ตอนที่แล้วบทที่ 23 พระเอกละคร
ทั้งหมดรายชื่อตอน
ตอนถัดไปบทที่ 25 ยัยคนหลอกลวง

บทที่ 24 เมนูไข่

การระดมสิ่งของเพื่อใช้หนี้เป็นไปด้วยดี ครั้งนี้พวกยาผมเอาไปไม่ได้ เพราะขั้นตอนทดลองของชาล็อตยังไม่ค่อยคืบหน้า ถึงความจริงแล้วยาพวกนั้นมันเป็นยาสามัญประจำบ้านในโลกเรา แต่เนื่องจากที่ต่างโลกยาที่คนกล้ากินก็คือยาที่ผ่านการรับรองจากสมาคมพ่อมดแม่มดแห่งแพนทาแกรม ยาจากโลกของเราที่ไม่ได้รับ อ.ย. จากสมาคมพ่อมดแม่มดจึงต้องผ่านการทดลองอย่างเข้มงวดก่อนใช้งานจริง

ในรอบนี้ผมเลยมุ่งเน้นไปที่เกลือ น้ำตาล และเครื่องปรุงรสต่าง ๆ อ้อ รอบนี้ผมไม่ลืมพกเตาอเนกประสงค์ไปต่างโลกด้วย เมื่อวานที่ลองชิมอาหารต่างโลกเข้าไปรสชาติอาหารส่วนมากไม่ค่อยถูกลิ้นคนไทยอย่างผมเท่าไหร่ นอกซะจากอาหารจำพวกปิ้งย่างอย่างสเต็กเนื้ออะไรสักอย่างที่ผมไม่รู้จัก ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะสเต็กเป็นอาหารสากลกินได้ทุกเชื้อชาติทุกเผ่าพันธุ์ละมั้ง

แล้วถ้าคิดจะซื้อเครื่องปรุงจำนวนมากในราคาถูก เซเว่นก็ไม่ตอบโจทย์ของผมแล้ว เพราะงั้นผมเลยต้องไปแม็คโครฟู้ดเซอร์วิสแทน พอเลิกงานปุ๊บผมก็ปั่นจักรยานไปแม็คโครที่อยู่หน้าซอยถัดไปทันที แต่จากการซื้อเยอะแล้วไม่ดูสังขารจักรยานที่เตรียมมาทำให้ต้องปั่นอย่างทุลักทุเลกลับหอ แถมเสียเงินค่าถุงแม็คโคไปอีก 11 บาท

เวลาตีสาม พอโดนวาร์ปมาต่างโลก คนแรกที่ผมจะไปหาหลังกล่าวเปิดช่องไลฟ์สตรีมและทักทายแฟนคลับอันน้อยนิด แน่นอนว่าคือชาล็อต

“หวัดดีชาล็อต” ผมแบกเป้พร้อมกับถือถุงพลาสติกใบใหญ่มากเดินเข้ามาหาชาล็อตในห้องทำงาน ใน 2-3 วันมานี่ผมมาหาเธอบ่อยจนเหล่าอัศวินและเลขาหน้าห้องของเธอจำหน้าผมได้ พวกเขาเลยปล่อยผมเดินเข้ามาได้ง่าย ๆ

“สวัสดีท่านพ่อมด” ชาล็อตเงยหน้าขึ้นจากเอกสารบนโต๊ะทำงานและส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ผม อ่า แบบว่าแค่ได้เห็นรอยยิ้มเธอโลกของผมก็สดใสทันที แค่ก ๆ นี่ผมไม่ได้หาเรื่องเพื่อมาเจอเธอบ่อย ๆ หรอกนะ เชื่อสิ

“เจ้าเอาอะไรมาเยอะแยะน่ะ” เสียงเรียบ ๆ ของคีร่าที่ยืนเฝ้าหน้าประตูชะโงกหน้าลงมาดูของในถุง และแย่งมันไปถือเอง

คีร่าที่ยืนนิ่งอยู่ในชุดเกราะเหล็กหนาปิดตั้งแต่หัวจรดเท้าทำเอาผมสะดุ้ง ตอนแรกผมนึกว่าเป็นชุดเกราะประดับห้องที่พวกขุนนางในสมัยก่อนชอบมีติดบ้าน แบบที่เห็นได้บ่อยในหนังย้อนยุคฝรั่ง แต่ที่ไหนได้ ข้างในดันมียัยสโลโมชั่น คีร่า อยู่

