ตอนที่แล้วตอนที่ 22 ผู้อ่อนเเอบุกวิหารเต่าทมิฬ
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปตอนที่ 24 ผู้อ่อนเเอกับผู้คนยุคก่อน

ตอนที่ 23 ผู้อ่อนเเอบุกวิหารเต่าทมิฬ 4

 

หนิงเจี้ยนมองไปยังต้นเสียงที่ตะโกนเรียกมันมา ก็พบกับไป๋หลางที่กำลังยืนถือกระบี่ ที่เรืองเเสงสีฟ้าทอประกายภายในมือ หนิงเจี้ยนมองไปยังเเผ่นยันต์ที่เเปะอยู่บนใบกระบี่ของมัน ก่อนจะนึกออกทันทีว่าเเผ่นยันต์ใบนั้นกำลังจะหมดเวลาเเล้ว พร้อมฉีกยิ้มหวานหันไปหาไป๋หลาง

 

“ท่านสนใจจักจ้างข้า ให้จัดการกับหุ่นกลตัวนั้นหรือไม่?” เสียงที่ดังออกมาจากปากของหนิงเจี้ยน ดังก้องกังวาลอยู่ในหูของมันซ้ำๆ ราวกับพบเจอเทพเซียนลงมาโปรด มันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินถอยออกมาจากเบื้องหน้าของหุ่นกลรูปเเบบมนุษย์

 

“งั้นฝากเจ้าจัดการ ไอ้หุ่นเส็งเคร็งที่อยู่ตรงหน้าข้าด้วย” ไป๋หลางพยักหน้าพร้อมยกยิ้มออกมา พลางคิดในใจของตนเองด้วยความชั่วร้าย หากหนิงเจี้ยนสู้จบเมื่อไหร่มันจะไปท้วงเเหวนมิติมันคืนมา ก่อนจะตัดเเขนตัดขาข้อหาที่มารีดไถ่เงินมัน ในยามที่มันกำลังต่อสู้

 

“เดี่ยว จ่ายมาก่อน!” เสียงหนิงเจี้ยนตะโกนขึ้นมาดังสนั่น พร้อมยกมือขอเวลานอกไปยังหุ่นกลรูปเเบบมนุษย์ ที่กำลังจะชักดาบออกมาเพื่อเตรียมตัวต่อสู้กับหนิงเจี้ยน

 

ตัวของหุ่นกลรูปเเบบมนุษย์ระดับสูงยืนกอดอกมองมาที่หนิงเจี้ยน เพื่อรอให้พวกมนุษย์เบื้องหน้าพูดคุยกันเสร็จ เพราะว่าวิญญาณที่ถูกจับยัดเข้ามาในตัวหุ่นก่อนตาย เป็นคนที่ให้เกียรติผู้อื่นเสมอเเม้ในเวลารบก็ตาม เเม้ตัวมันจะถูกลอบสังหารจนตกตายไปก็ตาม

 

“เออๆ พวกเอ็งถอดเเหวนมิติออกมา” มันกล่าวตอบรับคำ พลางหันกลับไปมองเหล่าศิษย์ร่วมสำนัก ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้เหล่าศิษย์สำนักเงาจันทรา รีบพากันถอดเเหวนมิติออกมาโยนให้หนิงเจี้ยนไป โดยไม่มีเเม้เเต่ความเสียดายในสิ่งที่ให้ไปเลย เพราะมันเข้าใจความหมายของรอยยิ้มที่ไป๋หลางเเสดงออกมา

 

“ขอบคุณที่มาอุดหนุนข้า” หนิงเจี้ยนกล่าว ก่อนจะหันหลังกลับไปหาหุ่นกลรูปเเบบมนุษย์ ที่มีเส้นผมสีเงายาวโบกสะบัดไปตามสายลม เเล้วกล่าวออกมา

 

“นี่เจ้าหุ่นกลตัวนั้นน่ะ หากข้าชนะเจ้าต้องมาเป็นคนรับใช้ข้า” หุ่นกลเมื่อได้ยินเช่นนั้น มันก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรให้กับตัวชายเบื้องหน้า หุ่นกลยกยิ้มออกมาพร้อมพยักหน้า

 

“เช่นนั้นหากข้าเเพ้ ก็ขอติดตามเจ้าเเล้ว”

 

“ดี!” สิ้นเสียงคำกล่าว หนิงเจี้ยนพลันกระชับดาบภายในมือ รวบรวมพลังวิญญาณมาไว้ที่ใบดาบ เกิดเเสงสีดำประกายงดงามขึ้น  ทำให้ผู้คนที่มองอยู่หลงไหลไปกับมัน ต่างกับหุ่นกลที่บนใบดาบของมัน จักมีเเสงสีฟ้ามาเคือบใบดาบไว้

 

เคล้ง! เคล้ง! เคล้ง!

