฝีมือสุดยอดไปเลย ฝีมือขั้นเทพ!!!”

 

“ผู้เฒ่าคนนั้นเป็นใครกันน่ะ ฝีมือล้ำลึกสามารถจัดการเจ้าปีศาจได้ในดาบเดียว!”

 

“สู้มันเลยลุง!!! ลุงสู้เข้า!!! ลุงสู้ตาย!!!”

 

 

ท่ามกลางเสียงชื่นชมยินดีจากชาวบ้าน เพตราก็แอบมากระซิบที่ด้านหลังไปพร้อมยิงธนูสู้อสูร

“ไม่ได้ยินเสียงตะโกน เชียร์แบบนี้มานานแล้วใช่ไหมล่ะ”

 

 

“ใครก็ได้บอกกองเชียร์ที ว่าข้าไม่ใช่ลุงและก็ยังไม่แก่ด้วย”

 

 

กรรร

วงล้อมปราการกลุ่มสุดท้าย คือฝูงจิ้งจอกที่ล้อมเด็กๆเอาไว้

 

“ดูนั่นพวกเด็กๆ”เพตราชี้ไปยังกลางวงล้อม

 

“หรือว่าเด็กปริศนาคนนั้นจะอยู่ตรงนั้นเหรอ!? …ปล่อยพวกเด็กๆออกมาซะ…เจ้าปีศาจ” “เพตรา ช่วยแหวกวงล้อมเข้าไป ระวังนะ!”

 

“ฮึ่ย! ย้าก!”

 

ซือหลินใช้ดาบวิเศษโจมตีเป็นวงกว้าง ประหนึ่งพลังมหาศาลถูกตวัดสาดออกไปใส่ร่างศัตรู พวกมันกระเด็นไปทั่ว ด้านอัศวินหญิงพลิกแพลงใช้ลูกศรฟาดฟันศัตรู ประหนึ่งเป็นดาบคู่ด้วยความช่ำชอง ทั้งสองประสานพลังบังเกิดอานุภาพอันมหันต์ขึ้น

 

จิ้งจอกอสูรโจมตีด้วยจำนวนมหาศาลที่ได้เปรียบ แต่สองผู้กล้าก็ใช้พลังอันเอกอุฝ่าจนเกือบถึงพวกเด็กๆแล้ว

 

โฮกกกกกก

 

“ช่วยด้วย!” กลุ่มเด็กๆร้อง

 

“ทุกคน รอก่อนนะ!” เพตรากล่าว

 

จากการใช้อาวุธโจมตีของเธออย่างเด็ดเดี่ยว ตอนนี้เธอและซือหลินสามารถทำลายวงล้อมของอสูรจิ้งจอกที่ล้อมเด็กไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ทำได้ดีมากเพต” ผู้กล้าวัยกลางคนตะโกน“ที่เหลือปล่อยให้ข้าจัดการเถอะ!”

 

ผู้กล้ากับดาบวิเศษของเขา ได้เข้าไปตะลุมบอนกับอสูรจิ้งจอกที่อยู่ตรงหน้า พวกจิ้งจอกร้ายพยายามทุ่มสุดแรงใส่โจมตีศัตรูเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนหยัดต่อสู้กับมัน ทว่าไม่เป็นผล พวกมันไม่ได้แม้แต่จะคมเขี้ยวฝังลงไปในร่างของชายแก่

 

พวกมันอาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เก่งกาจ ทำงานเป็นหมู่ แต่พวกมันไม่อาจเทียบประสบการณ์การต่อสู้ของสองผู้กล้าได้สักเล็กน้อย…

 

ผลลัพธ์จึงจบลงอย่างรวดเร็ว

 

 

“ในที่สุด…ก็จบเรื่องกันเสียที”

 

บัดนี้ไม่เหลืออสูรจิ้งจอกเลยแม้แต่ตัวเดียว ซากศพของมันกระจายกันเกลื่อนกลาด ผู้การเช็ดเลือดบนดาบในตำนานของเขา ก่อนจะมองมันด้วยความสงสัย

 

“แกก็โจมตีได้นี่น่า ? ทำไมถึงโจมตีเด็กหญิงคนนั้นไม่ได้กันนะ”ซือหลินขมวดคิ้วสงสัย

 

“ขอบคุณท่านลุงที่ช่วยเหลือพวกเรา” เด็กๆที่ถูกอสูรจับต่างตะโกนเชียร์ด้วยความขอบคุณ

 

“สุดยอดเลยท่านลุง ยิ่งกว่าเทพนักรบเลย ต่อสู้เก่งสุดๆ”