“นั่นพวกเกลือกับน้ำตาลไง เห็นคราวที่แล้วพวกเธอดูจะอยากได้มัน ผมก็เลยเอามาด้วย” ผมเกาท้ายทอยมองคีร่าที่หยิบถุงเกลือกับน้ำตาลเดินไปวางบนโต๊ะชาล็อตที่เคลียร์เอกสารออกจากโต๊ะรอเรียบร้อยแล้ว

“ว้าวเกลือนี่ขาวมากเนื้อละเอียดแถมยังเค็มสุด ๆ เลยค่ะ” ชาล็อตพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อลองแกะถุงทดสอบสินค้า ก่อนจะนึกบางอย่างได้และขมวดคิ้วนิด ๆ “ข้านึกว่าอีกนานท่านถึงจะนำของมาขายซะอีก”

“เอิ่ม พอดีไปติดหนี้ป้าบรรณารักษ์ให้ห้องสมุดมาก็เลยต้องรีบหาเงินใช้หนี้ เธอคงรู้สินะค่าเรียนอ่านหนังสือน่ะ แล้วยังมีค่าแว่นชั่วโมงละ 300 อีก ทำเอาผมหมดตัวเลย” ผมยกเรื่องหนี้ป้าบรรณารักษ์มาพูดแทน กลบเกลื่อนเรื่องไปหาของชวนสงสัยพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ เพราะผมก็ตอบไม่ได้ เอาแต่คิดเรื่องมวยกับหนี้สินที่มีเลยลืมแต่งเรื่องมาเสียสนิท

“แบบนี้เอง ความจริงแล้วถ้าท่านพ่อมดต้องการแว่น แล้ว…ท่านไม่รังเกียจละก็ ท่านสามารถยืมแว่นของข้าไปใช้ก่อนก็ได้ค่ะ ข้ามีสำรองอยู่หลายอันแต่ลวดลายมันจะออกไปทางผู้หญิงหน่อย ๆ นะคะ” คำกล่าวของชาล็อตทำเอาผมทำหน้าเหวอ เงินหมื่นของตู! ผมถึงกับเซเกาะขอบโต๊ะทำงานชาล็อตพยุงตัวเองไว้ไม่ให้ร่วงลงไปกองกับพื้น ไอ้ภาเอ๊ยยยย! เบี่ยงประเด็นจนเจ็บเอง เป็นไงล่ะ ตอนนี้ผมมีความรู้สึกเหมือนถูกแทงแล้วติดอาการเลือดไหลไม่หยุดเลยครับ

“อืมมม…ข้าว่าเรามาประเมินราคาสินค้าท่านภากันดีกว่านะคะ” ชาล็อตปรับสีหน้าเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นมืออาชีพ “เอาอย่างนี้ เกลือข้าให้ราคากิโลละ 2000 coin น้ำตาลกิโลละ 1000 coin ราคานี้ดีไหมคะท่านภา”

2000 coin ถ้าแปลงเป็นเงินไทยก็ 20000 บาท คุณพระ! ตัวผมที่เลือดหมดตัวใกล้ตายถึงกับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างมีชีวิตชีวาทันที “ตกลง! ” ถึงจะไม่รู้ว่าราคาจริง ๆ ของมันเท่าไหร่ แต่เกลือกิโลล่ะห้าบาท ขายได้สองหมื่น คิดยังไงก็โคตรคุ้มแล้ว ที่จริงถึงเธอจะให้ร้อยเดียวผมก็ขายอ่ะ

เมื่อผมพูดตกลงชาล็อตก็ทำการยกกระดิ่งอันเล็กขึ้นมาสั่นเบา ๆ ไม่นานเมดสาวคนเดิมที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตาก็เดินเข้ามาทั้ง ๆ ที่ก่อนผมจะเดินเข้ามาในห้อง ก็ไม่เห็นเธอยืนอยู่แถวหน้าห้องทำงานชาล็อตเลย น่าจะคิดได้อย่างเดียวว่า ไอ้กระดิ่งนั่นมันต้องมีอะไรแน่ ๆ มันต้องไม่ใช่กระดิ่งธรรมดา

“เอ็มม่า ช่วยชั่งน้ำหนักเกลือกับน้ำตาลที่ท่านพ่อมดนำมาแล้วบอกข้าทีนะ” ชาล็อตพูด

“รับทราบค่ะ” เอ็มม่าโค้งรับคำสั่ง เธอเดินออกจากห้องไปสักพักก็เดินกลับมาพร้อมเครื่องชั่งน้ำหนักหน้าตาแปลก ๆ