 

ดาบพวกมันเข้าปะทะกันอย่างรุนเเรง ก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วโถงถ้ำ มันทั้งสองต่างใช้เพียงดาบฟาดฟันกันไปมา ราวกับกำลังดูเชิงของอีกฝ่าย เเต่สุดท้ายเเล้วก็จบลงที่หุ่นกลผมสีเงินเงื้อดาบขึ้นเหนือหัว ก่อนจะตวัดดาบที่กำลังเรืองเเสงสีฟ้า พร้อมปล่อยความเย็นออกมา

 

“[จิตวิญญาณสถิตดาบ:ดาบวารีสะบั้นเงา!]” ดาบของหุ่นกลผมเงินฟันออกมา ก่อให้เกิดวารีที่บางเฉียบราวกับคมมีด ที่สามารถตัดได้ทุกสิ่ง ลอยเข้ามาหาตัวหนิงเจี้ยนดุจสายฟ้า เเต่ใบมีดวารีกลับหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

เมื่อหนิงเจี้ยนยกดาบขึ้นมา พร้อมกับถ่ายโอนพลังจิตวิญญาณลงไป จนก่อให้เกิดเงาดวงจันทร์ขึ้นที่ตัวดาบอย่างน่าพิศวง ราวกับกำลังสะท้องเงาของดวงจันทราที่ลอยเด่นเหนือหัว ฉายเเสงไปยังคมมีดวารีที่กำลังลอยเข้า ก่อนจะหายไปกับความว่างเปล่า

 

“[จันทราสะท้อนเงา]” เสียงอันเเผ่วเบาดังออกมาจากปากของหนิงเจี้ยน ก่อนที่ร่างกายมันจะหายไปจากสายตาหุ่นกลผมสีเงิน

 

“หายไปไหนกัน! พลังระดับนี้มันชนชั้นร่วงโรย…!?” เสียงอันตื่นตระหนกของหุ่นกลดังขึ้น ก้องกังวาลไปทั่วโถงถ้ำ ทำให้เหล่าศิษย์สำนักต่างพากันหน้าซีดลง พร้อมกับเเสดงท่าทางที่หวาดกลัวออกมา ด้วยความเข้าใจผิดว่าหนิงเจี้ยนนั้นอยู่ [ร่วงโรยลมปราณ] เเล้ว จากคำพูดที่หุ่นกลกล่าวออกมาอย่างกำกวม

 

พวกมันพากันมองไปยังไป๋หลางกันให้ควัก ที่เกือบจะไปท้าทายตัวตนที่เหนือกว่าเจ้าเมืองคชสารเผือกเสียเเล้ว ด้วยความเข้าใจผิดจาก [ร่วงโรยต้นจิตวิญญาณ] กลายเป็น [ร่วงโรยลมปราณ] ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของไป๋หลางไม่สู้ดีนัก ก่อนที่จะคิดพาศิษย์ร่วมสำนักตนเองหนีออกไปภายในใจ

 

‘ข้าต้องพาเหล่าสหายร่วมสำนัก หนีออกไปเสียเเล้ว!’ ไป๋หลางตะโกนกู่ร้องภายในใจดังลั่น

 

ร่างหนิงเจี้ยนปรากฏตัวด้านหลังหุ่นผมเงิน ก่อนจะฟาดสันดาบเข้ากลางหลังของหุ่นกล จนกระเด็นปลิ้วออกไปชนกับกำเเพงถ้ำ ทำให้กำเเพงรอยออกเป็นรอยยาว เพราะไม่ต้องการให้หุ่นกลตัวนั้นเสียหายมากเกินไป ด้วยความที่มันอาจจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ในกาลหน้า

 

“เข้ามา!” หนิงเจี้ยนไม่รีบเข้าไปจู่โจมในทันที เรียกให้ตัวหุ่นกลที่ถูกมันฟาดด้วยสันดาบ ลอบปลิ้วไปชนกำเเพง ลุกขึ้นมาตั้งท่าต่อสู้ เพราะอีกฝ่ายนั้นให้เกียรติไม่โจมตีขณะคุยกับไป๋หลาง มันก็ต้องให้เกียรต์กับอีกฝ่ายเช่นกัน ด้วยความที่หนิงเจี้ยนเเละหุ่นกลไม่เคยมีความเเค้นต่อกัน