 

“สอนการต่อสู้ให้พวกเราทีสิ”

 

“จะสอนเพลงดาบสำนักมังกรเฮอเหลียวให้ชม อะ โอ้ยๆ” ในขณะที่ผู้กล้ายิ้ม และพูดคุยต่อเด็กๆ อาการเก่าก็กำเริบขึ้นอีกครั้ง “ปวดหลัง เอื้อ ปวดหลัง เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว พวกเจ้าทุกคนปลอดภัยแล้ว”เขาพยายามพูดแบบกัดฟัน ไม่ให้กลุ่มเด็กเห็นสภาพปวดหลังของตน

 

“เด็กๆปลอยภัยดีหรือเปล่า?” อัศวินหญิงเดินมาแต่เพียงลำพัง ซึ่งนั่นทำให้ซือหลินสงสัย

 

“เพต แล้วแม่หนูเขาสัตว์ล่ะ ไม่อยู่กับเด็กพวกนี้เหรอ?”ซือหลินถามพลางใช้ฝ่ามือกุมหลังเดาะของตนเอง

 

“นางวิ่งมาทางนี้ก่อนจัดคลาดสายตาไป หายไปราวกับภูตผีก็ไม่ป่าน…”เพตราตอบพลางปาดเม็ดเหงื่อของตน”นึกว่าถูกจับมากับเด็กพวกนี้เสียอีก จะว่าไปนางเป็นผู้ชี้นิ้วมาที่นี่ เจตนาของนางคืออะไรกันแน่นะ!?”

 

“ตัวจริงของเด็กผู้นั้น…เป็นใครกันแน่นะ”ซือหลินคิด ก่อนจะพาเด็กที่ถูกอสูรล้อมจับไปส่งตามบ้านต่างๆในเวลาต่อมา…

 

 

 

ณ มุมหนึ่งภายในป่า บนเนินเขาที่มองเห็นหมู่บ้านแสงจันทราอย่างชัดเจน…

 

“ชิ! เจ้าพวกนั้นทำเราแผนเสียเรื่องหมด”เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงที่เบาและแหบ

 

“จะเอายังไงต่อดีเจ้านาย ให้พวกเราไปจัดการไหม?”เสียงแหลมเล็กที่สองถาม

 

“อันตรายเกินไป ไม่เห็นหรือว่าพวกมันฝีมือร้ายกาจ โดยเฉพาะเจ้าคนแก่กับแม่หญิงผมแดง”

 

“จริงด้วยเจ้านาย ฝีมือไม่ธรรมดาขนาดที่จัดการสัตว์อสูรหมาป่าได้ตั้งหลายตัว”

 

“แทบจะจัดการหมดคอกเลยด้วยซ้ำ น่ากลัวเหลือเกินเจ้านาย แอบสงสารพวกอสูรจิ้งจอกจัง”เสียงที่สามพูดขึ้นด้วยความเศร้า

 

“อย่าสงสารอสูรปีศาจไปเลยน่า! พวกแกสองตัวไปสืบมาซะว่าพวกมันเป็นใคร! ช่วงนี้ก็ทำทีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น! ให้พวกมันตายใจ ถ้ามันออกจากหมู่บ้านไปก็ดี แต่ถ้าไม่ ค่อยหาทางจัดการทีหลังดีกว่า”

 

“เจ้านายช่างหัวแหลมนัก พวกข้ารับทราบแล้ว…”

 

“ทราบแล้ว ทราบ”

ก่อนที่ร่างปริศนาทั้งสามจะหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางดวงจันทร์สาดส่องยามค่ำคืน…

 

 

 

[ตอนส่งท้าย] ในขณะเดียวกัน เขตภาคกลางของต้าจิน ทางด้านของกาลิค ผู้กล้าจารชน

 

 

 

 

“เอาจริงเหรอเนี่ย? ที่ซ่อนของท่านนายห้างน่ะ?”กาลิคถามเมื่อได้จังหวะหยุดพัก บัดนี้คณะผู้แหกคุกได้วิ่งหนีการจับกุมกันอุตลุด กระทั่งเวลาราตรีดึกดื่นเช่นนี้ ทุกคนต่างเหนื่อยล้าแทบทั้งสิ้น

 

“ก็ไม่ได้อยู่ที่เมืองไหมล่ะ แค่ก โอ้ย จุกแท้!”นายห้างเนโธเทปไอกระแอม ก่อนทิ้งตัวลงบนพื้นในทันทีด้วยความเหนื่อยล้า“เห็นไหม! ที่ซ่อนชั้นดี! ไม่มีใครตามมาสักกะคน!!”