ระหว่างรอเมดเอ็มม่าชั่งน้ำหนักสินค้า ผมก็หยิบสินค้าแนะนำอื่น ๆ ขึ้นมาวางเรียงรายบนโต๊ะทำงานชาล็อต “ที่จริงแล้วผมเอาเครื่องปรุงอย่างอื่นมาขายด้วยเผื่อเธอจะชอบ ไม่ใช่สิ เธอต้องชอบพวกมันแน่ ๆ ถ้าเธอชอบเกลือกับน้ำตาล ผมรับรองเลยว่าเธอต้องชอบพวกมันเหมือนกัน”

ผมผายมือไปทางสินค้าแล้วพูดแนะนำทีละชิ้น “นี่เลยชิ้นแรก มันเรียกว่าน้ำปลา อันนี้ซอสแม็กกี้ ซีอิ๋วขาว ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำมัน ผงชูรส พริกไทย น้ำมันหอย น้ำมะนาวและน้ำส้มสายชู ทั้งหมดนี่คือเครื่องปรุงรสที่จะทำให้อาหารของเธออร่อยขึ้นเหมือนกับมีเวทมนตร์ เพียงแค่เติมมันลงไป อาหารทุกอย่างก็จะอร่อย โดยเฉพาะนี้เลยผงชูรส”

หลังฟังผมแนะนำสินค้าจบสีหน้าชาล็อตดูแปลก ๆ “มันดู…แปลกตาดีนะคะ ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าเครื่องปรุงในแพนทาแกรมจะเยอะแบบนี้ แถมดูพวกมันสิ อยู่ในขวดหมดเลย”

“แน่นอนเครื่องปรุงเยอะก็เพราะเรื่องอาหารการกินถือเป็นเรื่องใหญ่ มีคนว่าไว้ว่า ความอร่อยของอาหารถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต เอางี้ลองดู ผมเตรียมอาหารมาให้เธอทดลองกิน” ระหว่างตอบชาล็อตผมก็ก้มลงไปหยิบเตาอเนกประสงค์แบบพกพาและแผงไข่ขึ้นมาวางบนโต๊ะ

“นั่นไข่ใช่ไหม ทำไมมันดูเล็กจังเล่าท่านพ่อมด” ชาล็อตกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย

“เอิ่ม ไม่รู้สิคงเพราะมันเป็นไข่ไก่เบอร์ 3” ผมพูดตอบ

“ไข่ไก่เบอร์สาม ชื่อช่างยาวนัก” ชาล็อตพยักหน้าแล้วทวนชื่อไข่ซ้ำไปมา จนผมต้องขอโทษเธอและอธิบายว่าจริง ๆ มันชื่อไข่ไก่ ส่วนเบอร์สามคือขนาดของไข่

เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วผมก็เริ่มต้นการทำอาหารเลย ผมยัดกระป๋องแก๊สไว้ที่ล็อกข้างเตาวางกระทะใบเล็กด้านบน และเปิดไฟ หลังจากนั้นผมก็หยิบขวดน้ำมันมาแกะและเทลงไป

“เอ๋ เดี๋ยวก่อนท่านพ่อมดท่านจะทำอาหารบนโต๊ะข้าหรือ” ชาล็อตพูดขึ้นตาโต

“เฮ้ย โทษทีผมลืมไป เดี๋ยวผมย้ายลงไปทำบนพื้นแล้วกัน” เวรล่ะ มันคงไม่เหมาะสินะที่จะจุดเตาทำอาหารบนโต๊ะท่านเจ้าเมือง ไอ้ผมก็ขายตรงเพลินลืมไปเลยว่านี้โต๊ะทำงาน ผมกดปิดแก๊สและยกมันขึ้นมาถือ

“ไม่ ๆ ไม่เป็นไร คือข้าแค่แปลกใจ ข้าไม่เคยเห็นอาร์ติแฟคเตาทำอาหารที่เล็กขนาดนี้มาก่อน” ชาล็อตโบกไม้โบกมือปฏิเสธ ในระหว่างที่พวกเราทั้งคู่ต่างเกรงใจกัน คีร่าก็ยกโต๊ะจากด้านนอกเดินเข้ามาวางใกล้ ๆ ผม

“แค่ทำบนนี้ก็พอ ถึงท่านชาล็อตจะใจดี แต่เจ้าก็ควรมีกาลเทศะ” คีร่าพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปยกขวดเครื่องปรุงย้ายมายังโต๊ะที่เธอพึ่งยกมา โดยมีเมดเอ็มม่าลุกขึ้นมาช่วย