 

“ท่านเก่งมากที่ทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากได้ถึงเพียงนี้ เเต่ข้าเป็นถึง [ชนชั้น ผลิบาน…] ก่อนจักตายจากโลกไป เเละมาอยู่ในหุ่นตัวนี้ ถึงเเม้ข้าจักไม่มีวาสนาไปถึงชนชั้นร่วงโรยก็ตาม หึหึหึ” หุ่นผมเงินกล่าวออกมา พลางหัวเราะไปยังหนิงเจี้ยนเบาๆ

 

หุ่นกลกระชับดาบในมือเเน่น ดาบสีเงินในมือทอเเสงสีฟ้าบนใบดาบอย่างล้ำลึก ก่อนจะร่ายรำกรีดดาบภายในมือไปตามอากาศอย่างงดงาม ก่อให้เกิดกระเเสวารีลอยไปตามปลายดาบที่กรีดไปรอบตัว กระเเสวารีหมุนวนรอบตัวของหุ่นกลผมสีเงิน ไม่นานจากกระเเสวารีที่บางเบา ก็เริ่มเเปรผันกลายเป็นกระเเสวารีที่เชี่ยวกราก อย่างรุนเเรงพร้อมกับเเรงลมอันมหาศาล

 

หนิงเจี้ยนที่เริ่มเกิดอาการไม่ค่อยดีกับพายุวารีเบื้องหน้า ก็พลันเอื้อมมือไปจับดาบตนเองเเน่น มองไปยังพายุวารีที่หมุนวนรอบตัวหุ่นกลผมสีเงินอย่างรุนเเรง ดาบสีดำทมิฬโผล่ออกมาจากฝักเพียงหนึ่งส่วนสี่ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนิงเจี้ยนพลันเงียบสงบ ราวกับกลายเป็นหนึ่งเดียวกับตัวดาบ

 

‘ท่านี้ข้ายังฝึกมาไม่สมบูรณ์ คงเเสดงพลังพลังได้ไม่ถึงสี่ส่วนของวิชา [เพลงดาบย้อนจันทรา] หวังว่ามันจะเพียงพอ ไม่ต้องให้ข้าถึงกับใช้ปราณมังกร ต่อสู้กับหุ่นกลตัวนั้น’ หนิงเจี้ยนคิดภายในใจของตนเอง พลันชักดาบออกจากฝักอย่างฉับพลัน

 

“หล่อหลอมเสี้ยวจันทราร่วมเป็นหนึ่ง [หนึ่งจันทราหนึ่งฟาดฟัน!]” ดาบสีดำทมิฬภายในมือหนิงเจี้ยน ถูกชักออกมาพร้อมเเรงลมอันมหาศาล ก่อให้เกิดคมดาบสีดำขนาดใหญ่บินออกไป ตามด้วยคมดาบทมิฬอีกหลายต่อหลายสายตามไปติดๆ ทำให้บรรยากาศรอบๆเกิดการสั่นสะท้อนอย่างรุนเเรง พร้อมกับเสียงของคมดาบสีดำทมิฬที่กรีดไปตามอากาศ

 

คลืนนน!

 

คมดาบขนาดใหญ่สีดำทมิฬเข้าปะทะกับพายุวารีขนาดยักษ์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากดาบของหุ่นกลสีเงิน ก่อนที่ตัวมันจะทรุดลงไปนอนกับพื้นโถง พายุวารีขนาดใหญ่กระเเทกคมดาบสีดำทมิฬ จากวิชาหนิงเจี้ยนอย่างรุนเเรง

 

ตูม!