 

 

“ไม่ได้บอกว่าจะต้องอยู่ในป้าช้าแบบนี้!!!”

 

หากจะกล่าวให้ถูกต้องคือ…พวกเขามาวิ่งหนีมาถึงสุสานขนาดใหญ่นอกชานเมืองแล้ว

 

“ที่นี่มีแค่หมา สัปเหร่อ และก็พวกเราเท่านั้นแหละที่มีชีวิตอยู่! จะเอาตัวรอดก็อย่าบ่นไปเลยน่า”เนโธเทปบ่น นายห้างชราวัยยกพนมมือไหว้แล้วพูด”ถ้ากลัวกันนัก ก็อย่าลืมไหว้ขมาพวกเขาแล้วกัน! เราแค่หาที่หลบ ไม่ได้มากวนเวลานอนเขา! ใครเหนื่อยก็นอนพักซะ อีกสักชั่วโมงต้องเดินทางต่อ!”

 

เหล่าลูกจ้างบางคนเริ่มทำตาม บางคนไหว้ขอขมาแล้วจึงหาที่นอนพักซึ่งไม่รบกวนร่างไร้ลมหายใจในหลุม

 

“สมกับเป็นท่านนายห้างจริง”บางคนพูดขึ้นติดตลก ก่อนจะทยอยพักผ่อนกันไป

 

“สาธุ หวังว่าจะไม่มีผีมาหลอกพวกเราใช่ไหมเนี่ย”ฟูมู่เอ่ย ใบหน้าซีดด้วยความกลัวเรื่องราวเร้นลับ

 

“เอาน่าพี่ชาย…ไม่ต้องหน้าซีดไปหรอก”ผู้ที่เข้ามาคือชายหัวล้านโพกผ้าตรงหน้าผากนามราเชสตี้พูดขึ้นปลอบใจ“ตัวออกใหญ่ อย่ากลัวไปเลยน่าพี่ชาย…ข้าแต่เทพเจ้าทั้งสาม คุ้มครองด้วย…”

 

“แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ?”กาลิคเอ่ย ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆนายห้างอดีตผู้มีพระคุณ“แอบที่นี่ทั้งวันไม่ได้แน่! ข้าก็อยากช่วยท่านต่อนะเรื่องกิจการน่ะ แต่ข้ายังมีภารกิจผู้กล้าต้องไปทำต่อนะท่าน!”

 

“เจ้าอยากได้เบาะแสเพื่อนไม่ใช่หรือ? ข้าเชื่อว่ามีคนในสมาคมรู้ว่าเพื่อนผู้กล้าเจ้าไปอยู่ไหนบ้าง? มีใครที่เจ้ายังหาตัวไม่เจอล่ะ?”

 

“ผู้กล้าการต่อสู้คารันต์ บิเอเวีย กับ เรซิน เมทิลเรส ผู้กล้าแห่งเกราะ”กาลิคกล่าว”ตอนนี้พยายามติดต่อกับคนสุดท้ายอยู่…เขาคือจิน คาสต้า ผู้กล้าสัตว์อัญเชิญ ข้าลองส่งจดหมายไปหาเขาที่ตระกูลแล้ว แต่ว่าเรื่องเงียบหายไปเลย ก็จำได้ว่าไม่ลงรอยกับที่บ้าน สงสัยท่าจะจริง”

 

“สามคนนี้สินะ ได้ ข้าจะจำเอาไว้ เมื่อสบช่องทางจะสืบหาข่าวให้”ชายสูงวัยเอ่ย ก่อนสูดลมหายใจลึกๆ“ต้องหาทางเดินทางไปเกาะทะเลเพลิง ข้าจะไปทวงคืนสิ่งที่ข้าเสียไปกลับมา”

 

ชุนเหลียวหันไปยังผู้ที่ตนรับใช้“ท่านนายห้างรู้หรือว่าเป็นฝีมือใคร”

 

“คนที่รู้แผนการเดินเรือของเรา วางแผนซับซ้อนอย่างลึกซึ้งเช่นนี้ได้ ยากจะคะเนเดาสุ่มสี่สุ่มห้า แต่พวกที่ได้ประโยชน์จากกิจการล้มละลายหรือการตายของข้า นึกออกอยู่เพียงสามเท่านั้นที่ได้ประโยชน์”เนโธเทปกล่าวอย่างแผ่วเบา

 