“เอ็มม่าชั่งของเสร็จแล้วหรือ” ชาล็อตถามเมื่อเมดเดินมายกของที่โต๊ะ

“ค่ะ คุณหนูชาล็อต ข้าชั่งดูแล้ว เกลือที่ท่านพ่อมดนำมามี 5 กิโลกรัม น้ำตาล 5 กิโลกรัมเท่ากันค่ะ”

“ขอบคุณมากเอ็มม่า”

“ค่ะ คุณหนูอยากให้ข้าช่วยท่านพ่อมดปรุงอาหารไหมคะ ถึงข้าจะไม่เคยใช้เตาขนาดเล็กก็ตาม”

“เอาสิ” ชาล็อตกล่าวอนุญาตเมดเสร็จ เธอก็ลุกขึ้นเดินมาตรงโต๊ะทำอาหารของผมที่กำลังทอดไข่ดาวอยู่ แถมเมดสาวเอ็มม่ายังแบมือขอทำแทนอยู่ข้าง ๆ ผม

“เธอทอดไข่เป็นใช่ไหมเอ็มม่า” ผมกล่าวออกมาระหว่างสองจิตสองใจว่าจะส่งตะหลิวในมือให้เธอดีหรือไม่

“ข้าทอดเป็นค่ะ” เธอกล่าวตอบผมออกมาหน้านิ่ง ผมเลยวางตะหลิวลงบนมือเธอ แต่เมื่อเธอได้จับกระทะรังสีเชฟก็แผ่ออกมาทันที เธอทอดไข่ต่อจากผมด้วยลีลาระดับพระกาฬ และเสิร์ฟมันลงบนจาน สภาพไข่ดาวที่ได้ออกมาถือเป็นเกรดพรีเมี่ยม ขอบนอกกรอบและไข่แดงยังเป็นยางมะตูม พอผ่าครึ่งออกมาแล้วมันน่ากินสุด ๆ

“ให้ข้าทอดฟองต่อไปเลยไหมคะ”

“จัดไปเลยเอ็มม่า แล้วก็ขอไข่เจียวด้วยนะ” ผมยกนิ้วโป้งให้เธอจากใจ ถ้าผมทอดเอง 100 เปอเซ็นต์ยังไงไข่ที่ออกมาก็ไม่ดีเท่าเธอ พวกเมดเขาเทพกันแบบนี้หมดเลยรึเปล่าฟะ นอกจากมารยาทงามแล้วยังทำอาหารเก่งอีกนี่มันแม่ศรีเรือนในตำนานชัด ๆ

“ไข่เจียว…” เอ็มม่าพูดออกมาอย่างงง ๆ

“เธอไม่รู้จักไข่เจียว? ”

“มันคืออะไร” คีร่าพูดขึ้นมาเสริม ตอนที่เธอพูดเส้นผมที่ขยับไหวช้า ๆ และริมฝีปากเซ็กซี่ที่เอ่ยออกมาดังก้องอยู่ข้างหูผม เสมือนว่าโลกทั้งใบเบลอไปหมดยกเว้นเธอที่เด่นชัดอยู่ผู้เดียว

จบคำผมตบแก้มตัวเองด้วยสองมือและสลัดหัวอย่างแรง ยัยบั๊กสโลโมชั่น! จะถอดหมวกออกก็ไม่บอกไม่กล่าว ผมจะได้เตรียมตัวรับดาเมททัน

คีร่าที่ถอดหมวกออกทำเอาผมไม่กล้ามองตรง ๆ ยัยนี่ทำอะไรก็สโลโมชั่นไปซะทุกอย่าง นิยามสโลโมชั่นของเธอไม่ใช่เธอทำตัวช้าเป็นสล็อต ในขณะที่คนอื่นขยับไวปานเดอะฟาสหรอก แต่หมายถึงเราเร็วเท่ากันแต่พอเธอขยับหรือพูดแบบที่ผมไม่ได้ตั้งตัวดี ๆ มันจะเหมือนผมตกอยู่ในห้วงภวังค์ ซึ่งผมไม่โอเคเลยสักนิด

“โทษที แต่เก่งนะที่เจ้าหลุดออกมาได้ไวมาก” คีร่าตบไหล่ผมและพูดชื่นชมออกมาด้วยใบหน้าเรียบ ๆ “ปกติผู้ชายที่เจอข้าหน้าสด มักจะตกอยู่ในภวังค์นานเป็นชั่วโมง ยกเว้นพวกชายไม่แท้เหมือนไอ้องครักษ์หน้าหล่อเสียของสองตัวนั่น ที่มองหน้าข้าได้แบบปกติ เอ๊ะ หรือว่าเจ้าจะเป็นชายไม่แท้แบบกึ่ง ๆ ”