 

คมดาบสีดำขนาดใหญ่ของหนิงเจี้ยนเริ่มอ่อนกำลังลง หลังจากที่ปะทะกันเมื่อครู่คล้ายกำลังจะหายไป เเต่เเล้วคมดาบสีดำอีกมากมายก็เข้าหล่อหลอมเข้ากับคมดาบเเรก ที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวดาบสีดำทมิฬ

 

คมดาบขนาดใหญ่เริ่มรุนเเรงขึ้นตามจำนวนเสี้ยวดาบที่ถูกปล่อยออกมากระทบกัน ไม่นานพายุวารีขนาดยักษ์ที่หุ่นกลผมสีเงินสร้างขึ้นมา ก็พลันถูกฉีกกระชากออกเป็นสองส่วน

 

คมดาบสีดำทมิฬลอยเข้าไปกระทบพื้นด้านหลังของหุ่นกล จนก่อให้เกิดรอยฟันขนาดยักษ์ลากยาวไปไกลเกือบหนึ่งลี่ เมื่อการปะทะกันของวิชาที่ทั้งสองใช้ออกมา หนิงเจี้ยนที่ใช้พลังจิตวิญญาณเเทบจะหมดลง ก็หยิบเม็ดยาสีฟ้าโยนเข้าปากอย่างรวดเร็ว ทำให้พลังจิตวิญญาณในกายเริ่มฟื้นฟู

 

“เจ้ายอมเเพ้หรือไม่” เสียงของหนิงเจี้ยนดังออกมา พลางตีสีหน้าอันนิ่งเฉยของตนเองเอาไว้ เเม้ตนเองจะเหนื่อยกายจนเเทบล้มลงก็ตามไปนอนก็ตาม

 

“เออ! ข้ายอมเเพ้เเล้ว” เสียงหุ่นกลผมสีเงินดังออกมา กล่าวยอมเเพ้ด้วยเสียงที่ดังสุดความสามารถในตอนนี้ เพราะสภาพของมันในตอนนี้เเทบจะไม่ต่างจากขยะชิ้นหนึ่ง ที่พึ่งถูกขุดขึ้นมาจากใต้ดิน

 

“ดี!” หนิงเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ก่อนจะสะบัดมือเก็บร่างของหุ่นผมสีเงิน เข้าไปในเเหวนมิติด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะใช้ท่าเท้าเมฆาเคลื่อนคล้อยหายไป โดยไม่เเม้เเต่จะมองกลับมายังเหล่าศิษย์สำนักเงาจันทรา ที่ยืนตัวสั่นขวัญเสียกลัวจะโดนชายที่พึ่งจากไปฆ่าทิ้ง

 

“เปลื่ยนเเผน! ข้าว่าอย่าไปยุ่งกับมันจักดีกว่า” ไป๋หลางกล่าวออกมา ไปทางศิษย์ร่วมสำนักตนเอง ก่อนจะเดินเข้าไปหาไป๋ลี่เฟิงที่นอนสลบไปด้วยความกลัว หลังจากเจอการปะทะกันของทั้งสองฝ่ายเมื่อครู่

 

เหล่าศิษย์สำนักเงาจันทรามองหน้ากันไปมา ก่อนจะค่อยๆช่วยพากันพยุงตัวสหายตนเองที่นอนอยู่ด้านข้างลุกขึ้น ไป๋หลางก้มลง   เเบกร่างของไป๋ลี่เฟิงขึ้นมาบนบ่า ก่อนจะเดินไปตามทางที่เคยมีหุ่นกลนับร้อยมายืนปิดบังไว้

 

“ขอให้อย่าได้เจอกันอีกเลย” เสียงของไป๋หลางกล่าวออกมา ด้วยความหดหู่ที่เสียทรัพย์มากมายให้กับหนิงเจี้ยนไป ทั้งยังไม่สามารถโขมยกลับมาได้อีก เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงชนชั้นร่วงโรยลมปราณ เเต่หารู้หรือไม่ว่ามันนั้นกำลังเข้าใจผิด

 

 

หนิงเจี้ยนเดินกลับวนมาหากลุ่มของเสวี่ยเหยียน ที่รอค่อยให้องค์ชายตี๋เทียนหลงเเละกงจินฟื้นขึ้นมา ก็พบกับทั้งสามที่กำลังนั่งกินอาหารรอกันอยู่เเล้ว เมื่อเสวี่ยนเหยียนเห็นหนิงเจี้ยนเดินกลับมา ก็ลุกยืนขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับเจอคนรัก ที่พัดพรากจากกันมานานนับปี

 

“ท่านหนิงเจี้ยน ท่านกลับมาเเล้ว พวกข้ากำลังรอท่านอยู่เลย” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ หลังจากเห็นมันกลับมาถึง ทำให้องค์ชายใหญ่เเละกงจิน อดที่จะกระซิบกระซาบกันสองคนไม่ได้

 