“หนึ่ง หัวหน้าคู่แข่ง กลุ่มการค้าอินทรีปีกแดง จ้าวซู่อิน คนผู้นี้แข่งขันกับกิจการเรามาหลายสิบปีแล้ว รู้จุดอ่อนจุดแข็งกันดี สอง พวกอริเก่า กลุ่มโจรสลัดทะเลเพลิง พวกมันพยายามจะทำตัวมีอิทธิพลมากขึ้น และมองกิจการเราที่เป็นคนทางการต้าจิน เป็นตัวขัดขวางผลประโยชน์มานานปีแล้ว โอกาสที่จะเป็นสองกลุ่มนี้ค่อนข้างพอๆกัน…”

 

“แล้วลำดับที่สามล่ะ?”กาลิคถาม

 

“ชุนเหลียว กาลิค สิ่งสำคัญของข้าคือพวกเจ้า ทุกคนดุจสายเลือดเดียวกัน ข้าเชื่อเช่นนั้นเสมอ”นายห้างถอนหายใจดังก่อนพูด“ข้าคิดว่าเป็นไปได้มากที่สุด…คือมีคนในทรยศเรา”

 

“ท่านนายห้าง เป็นไปไม่ได้หรอกครับ”ชุนเหลียวกล่าว

 

นายห้างผายมือประหนึ่งปราบคนสนิท“ข้าก็อยากคิดเช่นนั้น ชุนเหลียว ตอนนี้เราต้องรอดกลับไปที่หมู่เกาะทะเลเพลิงให้ได้ จากที่นี่ไปยังเมืองท่าใช้เวลาเร็วสุดคือสามวัน…”

 

“ขอขัดนะนายห้าง ข้าว่าประมาณหนึ่งวันครึ่งนะ”ผู้กล้าในชุดดำแย้ง ยิ้มอย่างอวดภูมิ“ถ้าจำผิด มีเส้นทางลับแบบชาวจารชนอยู่ แถวนี้ แต่ว่ามันเดินทางหลายคนยากหน่อย แต่ว่าเร็วและใครตามไม่ทัน…สนใจหรือเปล่า?”

 

“ฮึ มาถึงสุสานขนาดนี้แล้ว ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว ฮึฮึ”นายห้างหัวเราะในลำคอ ยิ้มออกอย่างเจ้าเล่ห์“ถ้าไม่แก้แค้นข้าคงนอนตายตาไม่หลับ”

 

“ประเด็นคือไปถึงแล้วจะลงเรืออย่างไง ไปหมู่เกาะทะเลล่ะครับ เรากลายเป็นนักโทษหนีคดีเยอะขนาดนี้ด้วยนะ”ชุนเหลียวพิจารณา

 

“อะแฮ่ม!”

ท่ามกลางวงสนทนา มินอี้ ชายผอมตัวสูงที่นอนข้างๆก็พลิกตัวมากระแอมแทรก เขายืนขึ้นแล้วเอ่ย

 

“เมื่อครู่มีใครหาวิธีลงเรือไปทะเลกันเอย”

 

กาลิคมองก่อนถาม“เจ้ารู้อะไรหรือพี่โย่ง!?”

 

“ข้าชื่อมินอี้ …หัวหน้าโจร…เอ้ะ อดีตโจรมินอี้ชื่อในวงการ…ข้ามีลู่ทางสายโจรที่พาตั๋วร้อนพาเจ้าทุกคนลงทะเลได้อยู่ ถือว่าตอบแทนที่ช่วยเหลือแหกกรงบ้าบอกับไฟมารผีเผานั่นแล้วกันนะท่าน”

 

“ผิดกฎหมายหรือเปล่าเนี่ยพี่ชาย?”เป็นชุนเหลียวที่เอ่ยถาม

 

“ข้าเอือมระอาชีวิตคุกเต็มทนแล้วน้อง เรื่องผิดกฎหมายขอเว้นไปสักหน…”ชายร่างโย่งกระซิบ พลางหันไปยังผู้ร่วมสนทนาทั้งหลาย”ไว้ใจได้ เรื่องลู่ทางในเมืองท่าข้าพอมีเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่ ประวัติพวกท่านจะสะอาดไร้ราคี ขอสาบาน”

 

กาลิคยังมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจนัก…สัจจะในหมู่โจรจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงไรกัน

 

“ฟังดูน่าสนใจดีนี่…”เนโธเทปยิ้มอย่างถูกชะตา ราวกับซื้อใจผู้ยื่นขอเสนอ“วิธีวิถีอดีตโจรของเจ้าคือแบบไหนล่ะ มินอี้?”

 

มินอี้แสยะยิ้มออกมา ก่อนเอ่ยอย่างเป็นนัย…

“ไปยืมเพื่อนมาใช้!”

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...