“อะไรคือชายไม่แท้แบบกึ่ง ๆ ฟะ! ที่ไม่ตกอยู่ในภวังค์อะไรนั่นก็เพราะแถวบ้านผมคนสวยเยอะแยะต่างหากเล่า อย่าง ใหม่ ดาวิกา อั้ม พัชราภา ไรงี้” ผมปัดมือเธอออกจากไหล่ ผมเคยบอกไปรึยังว่ายัยคีร่านี้แค่อยู่ในระดับคนหน้าตาดีธรรมดาแต่เพราะอะไรไม่รู้เลยดูดึงดูดแปลก ๆ แต่เดี๋ยวนะ “องครักษ์ชาล็อตสองคน มันใช่ไอ้หน้าหล่อสองคนที่ผมคิดใช่ไหม ที่ปกติพวกมันจะอยู่นี่ แต่วันนี้ไม่อยู่”

“ช่าย เจ้าชิออนกับไรลี่ย์ไง เนื่องจากข้าเป็นองครักษ์ของชาล็อตลำดับแรก ก็ต้องหาคนที่ทนอยู่กับข้าได้เพราะงั้นเลยได้ไอ้สองคนนั้นมา” คีร่ายักไหล่ตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก

“อีกอย่างชิออนกับไรลี่ย์เขาเป็นคู่รักกันค่ะ! ” ชาล็อตกุมมือแนบอกแล้วพูดขึ้นมาตาใสปิ๊ง นี่เธอเป็นสาววายสินะชาล็อตหน้าตาดูดี๊ด๊ามากผิดปกติ

ระหว่างที่ผมกำลังอึ้งในเรื่องราวไม่คาดฝัน คีร่าก็พูดขึ้นมาอีก “แล้วตกลงไข่เจียวคืออะไร? ”

“มาเดี๋ยวผมทำให้ดู” ผมว่า ผมปล่อยวางเรื่องไร้สาระเมื่อกี้ดีกว่า ใครจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา ผมเอาจานเล็ก ๆ ออกมาตอกไข่ลงไป 3-4 ฟองเหยาะซอสแล้วตีให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็ยื่นให้เอ็มม่าที่สแตนด์บายรออยู่ทอดมันออกมาไม่นานไข่เจียวฟูกรอบอร่อยก็เสร็จ “แท๊น แทนนนน นี่ไงไข่เจียว”

“พวกเธอลองกินมันกับซอสพวกนี้ดูสิ” ไม่ว่าเปล่าผมจัดการตัดไข่ดาวและไข่เจียวให้พอดีคำ เหยาะซอสแม็กกี้ลงไป ชิ้นอื่น ๆ ผมก็ใส่สารพัดซอสลงไปให้ลองชิม และแล้วรีแอ็คชั่นสุดเว่อร์วังก็ออกมาทางสีหน้าพวกเธอเหมือนเมื่อวันก่อนที่เอาขนมมาหลอกขายไม่มีผิด

พอดูจากสีหน้ากับคำชมที่ออกมาจากปากพวกเธอ เดาได้ไม่อยากว่าอาหารโลกนี้มันห่วยเกินอย่างที่คิดจริง ๆ ไม่ใช่เป็นเพราะลิ้นผมไม่ดี ดูสิขนาดไข่ยังรู้จักแค่ไข่ทอดแต่ไม่รู้จักไข่เจียว

“ข้าซื้อ ข้าซื้อพวกมันหมดเลยค่ะ ข้าไม่เคยกินไข่แล้วอร่อยเท่านี้มาก่อน ไข่ต้มสุดหรูที่ข้ากินยังไม่อร่อยเท่านี้” ชาล็อตพูดออกมารัวเร็ว แถมยังหยิบซอสไปเหยาะเองกินเองอีกต่างหาก

“ถ้าเธอชอบมันก็ดี” ผมยิ้มออกมาที่เห็นพวกเธอกินกันอย่างมีความสุขแม้แต่เอ็มม่าที่ปกติหน้าจะนิ่ง แต่ตอนนี้กลับมีรอยยิ้มขึ้นมานิด ๆ ตรงมุมปาก

“มันอร่อย…”

 

คะแนน 4.7
กรุณารอสักครู่...