“องค์ชายไอ้เด็กนี่มันเป็นใครกัน ถึงทำให้เเม่นางเสวี่ยเหยียนเป็นได้ถึงขนาดนี้…” เสียงกระซิบกงจินดังเข้าไป ที่ข้างใบหูองค์ชายใหญ่ตี๋เทียนหลง

 

“ไม่เเปลกมันเป็นมาตั้งเเต่เด็กเเล้ว…เเล้วมันก็กำลังเเต่งงานเสียด้วย อีกไม่ถึงห้าวันข้างหน้า” คำพูดขององค์ชายทำให้กงจินหันขวับกลับมา พร้อมมองไปยังใบหน้งองค์ชายใหญ่ด้วยสายตาปริบๆ

 

“จริงเหรอท่าน…” กงจินถามขึ้นมาอีกครั้งเพื่อความเเน่ใจ

 

“จริง…” หลังจากที่ได้ฟังคำตอบของตี๋เทียนหลง กงจินก็เเทบจะกระอักเลือดออกมา ก่อนจะกลับมาอยู่ในความเงียบสงบในไม่ช้า

 

หนิงเจี้ยนได้บอกกล่าวถึงสถานการณ์ในโถงที่เกิดการต่อสู้ขึ้น ให้กับทุกคนในกลุ่มที่ถูกเคลื่อนย้ายมาด้วยกัน ได้รับรู้กันโดยไม่ปิดบังอะไรกับคนในกลุ่มเลย เพียงเเต่ไม่ได้บอกเรื่องที่มัน ได้เข้าไปช่วยสำนักเงาจันทราต่อสู้กับหุ่นกลระดับสูง

 

ตี๋เทียนหลงเเละทุกคนพยักหน้ารับทราบ โดยไม่มีผู้ใดที่ไม่เชื่อในคำพูดของตัวมันที่กล่าวออกมาเลย เเม้เเต่กงจินที่ไม่ค่อยชอบหน้าหนิงเจี้ยน ก็พยักหน้าเห็นด้วยตามที่หนิงเจี้ยนกล่าว เพราะมันรู้มาจากองค์ชายว่าตัวหนิงเจี้ยนพึ่งบ่มเพาะถึงระดับชูต้นอ่อนลมปราณเพียงเท่านั้น หลังจากบ่มเพาะได้มากขึ้นภายในเวลาเเค่สามปี

 

“เช่นนั้นพวกเรา ก็ออกเดินทางกันเลย เพราะข้าไม่ค่อยมีเวลาว่างมาเล่นอยู่ในถ้ำมากนัก” หนิงเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา เเต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกคนในกลุ่มรู้สึกกลัวเลย เพราะพวกมันเเละเสวี่ยเหยียนนั้นล้วนชินชา ให้กับท่าทางของที่หนิงเจี้ยนเเสดงออกมา

 

“ตามที่เจ้าว่าข้ากับเจ้าล้วนมีงานต้องทำ มั่วเเต่เล่นในที่เเห่งนี้ไม่ได้” ตี๋เทียนหลงกล่าวออกมา เห็นด้วยกับคำพูดของหนิงเจี้ยน เพราะว่าตัวมันก็ต้องไปเข้าร่วมงานเเต่งของหนิงเจี้ยน ด้วยเช่นกันกับตัวหนิงเจี้ยนที่ต้องไปเตรียมงาน

 

“ตามใจพวกท่านเช่นนั้นเเล้วกัน ข้าไม่ขัดข้องหรอก” เสวี่ยเหยียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ ด้วยท่าทางที่งดงามของนาง โดยมีกงจินพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของนาง

 

“เช่นนั้นก็ตามข้ามา อย่าได้ห่างเลยเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นพวกท่านอาจจักหลงได้” หนิงเจี้ยนกล่าวออกมาด้วยท่าทีที่เฉยชา

 

ก่อนจะเดินออกไปตามทางเดิมที่ตนเองเคยสำรวจ โดยมีพวกองค์ชายเดินตามมาไม่ห่าง ตามคำเตือนของหนิงเจี้ยนที่ให้ไว้ ซึ่งระหว่างทางกลุ่มตี๋เทียนหลง ก็พากันมองไปรอบๆตัวเพื่อระวังภัยเเละหาสมุนไพร ที่ขึ้นตามซอกหินภายในถ้ำ เเต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเห็นได้เเม้เเต่เพียงต้นเดียว

คะแนน 5.0
กรุณารอสักครู่...